....OUR FAMILY'S JOURNEY....
+ หิมะแรกของปีที่..สต๊อคโฮล์ม ep1.+



 



อับล๊อกวันนี้เป็นวันที่ 29 พย. 2562 ซึ่งเป็นการเดินทางเกือบจะสิ้นสุดทริปสแกนดิเนเวียแล้วครับ ซึ่งวันนี้เราจะพาท่านไปเที่ยวในกรุงสต๊อกโฮล์ม ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศสวีเดน และเป็นเมืองที่มีพลเมืองมากและหนาแน่นที่สุดในแถบสแกนดิเนเวียครับ .... ความเดินคราวที่แล้ว หลังจากเราเที่ยวชมสถานที่ต่างในกรุงเฮลซิงกิแล้ว เราก็มาขึ้นเรือสำราญ Silja Line ซึ่งพาเราเดินทางข้ามทะเลบอลติกไปที่สวีเดน โดยมีเป้าหมายจะเข้าเทียบท่าที่กรุงสต๊อกโฮล์มในเวลา 9.30 น. ซึ่งการเดินทางก็สะดวกสะบายดีและมาถึงปลายทางตามกำหนดเวลาครับ (อ่านเรื่องในบล๊อก)


เรือสำราญไวกิ้งกำลังแล่นออกอ่าวที่สต๊อกโฮล์ม


อ่าวสต๊อกโฮล์ม สวีเดน

เช้านี้เรือเข้าเทียบท่าที่กรุงสต๊อกโฮล์มตามกำหนดการ เราตั้งนาฬิกาใหม่ให้ตรงกับท้องถิ่นที่สวีเดนซึ่งช้ากว่าที่ฟินแลนด์ 1 ชั่วโมง ... การเข้าประเทศก็ทำพิธีผ่านแดนเหมือนกับที่ผ่านมาล่ะครับ พอเรียบร้อยก็เดินเข้าไปรอไกด์ท้องถิ่นซึ่งเป็นคนไทยที่ไปอยู่ที่สต๊อกโฮล์ม 27 ปีแล้ว เธอเ็นผู้หญิงชื่อคุณกุ้ง เห็นว่าบ้านเดิมอยู่ทางประจวบฯครับ เธอคล่องแคล่วแถมใส่มุขนิดๆเวลาเล่าเรื่องต่างๆให้พวกเราฟัง ซึ่งวันนี้เธอจะพาเราไปเที่ยว 2 แห่งด้วยกันคือที่พิพิธภัณฑ์เรือโบราณวาซาร์ (Vasa Museum) และ ศาลาว่าการกรุงสต๊อกโฮล์ม (Stockholm City Hall) 
 

ไกด์เรา (ขออนุญาติลงภาพผ่านบล๊อกนะครับ)



เข้าท่าเรือที่สต๊อกโฮล์ม รอไกด์ท้องถิ่น

หลังเราขึ้นรถเรียบร้อยแล้วไกด์ก็บอกเราว่า "วันนี้เป็นหิมะแรกของปีที่สต๊อกโฮล์ม" ซึ่งขณะรถผ่านเราก็เห็นหิมะปกคลุมขาวไปหมดทั้งเมือง ซึ่งก็น่าจะใช่หิมะแรกอยู่เพราะสียังขาวบริสุทธิ ถ้าตกมาหลายวันจะออกคล้ำๆนิดๆครับ...มารู้จักประเทศสวีเดนและสต๊อกโฮล์มก่อนออกเที่ยวกันก่อนครับ

สวีเดน (Sweden)  เป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่เหนือสุดของโลก มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศไทย สวีเดนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ในทวีปยุโรป มีพื้นที่ 450,000 ตารางกิโลเมตร (ความกว้าง 500 กิโลเมตร และความยาว 1,600 กิโลเมตร) สวีเดนมีชายฝั่งที่ค่อนข้างยาว จรดทะเลบอลติกและอ่าวบอทเนีย ทางตะวันตกมีเทือกเขาสแกนดิเนเวีย ทอดตามแนวพรมแดนกับประเทศนอร์เวย์ ... สวีเดนแบ่งออกเป็นสามภาคหลักๆ ได้แก่ โยตตาลันด์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ เป็นที่ราบและมีป่าไม้ สเวียลันด์ เป็นที่ราบอุดมสมบูรณ์ และมีทะเลสาบจำนวนมาก และ นอร์ลันด์ เป็นภูมิภาคตอนเหนือของสวีเดน มีภูเขา ป่าไม้ และแร่ธาตุมาก ประมาณร้อยละสิบห้าของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศตั้งอยู่เหนือขึ้นไปจากอาร์กติกเซอร์เคิล ... สวีเดนมีประชากรทั้งสิ้น 10,073,500 คน (สำรวจในปี 2560) ใช้เงินโครน่าสวีเดน (Sweden Krona, SEK) อัตราแลกเปลี่ยนในวันที่อัพบล๊อก (11 กพ. 2563) คือ 3.23 บาท ต่อ 1 SEK.

ถึงแม้ว่าสวีเดนจะตั้งอยู่ทางตอนเหนือมาก แต่กลับมีภูมิอากาศแบบอบอุ่น เนื่องจากอิทธิพลของกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม ทางตอนเหนือของอาร์กติกเซอร์เคิล พระอาทิตย์ไม่ตกดินเลยในบางช่วงของฤดูร้อน และแทบไม่สามารถเห็นได้ในฤดูหนาว สวีเดนจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน
 


ผ่านไป Vasa Museum

ส่วนที่เราจะเที่ยวชมในวันนี้คือกรุงสต๊อกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดนครับ .... 

สต็อกโฮล์ม (Stockholm) เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศสวีเดน ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลทิศตะวันออกของประเทศสวีเดน มีประชากรในเขตเทศบาลสต็อกโฮล์ม 909,000 คน ถ้านับเขตที่อยู่อาศัยโดยรอบทั้งหมดจะมีประชากรประมาณ 2.2 ล้านคน ... สต็อกโฮล์มเป็นที่ตั้งของรัฐบาลสวีเดน และที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันของสวีเดน

วันนี้เธอจะพาเราไปเที่ยว 2 แห่งด้วยกันคือที่พิพิธภัณฑ์เรือโบราณวาซาร์ (Vasa Museum) และ ศาลาว่าการกรุงสต๊อกโฮล์ม (Stockholm City Hall) ส่วนสถานที่เหลือจะเอามาลงให้ชมอีกในบล๊อกต่อไป ซึ่งเป็นบล๊อกปิดท้ายของทริปสแกนดิเนเวียครับ ... การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในสวีเดนต้องมีไกด์พาชมด้วยนะครับ



ในสต๊อกโฮล์ม ถ่ายจากในรถ


หน้าพิพิธภัณฑ์ยุโรปเหนือ
 
หลังจากรถรับเราที่ท่าเรือแล้วก็พาไปที่ พิพิธภัณฑ์เรือรบโบราณวาซาร์ (Vasa Museum) ซึ่งเป็นที่เก็บซากเรือรบโบราณที่ขุดขึ้นมาจากอ่าวสวีเดนครับ.... เรือวาซาร์ (หรือวอซาร์) ได้ล่มและอับปางลงในการเดินเรือครั้งแรกที่สต๊อคโฮล์มช่วงปี ค.ศ. 1628 หลังจากที่จมอยู่ใต้ทะเลมานานกว่า 333 ปี เรือรบที่ทรงอานุภาพลำนี้ก็ได้ถูกกู้ขึ้นมาและการเดินทางของมันก็ได้ดำเนินต่อไป ในปัจจุบัน เรือวาซาร์คือเรือในยุคศตวรรษที่ 17 ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้และมีความงดงามมากที่สุดลำหนึ่งของโลก...ได้ที่พิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษในสต็อกโฮล์ม เรือวาซาร์คือทรัพย์สมบัติทางศิลปะอันเลอค่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 98 เปอร์เซ็นต์ของเรือถูกสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนดั้งเดิมและงานแกะสลักด้วยมือหลายร้อยชิ้น

พิพิธภัณฑ์วาซาร์เปิดทำการทุกวันตลอดทั้งปี ... พิพิธภัณฑ์วอซาจะรักษาอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 18-20°C เพื่ออนุรักษ์เรือไว้ ดังนั้นพิพิธภัณฑ์อาจจะมีอากาศเย็นเล็กน้อยเมื่ออากาศด้านนอกอุ่น คุณได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพและวิดีโอภายในพิพิธภัณฑ์ แต่สำหรับใช้เป็นการส่วนตัวเท่านั้น
(
อ่านเพิ่มเติม)
 


VASA MUSEUM (พิพิธภัณฑ์เรือรบโบราณวาซาร์)



เรือรบโบราณที่ขุดขึ้นมาจากปากอ่าวสวีเดน
 

เกี่ยวกับเรือวาซ่าร์
เหตุใดจึงต้องสร้างเรือวาซ่าร์ขึ้น .... เรือวาซ่าร์ถูกสร้างขึ้นตามพระบัญชาของกษัตริย์กุสตาฟที่ II อดอล์ฟแห่งสวีเดน และสร้างขึ้นโดยช่างที่เป็นชายและหญิงประมาณ 400 คนที่อยู่ในสต็อกโฮล์มซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1626 เรือลำนี้เป็นเรือที่ทรงอานุภาพด้วยการติดตั้งเสาเรือถึงสามเสาพร้อมด้วยใบเรือสิบใบ ตัวเรือมีความสูง 52 เมตร ยาว 69 เมตรและหนักถึง 1200 ตัน พร้อมด้วยปืนใหญ่ 64 กระบอก เรือวอซาเคยเป็นเรือที่มีความสำคัญต่อกองเรือสวีเดน

การอับปางของเรือ
ในวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 1628 มีการปล่อยเรือวาซ่าร์ออกจากท่าเรือใต้ปราสาท Tre Kronor ช่องเก็บปืนใหญ่ได้เปิดขึ้น ปืนใหญ่ทั้งหมดได้หันออกไปด้านนอกและยิงสลุตเพื่อเฉลิมฉลอง เรือลำมหึมาค่อยๆ ออกจากท่าเรืออย่างช้าๆ แต่หลังจากที่มีลมพัดแรงสองสามครั้ง เรือได้สูญเสียการทรงตัวและเริ่มเอียง น้ำเริ่มไหลทะลักเข้าท่วมในตัวเรือผ่านทางช่องเก็บปืนใหญ่ และทำให้เรือวาซ่าร์ล่มลง มีคนอยู่บนเรือประมาณ 150 คน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย นับเป็นเวลา 333 ปีก่อนที่เรือวาซ่าร์จะได้เห็นแสงสว่างของช่วงกลางวันอีกครั้งหนึ่ง

เหตุเรือวาซ่าร์ถึงล่ม
ในศตวรรษที่ 17 ผู้คนยังไม่ทราบเกี่ยวกับการคำนวณตามทฤษฎีที่จะช่วยทำให้เรือมีความมั่นคงไม่โคลงเคลง พวกเขาเพียงสร้างเรือตามประสบการณ์ที่เคยผ่านมา ในกรณีของเรือวาซาร์ มีการใช้นวัตกรรมทางเทคนิคโดยให้ปืนใหญ่ที่มีน้ำหนักมากอยู่บนดาดฟ้าปืนสองจุดซึ่งจำเป็นต้องมีการทดลองและตรวจสอบข้อผิดพลาด เรือวาซ่าร์มีน้ำหนักมากเกินไปเหนือระดับน้ำและไม่สามารถตั้งลำเรือให้ตรงได้เพื่อรักษาการทรงตัวของเรือ จึงทำให้เรือพลิกคว่ำเมื่อถูกลมพัด

บุคคลที่พบเรือลำนี้
แม้ว่าจะเป็นเด็ก แต่ Anders Franzén ก็มีความหลงใหลต่อซากเรือที่อับปางบริเวณหมู่เกาะของสต็อกโฮล์ม Franzén ใช้เวลาช่วงฤดูร้อนของปี 1954-1956 ด้วยการศึกษาข้อมูลจากเอกสารต่างๆ ในช่วงศตวรรษที่ 17 เพื่อค้นหาเรือวอซาโดยใช้เครื่องเกาะวัตถุรูปก้ามปูลากไปตามก้นทะเลจากเรือมอเตอร์ ในวันที่ 25 สิงหาคม เมื่อเขาและนักดำน้ำชื่อ Per Edvin Fälting กำลังค้นหาเรือ Beckholmen ที่อับปางลง เครื่องเกาะวัตถุได้เกี่ยวติดวัตถุขนาดใหญ่ทำจากไม้โอ้ค มีการค้นพบเรือวาซ่าร์แล้ว!

“ปริศนาที่ให้ความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”
งานกู้ซากเรือได้เริ่มต้นขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงของปี ค.ศ. 1957 โดยนักดำน้ำได้ขุดอุโมงค์ข้างใต้ลำเรือเพื่อให้สามารถลากสายเคเบิลเข้าไปได้ ในวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1961 เรือลำนี้ได้โผล่พ้นน้ำขึ้นมา และถูกกู้ขึ้นมาโดยมีชิ้นส่วนที่ทำจากไม้ราว 14,000 ชิ้น ได้มีการเก็บรักษาตัวเรือและชิ้นส่วนทุกชิ้น จากนั้นจึงมีการนำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบขึ้นเป็นตัวเรือใหม่ซึ่งเหมือนกับการต่อจิ๊กซอว์ขนาดมหึมา ... ในขณะนี้เรือวาซ่าร์ได้ถ่ายทอดความรู้ในยุคของมัน และยังคงมีการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องถึงวิธีการสงวนรักษาตัวเรือให้ดีที่สุดตั้งแต่ไม้ สลัก โครงเรือ ไปจนถึงเส้นใยผ้าต่างๆ วัตถุประสงค์: เพื่อให้เรือวาซ่าร์สามารถอยู่รอดไปถึงคนรุ่นใหม่ๆ ในอนาคต

เวลาเปิดให้เข้าชม : พิพิธภัณฑ์วอซาเปิดทำการทุกวันตลอดทั้งปี
มกราคม-พฤษภาคม และกันยายน-ธันวาคม 10.00-17.00 น., วันพุธ 10.00-20.00 น.  
มิถุนายน-สิงหาคม 8.30-18.00 น.   
24 และ 31 ธันวาคม 10.00-15.00 น.
25-26 ธันวาคม และ 1 มกราคม 10.00-17.00 น

ราคาค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่, SEK 150   เด็ก 0-18, SEK 0
(ที่มา : 
https://www.vasamuseet.se/th )
 


ภาพเรือวาซาร์จากวิกิพีเดีย


ซ้าย: ภาพด้านหน้าเรือ       ขวา: ภาพตัดเรือที่ให้เห็นโครงสร้างด้านใน


เรือจำลองที่สร้างขึ้นมาใหม่ในพิพิธภัณฑ์



ภาพจำลองขณะเรือกำลังล่ม


กับเรือรบวาซาร์



ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์เรือรบวาซาร์ที่ติดกับพิพิธภัณฑ์ยุโรปเหนือ


ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์


.....................

ออกจากพิพิธภัณฑ์เรือรบโบราณวาซ่าร์ เราไปทานมื้อกลางวันกัน จากนั้นก็เดินทางต่อเพื่อไปชมศาลาว่าการกรุงสต๊อคโฮล์ม สถานที่ๆจัดงานฉลองรางวัลโนเบลสาขาต่างๆยกเว้นสาขาสันติภาพที่ไปมอบกันที่กรุงออสโล ประเทศนอรเวย์ .... ศาลาว่าการที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสต็อคโฮล์ม ซึ่งศาลากลางแห่งนี้มีหลายชื่อเรียกด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Stadshuset ในภาษาสวีเดน หรือมีอีกชื่อที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่ชื่อว่า Stockholm City Hall 
 


หน้า City hall Stockholm 



ถนนหน้าศาลาว่าก่ารกรุงสต๊อกโฮล์ม







ด้านตรงข้ามกับศาลาว่าการกรุงสต๊อกโฮล์ม



ศาลาว่าการสต๊อกโฮล์ม (ขอบคุณภาพจากเวป)




ศาลาว่าการกรุงสต๊อคโฮล์ม
ก่อสร้างระหว่างปี 1911 และ 1923 ออกแบบโดยเรกนาร์ ออสต์เบิร์ก สถาปนิกชาวสวีเดนซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในอาคารที่มีความโดดเด่นที่สุดในสวีเดนที่ก่อสร้างด้วยสไตล์เนชันแนลโรแมนติก  นอกจากนี้ เรกนาร์ ออสต์ ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากปราสาทสไตล์เรอเนสซองต์ของอิตาลี จึงได้ออกแบบให้ศาลาว่าการแห่งนี้มีลานกลางเพิ่มเข้ามาสองลานคือบอร์การ์การ์เด้น และบลูฮอลล์ 



ห้องบลูฮอลล์


ทางขึ้นและทางเดินเชื่อมต่อห้อง

อาคารศาลาว่าการสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของนักการเมืองและข้าราชการในกรุงสต๊อคโฮลม์ ในอดีต และยังคงทำหน้าที่นั้นอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ภายในอาคารยังมีห้องโถงสำหรับจัดพิธีการงานประชุมและงานสังสรรค์ต่างๆด้วย ก่อนหน้านี้สถาปนิกคนดังกล่าวต้องการทาสีผนังอฐิของบลูฮอลล์ใหเ้ป็นสีน้ำเงิน แต่ก็เปลี่ยนใจเมื่อได้สัมผัสกับความงดงามของก้อนอิฐสีแดง แม้ว่าผนังจะยังคงมีสีแดง แต่เขาก็เรียกชื่อห้องโถงนี้ว่า  “บลาฮาลเลน” (โถงสีน้ำเงิน) เนื่องจากชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของชาวสต๊อคโฮล์มไปแล้ว งานฉลองรางวัลโนเบลจะจัดขึ้นที่ห้องพิธีการที่ใหญ่ที่สุดของศาลาว่าการในวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี แต่งานพิธีมอบรางวัลจริงไม่ได้จัดขึ้นที่นี่ นอกเหนือจากนี้แล้วบลูฮอลล์ยังเป็นสถานที่จัดแสดงออร์แกนท่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวียอีกด้วย กล่าวคือเป็นออร์แกนที่ประกอบด้วยท่อมากถึง 10,000 ท่อ และมีสต็อปถึง 135 ตัว 


ห้องประชุมสภาเมืองคือสถานที่จัดประชุมของสมาชกิสภาเมืองสต๊อคโฮล์ม 101 ท่าน ผู้เที่ยวชมสามารถเข้าไปชมการประชุมโดยสามารถเลือกนั่งบริเวณด้านหนึ่งของห้องประชุมได้ ทางด้านตรงข้ามจะเป็นห้องประชุมสำหรับนักข่าว ส่วนช่องภาพเขียนภายในเพดานทเต็มไปด้วยไม้คานนั้นออกแบบมาให้คล้ายกับบ้านทรงยาวของชาวไวกิ้ง เดอะวอลท์ออฟเดอะฮันเดรดจะอยู่ที่ด้านล่างของหอคอยสูง 106 เมตร บรเิวณเพดานประกอบไปด้วยช่องเก็บของเล็กๆ หนึ่งร้อยช่อง ซึ่งท่านจะเห็นโถงระฆังที่บอกเล่าเรื่องราวในตำนานนักบุญจอร์จและมังกรอยู่ตรงนั้นด้วย ในช่วงฤดูร้อนโครงสร้างจะหมนุตัวและตัวรูปปั้นจะปรากฏอยู่ด้านนอกของหอคอยเมื่อเสียงระฆังดังขึ้น และที่ผนังของเดอะวอลท์ออฟเดอะฮันเดรดท่านจะพบกับช่องขนาดใหญสำาหรับใช้ระบายอากาศ

 


ผนังในห้องรูปไข่ตกแต่งด้วยผ้าม่านที่ทอขึ้นมาตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในเมืองโบเวส์ ประเทศฝรั่งเศส และเพื่อเป็นการอนุรักษ์โบราณวัตถุเหล่านี้ จึงห้ามไม่ให้มีการใช้แฟลชถ่ายภาพในห้องนี้ ในวันเสาร์มักมีการจัดงานแต่งงานขึ้นที่นี่ จากปรินซ์แกลอรีท่านจะสามารถรับชมทิวทัศน์ของทะเลสาบมาลาเรน และชายฝั่งของสต๊อคโฮล์มได้ ส่วนอีกฟากหนึ่งของห้อง ท่านจะได้พบภาพแบบเดียวกันจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ของเจ้าชายยูเจน เสาสีดาทาจากหนิ ไดอะเบส  ส่วนบริเวณช่องหน้าต่างที่หันเข้าหาผืนน้าจะมีประติมากรรมนูนรูปตัวละครชายหญิงจากตำนานคลาสสิค ของชาวนอร์ดิกอยู่ ภายในห้องทรีคราวน์แชมเบอร์ท่านจะได้สัมผัสกับความพลิ้วไหวของเส้นไหมและเส้นใยสีเงินที่งีดงามบนผนัง นอกจากนี้บนผนังด้าน้หนึ่งยังมีภาพวาดฝาผนังรูปทิวทัศน์ของกรุงสต็อคโฮล์มจากสมัยทศวรรษที่ 1790 ด้วย  ส่วนฝั่งตรงข้ามมีตู้ไม ้โอ๊กที่บีรรจุรูปเหมือนของบุคคลสำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ของสวีเดน 





 
ผนังของโกลเด้นฮอลล์ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคโดยฝีมือของเอย์นาร์ ฟอรเ์ซธ็เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของสวีเดนตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 จนถึงช่วงทศวรรษที่ 1920  ภาพเหล่านั้นประดิษฐ์จากกระเบื้องโมเสคกว่า 18 ล้านชิ้นที่ทำจากแก้วและทองคำ “ราชนิแีห่งทะเลสาบมาลาเร็น” คือภาพจำลองของเมืองสต๊อคโฮล์ม โดยเป็นรูปสตรีนั่งอยู่บนบัลลังก์ ในบริเวณด้านข ้างท่านจะได้พบกับรูปปั้นและอาคารที่น่าสนใจอีกมายมายจากทั่วโลก งานเลี้ยงหลังงานฉลองรางวัลโนเบลจะจัดขึ้นที่โกลเด้นฮอลล์แห่งนี้

ที่มา : 
https://international.stockholm.se/globalassets/ovriga-bilder-och-filer/the-city-hall/thai.pdf

 
ด้านในศาลาว่าการกรุงสต๊อกโฮล์ม
 







ด้านหน้าศาลาว่าการกรุงสต๊อกโฮล์ม 








ในกรุงสต๊อคโฮล์ม, สวีเดน

บล๊อกนี้เราพาท่านชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของสวีเดนไป 2 ที่ บล๊อกหน้าเราจะพาชมเมืองสต๊อคโฮล์มในเวลาต่างๆกัน และสถานที่ที่นักช้อปอยากไปเดินมากที่สุดของเมือง เพราะอยากให้ชมภาพสถานที่ต่างๆนั้นด้วยภาพที่น่าจะบรรยายบรรยากาศได้ดีกว่าตัวหนังสือนะครับ .... คอยติดตามนะครับ ...วันนี้ขอไปพักผ่อนที่โรงแรม Down Town Camper, Stockholm ก่อนละกันครับ
 


ลาด้วยวิวสต๊อคโฮล์มจากถนน Fjallgatan





Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2563
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2563 13:11:37 น. 11 comments
Counter : 355 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณSai Eeuu, คุณhaiku, คุณKavanich96, คุณTui Laksi, คุณSweet_pills, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณnewyorknurse, คุณ**mp5**, คุณอุ้มสี


 
เห็นเรือนำเที่ยวลำโต..นึกถึงเรือที่หลายประเทศไม่ยอมให้จอดท่ารวมทั้งที่ไทยด้วย

แต่พอเห็นเรือไม้ใหญ่ที่ขุดขึ้นมาได้ ทึ่งมากครับคนสมัยก่อนสร้างได้ใหญ่โตดูแจ็งแรง
มาก ๆ ดีแล้วที่อยู่ที่ประเทศนั้น ถ้าอยู่ไทย ถูกปิดทองขอหวยแน่ 555

สถานที่ถนนหนทางแม้จะดูหนาวเหน็บแต่ก็ยังอยากไปเที่ยวอยู่ดีครับคุณอ๊อด


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:20:51:49 น.  

 
อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย
อิจฉาจุง


โดย: อุ้มสี วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:23:48:57 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:3:25:12 น.  

 
ภาพเล่าเรื่องสวยงามมากค่ะ
คำบรรยายทำให้ได้สาระความรู้เพิ่ม
ขอบคุณค่ะคุณวิค


โดย: Tui Laksi วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:49:27 น.  

 

มาเที่ยวด้วยค่ะ
ชมเพลินเลย ภาพสวยๆ


โดย: newyorknurse วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:3:13:06 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณวิค

พิพิธภัณฑ์เรือรบโบราณวาซาร์และศาลาว่าการกรุงสต๊อคโฮล์ม น่าเที่ยวมากทั้งสองแห่งค่ะ
การกู้ซากเรือที่มีชิ้นส่วนถึงหมื่นสี่พันชิ้นแล้วต่อขึ้นมาใหม่มีความสมบูรณ์มากนะคะ
ศาลาว่าการฯก็สวยงามมากทั้งสถาปัตยกรรมภายนอกและภายใน
ขอบคุณคุณวิคค่ะ

แล้วจะตามมาเที่ยวต่อนะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:9:49:13 น.  

 
อิจฉาจุง


โดย: อุ้มสี วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:11:29:01 น.  

 
ส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:16:39:44 น.  

 

มาเที่ยวด้วยค่ะ
ภาพสวยมาก


โดย: newyorknurse วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:3:59:36 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สองแผ่นดิน Photo Blog ดู Blog
The Kop Civil Movie Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
wicsir Photo Blog ดู Blog

ภาพสวยงามมากกกกกกกกกกกกกกค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:42:12 น.  

 
คุณวิคไปเที่ยวเวียดนามใต้มา
คงมีโอกาสตามเที่ยวกับคุณวิคผ่านบล็อกนะคะ
ขอบคุณคุณวิคที่แวะทักทายค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:23:29:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

wicsir
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 72 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊ง ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2563
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
 
11 กุมภาพันธ์ 2563
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.