"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
20 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
โอกาสที่สอง

19 มิ.ย. 2550



เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา... ผมไปทำธุระที่เดอะมอลล์ บางแค ผมรีบทำธุระให้เสร็จแล้วรีบออกจากเดอะมอลล์ประมาณสิบเอ็ดโมงครึ่งเพื่อกลับบ้านให้ทันเที่ยง เวลาเที่ยงเป็นเวลาของหนังชุดฝรั่งที่ผมติดนักติดหนาก็คือ "CSI"

ระหว่างทางกลับบ้าน ผมได้แวะเติมน้ำมันก่อน ในขณะที่เติมน้ำมันใกล้จะเสร็จ เจ้าของปั๊มก็เดินมาถามผมว่า มีสายพ่วงแบตเตอรีไหม

ผมก็อ้ำๆ อึ้งๆ ในใจคิดแต่ว่าจะรีบกลับบ้านไปให้ทันดูหนัง ถ้าบอกว่ามี สงสัยจะกลับไม่ทันแน่ๆ ผมก็เลยตอบเขาไปว่าไม่มี ทั้งที่จริงๆ แล้วผมมี !

ถึงแม้อำนาจฝ่ายต่ำในใจจะตอบว่าไม่มีไปแล้ว มันก็ยังอุตส่าห์ถามเจ้าของปั๊มต่อไปอีกว่าจะเอาสายพ่วงไปทำอะไร มันคงทำไปเพื่อสร้างภาพพจน์ให้เขาเห็นว่าผมเป็นคนดี รู้จักที่จะแสดงความห่วงใยต่อผู้อื่น

เจ้าของปั๊มก็บอกว่า รถของลุงคนนั้นสตาร์ทไม่ติด เขาก็เลยอยากจะลองพ่วงแบตเตอรีดูว่าจะสตาร์ทติดหรือไม่

ผมก็ได้แต่พยักหน้ารับทราบแล้วก็ขับรถกลับบ้านเพื่อไปดูหนังชุดแสนโปรดของผม

ผมกลับไปดูทันเวลาครับ หนังก็สนุกเหมือนเคย แต่จิตใจมันกังวลอย่างไรพิลึก ห่วงว่าลุงคนนั้นจะหารถมาพ่วงแบตเตอรีได้หรือยัง เพราะตอนที่เจ้าของปั๊มเล่าปัญหาของลุงให้ผมฟัง ผมเห็นลุงกำลังยืนโบกแท็กซี่อยู่หน้าปั๊ม แกคงจะพยายามหารถที่มีสายพ่วงมาลองพ่วงกับรถแก

ก็ไม่รู้ว่าผมจะห่วงแกไปทำไม ผมก็ทิ้งให้แกลำบากไปแล้วทั้งๆ ที่ผมสามารถช่วยเหลือแกได้ จะมาทำเป็นห่วงใยแล้วจะมีประโยชน์อะไร นอกจากเป็นความพยายามที่จะหาข้อแก้ตัวไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำของตัวเองต่อไปด้วยการนึกพาดพิงไปถึงความลำบากที่ตัวเองเคยประสบ

ผมเคยรถดับกลางถนนแล้วต้องเข็นรถเข้าข้างทางเองคนเดียว แก้ปัญหาเองคนเดียว โดยที่คนในร้านค้าริมถนนและคนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้แต่มองดูแต่ไม่มีใครเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือสักคน

รถผมเคยหม้อน้ำรั่ว ขับไปก็ต้องจอดพักไป ผมได้เข้าไปจอดพักในปั๊มแห่งหนึ่งระหว่างทางเพื่อพักเครื่องและกรอกน้ำเติมเข้าไปในหม้อน้ำ ผมเดินง่วนไปมาระหว่างรถกับห้องน้ำของปั๊มหลายรอบ ฝนก็ตกอยู่ตลอดเวลา ซ้ำยังเป็นเวลากลางคืนแล้วด้วย ทั้งที่ปั๊มนั้นก็มีรถแท็กซี่จอดพักอยู่หลายคัน มีมอเตอร์ไซคล์จอดหลบฝนก็อีกหลายคัน ผู้คนก็มากมายพอสมควร และหลายคนก็มองดูผมอยู่ว่าผมกำลังทำอะไร แต่กลับไม่มีแม้สักคนเดียวที่เอ่ยปากถามว่ารถผมเป็นอะไร

ก็ในเมื่อผมก็เคยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น ลุงแกจะมาเจอเหตุการณ์ร้ายๆ เหมือนผมบ้างสักครั้งก็คงจะไม่เป็นไรกระมัง...



เมื่อสักสามทุ่มกว่าที่ผ่านมา... เพื่อนผมที่พักอยู่ใกล้ๆ กันโทรศัพท์มาเรียกผมให้ออกไปช่วยพ่วงแบตเตอรีรถเขาให้หน่อยเพราะรถเขาสตาร์ทไม่ติด

ผลกรรมช่างรวดเร็วอะไรปานนี้ ! ผมคิด

ห้วงความคิดต่อมา แทนที่จะรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้ทำความดีชดเชยกับการไม่ยอมช่วยเหลือลุงคนนั้นเมื่อวันอาทิตย์ กลับเป็นอำนาจฝ่ายต่ำที่พาให้ผมคิดถึงแต่ความลำบากของตัวเองอีกครั้ง

ผมคิดถึงความเหนื่อยล้าของตัวเองหลังจากที่ทำงานมาทั้งวัน น้ำท่าผมก็อาบแล้ว ถ้าออกไปก็ต้องกลับมาอาบน้ำใหม่อีก เสียเวลาพักผ่อน ไหนฟ้าฝนก็กำลังจะตก ถ้ารถเลอะก็ต้องเสียเวลาล้างเสียเวลาพักผ่อนของตัวเองในวันหยุดเสาร์อาทิตย์อีก นี่อีกประเดี๋ยวหนึ่งรายการ "คนค้นคน" ก็จะมาแล้ว กลับมาดูไม่ทันแหงๆ ฯลฯ

โชคยังดีที่อำนาจฝ่ายสูงในจิตใจยังทำให้ผมคิดได้ว่า นี่คือ โอกาสที่สอง จะทิ้งไปไม่ได้อีกแล้ว ผมก็เลยออกไปช่วยเพื่อนผมได้อย่างยินดีและเต็มใจ คำขอบอกขอบใจของเพื่อนผมยิ่งทำให้ผมรู้สึกมีความสุขและลืมเรื่องความลำบากของตัวเองที่เคยคิดก่อนหน้านี้ไปเสียสิ้น...



คิดไปแล้วก็น่าแปลก... ที่เหตุการณ์เดียวกันมาเกิดขึ้นกับผมในชั่วระยะเว้นแค่เพียงวันเดียวเท่านั้น ต้องถือว่าผมยังโชคดีที่บุญเก่ายังคงมีมากพอ จึงทำให้ผมมีโอกาสได้แก้ตัวอย่างรวดเร็วเช่นนี้

ผมได้ข้อคิดที่ชัดเจนจากเหตุการณ์เล็กๆ สองเหตุการณ์นี้ข้อหนึ่ง คือ


อย่าลืมตรวจสอบระดับน้ำในแบตเตอรีรถยนต์เป็นประจำทุกหนึ่งหรือสองสัปดาห์ !







....อย่าลังเลที่จะทำดีเมื่อมีโอกาส มิฉะนั้น ความรู้สึกผิดจะตามหลอกหลอนเราเรื่อยไป...




Create Date : 20 มิถุนายน 2550
Last Update : 21 มิถุนายน 2550 9:03:19 น. 9 comments
Counter : 372 Pageviews.

 
อาจารย์คะ
ปอชอบคำคม วันนี้มากเลยค่ะ
ช่วงนี้ปอบ่ามากเลยค่ะ แลปเจ๊งทุกวัน วันนร่มีคุยกับซุปด้วย ม่มีอะรคืบหน่าจะรายงานเลยค่ะ ก้วยความบ่าเลยไปดูดวงแบบกราฟชีวิต ได้ความว่า ปีนี้นังกุสุมาตกนรกภูมิ เลข 3 (จริงๆ มันตกมาได้3 ปี แล้ว นับตั้งกะมาเรียนปริญญาเอกนี่ล่ะค่ะ) และมันเป็นจุดต่ำสุดในนรกที่ปรากฏในกราฟของปอ 55555 ตอนนี้เลยคิดว่าเป็นเพราะดวงตก แลปเลยเจ๊ง จะไปแก้เคล็ดที่ไหนในเยอรมันล่ะค่ะนี่

ปอได้ข้อสรุปทำนองธรรมะนิดหน่อยว่า ดวงมันตกต่ำ ก็ต้องทำความดีเสริมดวงค่ะ สอดคล้องกับข้อคิดอาจารย์วันนี้ เลยค่ะ


โดย: ปอ (O_Sole_mio ) วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:15:01:19 น.  

 
อยากฟังอะไรมันๆ เปิดสมองไหมครับ ไปดูที่กระทู้นี้เลยครับ เป็นบันทึกเสียงการบรรยายเรื่อง Learning Organization & Knowledge Management โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X5523944/X5523944.html



โดย: คนทับแก้ว วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:16:10:44 น.  

 
ยังดีที่มีครั้งที่สองนะคะ อ่านแล้วรู้สึกว่าการขับรถเป็นสิ่งซับซ้อนจริงๆ ค่ะ ปัจจุบันนี้ไม่แตะพวงมาลัยมา 7-8 ปีแล้ว อยู่ กทม. ใช้บริการ ขสมก. และ BTS/MRT ตลอด


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:18:19:06 น.  

 
จุไม่เคยลังเลในการที่จะช่วยเหลือคนอื่นเลยนะ อาจจะเป็นข้อดีที่มีไม่กี่ข้อในตัวจุก็ได้

เวลาที่จุไหว้พระ จุขอพรพระบอกว่า ขอโอกาสได้ทำดี

เพราะจุคงทำชั่วมาเยอะ

ยังดีนะคะที่คุณทับแก้ว ยังมีโอกาสแก้ตัว ทำให้ไม่รุ้สึกผิดมากมายนัก ไม่งั้นความรู้สึกนั้นคงตามหลอกหลอนคุณ




เรื่อง km ธีสีส จุก็จะอาเจียนเป็น km อยู่แล้ว
ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ยันเดือน พ.ค. จุฟังและอ่านๆๆๆ แค่ km บอกตรงๆ ว่าจุไม่ชอบมันเลย เพราะอะไรก็ไม่รู้

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะ ตอนที่จุไปนำเสนออาจารย์ว่า จุจะทำวิทยานิพนธ์ เรื่องนี้นะ แล้วแกยัดเอา km ให้จุ แล้วก็ให้จุทำความเข้าใจกับมัน

จุไม่ได้อย่างทำ km
แต่
อาจารย์บอกว่า เรื่องของคุณมันต้องทำ km


เฮ่อ เรื่องนี้กำลังดัง แต่ทำไมจุต้องทำ จุเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมจุจะต้องทำ แต่เพราะความหยิ่งในตัวจุ หรือไม่อยากจะเรื่องมาก จุเชื่อว่า มันไม่เท่าไหร่หรอก ค่อยศึกษาไปก็เข้าใจ และตามใจอาจารย์เดี๋ยวจะไม่จบ


จุศึกษาเรื่อง km แต่ก็ยังคง ธีมเรื่องของวิทยานิพนธ์ของจุไว้

นึกออกมั้ยคะว่า จุก็ศึกษาเรื่องของจุไป ส่วนเรื่อง km ที่อาจารย์ยัดเยียดจุก็ศึกษา จุไม่เคยยอมเอามันมาเชื่อมโยง แต่ดูเหมือนอาจารย์จะหมกมุ่นอยู่กับ km

สุดท้ายที่กำลังจะจุขึ้นสอบ อาจารย์กลับมาอ่านอีกครั้ง

แล้วก็มองหน้าจุ แล้วก็เปลี่ยนชื่อวิทยานิพนธ์จุ ให้ไปศึกษาเรื่องศิลปกรรมเพิ่ม จุบอกอาจารย์ว่า งั้น km ก็เอาออกไป อาจารย์บอกไม่ต้อง จุก็ไม่ว่าอะไร แค่ยิ้มๆ

สัปดาห์ต่อมา อาจารย์อ่านงานของจุ แล้วก็โทร.หาจุ ให้จุแก้งาน แล้วก้บอกว่า จุต้องทำงานซับซ้อนกันนะ ตัด km ออกดีมั้ย

จุเลยบอกไปว่า จุบอกอาจารย์ตั้งแต่แรกแล้วว่า จุไม่เอา km


ตกลงทุกวันนี้ งานจุไม่ต้องหมกมุ่นกับ km แม้จะต้อง ศึกษาเรื่องสิลปกรรมเพิ่ม แต่จุสบายใจดี อาจจะเป็นเพราะว่า จุสามารถเอาชนะอาจารย์ได้มั้ง แม้จะต้องใช้เวลาก็ตาม


แต่งานของจุครั้งนี้ จุเชื่อมโยง km ลงไปด้วย แต่เชื่อมโยงในส่วนที่สำคัญเท่านั้น ไม่ใช่ km จ๋า และมันหลุดพ้นจากสภาวะยัดเยียด เลยทำให้มอง km อย่างเป้นมิตรมากขึ้น นั่นเพราะจุศึกษามันมาหลายเดือน รู้ว่าหลักการมันดี แต่คนชอบเด็ดยอดความคิดผลสำเร็จของมัน แทนที่จะเอาความคิดของมันไปปรับใช้ จุศึกษาในแบบของจุ ไม่ใช่ศึกษาในแบบที่ เหมือนกับลักษณะทุนนิยม ไม่รู้จะอธิบายยังงัย แต่ยังงัย ลิงค์ที่ให้ จะติดตามไปฟัง ณ บัดนี้


โดย: กระจ้อน วันที่: 22 มิถุนายน 2550 เวลา:8:40:41 น.  

 
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะที่บอกเรื่องของ ดร. วรภัทร์ ไปดาวน์โหลดมาแล้ว นานมากๆๆๆ แต่พอได้ฟังก็คุ้มค่ามากค่ะ ดีจริงๆ เลย

แล้วก็ แหม...เสียใจจัง ทำไมอาจารย์ไม่ช่วยลุงแกคะ คนกำลังเดือดร้อน
แต่ก็เข้าใจนะคะว่าอาจารย์ติดหนังอยู่ ถ้าขาดไปสักตอนจะไม่ต่อเนื่อง

ซออู้คิด ซอดองโย ช่อง 3 ตอน 6 โมงเย็น เสาร์อาทิตย์มากๆค่ะ แต่ก็มีเหตุการณ์ให้ต้องเสียสละหลายครั้ง ก็ยอมไม่ดูหนัง จนถึงวันที่หนังจบ กะว่าไม่ไปไหนแน่นอน ต้องรู้ให้ได้ว่าจะจบยังไง

อาจารย์เชื่อไหมคะ ใกล้ 6 โมง ก็เกิดเรื่อง นักศึกษาโทร. มาว่าให้ไปรับหน่อย ไม่มีรถกลับบ้าน เพราะรถประจำทางหมดแล้ว คือแกเที่ยวเพลิน ซออู้งี้ปิดบ้านไปรับเลย ตั้งไกลแน่ะ พอมาถึง ซอดองโย จบแล้ว
จนบัดนี้ยังไม่รู้เลยว่าวันที่จบน่ะเหตุการณ์เป็นยังไง
แต่ก็ดีใจที่ได้ช่วยคนให้มีความสุขขี้นค่ะ

เขาสุข เราก็สุขด้วย


โดย: ซออู้ วันที่: 23 มิถุนายน 2550 เวลา:13:13:49 น.  

 
สวัสดีค่ะ...

ไม่ได้มาเยี่ยมนานเลย ยังจำกันได้ไหมคะ



โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 23 มิถุนายน 2550 เวลา:14:33:10 น.  

 
ถูกทีเดียว...


โดย: ม่วนน้อย IP: 202.44.136.50 วันที่: 23 มิถุนายน 2550 เวลา:15:10:36 น.  

 




สวัสดีตอนเย็นๆของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


เคยห่วงยังไงก็ห่วงอย่างนั้น
ความผูกพันมีให้กันเสมอ
คอยรับรู้เฝ้าดูความเป็นไป
ของเธอทุกคืนวันไม่เสื่อมคลาย



** มีความสุขกับช่วงวันหยุดพักผ่อนนะจ้า **


น่าสงสารลุงคนนั้นจังเลย
แต่ก็อย่างว่าอะ คนเราจะช่วยอะไรก็ต้องเต็มใจช่วยมันถึงจะมีความสุขจิงอะป่าวอะจ้า

ว่าแล้วก้อย่าลืมตรวจดูหมอน้ำ แถมสายซารทไว้ในรถด้วยนะจ้า


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 23 มิถุนายน 2550 เวลา:23:58:35 น.  

 
โอเล่แวะมาอ่านค่ะคุณคนทับแก้ว


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 24 มิถุนายน 2550 เวลา:7:04:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.