"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
2 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
สมุย (IS)LAND FOR SALE

1 มิ.ย. 2549



จั่วหัวไว้ดุเดือดอย่างนี้ ใครที่เป็นคนสมุยหรือคนสุราษฎร์ฯ ก็อย่าเพิ่งเคืองกันนะครับ

ผมเพิ่งมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่เกาะสมุยกับคุณภรรยาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ผมเคยไปครั้งแรกและครั้งเดียวเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ครั้งนั้นไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่เรียนมัธยมด้วยกัน หลังจากที่ทุกคนรู้ผลสอบเอ็นทรานซ์กันหมดแล้วว่าใครจะได้ไปเรียนที่ไหน เหมือนเป็นการเที่ยวก่อนที่ต่างคนต่างจะแยกย้ายกันไปเรียนที่ใหม่ สมุยวันนั้นสะอาดสดใสไร้มลทินครับ เป็นความประทับใจครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว

ส่วนการไปครั้งนี้ ไปเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและลดระดับความเครียดจากการเรียน (ก่อนที่จะต้องกลับมาเครียดใหม่อยู่ดี...) ก่อนไปก็รู้สึกกังวลว่าอาจจะไปเห็นสภาพของสมุยที่ไม่เหมือนเดิม ผมไม่อยากเห็นสมุยในสภาพที่ผมเรียกเอาเองว่า "เจริญเกินไป" ไม่อยากเห็นสมุยในสภาพที่คล้ายกับพัทยาตามที่ได้ข่าวมา



ลงจากเรือเฟอรี่ข้ามฟากขนาดใหญ่ที่ท่าเรืออีกแห่งหนึ่งที่ไม่ใช่ท่าเรือหน้าทอนซึ่งเป็นท่าหลักแต่ดั้งเดิมของเกาะ เราเดินออกมาเพื่อมองหารถสองแถวแต่ไม่เห็น เห็นแต่รถแท็กซี่เหลืองแดงหลายคันกับรถตู้คันหนึ่งที่พี่คนขับเขาตะโกนถามมาว่าจะไปไหน เราบอกว่าจะไปที่หาดเชิงมนเพราะที่พักที่จองไว้อยู่ที่นั่น ส่วนพี่คนขับกำลังจะพาฝรั่งสี่คนไปส่งที่หาดเฉวง ตกลงราคากันได้ที่คนละ 200 บาท เพราะตามที่พี่คนขับบอก หากเรียกแท็กซี่อาจต้องจ่ายถึง 600 บาทเลยทีเดียว

ค่าแท็กซี่ 600 บาทนี่ ถ้าเป็นที่กรุงเทพฯ เราสามารถนั่งจากมุมหนึ่งของชานเมือง ทแยงมุมไปยังอีกมุมหนึ่งได้อย่างสบายๆ เลยทีเดียว แถมยังมีเงินเหลือพอที่จะนั่งเข้าไปยังใจกลางเมืองได้อีกเที่ยวหนึ่งด้วย

ผมเริ่มเหงื่อตกเล็กน้อย เพราะแววของค่าครองชีพที่สูงผิดธรรมดาเริ่มปรากฏให้เห็น

หาดเฉวงนั้นอยู่ทางตะวันออกของเกาะ จากท่าเรือที่อยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ หาดเฉวงจะถึงก่อนที่พักที่เราจะไป สภาพถนนที่หาดเฉวงนั้นช่างคล้ายกับที่พัทยาเสียจริงๆ ถนนแคบ แต่เต็มไปด้วยร้านค้าที่แย่งกันติดป้ายหน้าร้านสารพัดสี สารพัดขนาด รถบนถนนก็หนาแน่นมากและขับกันอย่างไม่ค่อยมีระเบียบ พี่คนขับรถตู้บอกว่าหลังจากห้าโมงเย็นเป็นต้นไป รถจะติดจนแทบจะไม่ขยับเขยื้อนเลยทีเดียว อย่าได้คิดจะขับรถเข้ามาเด็ดขาด ควรเดินอย่างเดียวเท่านั้น

ผมได้เห็นสิ่งที่ผมไม่อยากจะเห็นบนสมุยโดยไม่ต้องรอให้เนิ่นนาน สภาพความเจริญที่เจริญเร็วเกินไปจนกลายเป็นไร้ระเบียบที่กลัวว่าจะได้เห็น

หลังจากที่ฝรั่งทั้งสี่คนลงที่เฉวงไปแล้ว เราก็นั่งรถต่อไปยังหาดเชิงมนซึ่งอยู่ประมาณมุมขวาบนของเกาะ ระหว่างทางที่เป็นเนินเขาขึ้นๆ ลงๆ สลับกับเลียบเคียงชายหาดเป็นบางช่วงตั้งแต่ออกจากท่าเรือมา เราได้เห็นที่ดินติดป้ายขายอยู่ตลอดทาง แทบจะไม่มีที่ว่างที่ไหนที่ไม่มีป้ายขาย ป้าย "LAND FOR SALE" นั้นมีให้เห็นเกลื่อนไปหมด พี่คนขับรถตู้บอกว่า ช่วงหลังนี้คนสมุยขายที่กันเยอะเพราะได้ราคาดี ไร่หนึ่งก็ตกหลายสิบล้านบาท เขาเล่าต่อไปอีกว่า รายได้จากการขายที่นั้น คนสมุยก็เอาไปออกรถบ้าง ลงทุนทำสวนยางบนแผ่นดินใหญ่บ้างเพราะยางราคาดี แต่ส่วนใหญ่จะเอาไปเล่นการพนัน ทั้งชนควาย ตีไก่ กัดปลา พนันมวย จะหาคนที่เก็บเงินหรือเอาไปลงทุนออกดอกออกผลต่อกันนั้นน้อยมาก ยิ่งการทำมะพร้าวนั้นแทบจะไม่เหลือแล้ว ฟังพี่เขาแล้วก็ได้แต่ถอนใจครับ

สิ่งที่สะดุดใจผมมากก็คือป้ายขายที่ที่มีแต่ภาษาอังกฤษครับ หรือว่าผมไม่เห็นป้ายภาษาไทยก็ไม่ทราบ แต่ป้ายขายที่ทั้งหมดที่ผมสังเกตตลอดสองวันกว่าที่อยู่บนสมุยนั้นเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

ลองนึกดูครับว่าใครจะเป็นคนซื้อ พอถามพี่คนขับรถตู้ เขาก็ตอบว่าฝรั่งยังไงล่ะ พวกนั้นเขาใช้วิธีจดทะเบียนแต่งงานกับคนไทยก็ซื้อที่ได้แล้ว คิดแล้วก็ให้นึกน้อยใจว่าทำไมเราถึงไม่ค่อยหวงแผ่นดินเกิดกันก็ไม่รู้ ไม่ใช่เฉพาะบนเกาะนี้หรอกครับ เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ในระดับประเทศก็เห็นกันอยู่ไม่ใช่หรือ



วันรุ่งขึ้น เราก็เช่ารถเพื่อตระเวนเที่ยวรอบเกาะกัน จริงๆ อยากจะนั่งเรือไปเที่ยวที่หมู่เกาะอ่างทองหรือเกาะพงัน แต่เก็งสภาวะอากาศกันผิดไป นึกว่าจะครึ้มฟ้าครึ้มฝนเหมือนวันแรก รวมทั้งก่อนหน้านี้ฝนก็ตกเกือบทุกวัน ที่ไหนได้ แดดเปรี้ยงเลยครับ แต่ทำยังไงได้ เรือก็ไม่ได้จอง แถมรถก็เช่าเอาไว้แล้ว ก็เลยต้องเลยตามเลย

การได้ขับรถรอบเกาะก็ดีไปอย่างครับ ได้เห็นสภาพบ้านเมืองว่าเป็นอย่างไร ก็เป็นไปอย่างที่ผมไม่อยากเห็นนั่นแหละครับ เป็นสภาพที่เจริญเร็วเกินไป สิ่งปลูกสร้างต่างๆ เกิดขึ้นกันอย่างไม่มีระเบียบ ไม่มีการวางผังเมืองกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ไม่มีการแบ่งพื้นที่ว่าตรงไหนควรจะเป็นโรงแรมที่พัก ตรงไหนควรจะเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาศัย ตรงไหนควรจะเป็นพื้นที่ของกลุ่มร้านค้าพาณิชย์ต่างๆ ตรงไหนควรจะเป็นกลุ่มสถานบันเทิง ใครใคร่สร้างอะไรตรงไหนก็ทำกันไป

เห็นคนสมุยพูดกันว่าธุรกิจก่อสร้างนั้นทำเงินดีที่สุดเวลานี้ จริงเท็จประการใดก็ไม่ทราบได้

หาดทรายที่มีชื่อเสียงที่สุดทั้งสองหาด คือ หาดเฉวงและหาดละไม ก็คล้ายกับว่าจะเป็นหาดส่วนตัวของโรงแรมหรือรีสอร์ตที่สร้างอยู่ติดหาด โดยเฉพาะหาดเฉวงนั้นดูจะอาการหนักกว่า ที่หาดทั้งสองนั้นแทบจะไม่เหลือที่ว่างหรือหาดสาธารณะสำหรับคนที่มาเที่ยวแต่ไม่ได้พักอยู่ที่ที่พักริมหาดเหล่านั้น แม้แต่คนสมุยเองยังเล่าให้ฟังเลยว่า เคยโดนคนของโรงแรมมาไล่ให้ไปนั่งที่อื่นเพราะกลัวว่าถ้าแขกฝรั่งลงมาแล้วจะไม่มีที่ว่าง ฟังแล้วสะท้อนใจยังไงชอบกลนะครับ

ตกลงแล้ว ที่ที่ผมประทับใจที่สุดในการตระเวนเที่ยวรอบเกาะกลับเป็นที่วัดแหลมสอที่อยู่ตอนล่างสุดของเกาะ ที่วัดไม่มีอะไรเลยครับ มีเจดีย์ริมหาดหนึ่งองค์ มีเจดีย์บนเขาหนึ่งองค์ แล้วก็โบสถ์รูปเรืออีกหนึ่งหลัง แต่บรรยากาศที่วัดนั้นสงบแล้วก็ไม่มีความวุ่นวายเหมือนสถานที่ต่างๆ บนเกาะที่ได้ขับรถผ่านมา แล้วอีกประการหนึ่งก็คือ ที่วัดไม่มีฝรั่งด้วยครับ

เรื่องนักท่องเที่ยวที่มีแต่ฝรั่งนี้ก็เป็นสิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนเหมือนกัน ทั้งขาไปและขากลับ ไม่ว่าจะเป็นบนรถโดยสารระหว่างสถานีรถไฟกับท่าเรือดอนสักบนฝั่งสุราษฎร์ หรือบนเรือข้ามฟาก ผมว่ามีคนไทยไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ครับ โดยเฉพาะขากลับนี่ มีเราแค่สองคนที่เป็นคนไทย (เหลือไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์แล้วครับ) นอกนั้น ฝรั่งล้วนๆ

คิดในแง่ดีก็ดีครับ เพราะเงินทองจะได้ไหลเข้าประเทศ แต่อีกแง่หนึ่ง ผมก็กลัวว่าอีกหน่อย สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็อาจจะไม่ต้อนรับคนไทยเหมือนบางแห่งที่เราได้ยินข่าวกันมาก็เป็นได้ โชคดีที่บนสมุยยังไม่มีความรู้สึกแบบนั้นครับ ผู้คนยังคงมีอัธยาศัยไมตรีต่อคนไทยด้วยกันเป็นอย่างดี มีแต่โรงแรมหรือรีสอร์ตสองสามแห่งที่เราเข้าไปขอข้อมูลเท่านั้นที่มองเราด้วยสายตาแปลกๆ และไม่ต้อนรับ ก็หวังว่าอัธยาศัยที่ดีต่อคนไทยด้วยกันจะยังคงเป็นอยู่อย่างนี้ตลอดไป ไม่ว่าสมุยจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนก็ตาม

พูดถึงอัธยาศัยไมตรีของคนสมุย จุดที่ประทับใจอีกจุดหนึ่งในการไปเที่ยวครั้งนี้ก็คือ การที่ได้นั่งดื่มน้ำชาเย็นๆ ที่ร้านกาแฟเล็กๆ ตรงทางที่จะเข้าไปดูหินตาหินยาย ไม่ใช่ร้านกาแฟหรูๆ แบบที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วประเทศหรอกครับ เป็นร้านกาแฟแบบที่เราเรียกกันว่ากาแฟโบราณ (เป็นชื่อที่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไร เพราะผมไม่เห็นว่ากาแฟแบบนี้มันจะโบราณคร่ำครึตรงไหน) มีโต๊ะชงชากาแฟเล็กๆ หนึ่งโต๊ะ กับโต๊ะเล็กๆ ให้ลูกค้านั่งอีกสองสามโต๊ะตั้งอยู่ชานบ้านเท่านั้น เรากับเจ้าของร้านนั่งคุยกันอยู่นานพอสมควร คุยกันถึงสภาพสังคมความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไป ทัศนคติในการใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป ความฟุ้งเฟ้อที่เข้ามาเยือนบนเกาะ และอื่นๆ อีกจิปาถะ พอดีว่าเจ้าของร้านนั้นเป็นคนสมุยและอยู่สมุยตั้งแต่เกิด ก็เลยได้คุยย้อนไปถึงบรรยากาศความสงบสวยงามเมื่อครั้งแรกที่มาเยือนได้อย่างออกรสออกชาติ



เห็นผมเขียนถึงสิ่งที่ไม่ดีหลายอย่าง แต่ก็ไม่ใช่ไม่ประทับใจสมุยแต่อย่างใด หาดทราย ท้องฟ้า และทะเล ก็ยังคงสวยงามอยู่เหมือนเดิม ความมีไมตรีต่อผู้มาเยือนของคนสมุยก็มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

เพียงแต่จะต้องระวังสภาพบ้านเมืองรอบข้างที่เปลี่ยนไป ไม่ให้รุกล้ำเข้าไปรบกวนธรรมชาติที่เป็นของทุกๆ คน

เพียงแต่คนพื้นที่ที่แน่นอนว่าบางส่วนจะต้องทำมาหากินเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวจากการให้บริการนักท่องเที่ยว ไม่ให้ผู้ที่มาเยือนรู้สึกว่าถูกขูดรีดหรือเอาเปรียบจากค่ากิน ค่าอยู่ และค่าเดินทางที่สูงจนเกินไป

ก็อยู่ที่เราจะเลือกมองและเลือกที่จะรักษาไว้นั่นแหละครับ หากเลือกมองและเลือกเก็บรักษามุมที่ดีเอาไว้ เกาะสมุยก็ยังคงน่าอยู่น่าเที่ยวอยู่ครับ

วันหน้าหากมีโอกาส (และมีทรัพย์พอ...) ก็จะแวะเวียนไปเที่ยวสมุยอีก



Create Date : 02 มิถุนายน 2549
Last Update : 2 มิถุนายน 2549 11:36:46 น. 17 comments
Counter : 998 Pageviews.

 
ไม่ใช่เป็นสมุยอ่ะ..แต่ชอบไปสมุยมากกก
แต่ตอนนี้ฝันไปก่อน..
กลับเมืองไทยครั้งหน้าต้องไปย่ำทะเลอุ่นๆๆทีสมุยแน่นอนค่ะ


โดย: นัตโต้ IP: 59.146.150.221 วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:12:09:57 น.  

 
เกาะสมุยนี่ ไม่อยู่ในหัวเลยค่ะ ว่าจะไป จุไม่ชอบทะเล
และก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่า เพราะอะไร?


ถ้าเลือกได้ จุจะไม่เลือกไปทะเล แต่ถ้าได้ไป ก็เที่ยวเต็มที่กับมันค่ะ

เรื่องที่เล่าๆ มา ความเจริญก็เหมือนดาบสองคมนะคะ


โดย: กระจ้อน วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:12:31:43 น.  

 
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ เพิ่งไปมาเมื่อกลางเดือนที่แล้ว นึกว่าหลงอยู่พัทยา โรงแรมสร้างใหม่แทบจะเกยกันเลยแหละ เสียดายนะคะ เกาะของเมืองไทย แต่เจ้าของส่วนใหญ่กลายเป็นต่างชาติซะนี่ ค่าครองชีพก็สูง แต่ยังงัยก็รักเมืองไทยนะคะ


โดย: อุ๊ IP: 202.57.147.17 วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:14:31:05 น.  

 
เข้าใจเลยค่ะ

ทุกครั้งที่เราไปภูเก็ตกับสมุยเราจะรู้สึกเหมือนคุณเลย

ชอบเพลงที่เอามาแปะที่บล็อกวันนี้มั่กๆ

นึกถึงตอนไปดูคอนเสิร์ตเบิร์ทกะฮาร์ทเลย


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:14:33:40 น.  

 
ยังไม่มีโอกาสไปเลยค่ะเกาะสมุย

จะว่าไปเรา หลังๆเรารู้สึกเบื่อๆกับพฤติกรรมบางด้าน
ของบางคนที่ชอบโขกและเอาเปรียบคนไทย
แต่เอาใจฝรั่งปานเทพเจ้า



โดย: keyzer วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:14:56:55 น.  

 
เห็นด้วยกับอาจารย์ค่ะ สมุยโตเร็วมาก ๆ ได้ไปสมุยมาเมื่อปีที่แล้ว โดยขับรถไปเอง เที่ยวทั่วเกาะ สมุยเปลี่ยนไปเยอะ คนไทยก็เหลือน้อย แผ่นดินไม่รู้ว่าใครครอง นี่ลูกศิษย์ไปทำงานที่นั่นหลายคน จากที่ภาษาไม่คล่อง เดี๋ยวนี้คล่องมากค่ะ ชวนให้ไปเที่ยวอยู่ทุกสุดสัปดาห์
ต้องทำใจนะคะอาจารย์ เมืองท่องเที่ยวของชาติอื่น ไม่ใช่ของคนไทยเราแล้ว น่าเสียดายนะคะ


โดย: ซออู้ วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:16:36:48 น.  

 
มีเพื่อนไปทำงานเป็นลูกจ้างฝรั่งอยู่ที่สมุย เงืนเดือนดีแต่ค่าครองชีพแพงมาก


โดย: brasserie 1802 วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:23:17:04 น.  

 
อ่านด้วยความหดหู่ใจครับ...


โดย: นายเบียร์ วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:23:47:11 น.  

 
ถ้ามีตังค์จะไปซื้อที่ริมหาดสมุยค่ะ


โดย: mam IP: 202.5.80.117 วันที่: 3 มิถุนายน 2549 เวลา:11:46:18 น.  

 

ผมไปมาเมื่อ 2 อาทิตย์ บอกกับตัวเองเลยว่าจะไม่ไปที่นั่นอีก เเพงทุกอย่าง หรั่งทั้งเกาะ
ไปเที่ยวที่อื่นดีกว่า......ดีกว่ากันเยอะ..


โดย: kicksan IP: 61.7.137.99 วันที่: 3 มิถุนายน 2549 เวลา:16:53:59 น.  

 

น้ำท่วมปากเลยเรา

เรื่องที่เขียนมีส่วนจริงอยู่เยอะครับ แต่จะไม่ว่าร้ายบ้านตัวเองก็แล้วกันนะครับ

สมัยตั้งแต่เด็กเลย ที่เกาะไม่เคยมีผังเมือง การเจริญเติบโตของเกาะ เกิดขึ้นเพราะคนแผ่นดินใหญ่เห็นว่า ที่นี่มีหาดขาว ทรายละเอียดสวย จึงมาเที่ยวเกาะกันเยอะ ความเจริญจึงเริ่มขยายตัวสเปะสปะเกิดขึ้น โดยจัดการกันเองจากชาวบ้านที่ขาดการเรียนหนังสือระดับสูงๆ

คนเรียนเก่งจะไม่มีใครอยู่ที่เกาะหรอกครับ (เกาะเป็นสถานที่ที่เงียบ ลมอ่อนๆ ไม่มีคลื่น แล้วตอนเด็กๆ ผมก็ไม่ได้คิดจะลงว่ายในทะเลเลย เพราะไม่มีเพื่อนคนไหนเขาอยากลงว่ายกัน) คนเรียนเก่ง เขาจะเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยปิดในกรุงเทพทั้งนั้นครับ พวกเรียนเก่งจะทยอยเข้ากรุงเทพจำนวนมากๆทุกปี (จะว่าเป็นการประกวดประขันระหว่างพ่อแม่กันก็ได้)

สรุปตอนนี้ก่อน คือคนที่อยู่บนเกาะตอนแรกๆนะครับ คือคนที่เรียนน้อย ไม่สามารถเรียนต่อ

การขยายตัวของเกาะ จึงทำกันแบบตามที่ใจและตามที่ความคิดแคบๆของคนที่อยู่บนเกาะ (ไม่เคยไปเห็นรูปแบบดีๆที่ไหน)

ทีนี้ทางฝ่ายอำเภอ ผมว่าเขาก็คงไม่เก่งด้วยแหล่ะ จึงไม่รีบออกกฎระเบียบ เรื่องผังเมือง ทำให้ใครอยากจะทำอะไร ก็ทำกัน เพราะเป็นเจ้าของที่ดิน

ต่อมา คนจากแผ่นดินใหญ่ ก็หลายจังหวัดอยู่ เริ่มจะนำเงินมาซื้อสวน บ้าน และที่บริเวณแถวหาด ชาวบ้านซึ่งเรียนน้อยที่ไม่เคยทำธุรกิจ(ทำแบบลองผิดลองถูก) ก็เลยเบื่อ เลยขายที่ดินของตน เพื่อตนจะได้ตามเข้ามาอยู่ในกรุงเทพ ตามอย่างคนที่เขาเรียนเก่ง และเขาได้งานทำกันในกรุงเทพ

หากคนทับแก้ว คุยกับคนขับรถตู้ คนขายกาแฟดีๆ อาจจะได้คำตอบว่า เขาก็เป็นอีกคนที่อยากจะไปกรุงเทพ อยากไปเกือบทั้งนั้น

คุณพ่อคุณแม่ผม พี่น้องที่เกิดมาพร้อมกับผม อยู่กรุงเทพ เพื่อนของผม เพื่อนของพี่ผม เพื่อนของน้องผม และญาติของผมทุกคน ก็อยู่กรุงเทพ

วกมาถึงยุคปัจจุบัน หลังจากผังเมืองเริ่มจะไร้ทิศทาง และคนที่มาเป็นเจ้าของที่ดิน ไม่ใช่คนเกาะโดยแท้ (อาจจะเป็นคนใต้ แต่เป็นคนใต้ที่ย้ายมาจากทางสุราษฎร์ นครฯ ชุมพร ….คนเกาะแท้ๆ ไม่ค่อยมีหรอกครับ)

หากถามถึงทางอำเภอ ทางจังหวัด ช่วยออกกฎระเบียบเรื่องผังเมืองแค่ไหน คงขอพูดว่า น้อยมากครับ เพราะหากจะทำจริงๆ ต้องลงทุนปฏิวัติทั้งเกาะกันเลย

คราวนี้ บนเกาะน่ะ มี อบต. การปกครองท้องถิ่น ไง แต่กรรมการก็มาจากนักธุรกิจที่ย้ายมาจากที่อื่น ก็คือคนที่เขา มีรีสอร์ต มีธุรกิจนำเที่ยว มีภัตตาคาร มีธนาคาร มีร้านอุปกรณ์ก่อสร้าง

ฉะนั้น จะให้เกาะสมุยเจริญแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น ตัวอย่างง่ายๆ ห้ามมีฟูลมูนปาร์ตี้ ยังงี้ กรรมการอบต. ที่ไหนเขาจะยอม

สิ่งที่คนทับแก้ว และคนอื่นๆอาจจะคิดถาม คือคนเรียนเก่งๆน่ะ ไปไหน ทำไมจึงไม่กลับไปช่วยบ้านเกิด

โฮะโฮะ สมควรตาย …..ไม่มีใครอยากกลับครับ

ผมถามญาติพี่น้อง ผมถามเพื่อนๆแล้ว ไม่มีใครบอกจะกลับสักคน

เออ แล้วคนทับแก้วคิดว่า ศุ บุญเลี้ยงจะกลับ มั๊ย?

ปัญหาเรื่องนิสัยคนเกาะ นิสัยแบบนี้ จะมีเหมือนที่ไหนบ้างเนี่ย?

บ้านผม (ขอโทษทีบ้านแม่) ให้คนอื่นเช่า สวนผลไม้ของแม่ ให้คนอื่นเช่า บ้านญาติ สวนของญาติ ถ้าไม่มีใครเช่าก็ปิดครับ

ญาติทางฝ่ายพ่อ มี9คนพี่น้อง บางคนมีที่ดินเยอะครับ แต่ก็ไม่มีใครอยู่เกาะครับ

อย่างที่แหลมสอ เจดีย์ที่คนทับแก้วเห็นนั่น

นั่น เงินบริจาครายใหญ่ จัดสร้างโดย ก๋งของสิน

แถวแหลมสอ ที่ทางแถวนั้น อาหญิงของสินเป็นเจ้าของหลายโฉนดครับ แต่ให้ชาวบ้านเขาเช่า แล้วอาหญิงก็ไปอยู่กับลูกชายที่เรียนจบเมกา อยู่ที่สุราษฎร์ครับ ลูกชายอีกคนเป็นหมออยู่ที่สุราษฎร์เช่นกัน

เขียนยาว คงจะเครียดแล้ว

ไปเชิงมน คนทับแก้วพักที่ พีเอสวิลล่าเหรอ? แถวนั้นราคาถูกเนาะ แต่น้ำทะเลขุ่นไม่น่าว่ายเลย พื้นจะเป็นโคลน แถวนั้นจะเหมาะกับคนมีรถขับครับ เพราะนานๆรถสองแถวจึงจะเข้าไปส่งที ไม่เหมือนแถวเฉวง ละไม แม่น้ำ บ่อผุด ซึ่งมีสองแถวผ่าน และน้ำทะเลกับหาดจะดีกว่า

เรื่องค่าครองชีพแพง อันนี้เรื่องจริงครับ

เพราะบนเกาะเดี๋ยวนี้ไม่มีนาปลูกข้าว ตอนเด็กๆแถวตลิ่งงาม และแถวหน้าเมือง ยังจะพอมีทำนาบ้าง ตอนนี้ข้าวต้องสั่งซื้อเข้าไป

ตอนนี้ผักต้องสั่งซื้อเข้าไป เนื้อหมู เนื้อไก่ และของทะเลก็ต้องสั่งซื้อเข้าไป (ของทะเลสั่งมาจากสงขลาบ้าง กันตังบ้าง บางทีก็จากสมุทรสาคร)

น้ำมัน น้ำตาล เสื้อผ้า ทุกอย่างแหละครับต้องสั่งซื้อเข้าไป

บนเกาะ พวกมะพร้าวก็ต้นแก่มากแล้ว พวกต้นหนุ่มๆที่ปลูกภายหลัง ก็นำไปขายเป็นลูกมะพร้าวอ่อน หรือทำเป็นน้ำตาลมะพร้าว จึงแทบจะไม่ค่อยมีวัตถุดิบอะไรบนเกาะมากนัก คล้ายๆกับจะเป็นฮ่องกง สิงคโปร์ อยู่แล้ว ทำให้ทกอย่างแพง คงจะคล้ายๆเกาะเสม็ดน่ะ

โฮะโฮะ คนน้ำท่วมปาก เข้ามาเมนต์…..ซะยาว


โดย: yyswim วันที่: 4 มิถุนายน 2549 เวลา:1:32:36 น.  

 




สวัสดีตอนบ่ายๆของ อุดรธานี นะจ้า


คิดถึงจริง คิดถึงจัง
ห่วงใยจริง ห่วงใยจัง
ห่วงใยใคร คิดถึงใคร
ถ้าไม่ใช่ ...เธอ..เพื่อนที่แสนดี





** มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงเสมอนะจ้า **



ต้องขอโทษด้วยนะจ้าที่ไม่ได้มาเล่นด้วยหลายวัน แต่ว่า วันนี้จอมแก่น
มาเล่นด้วยแล้วน๊าจ้า..


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 5 มิถุนายน 2549 เวลา:15:18:34 น.  

 
บ้านเรามีอะไรหลายอย่างที่น่าเสียดายค่ะ

อาจเป็นเพราะเราร่ำรวยทรัพยากรเกินไปมั้งคะ ก็เลยไม่คิดจะจัดการอะไรกันตั้งแต่แรก ก็เลยเละอย่างที่เห็นๆ กันอยู่

เราก็อิจฉางานคุณเหมือนกันนะคะ

เพราะเราน่ะอยากสอนนักเรียนจะตาย

สนใจรับอาจารย์พิเศษสอนการท่องเที่ยวมั้ยคะ? (แต่เอ..ศิลปากรไม่มีสาขานี้ใช่ปะคะ)


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 7 มิถุนายน 2549 เวลา:10:08:42 น.  

 
ถ้าจุแวะเวียนมาอีกที หวังใจว่า อาจจะมี bg ใหม่ๆ ประดับ บล็อกคุณ คนทับแก้ว นะค๊า





แวะมาแซวเล่น


โดย: กระจ้อน วันที่: 7 มิถุนายน 2549 เวลา:20:50:04 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมครับ เผื่อจะโดนต่อว่าที่เมนต์ซะยาว


โดย: yyswim วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:12:01:40 น.  

 
ไม่ค่อยได้มาทักทาย จะไม่ว่ากันนะคะ

ใกล้บอลโลกแล้ว รักษาสุขภาพนะคะ



โดย: keyzer วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:20:52:03 น.  

 
เพื่อนซออู้ไปได้แฟนอยู่เกาะสมุย โทร.มาชวนหลายครั้งแล้ว เมื่อบ่ายนี้ก็ชวนให้ไปเที่ยวสมุย จะเลี้ยงให้เต็มที่ แต่ก็ห่วงเรื่องบอลโลก แล้วก็จะเริ่มสอนวันเสาร์ อาทิตย์แล้ว
อีกอย่างหนึ่งกลัวว่าจะไปเจอสิ่งที่ไม่ประเทืองอารมณ์ของเกาะ ใจหายนะคะที่เกาะดี ๆ เปลี่ยนไป ยิ่งรู้เรื่องจากคุณสิน ยิ่งเสียใจมากขึ้นเลยค่ะ
หวังว่าอาจารย์จะสบายดีนะคะ
ดูบอลโลกแล้ว อาจารย์เขียนวิจารณ์บ้างซิคะ ซออู้ว่าอาจารย์เป้นนักวิจารณ์ได้ดีมากค่ะ


โดย: ซออู้ วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:22:48:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.