"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
16 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 
อยู่ด้วยกันได้

16 มี.ค. 2549


"อ้าว! ไอ้สน ออกไปไหนมาวะ แต่เช้าเลย" วิทย์เอ่ยปากถามขณะที่สนกำลังเดินเข้าประตูบ้านมา

"ข้าออกไปใส่บาตรไง ก็ที่ข้าชวนเอ็งเมื่อวานเย็นแล้วเอ็งบอกว่าขี้เกียจไป" สนตอบ

"เออว่ะ ข้าลืม" วิทย์พึมพำแล้วหันกลับไปดูข่าวในโทรทัศน์ต่อ


วิทย์ สน มาก และชินเป็นเพื่อนนักศึกษาที่เรียนอยู่ต่างคณะกัน แต่ทั้งสี่คนเช่าบ้านใกล้ๆ มหาวิทยาลัยอยู่ด้วยกันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย


"ทำไมเวลาข้าชวนเอ็งไปใส่บาตรทีไร เอ็งไม่เห็นจะเคยไปสักครั้งเลยวะ" สนถามบ้าง

"ก็ข้าเคยบอกแล้วไง ข้าไม่ได้ใส่บาตรมานานแล้ว เพราะข้าทำใจไม่ได้ ถ้าเกิดพระที่เราใส่บาตรเป็นพระที่ดีก็ดีไป แต่ถ้าเกิดพระรูปนั้นเป็นพระที่ไม่ดี ข้าก็คงรู้สึกแย่ กลายเป็นว่าข้าไปส่งเสริมคนไม่ดีทางอ้อม" วิทย์อธิบาย

"เอ็งนี่คิดมากเกินไปแล้ว เราใส่บาตรก็ได้บุญตอนที่ใส่นั่นแล้ว ไม่เกี่ยวกับพระที่มารับบาตรว่าจะประพฤติตัวดีหรือไม่ดีสักหน่อย มันจบไปตั้งแต่ตอนที่ใส่บาตรแล้ว" สนว่าพลางเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง

"เออ ข้าก็รู้ แต่ข้าทำใจไม่ได้นี่หว่า" วิทย์พูดไล่หลัง


ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม มากกับชินกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดแล้ว มากกลับไปบ้านที่อยู่ทางใต้ตั้งแต่ปิดเทอมวันแรก ส่วนบ้านของชินนั้นอยู่ทางภาคเหนือ เขากลับไปหลังจากมากหนึ่งวัน


สนเดินกลับออกมาจากห้องพร้อมด้วยเป้ใบเล็กสะพายอยู่ข้างหลัง มือกำถุงเท้าไว้คู่หนึ่ง

"เอ็งไม่ไปที่หน้าทำเนียบกับข้าจริงๆ เหรอ" สนถามวิทย์ขณะที่กำลังนั่งลงเพื่อใส่ถุงเท้า

"ไม่ไปหรอก ก็ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่ได้ใส่บาตรมานานแล้ว" วิทย์อมยิ้มแบบมีเลศนัย สายตายังคงไม่ละจากข่าวในโทรทัศน์

"เอ๊ะ ไอ้นี่ ถามดีๆ กลับตอบกวนประสาท ถามเรื่องหนึ่งดันตอบไปคนละเรื่อง"

"ข้าพูดเรื่องเดียวกัน ข้าหมายถึงว่าข้าก็อยากไปกับเอ็งนะ แต่ข้าไม่ไว้ใจพวกห้าหกคนที่อุปโลกน์ตัวเองขึ้นมาเป็นหัวหน้าผู้ชุมนุม ไม่รู้ว่าเขามีเจตนาแอบแฝงอะไรหรือเปล่า บางคนทำมาหากินอะไรก็ไม่รู้ เห็นหน้ากันก็เฉพาะตอนที่บ้านเมืองวุ่นวาย บางคนก็เคยเป็นพวกเดียวกับคนที่เขากำลังไล่มาก่อน วันดีคืนดีกลับมายืนอยู่คนละข้าง บางคนเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ แต่แถลงแทนประชาชนทั้งประเทศเฉยเลย"

"เอ็งนี่อุตส่าห์โยงเรื่องพระเรื่องเจ้ามาเข้ามาหาเรื่องการเมืองจนได้ คุยกับเอ็งแล้วเวียนหัวทุกที ชอบโยงเรื่องโน้นเรื่องนี้มาเป็นเรื่องเดียวกันไปหมด ที่ข้าไปนี่ข้าไปเพราะตัวข้าเองเชื่อว่ากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวกับคนที่เป็นผู้นำกลุ่มสักหน่อย ก็เหมือนที่ข้าใส่บาตรนั่นแหละ ข้าเชื่อว่าข้าได้บุญไปแล้วตั้งแต่ตอนใส่ ส่วนพระจะดีไม่ดีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ข้าไม่สนใจ" สนโยงเรื่องเข้าหากันบ้าง


สนใส่ถุงเท้าเสร็จแล้วแต่ยังไม่ลุกไปไหน ยังคงนั่งคุยกับวิทย์ต่อ

"แล้วเอ็งกะว่าจะไปชุมนุมกับเขาสักกี่วันล่ะ ไม่คิดจะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่บ้างหรือไง" วิทย์หันมาถาม ข่าวการชุมนุมในโทรทัศน์ยังคงรายงานออกมาอย่างต่อเนื่อง

"ข้าเตรียมเสื้อผ้าเผื่อไว้สองสามวันว่ะ ถ้าไม่โทรมเกินไปก็อาจจะอยู่ต่ออีกสักวันสองวัน แต่สงสัยว่าข้าจะเหม็นเน่าซะก่อนน่ะสิ แล้วเอ็งล่ะ ไม่กลับบ้านหรือไง"

"ข้าลืมบอกไป ข้าจะไปช่วยอาจารย์ทำงานวิจัยสักเดือนหนึ่งก่อนว่ะ หารายได้พิเศษน่ะ แค่นี้พ่อแม่ก็เหนื่อยแย่แล้ว ช่วยแบ่งเบาได้สักหน่อยก็คงจะดี อย่างน้อยก็ได้ค่ากินค่าอยู่สักเดือนสองเดือนก็ยังดี" วิทย์หันกลับไปดูข่าวต่อ

"เออ เอ็งนี่ดีนะ เดี๋ยวเสร็จจากไปร่วมชุมนุม ข้าก็จะกลับมาเก็บของแล้วก็ว่าจะกลับบ้านเหมือนกัน ไปช่วยพ่อแม่ข้าขายของที่บ้านบ้างดีกว่า"


สนลุกขึ้นไปที่หน้าประตูบ้าน คว้ารองเท้าผ้าใบคู่เดียวที่มีอยู่มาสวม

"แน่ใจนะว่าเอ็งไม่เปลี่ยนใจ ไปกับข้าก่อนแล้วค่อยกลับมาเริ่มงานกับอาจารย์วันมะรืนก็ยังทันน่า" สนชวนเพื่อนคุยต่อ

"ไม่เอา ข้ามีวิธีแสดงออกของข้าอยู่แล้ว ไว้วันเลือกตั้งข้าก็ไปกาช่องไม่เลือกใคร แค่นี้ก็เหมือนกับเป็นการประท้วงแล้ว" วิทย์ยักคิ้วให้กับสนอย่างอารมณ์ดี

"ตามใจเอ็ง เออ... ว่าแต่ไอ้สองคนนั่นมันคิดยังไงบ้างวะเรื่องนี้ ว่าจะชวนไปชุมนุมเป็นเพื่อนกันสักหน่อย ดันหนีกลับบ้านไปซะก่อน"

"ไอ้ชินมันก็ยังเหนียวแน่นกับฝั่งเดิมแหละว่ะ มันว่าคนบ้านเดียวกัน ทำประโยชน์ให้ชาติมาก็เยอะ ทำผิดบ้างก็น่าจะให้อภัยกันได้ ซึ่งข้าว่ามันออกจะหลับหูหลับตานิยมกันเกินไปหน่อย ส่วนไอ้มาก เห็นมันว่ายังไม่รู้ว่าจะออกไปเลือกตั้งหรือเปล่า กลับบ้านเที่ยวนี้มันจะไปฟังผู้แทนมันปราศรัยก่อน"

"เออ... ก็ต้องแล้วแต่มันแหละว่ะ ความคิดใครก็ความคิดมันแหละนะ เจอกันอีกทีสงสัยตอนใกล้ๆ เปิดเทอมโน่นเลย"

"ไม่รู้ว่าเรื่องมันจะจบยังไงเหมือนกันนะ หลังเลือกตั้งไปแล้วจะเป็นยังไงก็ไม่รู้"

"เออว่ะ ถ้าเกิดการชุมนุมได้ผลสำเร็จขึ้นมาจริงๆ แล้วเขาจะทำยังไงกันต่อไป ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"


ขณะที่สนกำลังจะปิดประตูบ้าน

"เฮ้ย ไอ้วิทย์ เอาไว้อีกสองสามวันข้ากลับมาแล้ว เอ็งกับข้าไปนั่งกินเหล้ากันที่ร้านอาเฮียตรงปากซอยกันดีกว่า ปิดเทอมนี้ยังไม่ได้ฉลองกันเลย ติดทำธุระเพื่อบ้านเมืองนี่ซะก่อน ส่วนไอ้สองคนนั่น เอาไว้ค่อยกินกันก่อนเปิดเทอมอีกรอบ" สนว่าพลางยิ้มพลาง

"ได้เลยเพื่อน อีกสามวันเจอกัน ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน ถ้าเห็นท่าไม่ดีเอ็งก็รีบหลบออกมาก่อน ยังไงก็กลับมาให้ครบสามสิบสองละกัน อย่าลืมว่าเอ็งกับข้าเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคตนะโว้ย"

"ครับพี่ครับ แหม...เอ็งนี่ ทำเหมือนข้าเป็นเด็กๆ ไปได้ แล้วค่อยเจอกันโว้ย ข้าไปก่อนล่ะ"



Create Date : 16 มีนาคม 2549
Last Update : 16 มีนาคม 2549 10:40:43 น. 31 comments
Counter : 375 Pageviews.

 
ถ้าทุกคนใจกว้างแบบนี้ เคารพความเห็นซึ่งกันและกัน มันก็มีความสุขที่จะอยู่ร่วมกัน บางคนคุยเรื่องการเมือง โกรธกันเลยนะครับอาจารย์ ...แย่เลย ...


โดย: POL_US วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:11:16:03 น.  

 
มาอ่านค่ะ

ตัวเองก็อยู่ในสังคมคล้ายๆ อย่างนี้เหมือนกัน


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:11:26:28 น.  

 
แวะมาอ่านครับ


โดย: ชายคา วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:11:33:43 น.  

 
โอเล่ป่าวอ่านค่ะ แต่แวะมาหาค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:12:00:28 น.  

 
คุณ POL_US... ผมไม่กล้าคุยเรื่องการเมืองกับใครเลยครับ ทะเลาะกันจริงๆ แหละครับ

ถึงผมจะแค่นึกสนุก อยากจะเขียนอะไรแบบที่เขียนนี้บ้าง แต่สิ่งที่ผมคิดไปในขณะที่เขียนก็อย่างที่พี่ว่าแหละครับ อยากให้เราเปิดใจให้กว้าง รับความเห็นที่แตกต่างกันได้ ในขณะเดียวกัน เวลาที่เราแสดงความเห็น ก็ต้องนึกถึงความคิดจิตใจของคนอื่นด้วย

ผมได้ดูรายการถึงลูกถึงคนเมื่อสักสองสามคืนก่อน ที่ อ.ปรัชญา (ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นอธิการบดีของ มสธ.) มาออกรายการในฐานะตัวแทนของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ผมชอบสิ่งที่อาจารย์เขาพูดไว้จริงๆ ครับ ชัดเจน (จะไม่ชัดก็ตอนที่คุณสรยุทธแกพยายามจะอธิบายซ้ำอีกนั่นแหละครับ...) ประณีประณอม และเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ไม่ต้องมีใครเสียหน้าให้ใครด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าทุกฝ่ายจะคิดยังไงนะครับ (ก็ขนาดประธานองคมนตรีออกมาเตือนสติ ต่างฝ่ายก็ยังเอาไปตีความเข้าข้างตัวเองกันอีก ป่านนี้ท่านคงคิดว่าไม่น่าออกมาพูดเลยตู...)

คุณสาวไกด์ฯ... เหมือนกันเลยครับ แต่ผมว่าก็คงจะมีคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันนี้อีกหลายคน ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะยอมรับความแตกต่างกันได้มากน้อยแค่ไหน

คุณชายคา... สวัสดีครับ แวะไปอ่านที่บล็อกแล้วเหมือนกันครับ เห็นด้วยกับสิ่งที่เขียนครับ

คุณโอเล่... ยินดีต้อนรับเสมอครับ


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:13:30:45 น.  

 
เขียนเป็นเรื่องสั้นบ้างก็แปลกตาดีค่ะอาจารย์
ไม่เครียด ไม่เป็นวิชาการเกินไป อ่านไปก็ขำไป
แต่แฝงข้อคิด ปรัชญาชีวิตในคำพูดของแต่ละคน

ทั้งสี่คนต่างมีเส้นทางดำเนินชีวิตของตนเอง แต่ทั้งหมดก็อยู่ร่วมกันได้ เพราะเปิดใจกว้างยอมรับความคิดของแต่ละคน ไม่บังคับให้แต่ละคนคิดเหมือนตัวเอง

นี่เป็นวิถีการดำเนินชีวิตที่ผู้ใหญ่บางคนน่าจะหวนระลึก และเก็บไปคิด ยอมรับและให้เกียรติในความเป็นคนของทุกคน แล้วชีวิตและสังคมก็จะมีความสุข


โดย: ซออู้ วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:13:55:12 น.  

 
ก็คงเป็นไปตามสภาวะของความแตกต่าง หลากหลายในสังคมมนุษย์ล่ะครับ


โดย: กุมภีน วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:14:10:06 น.  

 



โดย: erol วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:14:29:51 น.  

 
แวะมาอ่าน นานาจิตตังนะค่า


โดย: ไ่่ก่ย่างคุกกี้กรอบหมีชอบหมด วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:18:44:09 น.  

 
คุณซออู้... เป็นการลองของ (เขียน) น่ะครับ สนุกดีเหมือนกัน

คุณกุมภีน... เป็นอย่างนั้นแหละครับ ยอมรับความแตกต่างกันได้ ทุกอย่างก็จบ

คุณ erol... วาสนามันดีนะ มีคนไปจัดฟันให้มันด้วย ไม่ใช่ถูกๆ นะนั่น

คุณก้างใหญ่ เอ้ย ไก่ย่างฯ... นั่นคือประเด็นของผมล่ะครับ


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:19:11:27 น.  

 
ชวนไปฟังเพลงของ "นกแล" กันครับ วันก่อนได้ฟังทางโทรทัศน์ ฟังแล้วชอบมากเลยครับ น่ารักทั้งเสียง ทั้งเนื้อร้อง ทั้งทำนอง เด็กๆ ตำหนิผู้ใหญ่บ้างก็น่ารักดีครับ

ผู้ใหญ่กะโปโล - นกแล


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:19:16:08 น.  

 
ช่วงนี้ จุถนอมปาก ถนอมคำ ในชีวิตจริงค่ะ

เพราะถ้าพูดถึงเรื่องการเมือง ไม่จุปากแตก ก็ ....คนอื่นหัวแตก


สิ่งเดียวที่เป็นของจุในตอนนี้คือ...ความคิดค่ะ
เพราะงั้น จุต้องรักษามันไว้ ไม่ให้ใครชักจูงง่ายๆ
และที่สำคัญ


ก็ไม่ปล่อยให้มันเพ่นพ่าน ผ่านปากหาเรื่องของจุ


มีคำพูดหนึ่งของคาริน ยิบราน ที่บอกว่า

คำพูดบางคำ เป็นแค่เศษขนมปังที่หล่นอยู่บนโต๊ะเลี้ยงความคิดเท่านั้น



โดย: กระจ้อน วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:20:52:40 น.  

 
ขอขอบคุณในน้ำใจและคำอวยพร และขอให้พรนั้นๆ จงส่งผลให้คุณมีพลานามัยดี สมหวังในทุกสิ่งที่มั่นหมายค่ะ


โดย: Tinglish วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:23:21:16 น.  

 
น่านจิ๊ แค่กากบาทไม่เลือกใครก็ถือว่าเป็นการประท้วงแระ คุงย่าก็ว่าจะทำแบบนั้นเหมือนกาน
จารย์ช่างสังเกตอ่า ในรูปเป็นถนนต้นสนก่อนถึงวงเวียน
ยังไม่รู้ว่าเพื่อน ๆ จะมาวันไหนกันแน่ ระหว่างวันที่ 8 กับ 9 พค. ตอนนั้นจารย์ยังสอบไม่เสร็จอีกหรอคะ ม่ายเปงรายคุงย่าขยันชวนเพื่อน ๆ มาแอ่วนครปฐมอยู่แล้น แบบว่า proudly present จ.นครปฐมสุดริดอ่านะ
แล้วจารย์ไปกินข้าวต้มร้านอ้วนตรงแถวทุ่งพระเมรุรึยังเอ่ย?


โดย: คุณย่า วันที่: 17 มีนาคม 2549 เวลา:7:20:58 น.  

 
ผ่านมา....
แวะอ่าน
รอดูตอนจบครับว่าจะเป็นยังไง หักมุม เลือดท่วมจอ แฮปปี้เอนดิ้ง
ขอให้เป็นอย่างหลังเถิดนะครับ


โดย: gutofmadness วันที่: 17 มีนาคม 2549 เวลา:7:54:01 น.  

 
สั้นดีมีคุณภาพดีครับ อ่านแล้วเข้าใจแบบไม่ต้องตีความเลย


สังคมไทยได้พัฒนามาถึงเวลาของการเลือกข้างแบบประเทศตะวันตกแล้วกระมัง ต่อไป อีก10-20ปีอาจยิ่งรุนแรงกว่านี้...ความใจกว้างในการอยู่ร่วมกัน คุยกันด้วยเหตุผลยังไงก็จำเป็นต้องปลูกฝังให้กำกับไปด้วยกัน ด้วย...


โดย: นายเบียร์ วันที่: 17 มีนาคม 2549 เวลา:10:32:58 น.  

 
ผมชอบประโยคนี้จังเลยครับ "This too shall pass." อ่านแล้วนึกถึงเรื่อง "แหวนโซโลมอน" ...... ถ้ามีเวลา ครูทิงลองเข้าไปอ่านดูนะครับ แหวนโซโลมอน จากคอลัมน์คุยกับประภาส
คูทิง: เป้นคำสอนคุณย่าตั้งแต่เราจำความได้ 7-8 ขวบได้มังคะ เรื่องที่ให้อ่านค่อนข้างต่างจากที่เราเรียนมาจากทั้งที่โรงเรียนและทางบ้าน เพราะเราเข้าใจว่า Solomon’s ring เป็น mystic ring ที่มี 8 เหลี่ยม มีมาก่อน King Solomon เพราะทรงให้หา ทำให้นึกได้ว่าตอนคุณย่าเสียเมือ่ 20 ปีที่แล้ว หนังสือในห้องสมุดได้ตกทอดไปหลายที่ และมีส่วนหนึ่งที่ส่งมาอยู่ในเมืองไทย มีสองสามเล่มที่เขียนเรื่อง rings พวกนี้ ขอเวลาสืบว่าอยู่ที่ท่านผู้ใดแล้วจะหาทาง scan ดูกันนะคะ ตอนนี้ flashback กลับไป 40 กว่าปี เห้นเป้นเส้นขีดแบบบนทรายเป้นวงกลม pentagon และมี symbols ข้างในยุ่บยั่บ ยิ่งพูดสมองชักเปื่อย Let me get back to you when I could figure out a way to make myself clear and not be an embarassment to smyself in public.


โดย: Tinglish วันที่: 17 มีนาคม 2549 เวลา:10:54:55 น.  

 
มาเม้นท์ก่อน ค่อยไปฟังนกแล...

เป็นไอเดียที่ดีครับสำหรับความร่วมมือกันในการสร้างเครื่องมือ

ซึ่งถ้าจะให้เป็นผลชัดเจนก็คงต้องคุยกันอย่างจริงจังอ่ะครับผมว่า

ตอนนี้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆสำหรับงานทางโบราณคดี
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือสนามหรือเครื่องมือในห้อง Lab สำหรับการวิเคราะห์หลักฐานแต่ละประเภท

ส่วนใหญ่ก็ต้องสั่งซื้อ นำเข้าจากต่างประเทศแบบที่อาจารย์เข้าใจนั้นแหละครับ

แต่ตอนนี้ เครื่องมือบางประเภททางภาควิชาโบราณคดี
ลองเอาแบบ จาก Text ของต่างประเทศไปให้ทางบริษัทบางบริษัทลองดู
และให้เค้าประเมินว่าพอจะผลิตได้มั้ย
ก็สามารถผลิตได้ในบางประเภทครับ
ส่วนมากเป็นเครื่องมือประเภทเครื่องกลอ่ะครับ
ที่สามารถทำเลียนแบบเค้าได้ ซึ่งช่วยลด cost ได้เยอะทีเดียว
(แต่ก็เสียวๆ เรื่องสิทธิบัตรอยู่เหมือนกัน แหะ แหะ)

เรื่องความร่วมมืออ่ะ ผมเห็นด้วยนะครับ
ยังไง จะลองเอาเรื่องนี้ไปแจ้ง หน.ภาคฯ หรือ คณบดี
เผื่อจะเป็นโครงการที่เป็นจริงขึ้นมาได้


โดย: กุมภีน วันที่: 17 มีนาคม 2549 เวลา:11:32:04 น.  

 
คอมพ์ผม เปิดนกแลไม่ได้
ชอบความคิดที่คนทับแก้วเขียน แถมอ่านเมนต์ของทุกคนด้วย ดีครับ มีความคิดอิสระแบบผู้ใหญ่


โดย: yyswim วันที่: 17 มีนาคม 2549 เวลา:12:48:08 น.  

 
คุณจุ... ผมก็เหมือนกันครับ ผมแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่บล็อกของตัวเองที่เดียวครับ ที่บล็อกของท่านอื่นหรือในชีวิตประจำวัน ผมสงวนท่าทีเป็นอย่างมาก กลัวปากแตกเหมือนกัน

ได้ข่าวว่ามีบางคนทะเลาะกันจนถึงฆ่ากันตายก็มี น่าเศร้าใจกับการที่คนเราปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือสติจริงๆ

คุณครูทิง...

คุณย่า... ยังไม่ได้ไปร้านนายอ้วนเลยครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่รังสิตเป็นส่วนใหญ่น่ะครับ ไปนครปฐมแค่อาทิตย์ละวันเอง

คุณ gutofmadness... อยากให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกันครับ

คุณเบียร์... นั่นสินะครับ ทำอย่างไรเราถึงจะสามารถอยู่ร่วมกันในความแตกต่างได้ ทำไมที่ผ่านมาคนไทยเราถึงทำได้นะ แต่ตอนนี้กลับทำท่าว่าจะทำไม่ได้เสียแล้ว...

คุณกุมภีน... ถ้าเป็นจริงขึ้นมาได้ก็ดีน่ะสิครับ ผมจะลองไปคุยกับที่ภาคหรือที่คณะผมดูเหมือนกัน เริ่มจากการคุยกันนอกรอบก่อน ถ้าเห็นทางว่าเป็นไปได้ล่ะก็ ก็อาจจะได้ทำกันอย่างเป็นจริงเป็นจังกันก็ได้

คุณพี่สิน... วันนี้ผมก็ฟังไม่ได้แล้วเหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อวานเย็นยังฟังได้อยู่เลย


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 17 มีนาคม 2549 เวลา:13:44:17 น.  

 
นั่นสินะ ได้ข้อคิดจริงๆครับ

การยอมรับตัวเองและคนอื่นและการเปิดใจให้กว้างนั้น หายากมากครับในทุกวันนี้

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่บล็อกนะครับ

ตอนนี้แม่ผมออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ผมก็ยังไม่ค่อยไว้ใจครับ เพราะหมอที่นี่ไว้ใจไม่ได้จริงๆเลย ผมคงต้องพาแม่ไปตรวจอีกรอบอย่างแน่นอนครับ

แต่ตอนนี้ต้องมาเคลียร์เรื่องซ่อมรถ ซึ่งรถแม่ผมที่ทางนั้นเอาไปซ่อม เขาซ่อมไม่ค่อยดี แม่ผมต้องเอามาซ่อมอีกเยอะเลย และเรื่องคู่กรณีซึ่งไม่ยอมรับผิด น่าปวดหัวมากครับ ลูกชายของคนที่ชนแม่ผมเป็นตำรวจก็มาเบ่งๆ สารวัตรที่รับเรื่องแม่ผมก็เข้าข้างกัน จะให้แม่ผมผิดซะนั่น ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาบอกผมว่าทางนั้นผิดแน่นอน ให้ยายคนนั้นรับผิดไปซะ แต่ตอนนี้ดันมาพูดแบบนี้ ผมละปลงจริงๆครับ

แต่ยังไงก็ตาม ผมไม่เคยยอมครับ เป็นไงเป็นกัน เอาให้ถึงที่สุด ดัดสันดานคนแบบนี้ซะหน่อย


ตอนนี้ผมก็ดันมาไม่สบายซะอีก คงเพราะเครียดมากไปน่ะครับ แย่เลย


ปล. เพลงเพราะมากๆๆๆๆๆๆครับ ฟังแล้วสบายใจมากๆเลย ขอบคุณครับ


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 20 มีนาคม 2549 เวลา:22:54:23 น.  

 
เฮ้อออออ ขอบคุณที่เอามาให้อ่านค่ะ

คนไทยเหมือนกันเนอะ


โดย: กระบุงกระหนุงกระหนิง วันที่: 21 มีนาคม 2549 เวลา:7:04:35 น.  

 
เดินเข้ามาเยี่ยมครับ ข้างนอกร้อนแดด


โดย: yyswim วันที่: 21 มีนาคม 2549 เวลา:13:56:26 น.  

 
วิทย์กะ สน 2 คนนี้ ยังไม่ไปไหนเหรอคะ สงสัยคุยเรื่องการเมืองไม่เสร็จ อิอิ


ปล. จุกำลังหาค่ายชกอยู่ค่ะ


โดย: กระจ้อน วันที่: 21 มีนาคม 2549 เวลา:18:59:44 น.  

 
มาดูอาจารย์ค่ะ ว่าออกไปเดินขบวนกับเขาหรือเปล่า แล้วอาจารย์อยู่ฝ่ายไหน หวังว่าจะไม่ขึ้นเวทีผิดเหมือนคุณเอกชัย นักร้องปักษ์ใต้นะคะ

แล้วเด็กสี่คนนั่นจะกลับมาเรียนเมื่อไหร่คะ ว่าง ๆ เอาเรื่องเขามาเขียนอีกนะคะอาจารย์


โดย: ซออู้ วันที่: 21 มีนาคม 2549 เวลา:19:58:35 น.  

 
สิ่งที่ลุ้นระทึกสิ่งหนึ่งคือการเรียกแท๊กซี่จากถนนราชดำเนินค่ะ
เพราะแท๊กซี่จะถามตลอดว่ามาชุมนุมหรือเปล่า (สงสัยหน้าให้ + ทำเลเหมาะสม)


โดย: rebel วันที่: 21 มีนาคม 2549 เวลา:23:11:54 น.  

 


โดย: erol วันที่: 22 มีนาคม 2549 เวลา:3:02:30 น.  

 
สวัสดีอีกรอบนะคะ

ขอบคุณที่ไปแลกเปลี่ยนความเห็นกันค่ะ

เราว่า มาคุยการเมืองกันได้ก็ที่บล็อกนี่แหละค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 22 มีนาคม 2549 เวลา:8:36:32 น.  

 
คนค้นคนตอนนี้ อยากทุบยัยแนนซี่จริงๆค่ะ แต่งหน้าซะหน้ากลัว จะว่าไปเขาคงไม่รู้ผิด ชอบ ชั่ว ดี จริงๆ แหละ

โอ้ยยยยยยยย


โดย: แอโร IP: 61.91.171.188 วันที่: 22 มีนาคม 2549 เวลา:21:10:48 น.  

 
มาเยี่ยมอาจารย์ค่ะ
เห็นเงียบหายไป สงสัยไปร่วมขบวนกับเขาแน่เลย
เพราะตอนนี้นักวิชาการเริ่มออกหน้ากันแล้ว
ที่ปักษ์ใต้นี่ยังเงียบ ๆ อยู่ค่ะ
แต่ก็มีจับกลุ่มสนทนากันประปรายแล้ว
นี่ต้องทำงานถึงสิ้นเดือนนะคะ
ไม่เช่นนั้น ไม่มีวันอยู่ที่นี่แน่
เพราะใจไปอยู่ กทม.กับพวกเขานานแล้ว
ฮา...


โดย: ซออู้ วันที่: 23 มีนาคม 2549 เวลา:11:42:59 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมครับ


โดย: yyswim วันที่: 23 มีนาคม 2549 เวลา:12:15:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.