"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
22 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
รหัสลับดาวินชี หนังสนุกที่ถูกวิจารณ์หนัก

22 พ.ค. 2549



เพิ่งได้ไปดูหนังเรื่อง รหัสลับดาวินชี หรือ The Davinci Code มาเมื่อวานนี้ครับ หลังจากที่ได้ทราบว่าหนังจะไม่ถูกตัดก็เลยตัดสินใจไปดู เป็นหนังที่สนุกใช้ได้เลยทีเดียวครับ เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ เป็นเรื่องจับแพะชนแกะ ที่โยงเอาจินตนาการ ความเชื่อ การตีความส่วนบุคคล ผูกเข้ากับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ได้อย่างแนบเนียนดีทีเดียว (แต่คนที่ศึกษาด้านประวัติศาสตร์หรือคริสตศาสนามาอาจจะไม่เห็นว่าแนบเนียนตรงไหน)

เห็นคนที่อ่านหนังสือแล้วบอกกันว่าหนังสือสนุกกว่าหนัง ก็ต้องรออ่านหนังสือซึ่งซื้อมาเป็นชาติแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาอ่านสักทีอีกทีหนึ่ง

ที่ลืมเสียไม่ได้ ก็ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่กำหนดให้ต้องระบุคำเตือนทั้งก่อนและหลังการฉายภาพยนตร์ว่า หนังเรื่องนี้สร้างมาจากนิยายซึ่งเป็นจินตนาการของผู้แต่งล้วนๆ หาใช่เรื่องจริงและสามารถนำไปอ้างอิงไม่

นี่ถ้าไม่ได้ข้อความเหล่านี้ ประกอบกับวุฒิภาวะของคนไทยทั้งประเทศในสายตาของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ (โดยเฉพาะกระทรวงวัฒนธรรม) คนไทยทุกคนก็คงจะเชื่อหัวปักหัวปำกันไปแล้วว่าเรื่องราวในหนังคงจะเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน



โดยส่วนตัวแล้ว ผมก็ชอบดูหนังที่เล่นกับความเชื่อส่วนบุคคลแบบนี้อยู่เหมือนกัน ผมรู้สึกว่ามันท้าทายให้คิดและออกกำลังสมองดี ได้เห็นมุมมองของผู้สร้างหนังหรือผู้เขียนหนังสือที่คิดหรือตีความแตกต่างออกไปจากคนส่วนใหญ่หรือความเชื่อเดิมๆ ที่สืบทอดกันมา

หนังไทยที่เคยเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่งอย่าง 15 ค่ำ เดือน 11 หรือหนังที่จัดว่าเป็นหนังวิทยาศาสตร์ แต่ผมกลับมองว่าเป็นหนังประเภทที่นำเสนอมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับความเชื่อของคนเราอย่างเช่น Contact, Missions to Mars หรือ Signs ที่ผมเคยเขียนถึงเมื่อนานมาแล้ว ก็เป็นหนังที่ชวนให้คิดที่ผมชอบเอามากๆ เรียกว่าดูซ้ำอีกกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เพราะได้คิดตามและเกิดความคิดใหม่ๆ ทุกรอบที่ดู

หนังสือที่จัดอยู่ในกลุ่มของเรื่องเขย่าขวัญอย่างหนังสือญี่ปุ่นชุด ริง, สไปรัล และ ลูป ก็เป็นหนังสือที่ผมคิดว่าจริงๆ แล้วน่าจะจัดเป็นหนังสือวิทยาศาสตร์เสียมากกว่า เพราะเป็นจินตนาการในเชิงชีววิทยาที่ท้าทายทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน รวมไปถึงกฎของเมนเดลโน่นเลยทีเดียว เพียงแต่ผู้แต่งเขียนให้เป็นเรื่องในแนวเขย่าขวัญ ใครที่ดูหนังเรื่อง The Ring ที่สร้างโดยฝรั่งนั้น ขอให้ทราบว่าเนื้อเรื่องต่างไปจากหนังสืออย่างคนละเรื่องเลยทีเดียว



เคยได้ดูหนังที่ไม่ค่อยดังอย่าง Stigmata ที่กล่าวถึงการค้นพบแผ่นหนังที่จารึกข้อความที่ว่ากันว่าเป็นพระวัจนะของพระเยซู ที่หากเผยแพร่ออกไปแล้ว อาจจะลดทอนความสำคัญของคริสตจักรลงไป ผมว่าหนังเรื่องนี้ก็ทำได้สนุกดี



เนื้อเรื่องคร่าวๆ ก็คือ พระผู้ใหญ่ที่ค้นพบและต้องการเผยแพร่ข้อความนี้ถูกฆาตกรรมโดยพระผู้ใหญ่ด้วยกันในคริสตจักร เนื่องจากเกรงว่าคริสตจักรจะหมดความสำคัญลงไป วิญญาณของพระที่ต้องการเผยแพร่ข้อความก็เลยต้องหาวิธีสื่อสารและดึงความสนใจจากผู้คนบนโลกด้วยการสร้างเหตุการณ์ที่เรียกว่า "Stigmata" ขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นี้หมายถึง อาการที่จู่ๆ คนก็มีแผลห้าจุดเกิดขึ้นบนร่างกายตรงกับตำแหน่งแผลบนร่างของพระเยซูเมื่อทรงถูกตรึงกางเขนก็คือ ที่ข้อมือสองจุด (บ้างก็ว่าที่ฝ่ามือ) ที่ข้อเท้าสองจุด และที่สะโพกซึ่งถูกหอกแทงอีกหนึ่งจุด แผลทั้งห้าแห่งก็จะมีเลือดไหลอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่แปลกก็คือ คนจะไม่เป็นอะไร ไม่เกิดอาการเลือดไหลจนหมดตัวหรือแม้กระทั่งร่างกายอ่อนแอลงไป ที่แปลกยิ่งกว่านั้นก็คือ เลือดที่ออกมาจะมีกลิ่นหอมคล้ายดอกไม้ และบางครั้งก็จะไม่หยดลงในทิศทางเดียวกับแรงโน้มถ่วงของโลกอีกด้วย

ก็เป็นเรื่องลึกลับที่เกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาคริสต์ที่ยังไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายกันได้ สำหรับคนที่อยากจะรู้เรื่องโน้นเรื่องนี้ไปหมด (ยกเว้นเรื่องของชาวบ้านเขา) อย่างผม ผมชอบที่จะได้ยินเรื่องพวกนี้ และชอบที่จะฟังเหตุผลที่ผู้คนต่างพยายามศึกษาแล้วนำมาอธิบายกัน

จริงๆ แล้วข้อความที่หนังจับมาเป็นประเด็นหลักที่ถึงกับจะต้องมีการฆาตกรรมกันก็ไม่ได้เป็นความเชื่อที่ขัดแย้งรุนแรงอะไรถึงขนาดนั้น ลองอ่านข้อความบนแผ่นหนังนั้นดูไหมครับ

"The kingdom of God is inside you and all around you... Not in mansions made from wood and stone. Split a piece of wood and I am there. Lift a stone and you will find me...."

แปลด้วยความเข้าใจของผมก็ประมาณนี้

"อาณาจักรแห่งพระเจ้านั้นอยู่ในตัวท่านและรอบๆ ตัวท่าน... ไม่ได้อยู่ในสิ่งก่อสร้างที่ทำจากไม้และหิน. จงแกะชิ้นไม้ดูแล้วเราจะอยู่ที่นั่น. จงยกก้อนหินขึ้นแล้วท่านจะพบเรา..."

เห็นไหมครับว่า เนื้อความก็ไม่ได้รุนแรงอะไรถึงขนาดจะต้องมีการฆาตกรรมกันเกิดขึ้นในหมู่พระผู้ใหญ่ของคริสตจักร แต่หนังก็เป็นหนังล่ะครับ ก็ต้องทำให้มันดูเกินเลยไปเพื่ออรรถรสในการชม



ในหนังเรื่อง รหัสลับดาวินชี ออกจะรุนแรงในความขัดแย้งของความเชื่อมากกว่าหนังเรื่อง Stigmata อยู่มาก เพราะไปเล่นกับความเชื่อในตัวตนของพระเยซูว่าทรงเป็นพระเจ้าหรือทรงเป็นมนุษย์ธรรมดาที่เป็นผู้นำสารจากพระเจ้านั่นเลยทีเดียว โดยเฉพาะช่วงที่ตัวละครในเรื่องช่วยกันตีความภาพ อาหารค่ำมื้อสุดท้าย หรือ The Last Supper ของลีโอนาโด ดาวินชี นั้น ทำเอาผมอึ้งไปเลย ดูไปก็ต้องพึมพำกับตัวเองไปว่า "คิดไปถึงขนาดนั้นได้ยังไง (วะ)"

ส่วนตัวผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากครับ เห็นว่าหนังก็คือหนัง เป็นความเชื่อส่วนบุคคลหรือเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น จะว่าไปแล้ว ถึงแม้ว่าคนบางกลุ่มอาจจะเชื่อจริงๆ ว่าพระเยซูทรงเป็นมนุษย์ที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือแม้กระทั่งมีรักกับอิตถีเพศได้ แต่ถ้าเชื่ออย่างนั้นแล้ว ยังคงยึดมั่นในคำสอนของพระองค์ ยังคงทำดีต่อสังคมและเพื่อนมนุษย์ ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร

เหมือนกับที่ชาวพุทธบางส่วนมองเห็นพระพุทธเจ้าเป็นเทพเจ้า มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ ในขณะที่บางส่วนก็มองพระพุทธเจ้าว่าเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งที่มีสติปัญญาเหนือคนธรรมดา ที่สามารถมองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิตและธรรมชาติ แล้วก็เผยแผ่ความรู้ที่ค้นพบนั้นแก่คนทั่วไป

ใครจะเชื่อแบบไหนก็เป็นสิทธิของคนนั้น ตราบใดที่ทุกคนยังคงทำความดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น และทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่สังคมบ้างตามกำลังและโอกาส จะเชื่ออย่างไรก็คงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาทำร้ายกันหรือบังคับให้คนที่คิดต่างกันต้องหันมาเชื่อเหมือนกับเรา

ผมเองยังเคยคิดเลยว่า บางทีเทพเจ้าต่างๆ ที่คนโบราณเชื่อกัน ไม่ว่าจะเป็นคนกรีก คนอินเดีย คนจีน หรือคนป่าคนเถื่อนทั้งหลาย ที่จริงแล้วเกิดจากคนฉลาดบางคนที่อุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อให้คนอื่นๆ ลดความกลัวต่อความรุนแรงของปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ หรือยิ่งไปกว่านั้น คนฉลาดพวกนั้นอาจจะอุปโลกน์เรื่องเทพเจ้าขึ้นมาเพื่อจะได้ปกครองคนอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น หรือบางที เทพเจ้าต่างๆ นั้นอาจจะมีอยู่จริงก็ได้ ใครจะไปรู้



หนังที่สร้างขึ้นมาท้าทายหรือสวนกระแสความเชื่อเก่าๆ ที่เชื่อสืบเนื่องกันมา ถ้ามองในแง่หนึ่งก็คงจะต้องมีการออกมาต่อต้านกันอย่างที่เห็น แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง หนังเหล่านั้นก็เป็นเพียงสิ่งที่จะมาทำให้เราได้ออกกำลังสมอง ได้เห็นมุมมองหรือจินตนาการใหม่ๆ เป็นครั้งคราวไป เพียงแต่คนที่ดูหนังจะต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองเชื่อ เชื่อมั่นในการทำความดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้าง และที่สำคัญ ต้องยอมรับในความแตกต่างของความคิดและความเชื่อของแต่ละคนให้ได้ เพราะนั่นคือเสน่ห์และความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับทุกสิ่ง ก็เท่านั้นเอง



หมายเหตุ:
มีประโยคหนึ่งในตอนท้ายของหนังที่ ศ.แลงดอน พูดกับ โซฟี ว่า "What matters is what you believe." ผมว่ามันคล้ายกับประโยคในหนังเรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11 ที่หลวงพ่อท่านพูดว่า "เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ" เลยครับ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะประโยคนี้หรือเปล่า ตอนนี้คุณเก้งแกเลยถูกพิษหมากเตะเล่นงานเอา สงสารแกเหมือนกันครับ เพราะเชื่อในฝีมือการทำหนังของแกและทีมงานว่าแกคงไม่ทำอะไรให้เป็นที่เสื่อมเสียต่อเพื่อนบ้านของเรามากมายนัก แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ เข้าใจในความรู้สึกของเพื่อนบ้านเราเช่นกัน




Create Date : 22 พฤษภาคม 2549
Last Update : 22 พฤษภาคม 2549 19:34:32 น. 30 comments
Counter : 2030 Pageviews.

 
อยากดูจัง

เอ่อ ว่างแล้วเหรอคะ


โดย: mungkood วันที่: 22 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:11:32 น.  

 




สวัสดีตอนบ่ายของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


เจ้าดอกกุหลาบช่อนี้เอ๋ย
ข้าฝากความคิดถึง ห่วงใยไว้กับเจ้า
ช่วยนำความคิดถึง ห่วงใยไปหาเค้า
ให้เค้ารู้ว่าข้า ..คิดถึง ห่วงใย..ไม่เสื่อมคลาย


** ขอให้เป็นวันที่ดีๆของคุณนะจ้า **


อยากชวน จขบ ไปดูด้วยจังเล้ยยยอะจ้า


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 22 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:28:35 น.  

 
มากันเร็วดีแท้นะ สองคนข้างบนเนี่ย ...

ยังไงก็ขอบคุณหลายๆ ครับที่ยังอุตส่าห์แวะมาเยี่ยม ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เขียนอะไรใหม่ๆ ตั้งเกือบสามอาทิตย์แล้ว


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 22 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:40:12 น.  

 
ไปดูมาเหมือนกัน เป็นดั่งตั้งใจไว้เลยว่า คงไม่ค่อยจะเข้าใจเนื้อหาซักเท่าไร ก็เป็นจริงดั่งคาด


โดย: แป้งแดง วันที่: 22 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:54:51 น.  

 
ยังตัดสินใจอยู่ค่ะ ว่า จะไปดูดีมั้ย


โดย: กระจ้อน วันที่: 22 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:55:00 น.  

 
ดูไปแล้ว ไม่ชอบน่ะค่ะ
อาจเป็นเพราะอ่านหนังสือมาก่อน
ว่าจะอัพบล็อกเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน


โดย: grappa วันที่: 22 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:27:50 น.  

 
อิจฉาคนที่ได้ดูเรื่องแล้วจังเลย

ไม่รู้เราจะได้มีโอกาสดูป่าวนะ


โดย: Malee30 วันที่: 22 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:39:51 น.  

 
สิ่งที่ powerful ก็คือคำว่า Believe ของมนุษย์นี่แหล่ะ


โดย: ladybear วันที่: 23 พฤษภาคม 2549 เวลา:0:15:26 น.  

 
ยังไม่ได้ไปดูเลยครับ

หาเวลาว่างยังไม่ได้ กะว่าน่าจะซักภายในสัปดาห์นี้คงได้ดู

ผมอ่านหนังสือมาแล้ว..ก็กลัวเหมือนกันนะ

กลัวจินตนาการของผู้สร้าง-กำกับหนัง

จะออกมาไม่เหมือนกับจินตนาการของเรา ตอนอ่านหนังสือ

ไว้ไปดูมาแล้ว จะมาคุยแลกเปลี่ยนกันนะครับ


โดย: กุมภีน วันที่: 23 พฤษภาคม 2549 เวลา:8:39:01 น.  

 




สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


ฝากฟากฟ้าดูแลยามเธอเหงา
หากเธอเศร้ากอดเธอไว้ในความฝัน
ให้รอยยิ้มแต่งแต้มทุกคืนวัน
และกระซิบสั้น-สั้น คิดถึง ห่วงใย เธอ - -


** ขอให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงเสมอนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 23 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:02:12 น.  

 
ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้เลยค่ะ
เท่าที่อ่านที่อาจารย์เขียน ทำให้นึกอยากจะไปดูมั่งจัง
เมื่อไรเขาจะเข้ามาฉายที่ต่างจังหวัดบ้างนะคะ
ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน อาจารย์รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: ซออู้ วันที่: 23 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:53:45 น.  

 
ซื้อหนังสือมาแล้วค่ะ อ่านไปได้นิดหน่อย ยังไม่มีเวลาอ่านแบบยาว ๆ เดือนหน้าลูกชายไปเรียนเต็มเวลาคงจะอ่านจบซักที
ที่จำได้ที่เราเรียน ๆ กันมาพระเยซูเป็นศาสดาของศาสนา แล้วก็เป็นมนุษย์เหมือนเรา ๆ ไม่ใช่ God นี่นา


โดย: คุณย่า วันที่: 24 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:20:55 น.  

 
ไง..มาออกหมากเตะนะ คุณพี่เก้ง

เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ"



โดย: erol วันที่: 24 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:43:49 น.  

 
555555 9 เดือนงดอัพบล็อก จุก็เล็งๆ อยู่เหมือนกันว่า คงมีใครแซวแน่เลยว่า หนีคลอด


จุจะไปเรียนต่อนะคะ ขี้เกียจอัพ แต่ ก็ ยังแวะเวียนดูบล็อกเพื่อนๆ เหมือนเดิมแหละคะ

ไม่ได้บอกว่าปิดบล็อกซักหน่อย จริงๆ เรื่องเขียนมีเยอะ แต่เวลาเขียนแล้ว มันติดงัยคะ อ่านคนนั้น เม้นท์คนนี้ น่าจะ ควบคุมเวลาได้ดีกว่า


โดย: กระจ้อน วันที่: 24 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:47:12 น.  

 




สวัสดีตอนบ่ายของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


ฝากสายลมแสนไกลฝากไปหา
บอกเขาว่าฉัน คิดถึง ห่วงใย
ฝากไออุ่นแห่งความห่วงหา อาทร
ให้รู้ว่าเธอเป็นหนึ่งในหัวใจของ แสนซน


** ขอให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงเสมอนะจ้า **




โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 24 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:14:50 น.  

 
ยังไม่ได้อ่านบลอกนะคะ เพราะอาจจะไปดูเรื่องนี้

ขอบคุณนะคะ


โดย: rebel วันที่: 24 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:08:11 น.  

 
เขียนได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ จะแวะเวียนมาอ่านเรื่อย ๆ นะคะ


โดย: โอปอ IP: 58.8.168.147 วันที่: 25 พฤษภาคม 2549 เวลา:0:08:09 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณทับแก้ว ดีใจที่ไม่เยี่ยมที่บล๊อกนะคะ เรื่อง The Letter แนะนำว่าทำใจให้ว่างก่อนค่อยดูค่ะ จะได้ไม่อินตามหนังจนเกินไป เพราะว่าค่อนข้างเศร้า สะเทือนใจ ไม่เหมือนหนังเรื่อง ดาวินชี่ฯ

ยิ่งถ้าได้ดูกับคนรัก เราว่าจะดีมากๆ เลยค่ะ

มีความสุข และ รักษาสุขภาพนะคะ




โดย: Malee30 วันที่: 25 พฤษภาคม 2549 เวลา:14:41:35 น.  

 
เจ๊ว่า เรื่องเล่นกับความเชื่อของคนหมู่มากเนี่ย เล่นยาก ยิ่งถ้าความเชื่อนั้นเป็นที่เคารพแล้วละก็
อย่างเรื่อง Stigmata ตอนเจ๊ดูนะ เจ๊คิดว่า ที่พระรูปที่โดนฆาตกรรม น่ะ เพราะ พระวจนะ ของพระเยซู ที่สอนให้เชื่อเรื่องความเรียบง่ายนี่แหละ ซึ่งทำให้พระผู้ใหญ่ที่โลภในของกำนัลไม่พอใจ ถ้าหากทุกคนหันไปปฏิบัติด้วยตัวเอง โบสถ์ จะขาดรยได้
เท่าที่เคยอ่านนะ ความคิดนี้ คนที่คิดได้เป็นพระเยอรมัน ที่ไม่ค่อยพอใจ การขายใบผ่านสู่สวรรค์ ของสำนักสันตปาปา ในยุคกลางด้วยราคาที่แพงมาก น่ะจ้ะ (แบบว่าเคยอ่านนานแล้ว จำไม่ค่อยได้ ว่าเหตุการณ์จริงๆเป็นอย่างไร ผิดถูกขออภัยจ้ะ เจ๊แก่แล้ว)


โดย: นางกอแบกเป้ วันที่: 25 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:42:55 น.  

 




สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


ฝากความห่วงใย
ผสมกับความคิดถึง
ไปถึงเธอคนห่างไกล
ฝากรอยยิ้มที่มีให้
มอบแด่เธอเพื่อน Bloggang.



** ขอให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงเสมอนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 26 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:11:33 น.  

 
สวัสดีวันครบ ๑๐๐ ปี ชาตกาลท่านพุทธทาสค่ะ
ปีนี้เป็นปีสำคัญของท่าน แล้วอาจารย์ก็ได้ไปเยี่ยมแผ่นดินเกิดของท่านในวันนี้
เวลารถไฟผ่านไชยา โปรดระลึกถึงท่านด้วยค่ะ
ขอให้อาจารย์มีความสุขกับท้องทะเลปักษ์ใต้และเดินทางกลับปลอดภัยตลอดเส่นทางนะคะ


โดย: ซออู้ วันที่: 27 พฤษภาคม 2549 เวลา:11:01:49 น.  

 




สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


เวลาเปลี่ยน..... อะไรอะไรก็เปลี่ยน
เป็นกฎของการหมุนเวียนบนโลกใบนี้
แต่มีบางสิ่งที่ยังอยู่คงดี
ไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลาที่หมุนเวียนไป
นั่นคือความคิดถึงจากฉัน
ที่ยังคงมั่นไม่ว่าจะนานแค่ไหน
ยิ่งนานก็ยิ่งรู้สึกถึงความห่วงใย
และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปฉันสัญญา



** ขอให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงเสมอนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 27 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:32:02 น.  

 
ม่ายด้ายไปดูเลย สงสัยต้องรอ ดู แผ่น (ของแท้)


โดย: Cowboystoon (Cowboystoon ) วันที่: 27 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:54:19 น.  

 
อยากดู Stigmata ครับ จำได้ว่าไปเช่ามาแล้วดองจนถึงกำหนดวันเอาไปส่งเพราะช่วงนั้นสอบแล้วก็ไม่ได้ดูอีกเลย เฮ้อ...


โดย: นายเบียร์ วันที่: 28 พฤษภาคม 2549 เวลา:1:45:14 น.  

 




สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


....อยากจะบอกให้เธอรู้ว่าห่วงใย....
....คิดถึงคำนึงใส่ใจและห่วงหา....
....อยากจะบอกให้เธอรู้ตลอดมา...
....ว่าจอมแก่นนี้เป็นเพื่อนเธอเสมอมา.....



** ขอให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงเสมอนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 28 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:35:33 น.  

 
สวัสดีงาม ๆจากแดนไกลให้ คนบ้านเดียวกันค่ะ เห็นชื่อแล้วสะดุดมาก ๆ เลยต้องเข้ามา ยังงัยก็แวะเข้าไปทักทายที่บล็อกบ้างนะคะ


โดย: Blomster_DK (Blomster_DK ) วันที่: 29 พฤษภาคม 2549 เวลา:5:30:59 น.  

 
สวัสดีค่ะ อาจารย์

ยังไม่ได้ดูทั้ง 2 เรื่องเลยอะค่ะ กลัวดูไม่รู้เรื่องอ่าค่ะเพราะเห็นคนอื่นเค้าบอกว่าถ้าไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อนอาจจะดูไม่รู้เรื่อง


โดย: bamboolerther วันที่: 31 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:05:31 น.  

 
ยังไม่ได้ดูหนังที่เอ่ยมาทั้งสองเรื่องครับ ดาวิชี คงมีโอกาส Stigmata จะยังมีให้เช่ารึปล่าวก็ไม่รู้

เขียนวิเคราะห์ดีครับ ทำให้อยากดูเพิ่มขึ้น


โดย: yyswim วันที่: 1 มิถุนายน 2549 เวลา:11:07:55 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์ ขอบคุณค่ะที่อาจารย์ไปอวยพรวันเกิด นี่ก็เพิ่งกลับจาก กทม. คงหมดหวังในชีวิตแล้วละค่ะ แล้วจะดำเนินชีวิตตามที่อาจารย์แนะนำ หวังว่าอาจารย์จะช่วยปลอบใจเหมือนครั้งก่อน ๆ นะคะ ตอนนี้เศร้าจนไม่อยากทำอะไร แม้จะเขียนเรื่องใหม่ลงบล้อก
จะรออ่านเรื่องจากเกาะสมุยนะคะ อยากรู้ว่าอาจารย์ไปพบไปเห็นอะไรมาบ้าง คงน่าสนใจมาก ๆ ทีเดียว


โดย: ซออู้ วันที่: 1 มิถุนายน 2549 เวลา:20:34:02 น.  

 


โดย: คนเลว IP: 61.7.171.69 วันที่: 4 มกราคม 2551 เวลา:14:05:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.