"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
7 กุมภาพันธ์ 2549
 
All Blogs
 
ห้องฉุกเฉิน โดย วารุ วิชญรัฐ

ตอนแรก ผมตั้งใจว่าจะนำเรื่องนี้มาให้อ่านกันในวันทหารผ่านศึกที่ผ่านมา แต่แล้วก็ลืมไปเสียสนิท มานึกได้อีกทีก็วันนี้เอง

ผมไปอ่านเจอเรื่องนี้ตอนที่ผมเข้าไปอ่าน นสพ.มติชน ฉบับวันอาทิตย์ ในส่วนที่เรียกว่า "อาทิตย์สุขสรรค์" ซึ่งทำอยู่เป็นปรกติ เพราะต้องติดตามอ่านคอลัมน์ "คุยกับประภาส" ของคุณประภาส ชลศรานนท์ แต่ก็ยังมีอีกสองคอลัมน์ที่ผมก็ติดตามอ่านอยู่เป็นประจำเช่นกัน ได้แก่ คอลัมน์ "โลกพิกลคนพิสดาร" ของคุณเสกสรรค์ กิตตทวีสิน ที่สรรหาเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกแล้วนำมาเล่าสู่กันฟัง และคอลัมน์ "เรื่องเล่ารายทาง" ของคุณวารุ วิชญรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องเล่าสบายๆ แต่มีความหมายดีๆ แฝงอยู่ โดยคอลัมน์หลังนี้ ผมมีความรู้สึกว่าคล้ายกับบล็อกที่เราๆ ท่านๆ เขียนกันอยู่อย่างมากเลยทีเดียว

เรื่องที่คัดลอกมาให้อ่านนี้ ได้มาจากคอลัมน์ "เรื่องเล่ารายทาง" ใน นสพ.มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2549 ครับ เรื่องดีๆ แบบนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์หรือทางวิทยุโทรทัศน์ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นผมก็เลยคิดว่าจะขอถือวิสาสะเอามาลงไว้ที่นี่ด้วยดีกว่า (ถือเป็นบล็อกมักง่ายอีกครั้งหนึ่งของผม) จะได้มีคนอ่านมากขึ้นอีกสักเล็กน้อยก็ยังดี เผื่อว่าจะมีกำลังใจที่จะทำดีต่อไป ในสังคมที่ผู้คนนับวันจะทำเพื่อตนเองมากขึ้น โดยไม่สนใจว่าจะมีผลกระทบอย่างไรต่อผู้คนรอบข้าง






ห้องฉุกเฉิน

เรื่องเล่ารายทาง

โดย วารุ วิชญรัฐ varuvora@yahoo.com


ช่วงใกล้ปีใหม่ที่ผ่านมาทุกๆ ปี ใครที่ทำงานแล้วย่อมประจักษ์แก่ใจเป็นอันดีว่างานจะยุ่งมากๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนในออฟฟิศหรือทำงานอิสระก็ตาม

เพื่อนรักของฉันคนหนึ่ง ด้วยความมีน้ำใจล้นเหลือของเขา จึงไปช่วยญาติๆ จัดการธุระในช่วงปีใหม่ ซึ่งก็คือการทำทุกอย่าง เช่น การตัดผ้าใบ แต่เพราะไม่ได้มีอาชีพเช่นนั้น อีกทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ก็คือมีดทำครัวธรรมดา และแล้วด้วยเหตุผลแบบหาเรื่องเช่นนั้น ระหว่างการพยายามกรีดผ่าใบให้ขาด มีดก็พลาดมาเฉือนเนื้อทีเดียวสองนิ้ว แผลลึกจนต้องเย็บนั่นทีเดียว เย็บแผลก็เย็บไป หมอบอกว่ายังไงต้องไปล้างแผลทุกๆ สองวัน จะไปโรงพยาบาลไหนก็ตามแต่สะดวก แต่เพราะการงานที่เร่งรัดไปทั่วทุกคน ทำให้เพื่อนเพิ่งนึกขึ้นได้ในคืนค่ำย่ำดึกของอีกสองวันต่อมา

"ไปล้างพรุ่งนี้ได้ไหมล่ะ ตอนนี้ดึกมากแล้วนะ" ฉันถาม

"เอาวันนี้แหละ ตามที่หมอบอกดีกว่า" และเมื่อแอบมองผ้าพันแผลก็เห็นทันทีว่ามันออกจะขมุกขมัวเพราะการหยิบจับสิ่งนั้นสิ่งนี้มาตลอดวัน ฉันจึงไม่ค้านอะไรอีก เพราะดีไม่ดีจะได้บาดทะยักแถมมาให้เจ็บใจ จึงได้แต่ขับรถตระเวนไปทั่วเพื่อหาโรงพยาบาลที่ยังเปิดอยู่

ความจริง ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ไหนๆ ก็ยังเปิดอยู่ทั้งนั้น แต่การหาหมอหามดนั้นถ้าไม่เร่งด่วนจริงๆ ก็อยากจะไปแต่โรงพยาบาลที่คุ้นเคยกันทั้งนั้น สำหรับคืนก่อนปีใหม่ที่งานเพิ่งจะสำเร็จเสร็จสิ้น โรงพยาบาลที่เพื่อนไปหาประจำนั้นก็ห่างไกลไปอีกฟากฝั่งของกรุงเทพฯ อย่าพูดถึงคลีนิค เพราะเพื่อนไม่ชอบเข้าคลีนิคเอาเสียเลย

ห้าทุ่ม แสงในกรุงเทพฯ ยังสว่างไสว บนถนนที่กำลังเลี้ยวเข้าถนนวิภาวดีฯ ความเหนื่อยและอ่อนล้าทำให้ดูราวกับว่าเรากำลังขับรถไปอย่างไร้จุดหมายปลายทาง น้ำมันในถังก็เหลืออยู่น้อยนิด และเพราะปั๊มปิดไปตั้งแต่สี่ทุ่ม กว่าที่เราจะเซซังออกมาจากที่ทำงานก็ดึกเอาป่านนี้ จึงไม่มีปั๊มไหนรอเรา

ขับไปเราก็บ่นไป นี่ถ้าเป็นอาการฉุกเฉินกว่านี้ และอยู่ในที่ที่หาแท็กซี่ยาก เราจะทำอย่างไรดี

ป้ายไฟที่ออกจะมัวๆ สลัวๆ และทึมๆ ปรากฏฝ่าความมืดมาข้างหน้า นั่นคือโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อมาเพราะการศึกสงครามและรักษาทหารบาดเจ็บ แต่นั่นเป็นเพียงชื่อ เพราะไม่ว่าที่ไหนๆ ก็ต้องรับผู้ป่วยที่เดือดร้อนเพราะโรคภัยกันทั้งนั้น เราลังเลกันอยู่ว่าจะเข้าไปดีไหม เพราะโรงพยาบาลที่ดูทึมจากภายนอกในยามดึก บางทีก็ออกจะน่ากลัวสำหรับคนขวัญอ่อนไม่น้อยทีเดียว

แต่เราก็ตกลงใจเลี้ยวเข้าไป เพราะแรงกดดันจากน้ำมันรถที่น้อยเต็มที แม้จะดูน่ากลัวแบบบรรยากาศโรงพยาบาลรัฐทั่วๆ ไปก็ต้องยอม เพราะทำใจไว้ส่วนหนึ่งว่าคงเป็นมาตรการประหยัดพลังงาน แล้วก็ลงเดินหาห้องฉุกเฉิน เมื่อพบเจ้าหน้าที่จึงบอกว่าเรามาล้างแผล เขาบอกให้เข้าไปได้ทันที เพื่อนคิดว่าที่นี่คือห้องฉุกเฉิน คงช่วยเหลือเราก่อนที่จะถามไถ่ว่าเราเป็นใคร ลงทะเบียนหรือยัง ทำนองนั้น

เปิดกระเป๋าสตางค์ของแต่ละคนดู พบว่าเราต่างเหลือเงินเพียงแบงก์ร้อยคนละใบ ความจริงแค่ล้างแผลคงไม่ต้องใช้อะไรมาก แต่การมีเงินในกระเป๋าให้มากไว้ก่อนย่อมทำให้อุ่นใจพอประมาณ เผื่อๆ ไว้ เช่น คุณพยาบาลพบว่าแผลเน่าแล้วและต้องรักษาใหม่อะไรแบบนั้น แต่เพราะที่นี่ดูมีบรรยากาศชวนให้คิดมาก คนขวัญอ่อนอย่างฉันจึงคิดว่าเดี๋ยวให้เสร็จกระบวนการก่อนดีกว่า แล้วค่อยไปหาที่กดเงินด้วยกัน

ในห้องทำแผลมีคุณพยาบาลสาวสวยสองคนกำลังเข้าเวรดึก และไม่มีคนไข้อื่น เมื่อถามไถ่ได้ความว่ามาทำอะไร เธอจึงจัดการรื้อผ้าพันแผลเก่าซึ่งแสนจะสกปรกของเพื่อนออกทันที อีกคนช่วยเตรียมอุปกรณ์ ทั้งสำลี ผ้าพันแผลชิ้นใหม่ และยาฆ่าเชื้อต่างๆ กรรมวิธีดำเนินไปตามขั้นตอนที่ควรจะเป็นอย่างนุ่มนวล เพื่อนบอกว่าเธอสองคนมือเบามากๆ และดูราวกับว่าจะจับจะต้องสิ่งใดก็เอาใจใส่ไปเสียหมด ทำให้รู้สึกสบายใจมากทีเดียว

ครู่เดียวก็เรียบร้อย ผ้าพันแผลใหม่สะอาดเอี่ยมก็มาอยู่รอบนิ้วของเพื่อน คุณพยาบาลจึงถามถึงใบเวชระเบียนของเขา เมื่อเพื่อนบอกไปว่ายังไม่ได้ทำเพราะเจ้าหน้าที่บอกให้เข้ามาได้เลย เธอยิ้มๆ แล้วก็บอกว่า "งั้นก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะช่วยกันนิดๆ หน่อยๆ"

เรางงงันไปเล็กน้อย เพราะกลัวนักหนาว่าจะเบียดบังทรัพย์สินราชการจำพวกผ้าพันแผล เมื่อเธอทั้งสองยืนยันว่าไม่เป็นไรเพราะเล็กน้อยมากๆ และเราก็เป็นผู้เสียภาษี การบริการสุขภาพเช่นนี้เป็นเรื่องจำเป็น ทั้งนี้ เป็นคนละอย่างกับการลัดขั้นตอน ระบบอุปถัมภ์หรือการคอร์รัปชั่น เพราะพยาบาลย่อมต้องช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยอยู่แล้ว

ไม่ใช่เพราะได้ล้างแผลฟรี เมื่อเราพบว่าโรงพยาบาลยามดึกที่ดูทึบทึมนั้นพลันสว่างไสวกว่าไฟฟ้าดวงใด น้ำใจที่แท้จริงแม้เพียงเล็กน้อยทำให้เราได้ทั้งผ้าพันแผลใหม่และมุมมองใหม่

อย่าด่วนตัดสินสิ่งใดง่ายๆ แต่เพียงภายนอก เพราะภายในนั้นอาจมีสิ่งดีงามซ่อนอยู่ให้เราเดินเข้าไปพบเอง.




Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2549 18:49:10 น. 22 comments
Counter : 505 Pageviews.

 
อ่านแล้วต้องยิ้มเลยครับ....
ไม่รู้ทำไม...ทุกวันนี้ ผมบอกตัวเองทุกเช้าขณะ
กลิ้งไปมาเล่นๆก่อนจะลุกไปอาบน้ำ(จะนึกถึง แพนด้า กลิ้งเล่น ก็ไม่ว่ากันครับ 55+)
ว่าวันนี้ต้องมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นแน่ๆ
เรื่องที่คุณหยิบมาเล่าต่อนี่แหละครับ
ที่ผมหวังให้มันเกิด...กับใครหลายๆคนบนโลก
(ฟังดูพระเอกดีไหมครับ 55+)


โดย: tongdigy วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:47:26 น.  

 
อ่านแล้วขนลุกเลยอ่ะ

มีเพื่อนเป็นพยาบาลหลายคน ดีใจที่ ยังมีพยาบาลที่มีน้ำใจอย่างนั้นอยู่

ยังเคยแซวเพื่อนว่า...โรงพยาบาลนี่ตั้งตามฮอวงจุ้ยเปล่าฟ่ะ เพราะพยาบาลคนเดียวกัน เวลาทำงานรัฐ หน้าหงิกเป็นมะเหงก เวลาไปเข้าเวรโรงพยาบาลเอกชน เห็นยิ้มแย้มแจ่มใสดี


ปล. เรื่องปาฏิหาริย์ วันฉลองพระธาตุ ถ้าไปบ้านโป่งบ่อยๆ แวะไปถามหลวงพี่โสภณ หรือหลวงพี่ยุทธ ดูได้ค่ะ จุไม่เขียนลงบล็อกเพราะ เรื่องอย่างนี้ ต่างจิตต่างใจ ต้องสัมผัสเองค่ะ...


โดย: กระจ้อน วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:49:28 น.  

 
"อย่าด่วนตัดสินสิ่งใดง่ายๆ แต่เพียงภายนอก เพราะภายในนั้นอาจมีสิ่งดีงามซ่อนอยู่ให้เราเดินเข้าไปพบเอง"
เป็นบทสรุปที่ยอดยี่ยมและเห็นภาพชัดเจนว่า "ในดีมีเสีย ในเสียมีดี"
อยากให้ทุกโรงพยาบาลมีหมอหรือพยาบาลที่เห็นอกเห็นใจคนไข้แบบนี้ คนไข้จะได้อุ่นใจ ที่ป่วยก็หายเร็วขึ้น แล้วเราก็อยากไปโรงพยาบาลมากขึ้น
ทุกครั้งที่พบคนดี ๆ แบบนี้ น่าปลื้มใจนะคะ และน่าที่จะเผยแพร่เป้นตัวอย่างให้ทุกคนได้รับรู้ด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะอาจารย์ที่นำเรื่องดี ๆ มาเสนอ
เรื่องต่อไปของซออู้ที่เตรียมไว้เกี่ยวกับหมอเหมือนกัน เป็นประสบการณ์จริง หากอาจารย์ว่างไปอ่านดูนะคะ.


โดย: ซออู้ วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:48:28 น.  

 
น่านับถือบุคลากรเหล่านี้ครับ คนแบบนี้สมกับคำว่านางฟ้าในชุดสีขาวจริงๆครับ


โดย: นายเบียร์ วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:4:17:03 น.  

 
นาน ๆ จะเจอพยาบาลบริการดี ๆ แบบนี้ซักครั้ง
จะว่าไปคุณย่าก็เคยโชคดีแบบนี้ในรพ.เอกชนด้วยนะคะ
ว่าแล้ววันอาทิตย์นี้ต้องซื้อมติชนอ่านซักหน่อย ม่ะได้อ่านคุยกับประภาสมานานแล้ว
ปล.ชอบรูปในกล่องคอมเมนท์จริง ๆ รึเปล่าค๊า วันที่ 22 นี้พ่อคุงสมีจะขึ้นบ้านใหม่ จัดงานเลี้ยงกินฟรี มีดนตรีให้ชมด้วยนะค๊า มาป่ะค๊า


โดย: คุณย่า วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:5:05:54 น.  

 
อ่านแล้วสอดคล้องกับเดือนแห่งความรัก มากกว่าวันทหารผ่านศึก ....แซวเล๊นนน


โดย: yyswim วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:59:33 น.  

 
ดีจังค่ะ



อ่านแล้วรู้สึกดีมาก-มาก


ขอบคุณที่นำเรื่องดีๆ อย่างนี้มาให้ได้อ่านกันนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:38:39 น.  

 
แวะมาปลอบใจหงษ์


โดย: ju (กระจ้อน ) วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:8:49:49 น.  

 
น่าประทับใจดีนะคะ เมื่อก่อนก็เดินทางผ่านแถวนั้นบ่อยๆค่ะ พึ่งรู้ว่าเค้าเปิดให้คนทั่วไปใช้บริการด้วย
หลายๆโรงพยาบาลก็บริการดีมีน้ำใจขึ้นเยอะนะคะ


โดย: เฉลียงหน้าบ้าน วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:18:15 น.  

 
มาเยี่ยมค่ะ ถ้าสังคมเรามีคนดีมีน้ำใจอย่างนี้ในทุกที่ บ้านเมืองจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ


โดย: ซออู้ วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:07:23 น.  

 
คุณ tongdigy... คิดดีครับ เอาไว้ผมจะคิดแบบพระเอกแบบนั้นบ้าง

คุณจุ... ความจริงเป็นพยาบาลก็น่าเห็นใจนะครับ มีหน้าที่ให้บริการ แล้วก็ต้องเจอกับคนร้อยแปดรูปแบบ บางทีคนที่มาโรงพยาบาลเอกชนอาจจะพูดรู้เรื่องมากกว่าคนที่มาโรงพยาบาลของรัฐก็ได้...

คุณซออู้... ไปอ่านมาแล้วครับ ขอให้โชคดีกับการโชกเลือดครับ
(การผ่าฟันคุดเป็นครั้งที่ผมเห็นเลือดสดๆ ของตัวเองมากที่สุดในชีวิตแล้วครับ)

คุณนายเบียร์ และคุณย่า... อยากให้เป็นนางฟ้าในชุดสีขาวกันทุกโรงพยาบาลเลย เพราะส่วนใหญ่ก็นานๆ จะเจอดีๆ แบบนี้สักทีเหมือนกัน

คุณ yyswim... จริงแฮะ

คุณสาวไกด์ฯ...

คุณเฉลียงฯ ... อยากให้เป็นอย่างนี้ทุกโรงพยาบาลเหมือนกัน แต่กับโรงพยาบาลของรัฐอาจจะลำบากหน่อย เพราะคนเยอะ แล้วก็ร้อยพ่อพันแม่ครับ บางทีคนไข้ก็พูดจาไม่รู้เรื่องจริงๆ น่าเห็นใจพยาบาลเหมือนกัน


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:03:48 น.  

 
... เข้ามาเจิมไม่ทันครับ

แต่ยืนยันว่า บุคลากรใกล้ตัวผม ก็ทำงานหนักในวงการสาธารณสุขไทยเช่นกัน

อาชีพพวกนี้ น่าเห็นใจ มากครับ

เหนื่อยและเสี่ยงครับ

นอกจากจะเส่ยงการติดเชื้อโรคแล้ว
เดี๋ยวนี้
ยังเสี่ยงต่อ พวกกะเรว กะราก ไปตีรัยฟันแทงกันต่อที่หน้าห้องฉุกเฉินอีก...



โดย: Liverpool Forever วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:20:03 น.  

 
เป็นเรื่องราวน่ารักมากค่ะ....
น้ำใจในเงาสลัว ยามที่ผู้คนเริ่มจืดจางห่างหายไปจากมัน


โดย: นางกอแบกเป้ วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:4:37:55 น.  

 
น้ำใจงามจริงๆเลยค่ะ


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:06:31 น.  

 
มาฆบูชามาถึง
คำนึงถึงพระพุทธศาสนา
วาเลนไทน์หมุนปลี่ยนเวียนมา
คิดว่าความรักยืนยง

ขอบคุณอาจารย์ค่ะ


โดย: ซออู้ วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:51:08 น.  

 
มีความสุขกับวันแห่งความรัก ที่กำลังจะมาถึงนะคะ

Image hosting by Photobucket


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:35:57 น.  

 
โห ยังมีสถานที่อย่างนี้อยู่ในเมืองไทยหรือนี่
นึกว่าทุกอย่าง ถ้าไม่มีเงินก็นอนรอความตายอย่างเดียว


โดย: mungkood วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:32:15 น.  

 
เอาดอกไม้มาฝากนะคะ

Image hosting by Photobucket



โดย: เฉลียงหน้าบ้าน วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:51:50 น.  

 
www.19sep.org


โดย: แนะนำเวบต้านรัฐประหาร IP: 58.8.91.74 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2549 เวลา:21:32:25 น.  

 
งดงามทั้งพยาบาลและคนเขียน


โดย: nat IP: 125.27.187.76 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:17:36:28 น.  

 
ในโลกใบนี้..ยังมีคนที่ดี..มีน้ำใจ...อีกมากมาย...และคนที่ดีมีน้ำใจก้อมักจะวนเวียนมาเจอกันเสมอไป...และก่อนที่เราจะเจอคนที่ดีและมีน้ำใจ...เราต้องเจอคนที่ไร้น้ำใจและเห็นแก่ตัวก่อนอยู่เสมอไป..


โดย: แมวค่ะ IP: 125.24.145.14 วันที่: 10 ตุลาคม 2552 เวลา:10:07:26 น.  

 
กระเทยหมูตอนคนนั้นตัวจริงเป็นคนแล้งและไร้ซึ่งน้ำใจ ทีนี้พอมาเจอคนมีน้ำใจทำเป็นซาบซึ้ง อยากบอกว่ากระเทยหมูตอนเอ๋ยธอเพิ่งรู้ว่าความมีน้ำใจน่ะมันประเสริฐสักเพียงใด แต่ตัวเธอเองกลับเป็นคนหยุมหยิมและไร้น้ำใจมาตั้งแต่เกิดเลย


โดย: สิฮาก IP: 202.29.5.241 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:18:32:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.