"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
1 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
อยากให้ลมหนาวหวนมาอีกครั้ง

28 ก.พ. 2550





ชื่อหนังสือ: อยากให้ลมหนาวหวนมาอีกครั้ง
ผู้แต่ง: อภิชาติ เพชรลีลา
สำนักพิมพ์: นกดวงจันทร์
ปี: พ.ศ. 2549 (พิมพ์ครั้งที่ 3)




ช่วงเวลาคุมสอบอาจเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อสำหรับคนที่เป็นอาจารย์หลายๆ คน แต่ไม่ใช่สำหรับผม เพราะระหว่างการคุมสอบจะเป็นช่วงที่ผมมีเวลาอ่านหนังสือที่ซื้อมากองเก็บไว้มากมายได้บ้าง



ผมได้หนังสือ "อยากให้ลมหนาวหวนมาอีกครั้ง" จากงานมหกรรมหนังสือฯ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อปลายปีที่แล้ว

แว่บแรกที่เห็นชื่อหนังสือก็เกือบจะกวาดสายตาผ่านไปแล้ว เพราะเหมือนว่าจะเป็นนิยายรักประโลมโลกอะไรเทือกนั้นซึ่งผมไม่นิยม แต่มาสะดุดตรงชื่อผู้แต่ง คือ อภิชาติ เพชรลีลา ซึ่งคุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง แต่นึกไม่ออกว่าเคยเขียนเรื่องอะไร (มีเวลาอ่านหนังสือน้อยก็อย่างนี้)

พลิกเข้าไปอ่านได้ประมาณสองสามหน้า จะด้วยสำนวนการเขียน หรือลีลาของหนังสือ หรือเครือข่ายใยประสาทในสมองของผมโยงไปถึงหน่วยความจำที่ถูกต้องพอดี ก็เลยนึกได้ว่าคนนี้เป็นคนที่เขียนหนังสือ "กล่องไปรษณีย์สีแดง" หรือ "ดากานดาที่รัก (Dear Dakanda)" หรือจะรู้จักกันในนามของภาพยนตร์เรื่อง "เพื่อนสนิท" ก็สุดแล้วแต่





ตัดสินใจซื้อหนังสือมาในทันที แต่ก็เพิ่งจะได้มีโอกาสอ่านในสัปดาห์นี้เอง



หนังสือเล่มนี้เป็นนิยายเกี่ยวกับชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่กลุ่มหนึ่งที่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกัน ในบ้านอันอบอุ่นหลังเดียวกัน มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสุข ทั้งเศร้า ทั้งมีสาระ ทั้งไร้สาระ ทั้งแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ทั้งเลื่อนลอยไร้จุดหมาย

คนที่เรียน มช. คงจะชอบเป็นพิเศษ เพราะได้รำลึกถึงสถานที่แห่งความทรงจำเมื่อครั้งวันวาน

ผมเองเป็นคนกรุงเทพฯ เรียนอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่มีประสบการณ์ชีวิตในการอยู่หอพักหรืออยู่บ้านร่วมกันกับเพื่อนฝูงในวัยเรียนมหาวิทยาลัยเหมือนอย่างในหนังสือ แต่ก็มีโอกาสได้ลิ้มบรรยากาศของการอยู่ร่วมชายคาเดียวกันหลายคนแบบนี้ช่วงหนึ่งเมื่อครั้งยังเรียนปริญญาโทอยู่ที่ต่างประเทศ

ผมได้อาศัยอยู่ร่วมกันกับรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งซึ่งรุ่นพี่อีกคนหนึ่งฝากฝังให้ผมไปอยู่ด้วย บังเอิญเสียจริงที่บ้านที่ไปอยู่นั้นเป็นกลุ่มอาจารย์ มช. ที่เป็นศิษย์เก่า มช. เกือบทั้งหมด จึงสามารถจินตนาการถึงบรรยากาศในหนังสือได้ไม่ยาก

พูดแล้วก็ให้นึกถึงความหลัง เกือบทุกศุกร์ จะเป็นวันที่เรานั่งคุยกันไป กินเหล้ากันไป ทำกับข้าวกันไป (ที่จริงควรจะเรียกว่า กับแกล้ม มากกว่า) ตั้งแต่เย็นย่ำจนถึงรุ่งเช้าของอีกวันอยู่เนืองๆ

นี่ก็ว่า หากผมมีลูก แล้วหากมันอยากจะเรียนวิศวะ ผมจะส่งมันไปเรียนที่ มช. เนื่องจากว่าพ่อมันสามารถรับประกันได้ถึงคุณภาพและทัศนคติ (รวมทั้งความสามารถในการดื่มสุรา) ของอาจารย์ที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้



กลับมาที่หนังสือ

ผมอ่านไปก็รู้สึกว่า วัตถุดิบในการเขียนนิยายเล่มนี้ มีหลายสถานที่ หลายเหตุการณ์ หลายตัวละคร ที่เป็นวัตถุดิบเดียวกันกับหนังสือเรื่อง "กล่องไปรษณีย์สีแดง"

แน่ล่ะ ก็ผู้แต่งเป็นคนคนเดียวกัน

ผมว่านิยายเล่มนี้เป็นนิยายที่ผูกเรื่อง ทิ้งปม และขมวดปมเข้าหากันได้เก่งและนิ่มนวลละเมียดละไมชวนติดตามดีทีเดียว ทำให้ผมต้องอ่านต่อเนื่องรวดเดียวจนจบ ไม่แบ่งเอาไว้อ่านหลายๆ วันเหมือนที่ตั้งใจไว้ตอนแรก

บรรยากาศอาจจะไม่สนุกสนานเฮฮาเหมือน "ว้าวุ่น" หรือ "กลิ่นสีและกาวแป้ง" ออกจะเป็นแนวสุขปนเศร้าอยู่ในทีเสียด้วยซ้ำ

แต่ชีวิตก็เป็นแบบนี้ จะให้สนุกแต่ถ่ายเดียวได้อย่างไร



หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มหนึ่งที่ผมอ่านอย่างมีความสุข จึงอยากมาชวนให้ผู้ที่ยังไม่เคยอ่านได้ลองไปหามาอ่านกันบ้าง



บางส่วนจากหนังสือ...

"...ตอนเรียนจบมัธยม อาจจะยังเด็กนัก ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องการอะไรในชีวิต จิ้มนิ้วเลือกอนาคตตัวเองในหนังสือสมัครสอบเข้ามหา'ลัย บางคนเลือกคณะที่คะแนนสูงๆ เพียงเพราะเขาเรียนเก่ง บางคนต้องเลือกคณะที่คะแนนต่ำไว้ก่อน เพราะอาจารย์แนะแนวที่โรงเรียนบอกว่าเขาเรียนไม่เอาไหน ชีวิตทั้งชีวิตต่อจากนั้น บางคนจะกลายเป็นสิ่งที่ได้เรียนมาแค่สี่ปี ห้าปี หรือหกปี ภายในรั้วแคบๆ คนเรียนวิศวะฯ จบไปเป็นวิศวกร คนเรียนทันตแพทย์จบไปเป็นหมอฟัน คนเรียนนิติฯ อาจไปเป็นทนาย ฯลฯ ชีวิตเดินไปตามช่องทางที่กำหนดเอาไว้ ทั้งๆ ที่บอกไม่ได้ว่า แท้จริงแล้ว เขารักชีวิตแบบนั้นหรือเปล่า

วันที่โตขึ้น เมื่อฟังเสียงหัวใจตัวเองออกแล้ว ไยไม่เดินไปตามเสียงหัวใจเรียกร้อง การเสียเวลาไปกับสิ่งฝืนใจแม้เพียงปีหรือสองปี นั่นก็นานไปแล้วสำหรับชีวิตหนึ่ง คนอย่างชาน ห้วงเวลาสามสี่ปีที่นึกไว้ อาจจะเลยไปอีกก็ได้ หากยังไม่ได้เหยียบไปบนโลกกว้างซึ่งเปิดรออยู่ ธันวาคิดเอาเองว่า อาจได้พบชานอีกครั้งก็ต่อเมื่อชานทำความรู้จักโลกนี้จนพอใจแล้ว วันที่กลับมา ชานอาจเป็นอย่าง 'คินเคด' คาวบอยคนสุดท้ายในเรื่อง 'เดอะ บริดจ์ ออฟ เมดิสัน เคาน์ตี้' ที่มันเคยพูดถึง แต่เวลานั้นอาจยาวนานออกไปอีกเมื่อไหร่ก็ได้..."



นอกจากจะอ่านเพื่อความเพลิดเพลินแล้ว ผมมีความคิดว่า หนังสือเล่มนี้ยังให้อะไรมากกว่านั้นอีกมาก

คนที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ โดยเฉพาะคนที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อาจได้ข้อคิดในการเลือกทางเดินให้กับชีวิต

ส่วนผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ ก็จะได้มีเวลานึกทบทวนถึงช่วงเวลาเดียวกันนี้ในอดีตของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้ผ่านห้วงเวลานั้นมานานเกินไปจนลืมไปแล้ว จะได้ย้อนระลึกถึงความรู้สึกนึกคิดของคนในวัยแห่งการค้นหาอีกครั้ง




Create Date : 01 มีนาคม 2550
Last Update : 15 มีนาคม 2550 11:17:04 น. 27 comments
Counter : 866 Pageviews.

 
เป็นหนังสือที่คนอยากเรียน มช. คนกำลังเรียน หรือ คนที่เรียนจบแล้ว ต้องอ่านครับ เรื่องนี้ดีอย่างที่ว่าเวลาเล่าถึงชีวิตในมหาวิทยาลัย ไม่จำเป็นต้องเล่าให้มันดูมีแต่ความสนุกเสมอไป

ไอ่เรื่องที่เล่าให้แต่ความสนุกหรือพวกนิยายรักนักศึกษานี้มันดูเหมือนจะหลอกตาคนอ่านอย่างผมให้จินตนาการภาพมหาวิทยาลัยแบบโรแมนติกเกินจริง พอเข้ามาจริง ๆ แล้ว มันไม่ขนาดนั้น

แต่ถ้าจะมีคนเขียนถึงเชียงใหม่ในตอนนี้คงต้องเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น "อยากให้อากาศบริสุทธิ์หวนมาอีกครั้ง" แฟชั่นหน้ากากกันฝุ่นควันอินเทรนด์ดีเหลือเกิน


โดย: ShadowServant IP: 125.25.42.82 วันที่: 15 มีนาคม 2550 เวลา:12:36:12 น.  

 
เรื่องนี้ ผมอ่านแล้ว ผมรักเชียงใหม่ขึ้นมาเลย

ชอบนักเขียนคนนี้มาก อ่านตั้งแต่กล่องไปรษณีย์สีแดง อยากให้ลมหนาวหวนมาอีกครั้ง และแม่

ว้า...อยากให้มีคนเขียนเรื่องของ ทับแก้ว บ้างจัง นอกจากเรื่องน้ำใสใจจริง ของ ว.วินิจฉัยกุลอะครับ


โดย: DAN_KRAB วันที่: 16 มีนาคม 2550 เวลา:0:29:05 น.  

 
บล๊อกนี้ มีแต่ สาระดีดีน่าอ่านมากค่า

เข้ามา บอก ค่าว่า คิดถุงเพื่อนบล๊อกแกงค์หลาย ราตรีสวัสดิ์ด้วยค่า

Miss You Graphics


โดย: ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ วันที่: 16 มีนาคม 2550 เวลา:1:16:28 น.  

 
คล้ายๆผมเลยแฮะ
เวลาคุมสอบถ้าไม่เอาหนังสือมานั่งอ่าน
ผมก็จะหอบเอางานที่ค้างอยู่มานั่งเคลียร์ไปพลาง
แต่ก็ไม่ลืมที่จะชำเลืองมองเด็กๆ เป็นระยะๆ นะครับ

หนังสือแนวย้อนรำลึกอดีตนี่
ถูกใจคนเลยวัยมัธยม ดีนักแล

ผมว่าเราได้อะไรมากมายจากการอ่านหนังสือเสมอๆ
ไม่ต่างจากการดูหนัง
ฟังข่าว หรือเดินทางไปในที่ต่างๆ ครับ

ป.ล.
ปิดเทอมแล้ว แต่ก็เหมือนไมได้ปิด เฮ้อออ


โดย: กุมภีน วันที่: 16 มีนาคม 2550 เวลา:8:46:46 น.  

 
ชอบตัวหนังสือของอภิชาติเพราะกล่องไปรษณีย์สีแดงค่ะ


เราได้อ่านเรื่องของไข่ย้อยครั้งแรก ตอนกำลังจะพ้นจากรั้วมหาลัยค่ะ (จำได้เพราะใช้บัตรนักศึกษาไปยืมจากร้านเช่า ฮ่าๆ) ตอนนั้นก็จี๊ด-โดนใจ อ่านจบแล้วต้องขี่รถเครื่องไปซื้อจากสุริวงศ์บุ๊กเซนเตอร์ เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว ยิ่งเป็นเด็กมอชอ อยู่ในสิ่งแวดล้อมบางอย่างที่ไข่ย้อย เอ๊ย คนเขียนบรรยาย ยิ่งรู้สึกว่าโอยๆๆ ตายไปเลย โดยเฉพาะฉากบอกรัก เขียนมาได้ไงเนี่ย... จะฆ่ากันใช่ไหม ฮ่าๆๆๆๆๆ

"ดูเหมือนแกจะรอให้ฉันพูดว่ารักแก เพื่อที่แกจะทำท่าทางแสร้งว่า ไม่เคยรู้มาก่อนเลย"


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 16 มีนาคม 2550 เวลา:17:11:16 น.  

 
สวัสดีค่ะ อาจารย์

เพิ่งทำ slide สำหรับ present เสร็จค่ะ รอให้ซุปตรวจ พูดวันอังคารหน้า

โหย เหนื่อยๆๆๆ ไม่ได้ทำแลปเลย มัวแต่ใช้โปรแกรม วิเคราะห์ข้อมูล ตาจะแตก (ทั้งผลสดๆ ร้อนๆ และผลที่ดองๆ เอาไว้) อากาศยังร้อนมากๆ อีก หัวร้อนไปหมดเลยย นึกว่าอยู่ขอนแก่น ไม่ใช่เยอรมัน

หนังสือน่าอ่านค่ะ คงจะทำให้นึกถึงชีวิตสมัยเป็นวัยละอ่อน ปอเป้นเด็กหอมาตอลดค่ะ อยู่หอมาตั้งแต่อายุ 11 ปี เพราะต้องจากบ้านนามาเรียนในตัวจังหวัด จนกลายเป็นกลัวบ้านตัวเองไปเลย เรียน ม.ข. ก็ต้องอยู่หอ ขับแมงกะไซค์ด้วยสนุกค่ะ แต่พอมาคิดว่า ชีวิตในรั้วแคบๆ 5 ปี เป็นตัวกำหนดชีวิตที่เหลือ แล้วปอรู้สึกหนาวยะเยือก(ทั้งๆ ที่เพิ่งบ่นว่าร้อนๆ นี่แหละ) ยังจะมีคนสงสัยในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ไหมคะ ถ้าเขาอายุ 30 แล้วกำลังเรียนปริญญาเอกปีที่ 4 สาขาเดียวกันหรือใกล้เคียงกับ ที่เขาเรียนในรั้วแคบๆ นั้น

คนบางคนกลัวที่จะหาคำตอบว่าอะไรคือสิ่งที่เขารักจะทำมากที่สุด ไม่กล้าพอที่จะเดินตามหาความฝัน เพราะมันเสี่ยง สิ่งที่เขามี และเป็นอยู่ ก็มีส่วนที่เขาชอบ เขาทำได้ และไม่ได้ทุกข์ทรมานอะไร

ถามเครียดเนาะ แต่ว่า มันแวบเข้ามาเป็นครั้งคราวน่ะค่ะ

วันนี้มีประโยคเด็ดดวง

"แต่ชีวิตก็เป็นแบบนี้ จะให้สนุกแต่ถ่ายเดียวได้อย่างไร"

ตอนนี้รู้ซึ้งในประโยคนี้เหลือเกิน

เอาเหอะ มีมืด เด๋วก็มีสว่าง สู้ๆ นะคะ

ปล. อาจารย์ไม่ได้ลาเรียนต่อเหรอคะ ไหงยังต้องไปคุมสอบอยู่เลย


โดย: ปอ (O_Sole_mio ) วันที่: 16 มีนาคม 2550 เวลา:19:59:28 น.  

 
กลับจากปายแล้วค่ะ ไปเก็บสายหมอกกรุ่นควันมาเต็มปอด อาการท่าจะแย่ เจ็บคอ และวิงเวียนศีรษะมากๆ

กล่องไปรษณีย์สีแดง เพื่อนสนิท จนถึงอยากให้ลมหนาวหวนมาอีกครั้ง..... ยังไม่ได้อ่านค่ะ และยังใจไม่กล้าพอที่จะดูหนัง กลัวความทรงจำตีกระหน่ำ จนเศร้าสร้อย



กลับจากปายมีเรื่องให้เขียนเยอะแยะ แต่ภาระก็แยะเหมือนกัน แว๊บไปเที่ยวทั้งที่งานยังเยอะ เพราะบังเอิญว่า น้องมาจากออสเตรเลีย ( คนที่เขียนถึงสาวแก้มป่องในบล็อกจุ) ก็เลยจัดเวลาให้น้อง แล้วตัวเองค่อยมาชดเชยทีหลัง เหนื่อยดีเหมือนกัน แต่ก็มีความสุขดีค่ะ


น้องถามหลายๆ เรื่อง ในการเขียนเรื่องสั้น จุทิ้งการเขียนเรื่องสั้นไปนานมากๆๆๆ ไม่อยากเขียน และไม่มีเวลาที่จะเขียน และไม่อยากรื้อฟื้นความทรงจำ แต่น้องก็ถึงขั้นอ้อนวอน ขอ และยุยงให้จุเขียนเรื่องของจุในรั้วมหาวิทยาลัยมั่ง...ก็กะว่า จะเขียนบ้างเหมือนกันนะคะ เหมือนแบบที่อภิชาติ เขาเขียนถึง เพราะอารมณ์คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ อาจจะมันส์กว่า เพราะ ม.จุ บ้านนอกกว่า


หากแต่... ช่วงเวลาที่จะเขียน จุกะว่า..

ไม่ชาตินี้


ก็ชาติหน้าอ่ะคะ


โดย: ju (กระจ้อน ) วันที่: 16 มีนาคม 2550 เวลา:20:34:37 น.  

 
ยังไม่เคยได้อ่านงานเขียนของคนนี้เลยค่ะ แต่คาดว่าถ้ามีแนะนำว่าดีหลายคน อาจจะเป็นแรงเชียร์ให้ได้หาหนังสือมาอ่านบ้างล่ะคะ ...

ช่วงนี้หนังสืออะไรที่ทำให้เราย้อนคิดเรื่องเก่าๆ ได้บ้าง คาดว่าจะอ่านได้เรื่อยๆ นะค่ะ เพราะเหมือนมันจะเป็นไกด์ให้เราย้อนวัยกลับไปอ่านเรื่องสมัยเรายังรุ่นๆ อยู่น่ะค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 16 มีนาคม 2550 เวลา:21:39:53 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์ .... เคยมีเพื่อนเรียนที่ มช.เหมือนกันค่ะ
สมัยนู้นนนนนนนนเคยไปเยี่ยมเค้าที่ มช. เห็นแล้วยังอยากไปเรียนที่โน่นเลยค่ะ


โดย: Petit Patty วันที่: 16 มีนาคม 2550 เวลา:23:31:08 น.  

 
สมกับชื่อ "คนทับแก้ว" มีอารมณ์ละเอียดอ่อน เพียงคำบรรยายสั้นๆ ทำให้คนที่ไม่มีโอกาส อยากไปลองใช้ชีวิตชาวหอกะเขามั่ง


โดย: ป้ามด วันที่: 17 มีนาคม 2550 เวลา:9:01:05 น.  

 




สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


เพราะระยะทางที่ห่างไกล
ทำได้แค่ส่งความห่วงใย
กับความคิดถึงเสมอมา
ที่ไม่เคยร้างลาไปจากเธอ




** มีความสุขมากๆในวันหยุดพักผ่อนนะจ้า **


แง๊ม่ายเคยอ่านอะ เลยไม่รู้จะคุยแบบใหนอะ..


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 17 มีนาคม 2550 เวลา:13:23:05 น.  

 
สวัสดีค่ะ อาจารย์

ดีนะคะ ที่ยังได้ติดตามนักศึกษาแต่ละรุ่น เด็กๆ น่ารักไหมคะ ปอก็คิดถึงลูกศิษย์เหมือนกันแหละ สอนอยู่ สอง สามรุ่น ก่อนมาเรียน ผูกพันมากเหมือนกัน แต่นะ มาไกลได้ จะครบสี่ปี สิ้นมีนาคมนี่แหละ ไม่ได้กลับไปเยี่ยมคณะเลย ส่วนเรื่องการเมืองมีคนคอยจัดการ อัพเดท ให้ตลอด บางทีก็อยากพักผ่อนจากเรื่องพวกนี้บ้าง แต่เพื่อนๆ ก็ขยันเล่าให้ฟังจริงๆ ฟังแล้วห่อเหี่ยว ไม่อยากกลับไปเจอเรื่องแบบนั้น แต่ปออยากจบ แล้วล่ะนะคะ (สิ้นปีๆๆๆ)

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันมีอยู่ทุกวงการ เรื่องแบบนี้ แม้แต่วงการการศึกษาก็ไม่เว้น เฮ้อ 1 ที


โดย: ปอ (O_Sole_mio ) วันที่: 17 มีนาคม 2550 เวลา:13:52:10 น.  

 
เข้ามา ส่ง ความคิดถึง อีกระลอกให้คุณคนทับแก้ว และ ราตรีสวัสดิ์ นอนหลับฝันดีค่ะ ฝันเห็น หวยบอกกันบ้างนะคะเอา 3ตัว เน้นๆๆเลยจ้า555


โดย: ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ วันที่: 17 มีนาคม 2550 เวลา:20:26:09 น.  

 
ไว้จะหามาอ่านบ้างนะคะ


โดย: rebel วันที่: 18 มีนาคม 2550 เวลา:10:43:34 น.  

 
เล่มนี้ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ

มีแต่เคยอ่านกล่องไปรษณีย์สีแดง ตอนเพื่อนสนิทเค้าดังๆอยู่เมื่อ 2-3 ปี ก่อน


โดย: tistoo วันที่: 18 มีนาคม 2550 เวลา:23:47:13 น.  

 




สวัสดีตอนเย็นของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


ความรู้สึก คิดถึง ห่วงใย นี้
มันลึกซึ้งและตราตรึงอยู่ในใจ
ความรู้สึกนี้ มันคงมีมากเกินไป
อยากให้มันล้นไหล เข้าไปอยู่ในใจเธอ




** มีความสุขและสนุกกับการทำงานนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:2:57:04 น.  

 
ขอลาไม่ไปร่วมกิจกรรมวันที่23-25
เนื่องจากวันอาทิตย์ที่25 ทางญาติฝ่ายแม่ผมต้องไปเช็งเม้งครับ
มันเป็นวันสำคัญ(รวมญาติ)ของแม่ผมมากครับ ทุกปีไปไม่เคยขาดเลยครับ คงเพราะพี่น้องเยอะมังครับและไม่ค่อยได้เจอกันด้วย
แม่ผมเคยพูดว่าพอถึงรุ่นเอ็งก็ไม่ต้องมาเช็งเม้งกันแล้ว
คงเพราะพี่น้องผมมีแค่2คนเอง ไปแล้วงานมันก็คงกร่อย

คิดว่าอาจารย์คงเข้าใจความจำเป็นที่ผมไปร่วมกิจกรรมกับทุกคนไม่ได้นะครับ ขอบคุณครับ


โดย: พีรพงษ์ รังรักษ์ (suskate ) วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:10:24:58 น.  

 
เกริ่นซะเกิดกิเลสอยากอ่านขึ้นมาเลยค่ะ
ขนาดดูหนังเรื่องเพื่อนสนิท ยังคิดไปถึงตอนเป็นนักศึกษาเลยค่ะ


คุณพ่อก็เป็นลูกช้างค่ะ แต่ลูกสาวเป็นเด็กกรุงเต้บ


โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:16:58:18 น.  

 
ไม่ได้เรียนมช.อ่านแล้วจะอินกะเค้ามั้ยหนอ..

ยังไม่เคยอ่านงานเขียนของท่านนี้สักเล่มเลยค่ะ
แต่นวนิยายไทยที่เพิ่งผ่านตาไปสองเล่ม ก็มีฉากภูมิประเทศหลักๆอยู่ที่เชียงใหม่เหมือนกันอย่างไม่ได้นัดหมาย(คนอ่านน่ะค่ะ แหะๆ)
เป็นเล่มที่โรแมนติกทั้งสองเล่มเสียด้วย

คือ.. เท่ารักเธอ ของ อรุณี ศรีสุข
กับ.. ขอความรักบ้างได้ไหม ของ พิบูลศักดิ์ ละครพลค่ะ

ถ้าได้อ่านสองเล่มนี้อีก คงตายแน่ๆถ้าไม่ได้ไปเชียงใหม่ ๕๕๕

ปล.เราเคยอยากเป็นคนคุมสอบเพราะดูมีเวลาว่างอ่านหนังสือได้เยอะดีด้วยค่ะ :D


โดย: โปรดทำให้ฉันหยุดหัวเราะ IP: 202.28.180.201 วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:18:41:10 น.  

 
อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วเหมือนกันค่ะ ชอบมากๆๆๆๆๆๆ
อ่านแล้วก็รู้สึกดี มีความสุขเพราะมันไกล้ตัวดี
อ่านแล้วจะนึกภาพสถานที่ตามไปด้วย
รู้สึกดีมากๆ
เป็นหนังสือที่น่าอ่านอีกเรื่องหนึ่ง


โดย: เด็กมอชอคนหนึ่ง IP: 202.28.27.6 วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:20:03:50 น.  

 
มาอ่านตามคำแนะนำครับ
แล้วจะลองหามาอ่านนะครับ แต่ที่แน่ๆ ชอบ กล่องไปรษณีย์สีแดง ครับ ลงตัว กำลังพอดีครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 22 กันยายน 2550 เวลา:19:30:30 น.  

 
แหะๆๆๆเราได้เป็นทั้งเด็กทับแก้ว เด็กท่าพระ และไปเรียนต่อ โท ที่ มช. ขอบอกว่า อินมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: ศิษย์เก่าสิลปากร IP: 124.120.218.24 วันที่: 19 ตุลาคม 2550 เวลา:15:20:11 น.  

 
มีคนๆหนึ่งที่เราแอบรักเขาให้หนังสือเล่มนี้เรามา
เราปลื้มมากมาย

โดย: ศิษย์ปัจจุบันศิลปากร IP: 222.123.152.238 วันที่: 8 เมษายน 2551 เวลา:21:30:49 น.  

 
ยืมได้ไหมเนี่ยเล่มนี้ อิอิ


โดย: คนขับช้า วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:9:01:30 น.  

 
อ่านแล้วชอบมากต้องหามาเก็บสะสมให้ได้ค่ะเหมือนย้อนไปยังเมืองเชียงใหม่สมัยตอนเรียนม.ปลาย เพราะตอนป.ตรีเรียนที่อื่น ภาษาสวยงาม เรียบง่าย จับใจ
" กลิ่นลมหนาวเป็นเช่นไรนะ แต่ละคนคงสัมผัสได้ไม่เหมือนกัน สำหรับธันวาแล้ว....กลิ่นลมหนาวหวนให้ระลึกถึงคืนวันเก่าๆทั้งหอมทั้งชื่นใจทั้งอบอุ่น รู้สึกคุ้นเคยเหมือนเพื่อนเก่า เพื่อนเล่นที่แฝงอยู่ในความทรงจำครั้งเยาว์วัย สัมผัสแรกนั้นรู้สึกวูบวาบ ผ่านมาทักทายแล้วจากไป คว้าเอาไว้ไม่เคยทัน เว้นแต่เธอจะหวนมาเอง"


โดย: 500131041 มช. ณ ขณะนี้ IP: 115.67.248.48 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:50:25 น.  

 
ประทับใจในตัวหนังสือ ของอภิชาติ เพชรลีลา มากๆ

อ่านเท่าไร ก็ไม่เบื่อ



โดย: เด็กศิลปากร IP: 202.44.135.39 วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:35:10 น.  

 
รักลมหนาวเป็นพิเศษค่ะ ชอบพูดว่า อยากให้ลมหนาวพัดมาอีก พอเจอหนังสือเล่มนี้แค่ชื่อเรื่องก็หยิบมาอ่าน ยิ่งอ่านยิ่งโดน แม้จะไม่ใช่เด็ก มช. ก็เป็นเด็ก มข. มีเรื่องราวชีวิตคล้ายๆกัน
ชอบกลิ่นลมหนาว ผู้แต่งเขียนบรรยายได้ตรงทุกความรู้สึกของคนที่ชอบลมหนาวเลยค่ะ


โดย: ผ้าไหม IP: 202.12.97.100 วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:9:54:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.