"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
29 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
๕ ชอบ ๕ ไม่ชอบ (ครึ่งแรก)

๒๙ ส.ค. ๒๕๕๐



วันนี้ได้เวลาใช้หนี้ แท็ก ๕ ชอบ ๕ ไม่ชอบ ที่ได้รับจากคุณ ฟ้าดิน สักที หลังจากที่ดองไว้นานหลายอาทิตย์แล้ว

ผมลองไปนั่งนึกๆ ดู ก็มีอยู่หลายเรื่องที่ชอบและไม่ชอบซ้ำกัน แต่ก็ช่างมันเถอะ คนเรามันก็มีโอกาสที่จะชอบหรือไม่ชอบอะไรเหมือนๆ กันได้ล่ะนะ เอาเป็นว่าลองอ่านดูเลยแล้วกันนะครับ เริ่มจากสิ่งที่ไม่ชอบก่อน ส่วน "ลูกชิ้น" เก็บไว้กินทีหลัง

นอกจากนี้แล้ว วันนี้ผมอยากจะลองใช้เลขไทยแทนเลขอารบิคดูบ้าง ไม่ได้เขียนเลขไทยนานแล้ว กลัวลืม



๕ ไม่ชอบ


๑) บรรยากาศการเมืองในประเทศ


เรียกว่าเขียนให้ครอบคลุมกันไปเลยว่าไม่ชอบบรรยากาศการเมืองทั้งหมด ไม่ใช่ว่าชอบฝ่ายนี้ ไม่ชอบฝ่ายนั้น ความรู้สึกลำเอียงว่าไม่ชอบฝ่ายไหนมากกว่ากันนั้นมีแน่ๆ ครับ แต่วันนี้ไม่ขอพูดถึงก็แล้วกัน

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีสาเหตุอยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็คือ ผลประโยชน์

ผมลองนั่งคิดเล่นๆ ผิดถูกอย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ แต่นี่คือภาพที่ผมมองเห็น

แต่เดิม อำนาจการเมืองอยู่ในมือของ กลุ่มนักการเมืองอาชีพ และกลุ่มคนมีสี ข้าราชการ ขุนนาง ซึ่งขอเรียกรวมๆ ว่า กลุ่มศักดินา สองกลุ่มนี้อยู่ร่วมกันได้ดีพอสมควร อาจมีปัญหาขัดแย้งกันบ้างแต่ก็พอจะคุยกันได้ กลุ่มนักการเมืองอาชีพนั้น ขอเพียงให้ได้ร่วมรัฐบาล นั่งเป็นเจ้ากระทรวง แล้วกินเปอร์เซ็นต์จากโครงการต่างๆ ได้ ก็เป็นอันจบ มีการแบ่งผลประโยชน์ให้แก่กลุ่มศักดินาบ้าง ทั้งในรูปของเปอร์เซ็นต์ ส่วย หรือค่าต๋ง ก็เป็นอันว่าอยู่ร่วมกันได้

ส่วนกลุ่มนักธุรกิจ พ่อค้า หรือนายทุน ซึ่งขอเรียกว่า กลุ่มนายทุน ก็แล้วกัน มักจะเป็นผู้ให้เงินทุนสนับสนุนสองกลุ่มแรกจากวงนอกมากกว่าการที่จะกระโดดเข้ามาในวงร่วมเล่นการเมืองด้วยตนเอง เพราะไม่อยากเปลืองตัว สู้ค้าขายเก็บกำไร แล้วส่งส่วยตามวาระและโอกาสต่างๆ ตามสมควรดีกว่า

วันดีคืนดี มี กลุ่มทุนใหม่ ที่อยากจะเข้ามาเล่นการเมืองด้วยตนเอง แรกๆ ก็คงยังไม่มีปัญหาอะไร เพราะอาจจะยังจัดสรรผลประโยชน์ให้กับสองกลุ่มแรกอยู่ในระดับที่เป็นที่น่าพอใจ แต่ต่อมา จะด้วยเป็นเพราะกลุ่มทุนใหม่นั้น กินรวบ กินแล้วไม่แบ่งเหมือนเดิม หรือจะด้วยเป็นเพราะ คนที่เคยได้ อยากได้มากกว่าเดิม อยากได้ไม่รู้จักจบจักสิ้น ก็เลยเริ่มทะเลาะกัน

เหตุการณ์หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของ การทำสงครามโฆษณาชวนเชื่อเพื่อแย่งชิงมวลชน

เราๆ ท่านๆ ก็เป็นเพียงแค่หมากกลุ่มที่ให้คนสองสามกลุ่มนั้นเขาเอาไปเล่นเท่านั้นเอง

ไม่รู้ว่าใครจะคิดอย่างไรนะครับ แต่นี่คือสิ่งที่ผมมอง สิ่งที่ผมเข้าใจ

หนทางที่จะทำให้เราไม่เป็นหมากให้ใครเอาไปอ้างหรือเอาไปเดินเล่น ก็คือการหาข้อมูลมากๆ ถกเถียงกันมากๆ หาเหตุผลมาคุย มาคิด มาวิเคราะห์กันมากๆ พอเรามีความรู้เท่าทัน มีสติปัญญาแข็งแรงมากขึ้น กลุ่มที่จะเอาบ้านเมืองไปจัดสรรผลประโยชน์แบ่งกันก็จะทำได้ยากลำบากขึ้น


๒) การละเลงงบประมาณเชิญชวนให้ไปลงประชามติ

เรื่องนี้ผมเห็นแล้วเซ็งจริงๆ ครับ

เช้าวันลงประชามติเพื่อรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ (๑๙ ส.ค. ๒๕๕๐) ที่ผ่านมา ผมได้ดูโทรทัศน์ช่องข่าวเอเชีย ได้ยินเขาบอกว่า รัฐบาลไทยทุ่มงบประมาณประชาสัมพันธ์เพื่องานนี้ไปกว่า ๑ พันล้านบาท

ถามว่าคุ้มไหม ถ้าไปถามคนที่เขาทำรัฐประหาร เขาก็คงว่าคุ้มล่ะครับ เพราะสามารถเอาไปอ้างได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับในสิ่งที่พวกเขาทำ อย่างน้อย ถึงแม้การทำรัฐประหารจะขัดแย้งกับระบอบประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง แต่พวกเขาก็ได้เขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ดีกว่าเก่าให้ แล้วประชาชนก็ยอมรับด้วย

ลองดูสิครับว่าอีกหน่อยพวกเขาจะพูดแบบนี้หรือไม่

พูดเรื่องการเชิญชวนให้ไปลงประชามติ (จริงๆ ต้องพูดว่า เชิญชวนให้ไปรับร่างฯ มากกว่า) คำพูดที่ว่า ให้ รับๆ ไปก่อน แล้วค่อยไปแก้ทีหลัง จะได้รีบเลือกตั้ง ปัญหาความขัดแย้งทุกอย่างจะได้จบ ประเทศไทยจะได้ได้ประชาธิปไตยกลับคืนมาโดยเร็วนั้น เป็นคำพูดที่รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง ครับ (แล้วคอยดูกันต่อไปก็แล้วกันว่าจะได้แก้หรือไม่ จะสงบจริงหรือไม่)

รับหรือไม่รับ ควรจะอยู่บนพื้นฐานของ เนื้อหา ไม่ใช่บอกให้รับไปก่อนแบบ ขอไปที อย่างนี้

งบประมาณที่เอาไปละเลงกัน แทนที่จะเอาไปใช้ในการเผยแพร่เนื้อหา พูดถึงข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กลับเอาไปใช้ในการระดมยิงสปอตออกทางโทรทัศน์และวิทยุ จ้างดารานักร้องไปรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ตัดเสื้อและทำธงสีเขียวแจก (รวมถึงชุดมนุษย์ไฟเขียวติงต๊องนั่นด้วย) แจกงบให้กับแต่ละจังหวัดเพื่อไปจัดเดินขบวนรณรงค์กัน เตรียมเป็นเงินรางวัลให้กับจังหวัดที่ทำยอดผู้ไปใช้สิทธิได้สูงเกินเป้าที่ตั้งไว้ ฯลฯ เพื่อเรียกร้องให้คนออกไปใช้สิทธิกันมากๆ โดยที่คนเกือบทั้งหมดยังไม่รู้เลยว่า เนื้อหาข้างในนั้น แท้จริงแล้วมีดีมีเสียอย่างไรบ้าง

๑ พันล้านบาทที่เทลงไปนั้น ถ้าหารด้วยเงินค่าเทอม แค่ ๗,๐๐๐ บาท ที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นักศึกษาราชภัฏนครศรีธรรมราชเครียดจนถึงกับต้องผูกคอตายไปนั้น (ผมยังติดใจคำพูดของรองผู้จัดการกองทุน กยศ. ไม่หาย... เงินแค่ ๗,๐๐๐ บาทเท่านั้น ไม่น่าจะถึงกับต้องคิดสั้น...) จะสามารถส่งนักเรียนนักศึกษาเรียนได้ถึง หนึ่งแสนสี่หมื่นกว่าเทอม หรือ เจ็ดพันกว่าปีการศึกษา ด้วยกัน

ปีหนึ่งก็ส่งนักเรียนเรียนได้เจ็ดพันกว่าคนแล้วครับ

ไม่รู้ว่าเอาเงินจำนวนนี้ไปใช้อย่างไหนจึงจะคุ้มกว่ากันนะครับ


๓) การเซ็นเซอร์ภาพยนตร์และภาพในโทรทัศน์แบบบ้องตื้น

เรื่องนี้พูดกันเยอะแล้ว ถ้าพูดอีกก็จะซ้ำกันอีก จะเบื่อกันเสียเปล่าๆ

เอาเป็นว่าส่วนกลางที่มีหน้าที่กำหนดเรตติ้งหรือจำกัดอายุผู้ชมก็ทำไป พอท่านจัดเรตติ้งแล้ว ท่านก็ไม่ต้องไปเบลอภาพ ไปตัดฉาก หรือไปทำให้งานของผู้ผลิตเขาเสียหายไปจากความตั้งใจของเขา ถ้าเป็นโทรทัศน์ ก็ปล่อยให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ทำหน้าที่แนะนำลูกหลานของเขาไป ถ้าเป็นภาพยนตร์ ก็ปล่อยให้คนขายตั๋วหรือคนขายหนังตามร้านเขาทำหน้าที่ตรวจบัตร-ตรวจอายุผู้ชมไป ถ้างานมันเลวร้าย ทำให้สังคมเสื่อมเสีย ผู้ชมเขาก็จะเลิกบริโภคงานของผู้ผลิตและดาราที่อยู่ในงานเหล่านั้นเอง พอผู้ผลิตและดาราเขารู้ว่างานแบบนี้ไม่เป็นที่ต้องการ ถูกสังคมต่อต้าน เขาก็จะต้องดิ้นรนปรับปรุงแก้ไขเพื่อผลิตงานให้สังคมยอมรับมากขึ้น ไม่อย่างนั้นเขาเองก็จะไม่มีเงินซื้อข้าวกิน

ส่วนกลางอย่าไป จุ้นจ้าน เจ้ากี้เจ้าการ ทำเป็นรู้ดีกว่าชาวบ้าน นักเลย ปล่อยให้ กลไกธรรมชาติ จัดการตัวเองไป สิ่งที่ส่วนกลางควรจะทำก็คือ การให้ความรู้ ให้ข้อมูล ให้สติปัญญา ให้จริยธรรมแก่ชาวบ้านดีกว่า แล้วให้ชาวบ้านเขาคิดและเลือกดูงานเอาเอง


๔) กระแสจตุคามรามเทพ

เรื่องนี้ก็มีคนพูดกันเยอะแล้วเหมือนกัน

ใครศรัทธาด้วยใจจริงก็ไม่ว่ากันครับ มีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นกำลังใจให้ทำความดี ขยันทำมาหากิน ก็ถือเป็นเรื่องดีครับ ไม่ได้เสียหายอะไร

ส่วนพวกที่เชื่อแบบงมงาย พวกที่มองเป็นแฟชั่น พวกที่มองว่าเป็นช่องทางทำกำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง พวกนี้ก็ตัวใครตัวมันครับ

พวกผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองและบรรดาคนที่มีชื่อเสียงในสังคมนี่สิครับที่น่าตำหนิที่สุด แทนที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีในการยึดมั่นในการทำความดี การขยันทำมาหากิน มากกว่าการไปยึดมั่นในลักษณะของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะ ดลบันดาลทุกอย่างให้ได้สมดังใจปรารถนาโดยไม่มีเหตุผล กลับไปร่วมกดพิมพ์กับเขาด้วย ทั้งรัฐมนตรี เจ้ากรมกอง นักการเมือง ผู้ว่าฯ ผู้ปกครองส่วนท้องถิ่น ลามไปถึงพระเถระชั้นผู้ใหญ่ก็เอากับเขาด้วย

แล้วเราจะพัฒนาไปได้ถึงไหนกันล่ะครับ พี่น้อง


๕) การแจกถุงยางอนามัยในงานกีฬามหาวิทยาลัยโลก

แจกน่ะแจกได้ครับ แต่ไม่ต้องนำมาออกข่าวว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของประเทศได้ไหมครับ ผมอายเขา

ผมได้ยินคุณเอกราช เก่งทุกทาง พูดทำนองเดียวกันนี้ในรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ด้วย

คนต่างชาติส่วนหนึ่งรู้จักเมืองไทยในแง่ของเมืองโลกีย์ แทนที่จะช่วยกันลบภาพเหล่านั้นออกไป ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองกลับเรียงหน้ากันออกมาแสดงความภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนให้มีเพศสัมพันธ์กันมากๆ อีกต่างหาก ตอกย้ำภาพลบกันเข้าไปอีก

นี่คือผลงานชิ้นโบว์แดงของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพงานระดับโลกหรือครับ

ปัญญาอ่อนกันจริงๆ

เรื่องนี้ผมว่าน่าขายหน้ามากกว่าการที่นักฟุตบอลไทยกับเม็กซิโกมีเรื่องกันหลายสิบเท่า

ผมว่านะ อย่างแรกที่ควรทำก็คือ ถ้าจะเอาถุงยางมาวางไว้ในงานจริงๆ ก็ให้เอามาวางขาย ไม่ใช่เอามาแจกฟรี

อย่างที่สองก็คือ กรุณาอย่าเอามาทำเป็นข่าวใหญ่โต แจกหรือขายได้วันละพันชิ้นแล้วยังไงครับ ถือว่าประสบความสำเร็จในแง่ไหนหรือครับท่าน?? ประเทศไทยเรานี้มีบรรยากาศดี เหมาะแก่การร่วมรัก รัฐบาลไทยก็ส่งเสริมเต็มที่ด้วยการจัดถุงยางไว้บริการโดยไม่คิดมูลค่า และด้วยเหตุนี้ คนต่างชาติจึงอยากจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีก พร้อมทั้งจะบอกต่อและชักชวนเพื่อนฝูงญาติพี่น้องให้มาด้วย รายได้จากการท่องเที่ยวก็จะเพิ่มมากขึ้น??

ดีที่บรรดาผู้ใหญ่ยังไม่ทำอะไรเตลิดไปถึงว่า ไหนๆ นักศึกษาหญิงชายสมัยนี้ก็จับคู่อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว (บางทีก็สลับคู่เปลี่ยนรสชาติกัน หรือแข่งกันทำยอดสะสมชิงรางวัล) เรื่องมีเพศสัมพันธ์กันคงจะห้ามไม่ได้ สู้ออกกฎหมายให้หอพักนักศึกษาและมหาวิทยาลัยทุกแห่งมีการแจกหรือขายถุงยางอนามัยในราคาประหยัดไปเสียเลยดีกว่า อ้างว่าเป็นผลงานของหน่วยงานได้อีก ถือเป็น KPI ชั้นดีที่เป็นรูปธรรม จับต้องวัดปริมาณได้

(อย่าทำเป็นเล่นไป เขาเกือบจะทำกันจริงๆ แล้วนะครับ ดีว่าโดนรุมด่ากันขรมเสียก่อนในช่วงโยนหินถามทาง)

ช่วยคิดสโลแกนให้อันหนึ่ง

"ยืดอก พกถุงไว้ นักศึกษาไทย สนุกได้ ไร้บุตรรบกวน"

เห็นร่ำๆ อยากจะจัดมหกรรมกีฬานานาชาติกันอยู่เรื่อย อ้างว่าจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยว ชาวต่างชาติจะได้รู้จักเมืองไทย จะได้มาเที่ยวเมืองไทยกันมากๆ

ทำไมแทนที่จะตั้งบู๊ธแจกถุงยาง ไม่ไปติดต่อพวกบริษัททัวร์มาตั้งบู๊ธขายทัวร์แทนล่ะครับ ผมว่าถึงเขาจะต้องเสียเงินค่าเช่าพื้นที่บู๊ธ เขาก็ยินดีจะจ่าย

แทนที่จะตั้งโต๊ะสอนคนต่างชาติให้เล่นหมากฮอสหรือหมากสกาเท่านั้น ก็ทำเป็นนิทรรศการแสดงวัฒนธรรมไทยให้เอิกเกริกไปเลย มุมหนึ่งก็เป็นมุมอาหารไทยแท้ๆ มุมหนึ่งก็เป็นร้านขายสินค้า OTOP มุมหนึ่งก็อาจจะเป็นลานสาธิตกีฬาพื้นบ้านไทยอย่างมวยไทย กระบี่กระบอง หรือตะกร้อลอดบ่วง นักกีฬาคงชอบ อีกมุมหนึ่งก็อาจจะมีการแสดงดนตรีไทย ทั้งดนตรีไทยแท้ๆ และดนตรีไทยประยุกต์แบบวงฟองน้ำ (อย่าลืมทำซีดีเพลงมาขายด้วย เขาจะได้ซื้อกลับบ้านไปด้วย) ส่วนอีกมุมหนึ่งก็อาจจะจัดเป็นห้องฉายภาพยนตร์ เผื่อใครอยากจะพักผ่อนด้วยการดูหนัง ก็จัดหนังไทยฉายสลับกับหนังฝรั่งหรือหนังชาติอื่นไป จะแทรกสารคดีเกี่ยวกับการท่องเที่ยวหรือวัฒนธรรมไทยสั้นๆ สลับไปด้วยก็ยังไหว (อย่าลืมจัดลงแผ่นมาวางขายด้วย เขาจะได้ซื้อกลับบ้านไปอีก)

ยัดเยียดวัฒนธรรมไทยกรอกหูกรอกตาเขาเข้าไป เขาจะได้จำแม่นๆ จะได้อยากกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีก

ทำเหมือนที่เกาหลีเขาทำกับประเทศไทยนี่แหละครับ (จริงๆ เราก็มีส่วนช่วยเขาทำตัวเราเองอยู่เยอะนะ)

เด็กวัยรุ่นสมัยนี้พูดภาษาเกาหลีชัดกว่าภาษาไทยไปแล้ว

พอแค่นี้ดีกว่า พูดเรื่องแจกถุงยาง ผมลากไปออกทะเลอีกแล้ว



ดูท่าผมจะเขียนยาวเกินไปแล้ว เก็บ ๕ ชอบ เอาไว้ไปต่อคราวหน้าดีกว่า



Create Date : 29 สิงหาคม 2550
Last Update : 29 สิงหาคม 2550 17:58:20 น. 24 comments
Counter : 313 Pageviews.

 
บรรยากาศการเมืองอึมครึม มีเรื่องไม่ชอบคล้าย ๆ กันเลย
กระแสจตุคามกำลังอยู่ในช่วงขาลงแล้วอาจารย์จายเย็น ๆ
รออ่าน 5 ชอบของอาจารย์ต่อปาย


โดย: คุณย่า วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:18:46:06 น.  

 
ใจตรงกันสามเรื่องเลยค่ะ เอิ๊กๆๆ
มีความเห็นแถมเรื่องข้อสองด้วยค่ะ

เราหงุดหงิดกับนโยบายหนึ่งมาก
มีนักศึกษา (เขาบอกว่าเขาเป็น)
โทรศัพท์มาที่บ้านเราช่วงเช้าตรู่
ติดต่อกันสองสามวันก่อนลงประชามติ
เขาใช้คำว่า "โทรมาเชิญชวนไปลงประชามติ"
แล้วก็ถามว่าบ้านเรามีคนอายุถึงเกณฑ์ไปลงกี่คน
ทราบหรือยังว่าที่ลงฯ เป็นที่ไหน
ไปเช็ครายชื่อหรือยัง
ฯลฯ

หงุดหงิดค่ะ --- หงุดหงิด
จะโทรมาซ้ำซากเพื่ออะไรเนี่ย !!!
ไม่ทราบว่าใครคิด
แต่เป็นการก่อความรำคาญให้เราอย่างยิ่ง

ขอจัดอันดับความไม่ชอบไว้ระดับสูงพอๆ กับจตุคาม
(และญาติที่ชอบมาโชว์จตุคาม ชวนพ่อเราบูชา)


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:19:12:17 น.  

 
ชะอุ๊ย...แสบจิ๊ดๆค่ะ ๕ ไม่ชอบดุเดือดขนาดนี้
ขอรอฟัง ๕ ชอบด้วยนะ
ดูซิจะอารมณ์ไหน...
อ้อ คอนด้อมน่ะ อีกหน่อยจะเป็นสินค้าหนึ่งตำบลไงคะ
ต้องเร่งปชส.นิดนึง อิอิ


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:20:09:40 น.  

 
emoemoแอบมาหายามค่ำคืน

กลางวันแว่บยากอ่ะemoemo


โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:21:11:34 น.  

 
เป็น 5 ไม่ชอบที่หลายคนรู้สึกมีส่วนร่วม

ส่วน 5 ชอบที่คุณคนทับแก้วยังไม่เขียนลง จุเขียนลงก่อนละกัน

1.จุชอบแผ่นดินไทย ทุกอย่างเป็นของสาธารณะ ใครใคร่หยิบ หยิบ ใครใคร่ฉวย ฉวย เป็นของตัวเองง่ายดาย
2. จุชอบคนไทย อะไรๆๆ ก็ลืมง่ายเสมอ ให้อภัยง่าย และไม่ค่อยรู้จักจำ
3. จุชอบการแก้ปัญหาแบบไทยๆ มันเป็นการแก้ปัญหาที่คลาสสิคมากๆ ไม่ว่ายุคใด สมัยใด การแก้ปัญหาของคนไทยจะเป็นเป็นการตัดสินเฉพาะหน้าได้อย่างเฉียบขาด มีไหวพริบ และเราชำนาญแต่ปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาระยะสั้น ระยะยาว เป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันชั่วนาตาปี
4.จุชอบแพะของไทยค่ะ เป็นสัตว์ที่อุทิศตนเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ มันคงได้บุญมาก อันที่จริงแพะเป็นสัตว์ที่เกิดมาคู่กับการบูชายัญ และคนไทยก็ไม่เคยลืมมันเลย
5.จุชอบผักชีแบบไทยๆ ค่ะ เพราะมันไม่ได้เป็นแค่ผักที่ประกอบอาหารเท่านั้น แต่มันทำหน้าที่ในการรักษาหน้าตาของคนไทยด้วย จะมีผักชนิดไทยอีกล่ะ ที่มีคุณสมบัติเช่นมัน

นี่ละค่ะ.....5 อย่างที่จุชอบ


โดย: กระจ้อน วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:8:44:15 น.  

 
แหม..อาจารย์ก็..
นึกว่าจะได้อ่าน ๕ ข้อของอาจารย์แบบ soft ๆ ที่ไหนได้ดุเดือดเลือดพล่านเหมือนเดิม ฮ่าๆๆ

นึกว่าอาจารย์จะมีเรื่องคนไร้ระเบียบขาดจิตสาธารณะในห้าข้อนี้ด้วยซะอีกค่ะ จะได้มาแจมด้วย แต่ยังไงก็ขอยกมือเห็นด้วยกับเรื่องจตุคามด้วยคน หงุดหงิดมากเลยค่ะ โดยเฉพาะที่บ้านเราทุกคนไม่ค่อยสนใจเรื่องรูปเคารพเท่าไหร่นัก สนใจที่ตัวพระธรรมมากกว่า ก็เลยเบื่อพวกแขวนจตุคาม แต่ทำตัวเลวกว่าโจรซะอีก อุ๊บส์!

เอาล่ะค่ะ ยังไงก็จะรออ่าน ๕ ชอบก็แล้วกันนะคะ เอาแบบsoftๆนะคะอาจาย์ ฮ่าๆๆ


โดย: mrs.postman วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:9:01:40 น.  

 
ผมย้อนกลับไปอ่านที่ตัวเองเขียนอีกที

เออ... จริงของหลายๆ ท่านแฮะ ผมเขียนเหมือนคนอารมณ์เสียเขียนจริงๆ

อ่านดูเหมือนจะดุเดือด แต่ในขณะที่เขียนน่ะ ผมเขียนด้วยอารมณ์สนุกสนานนะครับ ไม่ได้อารมณ์เสียแต่อย่างใด

ที่เสียน่ะคงไม่ใช่อารมณ์

แต่คงจะเป็นปากมากกว่า


คุณจุ... ผมว่าผมก็ช่างประชดพอสมควรเหมือนกันนะครับ แต่ 5 ชอบของคุณจุเนี่ย... เต็มๆ เลยครับ


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:11:27:22 น.  

 
อาจารย์ ขา สวัสดีค่ะ

อะโห เขียนได้ดุเดือดดีซะจริงๆ ค่ะ สิ่งที่อาจารย์ไม่ชอบ และด้วยเหตุผลที่อรรถาธิบาย นี่ลึกซึ้งมากค่ะ ปอมีความเห็นสอดคล้องกับความไม่ชอบของอาจารย์ทั้ง ๕ ข้อ ค่ะ แต่ว่า อาจารย์คะ อาจารย์ ironic มากๆ ค่ะ นับถือ คุณจุ ก็ ironic สูสี สนทนากันที ท่าจะมีแต่เรื่องสนุก อิอิ



ข้อ ๑ และ ๒ ปัญหาน้ำเน่า ดำรงอยู่คู่สังคมไทยจริงๆ ปออยู่ห่างบ้าน บรรยากาศไม่ได้หนาแน่น แต่เห็นน้องๆ เขาดีใจที่มันผ่าน ........ปอก็นะ แล้วมันดีจริงๆ สมกะที่มันผ่านหรือเปล่า ผ่านๆ ไปจะได้เลือกตั้งไง......... อือ มีตัวให้เลือกมากๆ เลยนะ ไม่รู้เหมือนกัน เบื่อการเมืองไทย บางทีไม่อยากจะสนใจ ก็ไม่ได้เนาะ ชาติก็ชาติของเราอ่ะ ต้องช่วยกันดูแลรักษา


ข้อ ๓ มันจะเซนเซอร์ไปทำไมก็ไม่รู้ ฝ่ายหนึ่งก็เซนเซอร์ อีกฝ่ายก็ประโคมข่าว โปรโมท สู้ทำเป็นกฎเกณฑ์ ที่มีผลใช้บังคับเลยจะดีกว่า บางเรื่องก็ sensitive เกิน หาว่าไม่ดีต่อวัฒนธรรมอันดีงามมั่งล่ะ เราเมืองพุทธมั่งล่ะ เกณฑ์มันก็แปลกๆ ประโคมกันเข้าไปแต่ละอย่าง ยังกะเขียนฉากสร้างภาพ


ข้อ ๔ ไม่ชอบมากๆ เหมือนกันค่ะ รู้สึก อายแทนคนไทย นั่งอยู่ในแก่นแท้ๆ ยังอยากจะออกไปกินกระพี้ ธรรมดีๆ มีให้ศึกษามากมาย เอื้ออำนวยทุกอย่าง กลับพากันเข้ารกเข้าพง ไปเชื่องมงาย หลง ไกลวัดกันเข้าไปทุกที



ข้อ ๕ เยิน พูดได้คำเดียวค่ะ โครงการบ่งปัญญา แจกถุงยางฝรั่งจะไปแจกทำไมกัน เสียดายเงิน พวกนี้ เขาเข้าใจเรื่อง safety sex มากกว่าเด็กบ้านเราเยอะ บ้านเราออกดังเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ ถ้าใครอยากจะกิน อยากจะเสี่ยง......ง ก็ให้เขาซื้อหาอุปกรณ์ป้องกันเองซิ มันหาซื้อได้ทั่วไปอยู่แล้วนี่

ส่วนโครงการ ยืดอก พกถุงเนี่ย ก็ยะ.....ยังไงล่ะ คือ คนเรามันต้องคิดก่อนทำแล้วกันนะ ว่าทำแล้ว ตัวเองและคนอื่นจะไม่เดือดร้อนภายหลัง ไม่สร้างปัญหาสังคม มันควรจะเป็นสำนึกที่สั่งสอน ปลูกฝัง สั่งสมกันมา ไม่ใช่แค่เรื่อง ประชาสัมพันธ์กันโครมๆ ตอนนี้ แบบนี้ ตลก จะแย่



มาใส่อารมณ์เสร็จ ก็จะไปแล้วค่ะ อาจารย์ยุ่งมากไหมคะช่วงนี้ รักษาสุขภาพนะคะ


โดย: ปอ (O_Sole_mio ) วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:13:45:41 น.  

 
โอ..อาจารย์คนทับแก้วขา....

เราล้อเล่นน่ะค่ะเรื่องความดุเดือดเลือดพล่านของอาจารย์
ความจริงมันเป็นสไตล์มากกว่าค่ะ
เพราะมีเพื่อนหลายคนที่เวลาคุยเรื่องสังคมการเมืองก็จะออกสไตล์จริงจัง เหตุเพราะในสมองมันมีอะไรมากมายที่อยากจะถ่ายทอด อยากจะแชร์
แต่พอคุยเรื่องทั่วๆไป เรื่องส่วนตัวก็จะเฮฮาบ้าบอ ตลกโปกฮา รีแล๊กซ์

เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นแบบนั้นน่ะค่ะ
คือ..ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าเรากำลังทำ กำลังพูดอะไรอยู่กับใครมากกว่า
แต่เราก็ไม่ชอบเท่าไหร่นะกับคนประเภทตลกอยู่ร่ำไป หรือเคร่งเครียดกับทุกเรื่อง อาจารย์ก็คงไม่เป็นอย่างนั้นหรอกน่า..

เพราะอย่างน้อยอาจารย์ก็เข้าไปบอกที่บล๊อกว่าความเพลิดเพลินของอาจารย์คือ
"การได้อยู่บ้าน พูดคุยกับพ่อแม่ กับแฟน"
แล้วก็
"เล่นกับแมว" เหมียว เหมียว ใช่เปล่าคะ


โดย: mrs.postman วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:14:39:07 น.  

 
คุณ mrs.postman... ผมเข้าใจว่าแซวผมเล่นน่ะครับ ไม่ต้องห่วงครับ

ตอนผมเขียนบล็อกนี้ ยิ่งเขียนไป มันก็ยิ่งมันมือน่ะครับ เลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:14:48:29 น.  

 
แวะมาเยี่ยม แวะมาทักทาย ท่านอาจารย์คนทับแก้วครับ

ผมไม่ได้เข้ามาบล็อคของท่านอาจารย์นานแล้ว เพราะว่าที่ผ่านมางานของผมวุ่นครับ มีเวลาผมก็เอาแต่เขียนเรื่องอย่างเดียว ไม่ค่อยได้แวะไปเยี่ยมเยียนบล็อคของเพื่อน ๆ เท่าไหร่ครับ (แบบว่าเน็ตช้าด้วยนะ)

ผมคอมเม้นท์ให้ท่านอาจารย์ฯ เลยนะครับ

เรื่องบรรยากาศการเมือง ตอนนี้ผมก็ไม่ชอบเหมือนกันครับ ผมก็ยังถือว่าการเมืองช่วงนี้ยังอึมครึมอยู่ครับ เดี๋ยวเริ่มมีข่าวลือที่เป็นกระแสหลาย ๆ อย่างด้วย ยิ่งทำให้บ้านเมืองสับสนเข้าไปใหญ่ ตอนนี้นักลงทุนรายย่อยกลัวที่สุด ก็คงเป็นเรื่อง 1.) ผบ.ทบ. คนใหม่ จะเป็นใคร? (หลาย ๆ คนกลัวสะพรั่งครับ) 2.) การแบ่งขั้วอำนาจ ที่ยังไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนจะจ้องทำลายฝ่ายไหนกันแน่ 3.) กลัว คุณสมัคร กลัวนอมินี่ ลึก ๆ แล้วก็คือกลัวอำนาจเงินนี่เองครับ 4.) ท่านสนธิ จะลงเล่นการเมืองไหม? ฯลฯ

แต่ผมเชื่อว่า เลือกตั้งแล้ว ทุก ๆ อย่างน่าจะดีขึ้นครับ ใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ช่าง แต่ขอให้เข้ามาเร่งแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจก่อนเป็นอันดับแรกก็แล้วกันครับ

เรื่องการลงประชามติ มันผ่านมาแล้วครับ แก้ไขอะไรไม่ได้ครับ จริง ๆ แล้วผมก็เหมือนกับคนกรุงเทพฯทั่ว ๆ ไปครับ ผมไปลง รับ แต่ในใจจริง ๆ แล้วไม่อยากจะรับเลยครับ เพราะว่าเหตุผลบางประการ (เนื่องจากส่วนตัวผมจบ รัฐศาสตร์ การเมืองการปกครองมาด้วยครับ) แต่ที่จำใจรับ เพราะอยากให้มีความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งเท่านั้นเองครับ

เรื่องเซ็นเซอร์ภาพยนต์ ผมไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านนี้ครับ ไม่ถนัดเลยไม่ขอคอมเม้นท์ครับ แต่ผมถือว่า ตัวผมเองมีวิจารณญาณพอที่จะเลือกบริโภคสื่อ ต่าง ๆ ได้ครับ ผมไม่ค่อยตามกระแสเท่าไหร่ครับ อย่างเช่น หนังเรื่องนี้ ผมคิดว่าผมอยากจะดู ผมก็ไปดูครับ ไม่ค่อยสนใจคำวิจารณ์หรือคำเชียร์โฆษณาเท่าไหร่ครับ

เรื่องกระแสจตุคามฯ ผมว่าเป็นเรื่องทางพาณิชย์มากเกินไปครับ ดังนั้นกระแสจตุคามฯจะโดนหลักทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์กลบเกลื่อนไปเองในอนาคตครับ (กฎแห่งการลดน้อยถอยลง) ซึ่งอีกไม่นานก็คงมีกระแสในเรื่องอื่นมากลบไปเองครับ

ส่วนเรื่องสุดท้าย เรื่องการแจกถุงยางในกีฬามหา,ลัยโลก เรื่องนี้จบไปแล้วเหมือนกันครับ การรณรงค์ให้ใช้ถุงยางเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ว่าก็ไม่ควรทำให้เอิกเกริกจนเกินไป ผมเห็นด้วยกลับท่านอาจารย์ครับ แต่ในความคิดเห็นของผม เรื่องที่นักฟุตบอลไทยชกมวยหมู่กับนักฟุตบอลแม็กซิโกสิครับ ผมว่าเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ครับ เพราะว่าเป็นกีฬาระดับมหา,ลัย ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นปัญญาชน เขาไม่น่าทำกันอย่างนี้เลยครับ โดยเฉพาะที่เจ้าหน้าที่ทีมไทยไปร่วมผสมโรงด้วย ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าอับอายมาก ๆ ครับ (พี่หนุ่ย เอกราช เก่งทุกทางเป็นรุ่นพี่ซีเนียร์ของผมที่มหา,ลัยครับ)

จบคอมเม้นท์แล้ว พอ ๆ กับตอบข้อสอบให้ท่านอาจารย์เลยครับ .... อิอิ

ท้ายสุดนี้ ฝากท่านอาจารย์และเพื่อน ๆ เข้าไปอ่านกระทู้ที่ผมตั้งไว้ใน pantip (ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดที่กล่าวมาเลยนะครับ) ด้วยนะครับ ผมเอาไปโพสไว้ ไม่มีใครเข้ามาอ่านเลยครับ

http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W5764122/W5764122.html

อิอิ

ไปล่ะครับ ไว้โอกาสหน้าว่าง ๆ ผมจะมาตอบข้อสอบ ...เฮ้ย ... จะมาคอมเม้นท์ให้ท่านอาจารย์คนทับแก้วใหม่นะครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:15:26:03 น.  

 
บังเอิญผมเป็นคนที่ชอบอ่าน ๕ ชอบ ด้วยสิครับ
เวลาอ่าน ๕ ไม่ชอบแล้วจิตเกิด แบบว่าพาลอิน เลยขออ่านแบบผ่านๆ นะครับ
รอ ๕ ชอบครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:17:19:08 น.  

 
การเมือง+ถุงยางอนามัย อ่านแล้วสะใจจริงๆ


โดย: mungkood วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:20:40:55 น.  

 
ถ้าคิดในแง่ดี การละเลงงบประมาณถือเป็นการกระจายรายได้นะคะ มันผ่านไปแล้ว เช้าวันลงประชามติคุณย่าไปซื้อข้าวแกงได้ยินว่าขนาดในตัวเมืองนครปฐมยังมีหมาเห่าหอนคนที่มาแจกตังค์คนละสองร้อยเลยหล่ะค่ะ ทามมายไม่มาแจกเรามั่งน๊า จะได้เอาไปให้เจ้าเก็ตซื้อหนมกิน
หนังสือ แวนโกะเรียกพี่ ยังไม่ได้ซื้อซักทีเลยหล่ะค่ะ รองานหนังสือก่อน waiting list เพียบ
แล้วเมื่อไหร่อาจารย์จะรีบผลิตเจ้าตัวเล็กม่างหล่ะค๊า จะได้มีเรื่องน่าประหลาดใจให้ขำได้ทุกวันแบบเราไง


โดย: คุณย่า วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:21:07:10 น.  

 
ตามมาอ่านแล้วนะครับ

รู้สึกว่า คนที่ผมแทกนี่จะมี 5 ไม่ชอบใกล้เคียงกันหมดเลย ฮ่าๆๆ

1.ผมเคยอ่านงานเขียนของอ.เสกสรรค์แล้วชอบมาก แกเขียนว่า การเมืองก็คือ การแย่งชิงอำนาจของกลุ่มผู้นำแค่ไม่กี่กลุ่ม โดยถ้าเกิดมีกลุ่มไหนพลาดพลั้งก็จะชวนประชาชนที่อกหักทั้งปีทั้งชาติอยู่แล้วไปช่วยกับโค่นล้มอีกกลุ่ม วนไปวนมาซ้ำซากอย่างนี้

2.ผมหงุดหงิดกับกระบวนการนี้หลายอย่างมากๆๆๆ เด็กต่อยกันยังแข่งกันยุติธรรมกว่าไอ้การลงมตินี่อีก

3+4.อ.ใจตรงกับผมเลยครับ

5.No comment

รออ่าน 5 ชอบนะครับ


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 31 สิงหาคม 2550 เวลา:6:05:47 น.  

 
ไม่มีอะไรค่ะ เข้ามาดูเผื่อ ๕ ชอบออกวางแผงแล้ว อิอิ


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน วันที่: 31 สิงหาคม 2550 เวลา:13:05:34 น.  

 




สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


แผ่นฟ้ากว้างใหญ่ยังรับรู้
ว่าความห่วงใยที่มีอยู่นั้นล้นปรี่
แม้อาจจะไม่ได้ไปคลุกคลี
แต่ทุกนาทีก็ คิดถึง เธอ


** ขอให้มีความสุขกับช่วงวันหยุดพักผ่อนนะจ้า **


ชอบเหมือน จาร์ย เลยอะ ..


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 31 สิงหาคม 2550 เวลา:15:29:49 น.  

 
ยิ่งเขียนยิ่งมัน
เมื่อวานก่อนไปดูงานที่นครนายก แวะดูงานที่มธ., ทานข้าวที่ AIT หาห้องอาหารไม่เจอกัน หลงไปที่แคนทีนมีน้องนักศึกษาคนไทยอาสาขี่จักรยานนำรถบัสของเราเพราะดูท่าพวกเราจะงงและหิวมาก น้องขี่นำไปส่งถึงที่เลย ใจดีจริงๆค่ะ


โดย: เฉลียงหน้าบ้าน วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:0:34:53 น.  

 
ไว้รอติดตาม 5 ชอบต่อไปนะคะ


โดย: rebel วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:7:39:23 น.  

 
แหม...นึกว่ามี ๕ ชอบแล้วซะอีก


โดย: mrs.postman วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:8:39:06 น.  

 




สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


เพื่อน .. คือใครยามใจเหงา
เพื่อน .. เป็นเงาอยู่ข้างเราเสมอ
เพื่อน .. คือทุกสิ่งดี-ดีที่พบเจอ
เรา .. รักเพื่อนเสมอจากใจจริง



** ขอให้มีความสุขกับช่วงวันหยุดพักผ่อนนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:14:47:51 น.  

 
ใจเย็นๆค่ะอาจารย์
แค่เรือ่งไม่อชบ 5 อย่าง ก็ดุเดือดแล้วนะคะ คิคิก


พูดถึงเรื่องถุงยางเนี่ย กระต่ายก็รุ้สึกแบบเดียวกับอาจารย์อ่ะค่ะ
ตอนได้ยินข่าวยังอึ้งๆเลย ก้เข้าใจแหละว่าหวังดี
แต่มาออกข่าวซะโจ่งแจ้งแบบนี้ก็นะ...


โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:17:44:01 น.  

 
คิดนานจัง ของชอบเนี่ย อิอิ


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:19:27:58 น.  

 

เพิ่งจะเข้ามาอ่าน 5 ไม่ชอบที่สุดของคนทับแก้ว ...อุอุ ทั้ง5ข้อ ผมปล่อยวาง ไม่ไปเครียดกะเรื่องราวนอกตัว ก็เลยยังไม่มี 5 ไม่ชอบนิ


โดย: yyswim วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:21:17:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.