"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
5 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
ไม่เอาการเมืองใหม่ (ดึกดำบรรพ์)

5 ก.ย. 2551


อันที่จริงผมเขียนระบายความรู้สึกโกรธเกลียดกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" เอาไว้มากมาย แต่ผมคิดว่าผมเก็บไว้อ่านคนเดียวดีกว่า เพราะคำพูดบางคำไม่เหมาะสม หากเอามาลงไว้ก็เห็นจะเป็นการชวนทะเลาะกันถ้าเราเห็นไม่ตรงกัน

แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าไม่ออกความเห็นเสียบ้างก็รู้สึกอึดอัด จึงเอาเฉพาะความคิดเห็น หรือจะให้ถูกต้องต้องเรียกว่า จินตนาการ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ "การเมืองใหม่" ที่เขากำลังพูดกันมาลงไว้ เผื่อว่าจะได้ช่วยกันคิด ช่วยกันตั้งสติ



ขณะนี้กำลังมีการพูดกันถึง ระบบการเมืองแบบใหม่ ที่จะให้มีการ แต่งตั้ง ตัวแทน (ซึ่งเลี่ยงบาลีกันไปเรียกว่า สรรหา) ในสภาในสัดส่วนร้อยละ 70 และให้มีตัวแทนที่มาจากการ เลือกตั้ง เพียงร้อยละ 30 เท่านั้น

ยังไม่ทันต้องออกแรงสมองคิดก็เห็นชัดเจนอยู่แล้วว่า ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยตรงไหนเลย เพียงแต่ ฉวยโอกาสที่กำลังโหมให้ประชาชนหน้ามืด เกลียดนักการเมือง เกลียดรัฐบาลกันได้ที่ และไม่ทันฉุกคิด ยัดเยียดระบบการเมืองแบบใหม่นี้เข้ามา



ในจินตนาการของผม มันมีกลุ่มบุคคลขนาดไม่เล็กและครอบคลุมหลายวงการ โดยเฉพาะวงการที่มีผลต่อความคิดของประชาชน (เช่น ข้าราชการ นักวิชาการ สื่อมวลชน องค์กรอิสระ ผู้นำชุมชน ฯลฯ) ที่พยายามทำให้บ้านเมืองวุ่นวายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน เพื่อให้เห็นว่า ประชาธิปไตยเต็มใบนั้นยังใช้ไม่ได้กับประเทศไทย ประเทศไทยนั้นยังคงต้องพึ่งพาผู้มีความรู้ความสามารถหรือเทวดาทั้งหลาย (ที่ไม่กล้าลงมาให้ประชาชนเลือก) ที่ต้องไปกราบเรียนเชิญให้เข้ามาบริหารประเทศอยู่

คนที่อยู่ในกลุ่มบุคคลกลุ่มนี้เริ่มเปิดเผยตัวกันมากขึ้นทุกทีแล้ว ใครเป็นใครบ้างก็ขอให้ตั้งสติติดตามข่าวดูให้ดี มีทั้งข้าราชการที่เกษียณแล้วและยังไม่เกษียณ บรรดาผู้ที่มีฉายานามพิสดารทั้งหลายที่ไม่รู้ว่าใครตั้งให้หรือพวกเขาตั้งกันเอง (เช่น ผู้ดีบ้าง ผู้อาวุโสบ้าง ปราชญ์บ้าง) นักวิชาการบางคน สหภาพแรงงาน วุฒิสมาชิกบางส่วน คนมีสี สื่อมวลชน รวมไปถึงพรรคการเมืองเก่าแก่ (พรรคนี้เขาทำอะไรก็ได้ ขอให้ตัวได้เป็นรัฐบาลเป็นพอ)

ในวันนี้ ส่วนหนึ่งของคนกลุ่มนี้รับบทเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน นั่นคือ กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "...เพื่อประชาธิปไตย" แต่โดย เนื้อหาและวิธีการ แล้ว ห่างไกลความเป็นประชาธิปไตยเหลือเกิน

หลายคนยอมสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมืองตามที่คนพวกนี้สั่งเพราะไม่รู้ เนื่องจากคนพวกนี้เอาความเลวของนักการเมืองซึ่งเป็นความรู้สึกร่วมของคนส่วนใหญ่ (รวมทั้งผมด้วย) มาเป็นธงในการเคลื่อนไหว

หลายคนทำตามทั้งๆ ที่รู้ เพื่อให้กลุ่มของตัวเองสมประโยชน์อะไรบางอย่าง บ้านเมืองจะเสียหายอย่างไรก็ช่าง ตัวเองได้ประโยชน์เป็นใช้ได้ คนพวกนี้ต้องแช่งให้วิบากกรรมตามทันให้เร็วที่สุดก่อนที่ประเทศจะพัง



ผมไม่อยากเรียกสิ่งที่กำลังพูดถึงกันว่า การเมืองใหม่ เพราะผมเห็นว่ามันเป็น การเมืองยุคดึกดำบรรพ์ โดยแท้ เป็นการย้อนยุคไปสู่สมัยที่เพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 70 กว่าปีที่แล้วก็ว่าได้

ผมว่า การเมืองใหม่ (ดึกดำบรรพ์) ที่ว่า น่าจะเป็นสิ่งเดียวกับสิ่งที่เรียกว่า อมาตยาธิปไตย เพราะเป็นการแต่งตั้งเทวดาที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาปกครองและบริหารบ้านเมือง โดยประชาชนไม่มีส่วนร่วม

หลักฐานชัดเจนที่บอกถึงการมีอยู่ของกลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ คือ เมื่อรัฐบาลโยนหินถามทางว่าจะให้ประชาชนลงประชามติว่า จะเอาการเมืองใหม่ตามที่พวกอันธพาลข้างทำเนียบเสนอหรือไม่ (ที่จริงรัฐบาลจะขอประชามติว่าจะให้รัฐบาลทำงานต่อหรือไม่ แต่ผมคิดว่าคำถามควรจะเป็นอย่างนี้มากกว่า) ก็มีเสียงคัดค้านออกมาจากหลายกลุ่มหลายพวกว่าทำไม่ได้โดยอ้างว่าขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกันของทุกกลุ่มอย่างน่าอัศจรรย์

คนที่คัดค้านก็คือคนกลุ่มที่ผมจินตนาการเอาไว้ข้างบน มีทั้งพรรคการเมืองเก่าแก่ สว. นักเคลื่อนไหว รวมทั้งนักวิชาการ

ที่ผมผิดหวังมากก็เห็นจะเป็นกลุ่มของอธิการบดีของ ม.ธรรมศาสตร์ และนิด้า ที่ไม่สนับสนุนประชาธิปไตยเต็มใบ แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะในอดีต เขาก็มั่วจะเอานายกฯ พระราชทานโดยใช้มาตรา 7 ร่วมกับพรรคการเมืองเก่าแก่มาแล้ว

คนพวกนี้เขาต้องรีบออกมาแสดงตัวกัน เพราะหากเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองให้เป็นระบบการเมืองใหม่ (ดึกดำบรรพ์) ได้จริง จะได้ขึ้นเรืออมาตยาธิปไตยไปกับเขาได้ทัน

การเมืองใหม่ (ดึกดำบรรพ์) นี้เสียหายอย่างไร

ในความรู้สึกของผม ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ เราจะไม่มีอำนาจในการปกครองตัวเองเต็มที่เหมือนประชาธิปไตยเต็มใบที่เราพยายามเรียกร้องและเสียเลือดเนื้อกันมาหลายครั้ง

อุปสรรคของประชาธิปไตยเต็มใบอยู่ที่ไหน ผมคิดถึงสามเรื่อง

- การศึกษา หมายถึง ความรู้ความเข้าใจของคนไทยที่ต้องทำให้เข้าใจให้ได้ว่า เรามีสิทธิและเสรีภาพในการปกครองดูแลตัวเองผ่านทางตัวแทนซึ่งได้แก่ สส. ที่เราเลือกเข้าสภา คนไทยจะต้องรู้ว่านักการเมืองคนไหนเลวอย่างไร โดยสื่อมวลชนจะมีบทบาทมากในส่วนนี้ คนไทยจะต้องรู้ว่าการตอบแทนบุญคุณแบบผิดๆ ด้วยการเลือกคนที่ซื้อเสียงเราเข้าสภานั้นจะส่งผลร้ายต่อเราอย่างไรในท้ายที่สุด

- ความเลวของนักการเมือง นี่คือธงชัยในการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ อันเป็นหัวหอกของการเมืองใหม่ (ดึกดำบรรพ์) ที่พยายามจะแสดงให้เห็นว่า นักการเมืองพวกนี้ฉ้อราษฎร์บังหลวงกันทุกคน (ยกเว้นนักการเมืองจากพรรคเก่าแก่ซึ่งเป็นตัวแทนของพวกตนในระบบรัฐสภา) ประชาธิปไตยเต็มใบไม่เหมาะกับประเทศไทยจึงได้มีความวุ่นวายเกิดขึ้น และเมื่อมีความวุ่นวายเกิดขึ้น รัฐบาลประชาธิปไตยก็ไม่มีปัญญาจัดการประเทศได้ (ผมไม่อยากจะจินตนการต่อว่า สถานการณ์วุ่นวายทางใต้มีความเกี่ยวโยงกับเรื่องนี้หรือไม่)

- ความกลัวที่จะสูญเสียอำนาจของกลุ่มอำมาตย์ ซึ่งถูกท้าทายอย่างรุนแรงจากนักการเมืองรุ่นใหม่ไม่ง้อของเก่าอย่างอดีตนายกฯ ที่ต้องระเห็จออกนอกประเทศไปแล้ว

ผมเข้าใจว่าก่อนหน้านี้ นักการเมืองและอำมาตย์คุยกันรู้เรื่อง แบ่งผลประโยชน์กันลงตัว ขัดแย้งกันบ้างตามประสาแต่ก็ไม่รุนแรง ทั้งสองกลุ่มอาจเคยเห็นพ้องกันว่า อย่าให้คนไทยรู้มากนักหรือฉลาดเกินไป เดี๋ยวจะปกครองไม่อยู่

พอมาวันหนึ่ง กลุ่มการเมืองเกิดไม่ง้อกลุ่มอำมาตย์อย่างเก่า เพราะได้เอาใจประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นระดับรากหญ้าอยู่หมัดแล้วด้วยนโยบายประชานิยม กลุ่มอำมาตย์จึงต้องชิงมวลชนคืนด้วยการยกเอาความเลวของนักการเมืองซึ่งเป็นความรู้สึกร่วมของคนทั้งประเทศมาเป็นธงนำในการเคลื่อนไหว ก็เลยลากยาวมาตั้งแต่การยึดอำนาจจากนายกฯ คนเก่า เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ที่ดึงอำนาจออกไปจากประชาชนอย่างชัดเจนโดยให้คนที่มาจากการแต่งตั้งและองค์กรอิสระ (ซึ่งตั้งโดยผู้ที่มาจากการแต่งตั้ง) เป็นผู้กำหนดชะตากรรมของผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันที่กำลังเรียกร้องให้นายกฯ คนปัจจุบันลาออก ทำให้พรรคการเมืองที่ไม่ใช่พวกสูญพันธ์ไปให้หมด และเปลี่ยนระบบการเมืองให้เป็นการเมืองใหม่ (ดึกดำบรรพ์) ที่จะทำให้พวกตนจัดการประเทศกันได้สะดวกโยธิน



เขาเรียกการเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่า "สงครามครั้งสุดท้าย"

ผมว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ คือ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ประชาธิปไตยเต็มใบจะหายไปจากประเทศไทย

ประเทศจะถูกบริหารโดยคนที่เราไม่ได้เห็นชอบและเลือกตั้งเข้าไป เราจะได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ดูพวกเขาจัดการประเทศไปอย่างที่พวกเขาต้องการ



ผมไม่รู้ว่าผมจินตนาการอะไรผิดหรือเลยเถิดไปไกลเกินไปหรือไม่

สำหรับผม นักการเมืองจะเลวอย่างไร อย่างน้อยเขาก็มาจากการเลือกตั้งโดยเราเอง จะต้องกินเวลาอีกกี่สิบปีกว่าคนดีในสภาจะมากกว่าคนเลวก็ต้องทำ เพราะระบบการเมืองที่เลือกตัวแทนเข้าไปในสภาทั้งหมดโดยไม่มีการแต่งตั้ง และนายกฯ มาจากการเลือกตั้งนั้น เป็นระบบการเมืองที่เราเป็นเจ้าของชีวิตเราเองมากกว่าระบบแต่งตั้งแน่นอน

ที่เราๆ ท่านๆ ซึ่งพอจะมีช่องทางรับรู้ข้อมูลข่าวสารความเลวของนักการเมืองอยู่บ้างควรจะทำ คือ ต้องบอกญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ลูกศิษย์ลูกหา ฯลฯ ให้รู้เหมือนเรา บอกต่อกันไปว่าอย่าเลือกคนพวกนี้เข้าไปอีก ต้องเลิกตอบแทนบุญคุณด้วยวิธีผิดๆ อีก ต้องรู้จักติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ผมอยากให้นักการเมืองเลวมีน้อยที่สุดเหมือนทุกคน แต่ต้องไม่ใช้วิธีอันธพาลข้างถนนซึ่งรับไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ควรใช้สติเป็นที่ตั้ง แล้วให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อให้เลือกตั้งคนเลวเข้ามาให้น้อยที่สุด ถึงจะต้องใช้เวลานานเป็นสิบปี แต่ก็เป็นวิธีที่ถูกต้องและสมควรทำ



ผมไม่รู้ว่าผมคิดหรือจินตนการผิดถูกอย่างไร เพียงแต่อยากขยายอีกมุมมองหนึ่งให้ฟังบ้างก็เท่านั้น

เหนือสิ่งอื่นใด วันนี้ สติ สำคัญที่สุดครับ

สติต้องมาก่อน ปัญญาจึงจะเกิด

วันนี้ผมกำลังตั้งสติอยู่ครับ ด้วยหวังว่าปัญญาจะเกิดตามมา...




Create Date : 05 กันยายน 2551
Last Update : 5 กันยายน 2551 9:38:31 น. 18 comments
Counter : 438 Pageviews.

 
ติดตามการเมืองด้วยความเบื่อหน่ายเต็มที จนทุกวันนี้ต้องมองให้เป็นเรื่องบันเทิงไปแล้ว

คิดเสียว่ากำลังดูปาหี่ ทั้งๆ ที่ไม่อยากดูแล้ว หากแต่เวทีที่พวกเขาเล่นมันดันเป็นประเทศที่เราอยู่ด้วยน่ะสิ ก็เลยไม่ดูไม่ได้

คนพวกนี้ ปากบอกว่ารักประเทศด้วยกันทั้งนั้น แต่การกระทำแต่ละอย่างไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่าคำนึงถึงประเทศชาติและประชาชน

เบื่อครับ


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:9:46:32 น.  

 

สวัสดีคะ แวะมาทักทาย มีความสุขในการทำงานอีก 1 วันก็จะได้หยุดแล้วคะ



โดย: หน่อยอิง วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:10:04:07 น.  

 

สวัสดีคะ แวะมาทักทาย มีความสุขในการทำงานอีก 1 วันก็จะได้หยุดแล้วคะ



โดย: หน่อยอิง วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:10:04:21 น.  

 
ติดตามข่าวมาโดยตลอด ช่วงหลังๆรับฟังทางเนตไม่ค่อยดี ขาดๆหายๆ บางทีได้ฟังก็ไม่สบายใจเหมือนคนทะเลาะกัน รักประเทศนั้นอาจจะรักจริง เเต่การเเสดงออกบางทีก็ไม่เหมาะสมหรือทำเกินเลยไปบ้าง

ขอบคุณมากค่ะ จะมาคอยติดตามค่ะ


โดย: ศิริกัลยา (YUCCA ) วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:10:20:11 น.  

 
คัดค้านการได้มาซึ่งอำนาจนอกระบบประชาธิปไตย คือการเมืองใหม่ 70 : 30 ไม่เอาการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ
และ ไม่เอารัฐประหาร

ขอให้แกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 9 คนที่ถูกหมายจับมอบตัว เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์


โดย: I_sabai วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:13:35:49 น.  

 
+ ผมไม่สนับสนุนทั้ง 2 ฝั่งครับ ...
* รัฐบาล - แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งเกินไป (โดยไม่อายฟ้าดิน และประชาชนที่เลือกตนเข้ามา) ว่าตัวเองเป็นนอมินีของใคร เตรียมยื่นแก้รัฐธรรมนูญเพื่อใคร ... แถมยังเตรียม 'กิน' โครงการที่อนุมัติกันอยู่ซะปากมันแผล็บเชียว

* พธม. - ข้ออ้างเหมือนจะดี แต่มีจุดประสงค์แอบแฝง, การกระทำและแนวคิดหลายอย่างไม่ make sense, ประท้วงในเวลาที่ไม่เหมาะสม โดยไม่คิดถึงความพินาศฉิบอ๋ายของประเทศชาติ

+ ข้อที่เป็นปัญหาโลกแตกคือ ... ประชาธิปไตยเต็มใบ แบบที่จารย์ทสว่า ก็คือ ... ตอนนี้ มันไม่มีใคร (ที่ดีพอ) ให้ผมเลือกเป็นตัวแทนเนี่ยสิครับ ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก ... เมื่อไหร่หนอ นักการเมืองไทยถึงจะเลิกเป็น 'ตระกูลนักการเมือง' (ที่มีจิตวิญญาณของการโกงกินอยู่ในสายเลือด) แล้วหันมาทำตัวเหมือนนักการเมืองที่มีคุณภาพในอีกหลายๆ ประเทศเสียที


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:22:09:13 น.  

 
ต้องบอกว่า ... เห็นด้วยกับคุณบลูยอชท์ทุอย่างเลยค่ะ
เพราะถือว่า ไม่มีใครคิดถึงส่วนรวมอย่างจริงๆ สักที
ทำแบบมีนัยยะทุกอย่าง แอบแฝง ไม่จริงใจ ทั้งสองฝ่าย
กลัวแหละคะสำหรับการเมืองเดี๋ยวนี้ จนขยาด
และไม่อยากติดตามความเครียดแบบพุ่งปรี๊ดอย่างนี้เลย


โดย: JewNid วันที่: 6 กันยายน 2551 เวลา:7:31:41 น.  

 
ไม่ชอบทั้งสองฝ่ายเลยค่ะ -*-

ครอบครัวร้าวฉานเพราะไอ้พวกนี้จริงๆ ฮึ่ม


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 6 กันยายน 2551 เวลา:23:54:41 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณ คนทับแก้วครับ

ผมว่าปัญหาเกิดจาก ตอนนี้ นักการเมืองถูกทำให้เลวอยู่ฝ่ายเดียว แต่ฝ่ายอำมาตย์/ทหาร/อำนาจเก่า ถูกสร้างภาพให้เป็นคนดี (ทั้งที่จริง ต่างก็มีดีมีเลวไม่ต่างกัน) เลยกลายเป้นข้ออ้าง ให้พวกพันธมิตรสามารถเสนอข้อเสนอที่โคตรไม่เป็นประชาธิปไตยแล้วประชาชนยอมรับแบบนี้ได้

ผมชอบความเห็นของอ.ธงชัย ในบทความอันใหม่ล่าสุดของแก (ผมเอาลงไว้ในบลอกผม ลองเข้าไปอ่านได้นะครับ)


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 7 กันยายน 2551 เวลา:5:17:49 น.  

 
ตอนนี้มี "พันธมิตรฯ เยาวชน" เพิ่มขึ้นมาอีก นิสิตนักศึกษาบางส่วนชักชวนให้หยุดเรียนยาวตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนนี้

เวรกรรมมาตกอยู่ที่ครูบาอาจารย์อีกสิทีนี้ เพราะถ้าเกิดนักศึกษาเขาหยุดเรียนและขาดสอบ (สอบปลายภาคกำลังจะมาถึงสิ้นเดือนนี้) โดยอ้างเหตุผลว่าไปร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล แล้วคนสอนหนังสือจะทำอย่างไร??


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:8:56:57 น.  

 
มารับฟังข่าวความเคลื่อนไหว เพิ่งทราบข่าวว่านักศึกษาพันธมิตรเยาวชนเริ่มมีบทบาท น่าเป็นห่วง ไม่กล้าคอมเม้นส์ในที่นี้เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่เเล้ว
เเต่จะคอยติดตามเสมอค่ะ


โดย: YUCCA วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:12:18:38 น.  

 
+ ในกระบวนเวียดนาม 3 โซน ... ถ้าเวียดนามใต้เป็นอย่างที่จารย์ทสเล่าไว้, เวียดนามเหนือ สำหรับผมก็ค่อนข้างเฉยๆ นะ ... ดังนั้น สวยสุด สงสัยจะเป็นเวียดนามกลาง (เว้-ฮอยอัน-ดานัง) ละมังครับ อุๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:21:21:36 น.  

 
แวะมาส่งเข้านอน หลับฝันดีค่ะ
..." ไม่เอาการเมืองใหม่ (ดึกดำบรรพ์มั่ก ๆ) "..


โดย: I_sabai วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:22:58:00 น.  

 

สวัสดีคะ แวะมาทักทาย มีความสุขในการทำงานวันพุธนะคะ



โดย: หน่อยอิง วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:8:10:14 น.  

 
สุดท้ายมีใครรักประชาชนบ้าง
ไม่มี

ประเทศไทยเหมาะกับประชาธิปไตยจริงหรือ

ในเมื่อนักการเมืองหน้าหนา ทำผิดไม่กลัวบาปกรรม ดื่มน้ำสาบานตน แล้วก็ยังทำผิด

ว่าแต่คนในสภา คนไหนบ้างที่ถ้าสิ้นลมแล้วจะได้ไปสวรรค์ ช่วยบอกให้ฟังซักชื่อสิครับ

โอกาสทำดีมีมาก เพราะได้อำนาจจากประชาชน แต่ไม่เคยคิดทำ มัวแต่ทำอะไรอยู่ เงินทองตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ จะรวยกันไปถึงไหน
ที่แล้วมา คนไทยลืมหมดแล้ว ทำดีวันนี้ แค่นี้ก็พอใจแล้ว สำหรับคนที่อยู่ในรัฐสภา

เมื่อก่อนนายกฯ มาจากการแต่งตั้ง ด่ากันเสียเละ แล้วหลังจากนั้น เคยมีนายกฯ คนไหนที่มาจากการเลือกตั้งที่ดีบ้าง บอกให้ผมชื่อนใจหน่อยได้ไหมครับ

คิดๆ แล้ว ดูจะไม่มีทางออก ดูอย่างคนนอก ไม่ยึดติดมัน ดีที่สุด เดี๋ยวน้ำก็ท่วมโลกแล้ว ทำดีกันเถอะครับ จะได้บอกท่านพยายมเวลเขาถามว่าทำดีอะไรมาบ้าง

สวัสดีครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 14 กันยายน 2551 เวลา:2:41:26 น.  

 



โดย: somnumberone วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:11:02:54 น.  

 


สวัสดีคะ แวะมาเยี่ยม มีความสุขนะคะ



โดย: หน่อยอิง วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:16:12:38 น.  

 

ไม่ได้ข่าวเกี่ยวกับเมืองไทยระยะนี้นอกจากเปลี่ยนนายกคนใหม่ สมาชิกสภาหน้าตาคุ้นๆ

ที่อเมริกาตอนนี้ทุกคนกำลังติดตามความเคลื่อนเกี่ยวกับการเลือกไหวเกี่ยวประธานาธิบดีคนใหม่ เจาะติดหน้าทีวีเชียวค่ะ
เป็นที่ทราบกันดีอยู่เเล้วว่าที่ญี่ปุ่นก็เพิ่งเปลี่ยนนายกคนใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ไม่ต้องให้มีประชาชนไล่ก็ต้องลาออก
เเต่เห็นที่มีเหตุการณ์รุนเเรงก็ที่เกาหลีใต้ที่ไล่นายกนั้น น่ากลัวเหลือเกิน

วันอาทิตย์ที่เมืองไทยคงร้อนเช่นเคย ขอให้มีความสุขกับการพักผ่อนกับครอบครัวในสุดสัปดาห์ค่ะ คิดถึงเเวะมาทักทายค่ะ


โดย: " ยูกะ " (YUCCA ) วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:11:37:50 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.