"The single best way to grow a better brain is through challenging problem solving." - Eric Jensen (1998), Teaching with the Brain in Mind
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2548
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 กรกฏาคม 2548
 
All Blogs
 
Signs สัญญาณสยองโลก

1 ม.ค. 2546

ผมอยากพูดถึงหนังเรื่องนี้ในมุมมองของผมสักหน่อย ผมเริ่มชื่นชอบในฝีมือของผู้กำกับอินเดียที่ชื่อ M. Night Shayamalan คนนี้มาตั้งแต่หนังเรื่อง Six Sense ผมว่าแกเป็นคนที่คิดอะไรแปลกกว่าคนอื่น เขียนเรื่องได้เนียน ถ่ายภาพได้สวย และลำดับภาพเล่าเรื่องถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี ก่อนที่จะเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ ผมคาดว่าคงเป็นหนังแนววิทยาศาสตร์เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวมาบุกโลกธรรมดา แต่ด้วยความที่ผมนิยมผู้กำกับอยู่เป็นทุนเดิมจึงไม่ลังเลที่จะเข้าไปดูแม้ว่าจะเดาโครงเรื่องไว้แล้วก็ตาม แกน่าจะแทรกอะไรเข้าไปทำให้หนังออกมาไม่ธรรมดา แล้วก็ไม่ผิดหวัง เป็นหนังเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวก็จริง แต่หนังไม่ได้ทำให้เป็นหนังแนววิทยาศาสตร์ กลับเป็นการนำเสนอความเชื่อที่ว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลมีที่มาทั้งสิ้น แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งดีหรือไม่ดีก็ตาม โดยมีตัวละครหลักอยู่สี่ห้าคนเป็นตัวเดินเรื่อง ที่สำคัญคือหนังนำเสนอได้ดีและค่อยๆ เฉลยแนวคิดที่ผู้กำกับอยากจะนำเสนอเป็นระยะๆ ทำให้คนดูตามได้อย่างไม่ยากนัก ถึงกระนั้นก็ยังไม่วายที่คนส่วนใหญ่จะเดินออกมาแล้วพูดว่าดูไม่รู้เรื่องบ้าง หรือทำไมหนังทำออกมาธรรมดาจนน่าเบื่อ ลองมาฟังผมดูว่าผมตีความหนังเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ทั้งนี้ คงต้องออกตัวไว้ก่อนว่าเป็นความรู้สึกนึกคิดของผมเอง ผมไม่ทราบว่าผู้กำกับต้องการให้คนดูเข้าใจหนังอย่างที่ผมเข้าใจหรือไม่ หรือบางทีผมอาจจะตีความเลยเถิดเกินไปก็มิอาจทราบได้ แต่อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดหลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ผมเคยคุยกับเพื่อนที่ดูหนังเรื่องนี้ว่าผมคิดอย่างนี้ เขาถามผมว่าเขาดูกันลึกขนาดนี้เลยหรือ ผมเองคิดว่าถ้าดูแล้วไม่ตีความ ไม่คิดต่อ มันก็ไม่สนุกไม่มีความหมาย เพราะหนังแบบนี้ไม่ใช่หนังแอ็คชั่นอย่างที่ดูเอามันอย่างเดียวแน่นอน

ผมลองไปอ่านวิจารณ์หนังทั้งจากนักวิจารณ์และคนดูหนัง ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละแปดสิบจะชม แต่ก็มีหลายคนบอกว่าเป็นหนังที่แย่ ไม่มีอะไรเลย เดาเรื่องก็ง่าย เป็นหนังวิทยาศาสตร์ที่แย่ที่สุดที่เคยดูมา มนุษย์ต่างดาวก็ดูไม่เก่งสมค่าที่เดินทางฝ่าอวกาศมาแต่ต้องมาติดอยู่ในห้องครัวกระแทกประตูไม้ออกมาไม่ได้ รวมทั้งตายเพราะน้ำซึ่งเป็นส่วนประกอบถึงสามในสี่ส่วนของโลก ที่ที่พวกเขาอุตส่าห์ทำเครื่องหมายนำทางให้พรรคพวกตามมายึดครอง แล้วในตอนต้นเรื่องที่มันวิ่งไปวิ่งมาบนหลังคา มันจะวิ่งทำไม ทำไมไม่เข้ามาฆ่าคนในบ้านเสียเลยตั้งแต่แรก

เรื่องแรกที่ผมอยากจะพูดถึงคือ ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังวิทยาศาสตร์ มนุษย์ต่างดาวและปรากฏการณ์การเกิดเครื่องหมายต่างๆ ในไร่ทั่วโลกเป็นเพียงโครงเรื่องที่ผู้กำกับและผู้เขียนเรื่องคนนี้นำมาใช้เท่านั้น เนื้อเรื่องหลักคือการนำเสนอแนวคิดที่ว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุมีผลมีที่มาทั้งสิ้น ผมดูแล้วกลับยิ่งคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ให้กำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป ช่วยให้มองโลกในแง่ดี อย่าท้อแท้แม้ว่าจะมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นในชีวิตก็ตาม คิดไปถึงแนวคิดของศาสนาคริสต์ที่สอนให้คิดว่าความทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นการทดสอบของพระเจ้าโน่นเลย ผมเข้าใจว่าคุณผู้กำกับคงนับถือคริสต์เพราะตามประวัติแกเรียนจบจากโรงเรียนคาทอลิก ถ้าไม่เช่นนั้น ความที่แกเกิดในอินเดีย ผมคงคิดว่าแกสอดแทรกแนวคิดตะวันออกที่เป็นพุทธเรื่องของความเป็นเหตุเป็นผลของสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้เป็นแน่ ทำไมผมจึงคิดว่าหนังเรื่องนี้ให้กำลังใจในการมีชีวิตต่อไปแม้ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ เกิดขึ้น ลองดูตัวละครหลักสี่ห้าคนในเรื่องนี้ตามความคิดของผมดูเป็นไร

ผมอยากเริ่มที่ลูกชายของบาทหลวง คนนี้เป็นโรคหอบหืด เมื่ออาการกำเริบก็จะต้องพ่นยาใส่ปาก ไม่อย่างนั้นก็จะมีปัญหาถึงขนาดที่ระบบหายใจหยุดทำงานได้ ลูกชายนี่เป็นคนสำคัญที่เฉลยว่าทุกอย่างมีเหตุผลมีที่มา เมื่อตอนที่บาทหลวงพูดว่าเพราะเหตุนี้เองลูกชายจึงเป็นโรคหอบหืด โรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิตที่ทุกคนมองว่าโชคร้ายที่เกิดมาเป็นอย่างนี้ โรคนี้เองกลับเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกชายรอดชีวิตมาได้เพราะหยุดหายใจตอนที่ถูกมนุษย์ต่างดาวจับตัวไว้และพ่นก๊าซพิษใส่ หากไม่ได้ป่วยก็คงต้องตายไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะให้คนที่ป่วยหรือพิการมองหาจังหวะที่ความป่วยหรือความพิการจะช่วยให้รอดชีวิตจากเหตุการณ์บางอย่างเหมือนในหนัง แต่การมองความป่วยหรือความพิการอย่างยอมรับในสภาพที่เป็นอยู่ แล้วเริ่มมองหาสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีหรือทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อตนเองต่อสังคมน่าจะดีกว่าที่จะไปท้อแท้กับความโชคร้ายของตัวเอง

คนต่อไปคือลูกสาวของบาทหลวง หนูน้อยคนที่แสดงบทนี้ก็แสดงได้น่ารักน่าเอ็นดูดีทีเดียว หนูน้อยคนนี้มีนิสัยที่น่ารำคาญอย่างหนึ่งคือ ชอบบ่นว่าน้ำที่กินสกปรก แล้วก็จะวางแก้วน้ำไว้ตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้าง แล้วก็จะไปเทน้ำแก้วใหม่มาอีก เป็นอย่างนี้ตลอดเวลา ดูแล้วก็ให้สงสัยว่าทำไมต้องใส่นิสัยที่น่ารำคาญนี้ลงไปในเด็กด้วย สุดท้ายเราก็ได้เห็นว่านิสัยนี้ช่วยให้มนุษย์ต่างดาวตัวที่บุกเข้ามาในบ้านต้องบาดเจ็บ จนต้องปล่อยตัวพี่ชายที่ถูกจับออกมา แล้วก็ทำให้อาของเด็กผู้หญิงมีโอกาสหวดเจ้ามนุษย์ต่างดาวได้อย่างถนัดถนี่ ใครที่มีหลานตัวเล็กๆ ที่ชอบแต่งตัวให้ตุ๊กตา หาเศษผ้าหรือกระดาษสีมาตัดแต่งเป็นเสื้อผ้าให้รกบ้านไปหมด ดีไม่ดีหลานอาจจะโตขึ้นเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าหรือเป็นช่างตัดเสื้อก็เป็นได้ ใครจะรู้

น้องชายของบาทหลวงเป็นคนที่กำจัดมนุษย์ต่างดาวที่บุกเข้ามาในบ้านด้วยไม้เบสบอลที่เขาได้รับเป็นรางวัลตีไกลที่สุดในไมเนอร์ลีก เขาเคยเป็นดาราเบสบอลมาก่อนด้วยความที่ตีได้หนักหน่วง ตีโดนลูกเมื่อไรเป็นอันว่าได้ลุ้นโฮมรันเมื่อนั้น เขามีโอกาสที่จะได้เล่นเบสบอลอาชีพโดยเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในเมเจอร์ลีกถ้าหากเขาไม่ได้เป็นผู้ที่ตีบอลพลาดมากที่สุดในลีก เมื่อพี่สะใภ้หรือภรรยาของบาทหลวงเสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์ เขาจึงตัดสินใจกลับมาช่วยดูแลไร่และหลานกับพี่ชาย เราอาจจะมองได้ว่าการที่เขาไม่ได้เป็นนักเบสบอลอาชีพเป็นความผิดหวังอย่างมากในชีวิต เป็นความโชคร้าย แต่ในตอนท้ายเราก็ได้เห็นอีกว่าความมือหนักของเขาก็กลับมาช่วยชีวิตคนในครอบครัวของเขาเอาไว้ จะเป็นอย่างไรถ้าเขากลายเป็นนักเบสบอลอาชีพไปแล้วไม่ได้อยู่ที่บ้านในวันที่มนุษย์ต่างดาวบุกเข้ามา สมมติว่าสมศักดิ์เป็นคนที่มีฝีเท้าดีมาตั้งแต่เด็ก เป็นนักฟุตบอลโรงเรียนมาตลอด พอโตขึ้นก็อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เล่นให้กับสโมสร แต่ปรากฏว่าเขากลับต้องมาเน้นเรื่องเรียนเป็นหลักเพราะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยในระดับที่เขาจะไปเป็นนักกีฬาอาชีพซึ่งยังไม่เกิดขึ้นอย่างเต็มตัวในบ้านเรา รายได้ก็จะไม่พอที่จะเลี้ยงคนทั้งบ้าน ทุกวันนี้ก็เรียนด้วยทุนการศึกษาสำหรับนักกีฬาอยู่ เขาจำเป็นที่จะต้องเรียนให้สูงเพื่อให้มีอาชีพหลักที่หารายได้มาเลี้ยงครอบครัวได้ เขาอาจจะมองว่าตัวเองเป็นคนโชคร้าย แต่สุดท้ายเขาก็ได้ทำหน้าที่หลักของเขาคือดูแลครอบครัวได้เป็นอย่างดี ส่วนกีฬาฟุตบอลที่เขาชอบเขาก็ยังเล่นอยู่ในระดับสมัครเล่น เล่นให้กับจังหวัดเวลามีรายการสำคัญในแต่ละปี ซึ่งทีมจังหวัดของเขาก็ไปถึงตำแหน่งรองแชมป์กีฬาแห่งชาติซึ่งก็เป็นความภูมิใจของเขากับกีฬาที่เขารัก ในขณะเดียวกับที่ยังคงรักษาหน้าที่หลักที่มีต่อครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์

สัตวแพทย์ที่แสดงโดยผู้กำกับเอง เป็นคนที่เราไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเขามากนัก รู้แต่ว่าเป็นคนที่ขับรถชนภรรยาของบาทหลวงเสียชีวิต มันเป็นอุบัติเหตุที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น เขาพยายามรวบรวมความกล้าที่จะโทรมาขอโทษบาทหลวงแต่ก็ทำไม่ได้ จนกระทั่งช่วงที่มนุษย์ต่างดาวเริ่มบุกเข้ามายังโลก เขาโทรมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก บาทหลวงซึ่งเชื่อว่าหมอคนนี้ไม่ได้เป็นคนเลวเพราะเขาเองก็รู้จักกันมานานจึงตัดสินใจไปหาเขาที่บ้าน ก็ได้พบว่าหมอกำลังจะย้ายไปอยู่ใกล้ๆ หนองน้ำ เพราะตามรายงานข่าวทั่วโลก เขาสังเกตว่าเครื่องหมายที่ปรากฏในไร่ไม่มีที่ใดที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำเลย นี่เป็นจุดแรกที่ทำให้เราได้คิดว่าต้องมีอะไรบางอย่างระหว่างน้ำกับมนุษย์ต่างดาว อีกเรื่องหนึ่งที่หมอทำให้บาทหลวงแน่ใจก็คือมีมนุษย์ต่างดาวจริงเพราะมีอยู่ตัวหนึ่งที่ถูกหมอขังไว้ในห้องครัว ถ้าบาทหลวงไม่ได้มาพบกับหมอ เขาคงยังไม่เชื่อว่ามีมนุษย์ต่างดาวจริงและคงไม่ได้กลับไปเตรียมตัวปิดบ้านอย่างมิดชิดเพื่อป้องกันมนุษย์ต่างดาวอย่างที่เราเห็นเป็นแน่

มาถึงตัวบาทหลวงเองซึ่งเป็นตัวละครหลักของเรื่อง บาทหลวงเป็นคนของศาสนา เป็นคนที่ต้องมีความศรัทธาและเชื่อมั่นในพระเจ้า ต้องเป็นคนที่แนะนำผู้อื่นให้ยอมรับกับสภาพที่เป็นอยู่ของชีวิตและมีศรัทธาที่จะดำเนินชีวิตต่อไปโดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่ผ่านเข้ามา แต่เมื่อต้องมาพบกับอุปสรรคในชีวิตของตัวเองจากการเสียชีวิตของภรรยาในอุบัติเหตุรถยนต์ ความศรัทธาของเขาก็เสื่อมไป กลายเป็นความสงสัย ความไม่แน่ใจ จนกระทั่งต้องออกจากการเป็นบาทหลวง เขาไม่เข้าใจว่าการที่เขารับใช้พระเจ้าอย่างที่ทำอยู่ กลับได้รับผลตอบแทนเป็นการสูญเสียภรรยาไปอย่างไม่ยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ในตอนสุดท้ายบาทหลวงก็ได้พบกับคำตอบที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการมองโลกในแง่ดีจากการสูญเสียคนรักไป ถ้าเขาไม่เสียภรรยาไป เขาก็คงจะไม่ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับความศรัทธาที่เขามี และคงไม่ได้กลับมามีศรัทธาอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นศรัทธาที่มีเหตุมีผลมากกว่าเดิมและเป็นศรัทธาที่หนักแน่นขึ้นกว่าเดิม เขาไม่เข้าใจคำพูดของภรรยาที่พูดไว้ก่อนตาย เธอบอกให้บาทหลวงดูให้ดี เธอบอกให้น้องชายของบาทหลวงตีให้สุดแรงเกิด เธอบอกให้ลูกชายดูแลน้องสาวให้ดี เขาไม่เข้าใจจนกระทั่งเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น ที่ภรรยาบอกให้บาทหลวงดูให้ดีนั่นคือให้ดูเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างพิจารณา ทุกอย่างที่เป็นโชคร้ายย่อมสามารถมองในอีกแง่มุมหนึ่งอย่างมีเหตุผลมีประโยชน์ได้เสมอ ที่ภรรยาของบาทหลวงบอกให้น้องชายของบาทหลวงตีให้สุดแรงเกิดนั้นเห็นได้ชัดอยู่แล้วว่าเพื่ออะไร ส่วนที่บอกให้ลูกชายดูแลน้องสาวให้ดีก็อาจเป็นช่วงที่เขาต้องฆ่าหมาเพราะมันเกิดอาการตื่นผิดปกติจนกระทั่งจะมาทำร้ายน้องสาวเขา

ถ้าจำได้ เราจะเห็นว่าบาทหลวงกับน้องชายเคยคุยกันเรื่องความศรัทธาซึ่งทั้งสองคนมีความศรัทธาในแบบที่ต่างกัน ตัวน้องชายเองศรัทธาด้วยใจโดยไม่มีข้อสงสัย เชื่อในปาฏิหาริย์ของพระเจ้า ในขณะที่บาทหลวงเองซึ่งเป็นคนของพระเจ้าโดยตรงกลับเชื่อในการกระทำของตัวเองมากกว่าที่จะไปพึ่งปาฏิหาริย์ที่เขาไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ จนกระทั่งในตอนสุดท้ายหลังจากเหตุการณ์ร้ายต่างๆ ได้พ้นไปแล้ว เขาก็เรียกศรัทธาของตัวเองกลับมาได้เพราะเขาเห็นแล้วว่าในเรื่องร้ายต่างๆ มันมีเหตุผลแฝงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการตายของภรรยาที่ทำให้เขาตั้งคำถามกับความศรัทธาของตัวเองจนกระทั่งได้พบคำตอบและกลับมีศรัทธาที่หนักแน่นกว่าเดิม การป่วยเป็นโรคหอบหืดของลูกชายซึ่งอาจถึงตายได้กลับเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขารอดชีวิตจากก๊าซพิษของมนุษย์ต่างดาว นิสัยที่น่ารำคาญของลูกสาวที่ตั้งแก้วน้ำไว้ทั่วบ้านเพราะคิดว่าน้ำสกปรกกลับกลายเป็นสิ่งที่ช่วยกำจัดมนุษย์ต่างดาวได้ และความโชคร้ายที่น้องชายไม่ได้เป็นนักเบสบอลอาชีพก็ทำให้เขากลับมาช่วยงานที่ไร่และเป็นผู้ที่ฆ่ามนุษย์ต่างดาวในท้ายที่สุด

ผมไม่แน่ใจว่าผมคิดมากไปหรือเปล่าเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ หรือผมนิยมผลงานของผู้กำกับคนนี้ตั้งแต่ Six Sense ก็เลยมองเป็นว่าทุกอย่างที่แกทำต้องมีอะไรลึกซึ้งกว่าที่เห็น แต่ที่เล่าไปก็คือความรู้สึกและความคิดที่ผมมีหลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ไปแล้ว

ยังคงเหลืออีกสองสามเรื่องที่มีคนวิจารณ์ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ ผมจะลองหาเหตุผลหรือตั้งข้อสังเกตกลับไปบ้างในอีกมุมมองหนึ่งดู การมองอะไรหลายๆ มุมน่าจะมีประโยชน์มากกว่าจริงไหมครับ ไม่ใช่ว่าผมเป็นญาติอะไรกับนายผู้กำกับคนนี้ ขอให้คิดเสียว่าได้ฟังมุมมองที่แตกต่างไปก็แล้วกัน

เรื่องแรกคือทำไมมนุษย์ต่างดาวต้องมาวิ่งไปวิ่งมาบนหลังคาให้คนตกใจเล่น ทำไมไม่เข้าไปฆ่าทิ้งเสียให้หมดตั้งแต่แรก เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันยังไม่ได้รับคำสั่งให้บุก ได้รับคำสั่งแต่เพียงว่าให้ดูลาดเลาไปก่อน หรืออาจจะยังไม่มีกำลังเสริม เป็นไปได้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วมนุษย์ต่างดาวไม่ได้แข็งแรงไปกว่ามนุษย์โลกเลย การที่พวกมันเดินทางฝ่าอวกาศมาได้ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเก่งกว่ามนุษย์ในด้านความแข็งแรงทางร่างกาย มันอาจจะบังเอิญค้นพบเทคโนโลยีบางอย่างที่ทำให้มันเดินทางในอวกาศได้ก็เป็นได้ เรื่องนี้ก็ไปสอดคล้องกับเรื่องที่ว่าทำไมมันถึงพังประตูห้องครัวออกมาไม่ได้ และทำไมแค่โดนไม้เบสบอลหวดก็สิ้นฤทธิ์เสียแล้ว ดูอย่างมนุษย์เราเองถ้าไม่มีเครื่องบินเร็วเหนือเสียง ก็คงทำความเร็วได้แถวๆ สี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้นเอง และนั่นก็เป็นความเร็วที่นักวิ่งร้อยเมตรทำได้ในช่วงสั้นๆ เท่านั้นเองด้วย

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ว่าถ้ารู้ว่าน้ำเป็นอันตรายต่อชีวิต ทำไมจึงยังอยากที่จะอพยพมาอยู่ที่นี่หรือมายึดครองที่นี่อีก ที่ซึ่งน้ำเป็นส่วนประกอบหลักเสียด้วย ผมก็อยากตั้งข้อสังเกตว่าทำไมคนที่อยู่ในเขตที่น้ำท่วมทุกปีจึงไม่ย้ายบ้านไปอยู่ที่สูงกว่าหรือไปอยู่ในที่ที่น้ำไม่ท่วม ผมว่าคำตอบที่ได้ก็คือที่นั่นคือบ้านของเขา เขาไม่อยากจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ช่วงที่น้ำไม่ท่วมเขาก็อยู่กันได้อย่างมีความสุขดี หรือทำไมอาณาจักรโบราณที่ทำการรบเพื่อขยายดินแดนต้องบุกเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายหรือพื้นที่ที่มีแต่ความหนาวเย็นอย่างไซบีเรียด้วย ผมว่าน่าจะเป็นเพราะเพื่อความเบ็ดเสร็จในการยึดครองพื้นที่ทั้งหมดแม้ว่าบางพื้นที่จะใช้ประโยชน์จริงๆ ไม่ได้ก็ตาม กลับไปที่มนุษย์ต่างดาว อาจเป็นได้ที่พวกมันคิดว่าอยู่บนส่วนที่เป็นพื้นดินก็เพียงพอที่จะรองรับจำนวนประชากรมนุษย์ต่างดาวทั้งหมดแล้ว แล้วก็อยู่ห่างๆ น้ำเอาไว้ก็สิ้นเรื่อง ก็อุตส่าห์ทำเครื่องหมายบอกทางไว้ห่างๆ น้ำแล้วนี่ ทีคนเราเองก็ยังอยู่ในน้ำอย่างปลาไม่ได้ไม่ใช่หรือ เราเองก็ยังอยู่ในพื้นที่เพียงหนึ่งในสี่ของโลกเท่านั้น ก็เป็นพื้นที่เดียวกับที่มนุษย์ต่างดาวตั้งใจจะมาอยู่เหมือนกัน และเมื่อพวกมันยึดครองพื้นที่หนึ่งในสี่ส่วนนี้ได้แล้ว พื้นที่อีกสามในสี่ที่เป็นน้ำก็เป็นของพวกมันโดยปริยายถึงแม้ว่าจะใช้ประโยชน์จริงไม่ได้ก็ตาม

ชมภาพยนตร์ให้สนุกนะครับ


Create Date : 11 กรกฎาคม 2548
Last Update : 11 กรกฎาคม 2548 22:23:25 น. 3 comments
Counter : 3203 Pageviews.

 
ผมเคยดูหนัง Six Senses แต่เรื่องนี้ยังไม่เคยดู รู้สึกผ่านๆสายตาว่าฉายทางยูบีซี

เด๋ว จะไปนั่งชมหน้าจอ...ขอบคุณค้าบ


โดย: yyswim วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:9:46:08 น.  

 
ชอบครับเรื่องนี้..คือไม่ได้ดูในโรงแต่มาดูจากแผ่นประทับใจครับที่หนังออกมาดีกว่าที่คิดไว้เยอะครับ...
แต่อย่างไรก็ตามยังหาหนังที่ใกล้เคียงเรื่อง Stand by me ไม่ได้เลย เอหรือว่าเราคิดมากไปเอง


โดย: penny lane IP: 61.91.188.190 วันที่: 17 ตุลาคม 2553 เวลา:3:48:24 น.  

 
ผมชอบเรื่องนี้มากๆ ไม่เคยลืมเรื่องนี้ไปจากหัวจิตหัวใจเลย มันเป็นหนังที่ให้คนเรามีศรัทธา มีความเชื่อ และเป็นหนังที่สะท้อนให้เห็นถึงความรักในครอบครัว ผมซึ้งน้ำตาไหลตอนที่ทุกคนกินอาหารร่วมกันก่อนมนุษย์ต่างดาวจะมาบุก ทุกคนสวมกอดกัน มันทำให้ผมน้ำตาไหลทุกครั้งที่ดู

มนุษย์ต่างดาวในเรื่องนี้ ผมแทบจะไม่ให้ความสำคัญเลย แต่ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งเลวร้ายในชีวิตเท่านั้น เค้าสะท้อนให้เห็นว่า หากมีสิ่งชัว่ร้ายกล้ำกลายเข้ามา เราจะทำอย่างไรกับมัน

ทุกอย่างในเรื่องนี้ มันมีที่มาที่ไปหมด ขอดูถูกคนดูหนังไม่เป็นนิดนึงว่า หนังดีๆ ใช่ต้องลงทุนมาก และสนุกมาก แต่หนังที่ดีคือหนังที่ให้แง่คิดคนมากกว่า หนังนี้ไม่มันส์ แต่ตื่นเต้น และน่าประทับใจ ทั้งภาพและเสียง ยิ่งเรื่องมุมกล้องต้องนับถือ เช่นฉากที่น้องสาววิ่งออกมา แล้วมองอากำลังสู้กับมนุษย์ต่างดาว มันเป็นมุมกล้องที่อย่างมากเลยครับ



โดย: bank IP: 171.6.168.243 วันที่: 23 พฤษภาคม 2556 เวลา:16:54:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนทับแก้ว
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ศิลปิน: เฉลียง
เพลง: หวาน
ชุด: ปรากฏการณ์ฝน
ปี: 2525



Friends' blogs
[Add คนทับแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.