un'estate italiana : Day 10 ในที่สุดก็ถึงเมืองมิลาน
Day 10 / เช้าวันที่ 18 เมษายน 58

เราตื่นเช้าเพื่อเตรียมย้ายเมืองจากเวนิสไปมิลาน เมืองสุดท้ายของทริปนี้ ซึ่งตามตารางรถไฟที่จองไว้คือออกจากสถานีตอนเที่ยงวัน เช้านี้จึงเป็นช่วงเวลาสุดท้ายในการเดินเที่ยวเมืองเวนิสที่น่ารัก ผมกับผึ้งตื่นและออกมาเดินเล่นปล่อยมิกกี้และด้วงนอนหลับกันในอพาร์ทเม้นท์ต่อไป เราออกมาเดินหากาแฟและขนมกินตามสไตล์อิตาเลี่ยน สุดท้ายจึงไปยืนกินกาแฟที่เคาน์เตอร์ของร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

อาหารเช้าวันนี้

เบเกอรี่ในเวนิส

เราเดินเล่นดูเมืองและผู้คนได้ซักพักจึงกลับไปที่พักเพื่อเตรียมเก็บข้าวของออก ก่อนออกก็วางกุญแจไว้บนโต๊ะและปิดประตูห้องในเคียร่าเจ้าของห้อง เราลากกระเป๋าออกจากอพาร์ทเม้นท์ไปตามตรอกซอกซอยและข้ามสะพานจนมาถึงสถานีรถไฟและนั่งรอเวลาแถวพื้นใกล้ประตู ตอนนี้เราจึงผลัดกันไปหาอะไรกินซึ่งตามที่ดูแผนที่ไว้จะมีร้าน Burger King อยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟ พอหาในแผนที่คืออยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟ (ต้องข้ามสะพาน) ร้านที่นี่สวยแปลกตาเนื่องจากใช้อาคารเก่ามาทำ

หน้าตา Burger King ที่แทบจะมองไม่ออก

หลังกินจนอิ่มแล้วก็ได้เวลาเดินทางขึ้นรถไฟซึ่งเข้ามาเทียบชานชาลาก่อนเวลาออกประมาณ 20 นาที  พอขึ้นไปหาตู้และที่นั่งได้แล้วดันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมส่ง postcard ที่ซื้อมาจากเกาะมูราโน่ตั้งแต่เมื่อวาน ผมเลยต้องวิ่งลงจากรถไฟมาหาตู้จม. แต่หาไม่เจอสุดท้ายแวะเข้าไปในร้านขายของที่ระลึกใกล้ๆ สถานีซึ่งมีตู้ให้ส่งพอดี จากนั้นจึงวิ่งกลับไปขึ้นรถไฟก่อนเวลาเรียกว่าเหงื่อซึมทีเดียว ระหว่างนั้นเราได้อีเมล์จากเจ้าของบ้านที่เรากำลังจะไปเข้าพักที่มิลานว่าเดี๋ยวสามีเขาจะไปรอรับที่บ้านซึ่งเป็นอพาร์ทเม้นท์ใกล้ๆ สถานีรถไฟของมิลานชื่อว่า Vitamina F

วิวจากที่พักบนชั้น 5

เรานั่งๆ หลับๆ ตื่นๆ และมาถึงมิลานตอน 15.30น. หลังจากนั้นจึงเดินไปที่อพาร์ทเม้นท์ VitaminaF ซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที เมื่อมาถึงเราก็เจอ Marco สามีของเจ้าของห้อง หนุ่มใหญ่ตัวสูงใหญ่ และขนกระเป๋าขึ้นห้องพัก ลิฟท์ที่ใช้ขึ้นไปได้ทีละ2 คน (เหมือนที่โรม) มาโก้ให้เราขึ้นลิฟท์ ส่วนตัวเขาวิ่งขึ้นบันไดไป 5ชั้นเพื่อไปรอต้อนรับเราที่ห้อง (น่ารักจริง) ตอนนี้ห้องพักยังทำความสะอาดไม่เสร็จดีเนื่องจากแขกคนก่อนออกจากห้องช้า ห้องพักที่นี่สวยงามและดูน่ารักดีมี 2 ห้องนอน ซึ่งสวยไปคนละแบบห้องนึงต้องเดินขึ้นบันไดวนเป็นห้องใต้หลังคามีช่องหน้าต่างที่มองเห็นท้องฟ้าได้ มาโก้เจ้าของห้องแนะนำเมืองมิลานคร่าวๆให้เราฟัง แนะนำการใช้ wifi และให้ดูหนังสือและแผนที่ต่างๆก่อนจากไปเขาไม่ได้เรียกเก็บค่าภาษีเมืองเหมือนเมืองที่เราพักทั้ง 3เมืองที่ผ่านมา (ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร อาจลืม หรือเมืองนี้ไม่มีภาษีหรือขี้เกียจแจ้งทางการ ฯลฯ) ขี้เกียจคิด เอาเป็นว่าอพาร์ทเม้นนี้เก๋ไก๋ขนาดกะทัดรัดวิวจากด้านบนสวยงาม แต่บริเวณโดยรอบ เช่น ทางเดินจากสถานีดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่


รอรถไฟไป Duomo 

หลังจากเก็บกระเป๋าแล้วเราจึงออกไปเที่ยว Duomo โดยไปขึ้นรถไฟใต้ดินที่สถานี Sondrio นั่งรถไฟสาย M3 และไปโผล่ขึ้นที่สถานี Duomo เลย อากาศตอนที่เราจะออกจากห้องพักดูอบอุ่น เราเดินทางไปถึง Duomo di Milano ตอนประมาณ 16.30น. ซึ่งเป็นจัตุรัส Piazza del Duomo ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เราเคยเห็นแฟนบอลมิลานออกมาฉลองแชมป์กันที่นี่บ่อยครั้งในทีวีที่มีผู้คนมากมาย เราตื่นตากับสถาปัตยกรรมของตัวมหาวิหารแห่งเมืองมิลานนี้แม้บางส่วนจะกำลังทำการปรับปรุงอยู่ เมื่อมาถึงจึงไม่พูดพร่ำทำเพลงบรรเลงถ่ายรูปกันเป็นการใหญ่



ตามประวัติ มหาวิหารแห่งนี้ถือเป็นมหาวิหารอันดับ 3 นิกายโรมันแคทอลิคต่อจากมหาวิหาร St.Peterที่วาติกัน และ มหาวิหารแห่งเมือง Seville ซึ่งมหาวิหารแห่งนี้สร้างถวายแด่พระแม่มารี (Santa Maria Nascente) บริเวณที่สร้างโบสถ์นี้เคยเป็นมหาวิหารโบราณชื่อ Catheral of Santa Maria Maggiore (มหาวิหารฤดูหนาว) และ basilica of Santa Tecla (มหาวิหารฤดูร้อน) แต่หลังจากที่หอคอยถล่มจึงมีการคิดสร้างอาคารที่ใหญ่ขึ้น (ประมาณปี 1386) ในที่สุดทั้งสองโบสถ์นี้จึงถูกทุบทิ้งตั้งแต่ประมาณปี 1461-1462โดยเริ่มสร้างเป็นมหาวิหารที่เราเห็นทุกวันนี้ตั้งแต่ปี 1386 และเสร็จจริงๆเมื่อปี 1932 (สร้างเกือบ 600ปี!!) เป็นโบสถ์สไตล์โกธิคและนีโอคลาสสิค สวยงามอลังการมาก



เราแวะเข้าไปข้างในโบสถ์กัน 3 คนเนื่องจากด้วงบอกว่าเบื่อดูภายในแล้ว (และอาจเมื่อยขา) ในขณะนั้นในโบสถ์กำลังมีพิธีมิสซาพอดี ผึ้งซึ่งตอนแรกคิดว่าจะเข้าโบสถ์ในเช้าวันอาทิตย์จึงคิดว่าเข้าร่วมพิธีตอนนี้ก็ดีจะได้ไม่วุ่นวายกับเพื่อนๆ ผมและผึ้งจึงเข้าร่วมพิธี ส่วนมิกออกไปสมทบกับด้วงออกไปถ่ายรูปเล่น บรรยากาศภายในยิ่งใหญ่อลังการตามสไตล์โบสถ์โกธิคที่มีฝ้าเพดานที่สูง พิธีกรรมเป็นภาษาอิตาเลี่ยน ผู้ที่เข้ามาชมภายในโบสถ์จะไม่ได้เข้ามาในเขตที่มีพิธีมิสซานี้ ส่วนเราสองคนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะมาเข้าร่วมจึงเข้ามาในเขตพิธีกรรมได้


ภายในมหาวิหาร

เมื่อเสร็จพิธีแล้วเราจึงตามออกไปสมทบที่ร้าน Megastore ตอนเสร็จพิธีซึ่งเดินไปอีกไม่ไกล (ประมาณ 5 นาที) ซึ่งย่านนี้เป็นย่านช๊อปปิ้งมีผู้คนแต่งตัวเก๋ไก๋มาเดินเล่นกันมากมาย ร้านค้าดูทันสมัยกว่าทุกเมืองที่เราผ่านมา เมื่อเดินเข้าไปในร้านภายนอกก็เริ่มฝนตกหนักเราเดินดูร้านที่มีสองชั้น สินค้ามีให้เลือกสารพัดชนิดเรียกว่าถ้าเป็นแฟนบอลทีมมิลานมาร้านนี้ยังไงก็ต้องเสียเงินซื้อสินค้าซักอย่างสองอย่างแน่ๆ ซึ่งผมก็ซื้อของไปพอประมาณทีเดียว ทั้งผ้าพันคอ เสื้อกันหนาว ธง และสร้อยคอ


สามสมาชิก ThaiMilan ในที่สุดก็มาถึง Milan MegaStore

หน้าร้าน Gazetta Store ตรงข้ามร้าน Milan MegaStore มีภาพซึบาสะ

หลังจากซื้อจนร้านเขาจะปิดเรากลับออกมาด้านนอก สภาพอากาศหลังฝนตกกลับเป็นหนาวเย็นอุณหภูมิลดลงไปจนหนาวสั่นทีเดียว เราเดินเล่นในละแวกย่านช๊อปปิ้งแถวนั้นแวะดูร้านขายของต่างๆ จนเริ่มมืด สุดท้ายเราเดินกลับมาแถว Duomo และแวะกินพิซซ่าแถว Galleria ข้างๆ Duomo เราแวะถ่ายรูปมหาวิหารตอนค่ำอีกครั้งก่อนเดินทางกลับที่พักแวะซื้อเบียร์ที่ร้านแขก (หรืออินโด) ใกล้ที่พักไปนั่งกินและดูทีวีก่อนแยกย้ายเข้านอน


สินค้าจากร้าน Megastore ช่วยกันหนาวได้ดีทีเดียว



Create Date : 23 มิถุนายน 2558
Last Update : 1 กรกฎาคม 2558 22:42:13 น.
Counter : 456 Pageviews.

2 comments
  
วันนั้นกลางวันร้อน พอฝนตกนี่หนาวเชียว งงๆ 555
โดย: Beebee IP: 94.23.252.21 วันที่: 23 มิถุนายน 2558 เวลา:23:07:06 น.
  
ขี้เห่อนะเรา
โดย: เสี่ยมาเอง IP: 171.4.136.49 วันที่: 24 มิถุนายน 2558 เวลา:9:52:27 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

biggg
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



my everyday life on EARTH

New Comments
มิถุนายน 2558

 
1
3
4
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog