un'estate italiana : Day 2 Vatican
Day 2 Vatican

เช้าวันแรก ณ กรุงโรม หลังจากคืนวานได้ที่พักใหม่ที่ Hotel Bruna เราตื่นนอนมาอาบน้ำเพื่อเตรียมไปเยือนนครรัฐวาติกัน หลังอาบน้ำท่าเสร็จเราออกไปที่ห้องอาหารในโรงแรม ทักทายป้าบรูน่า “บอนโจโน่” ป้าแกก็ให้เราไปนั่งที่ห้องอาหารซึ่งมองออกไปเห็นเทวรูปนักบุญสีทองของโบสถ์ใกล้ๆสถานีรถไฟ Termini (แตมินี่ )อาหารเช้าไม่ได้มีอะไรตามที่คาดฝันไว้ มีเพียงขนมปังแข็ง (เรียกว่าอะไรไม่รู้) ก้อนกลมๆ แข็งๆ ครัวซองและกาแฟร้อน ไม่มีแฮมไส้กรอกไข่ดาวอะไรเหมือนโรงแรมดีๆ
อาหารเช้าที่มีขนมปัง 2 ชิ้นกับกาแฟให้พลังงาน (อาจจะมาตรฐานโรงแรม 2 ดาวมั้ง)

หลังจากกินขนมปังรองท้องเรียบร้อยและเข้าห้องน้ำอีกรอบเราจึงส่ง Line นัดแนะกับน้องอีก 2 คนซึ่งพักอยู่ที่โรงแรมเดิม (EuroRoom) ให้เดินมาเจอกันที่หน้าโรงแรมเราซึ่งใกล้สถานีรถไฟมากกว่า เมื่อมาถึงเราทั้ง4จึงไปเดินหาซื้อซิมเพื่อไว้ใช้ติดต่อกันและไว้เล่นเน็ท ในสถานีแตมินี่มีร้านขายของต่างๆ มากมายรวมทั้งร้านขายอุปกรณ์มือถือซึ่งมีร้านเครือข่ายอยู่หลายเจ้าทั้งTim, Voda Phone สุดท้ายได้น้องทั้ง 2 ซื้อ Tim ในราคา 25Euro ส่วนผมลงเอยว่าจะไปซื้อซิมร้านแขกข้างนอกยี่ห้อ Lyca Mobile (ไร้ค่าโมบาย) ซึ่งขายอยู่ที่ร้านของแขกตะวันออกกลางเป็นร้านอินเตอร์เน็ทริมถนนซึ่งต้องไปยืนรอมันทำเรื่อง activate โน่นนี่เสียเวลากว่าครึ่งชม.จนใกล้เวลาที่จะต้องเดินทางไปวาติกัน เมื่อสามารถติดต่อกันได้แล้วเราจึงไปหารถเมล์เพื่อเดินทางไป (ใครจะไปอิตาลีแนะนำให้ใช้ Sim ของ Lyca นะครับ พิสูจน์มาแล้วเยี่ยม) 
บรรยากาศภายในสถานี Termini สถานีรถไฟใหญ่กรุงโรม

เมื่อเดินไปที่ป้ายรถเมล์จากกว่าถามหลายคนเราก็เจอรถเมล์ที่คนรอขึ้นมากมาย เมื่อขึ้นไปก็เจอเครื่องหยอดเหรียญที่บนรถแต่พอหยอดเหรียญไปมันไม่มีอะไรออกมา ทุกคนบนรถไม่มีใครจะใส่ใจอะไรผมเลยเดินไปถามคนขับ (ซึ่งก็ดูไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก) แต่มีคนช่วยสนทนาให้ ได้ความว่าเครื่องหยอดเหรียญเสียทางแก้มันว่าไปหาคันที่ไม่เสียไง คือไม่ได้คิดจะช่วยอะไรหน้าที่กูคือขับรถเฉยๆฮ่าๆ.. 

เมื่อกลับมาปรึกษาทีมงานก็เจอฝรั่งคู่รักจากสเปนทำท่างงๆ เหมือนกัน มันก็เลยไม่หยอดเหรียญเหมือนกัน กลายเป็นว่าพวกเรานั่งรถเมล์ฟรีไปวาติกัน คิดว่าถ้ามีคนตรวจตั๋วขึ้นมาก็ยังมีฝรั่งที่ไม่ได้จ่ายเงินเหมือนกันวะ
หน้า Piazza San Pietro

หลังลงรถเมล์เราเดินต่ออีกแค่อึดใจเดียวก็จะมาถึงลานกว้างใหญ่ PiazzaSan Pietro อันยิ่งใหญ่ ผู้คนยืนต่อคิวกันยาวเหยียดและมีแขกยืนขายของที่ระลึก ขายไม้เซลฟี่ และขายทัวร์ แต่เราจองตั๋วเข้า Vatican Museum (Musei Vaticani) ไว้แล้วจึงต้องรีบทำเวลาเพื่อไปให้ทันกำหนดการที่เวลา 11.xx ซึ่งจากการสอบถามคนขายทัวร์ได้ความว่าเราต้องเดินออกไปด้านหลัง 
เราเร่งฝีเท้าให้ทันเวลาซึ่งด้วยขนาดที่ใหญ่โตของสถานที่ทำให้เราต้องเร่งฝีเท้าจนต้องค่อยๆ ถอดเสื้อหนาวทีละชั้นเพราะร่างกายเริ่มร้อนหลังจากเร่งสปีด ระหว่างทางพบคนยืนเข้าแถวกันยาวเหยียดแต่เรามีตั๋วที่พิมพ์ออกมาแล้วจึงสามารถเข้าไปในตัวพิพิธภัณฑ์ได้เลย
ทางเข้าพิพิธภัณฑ์วาติกัน

ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบไปด้วยงานศิลปะภาพเขียน งานจิตรกรรมฝาผนัง งานจิตรกรรมบนฝ้าเพดาน ประติมากรรมแกะสลัก สวยงามมากมายเยอะและยิ่งใหญ่สวยงามมาก ซึ่งแบ่งออกเป็นห้องต่างๆ จนไปถึงจุดยิ่งใหญ่สุดคือ เพดานโบสถ์น้อยซิสตินเป็นจิตรกรรมฝาผนังบนเพดานของโบสถ์น้อยซิสตินที่เขียนโดยมิเคลันเจโร ระหว่าง ค.ศ. 1508 ถึง 1512 นับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคเรเนอซองซึ่งในห้องนี้ห้ามถ่ายภาพเด็ดขาด จะมีคนคอยตรวจตราตลอดเวลา แต่จะว่าไปแล้วระหว่างแต่ละห้องกว่าจะถึงห้องนี้ก็สวยงามและวิจิตรตระการตาเป็นอย่างมาก ถ้าคนที่ชื่อชอบหรือได้เรียนประวัติศาสตร์หรือด้านศิลปะมาจะยิ่งรู้สึกถึงความสวยงามในงานแต่ละชิ้น





หลังจากใช้เวลาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ราว 2-3 ชม.เดินจนทั่ว Musei Vaticani แล้วเราก็ออกมาหาอะไรกินกันที่ด้านนอกเดินไปตามถนนจนเจอร้านริมถนนท่าทางบรรยากาศดีดูเมนูราคาไม่แพงชื่อ Birreria Martini ลมเย็นสบายจิบไวน์และพิซซ่าเรียกว่ามื้อแรกที่ดูเป็นทางการ ณ โรม 





หลังจากเติมพลังเสร็จแล้วเราจึงเดินกลับไปที่ Piazza San Pietro เพื่อถ่ายรูปภายนอกและเข้าชมมหาวิหารนักบุญเปโตร St. Peter’sBasilica ซึ่งเมื่อช่วงสายๆ ที่เรามาถึงนั้นคนยืนต่อคิวกันยาวมากตอนนี้บ่ายแก่ๆ เหลือสั้นลงซักครึ่งนึงเห็นจะได้ เราต่อคิวประมาณ10นาทีก็ได้เข้ามาถึงภายในมหาวิหาร ภายโบสถ์นั้นยิ่งใหญ่จนทำให้ทุกคนตะลึง (หลังจากช่วงเช้าตะลึงกับงานศิลปะภายในพิพิธภัณฑ์กันไปแล้ว)





หลังชื่นชมภายมหาวิหารและถ่ายรูปเล่นภายนอกแล้วเราก็เดินเรียบแม่น้ำ Tiber ที่สงบและสวยงามเดินเล่นถ่ายรูปจนมาถึงPiazzaTrilussa ซึ่งตรงข้ามสะพาน Ponte Sisto จากข้อมูลที่เพื่อนหามาคือเป็นแหล่งกินเที่ยวเก๋ๆยามค่ำคืนของกรุงโรม เราเดินเล่นอยู่พักก่อนมาจบที่ร้านขายอาหารแนวข้างถนน Street Food นั่งกินพักเท้าก่อนจะเดินทะลุออกด้านหลังไปจนถึงอีกจตุรัสนึงที่มีโบสถ์ Basilica DiSanta Maria แต่ย่านนี้มันค่อนข้างมืดๆ หน่อยสุดท้ายเราก็ออกมาขึ้นรถเมล์กลับไปสถานีแตมินี่อีกครั้งก่อนแยกย้ายกลับไปอาบน้ำพักผ่อนชาร์จพลังสำหรับวันต่อไป









Create Date : 20 พฤษภาคม 2558
Last Update : 12 ตุลาคม 2558 21:04:40 น.
Counter : 374 Pageviews.

1 comments
  
แล้วตรอกทาสเตเวเร่ อ่ะครับ
โดย: DeRossi IP: 114.109.240.107 วันที่: 1 มิถุนายน 2558 เวลา:22:02:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

biggg
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



my everyday life on EARTH

New Comments
พฤษภาคม 2558

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
22
23
25
26
28
29
31
 
 
20 พฤษภาคม 2558
All Blog