ความทรงจำในวัยเด็กที่ลางเลือน 2 - เพื่อนเด็กร่วมซอย
ย้อนกลับไปสู่วันวานอีกครั้งสมัยอยู่อนุบาลและประถมย่ายซอยอนามัย สุขุมวิท75/1 ราว 30กว่าปีก่อน ในฐานะเด็กๆ เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับความลำบากของพ่อแม่ในตอนนั้นซักเท่าไหร่หรอกนะครับวันๆ ก็วิ่งเล่นไปตามประสา ย้อนกลับไปตอนที่เราย้ายบ้านมาใหม่ประมาณอนุบาล 2 ผมยังจำได้ว่าตอนบ่ายแก่ๆ ของวันอาทิตย์แรกๆ นั้นขณะเดินเล่นในซอยใหม่นี้ ผมก็ได้เจอเพื่อนที่เรียนอนุบาลที่ศรีวิกรม์ด้วยกันที่ชื่อว่า “เล้ง”

บ้านเล้ง

เล้งเรียนอยู่ห้องเดียวกับผมและอยู่บ้านห่างจากผมไปประมาณ 4-5 หลัง เล้งเป็นลูกชายคนกลางและมีพี่ชายอายุมากกว่าซัก 4-5 ปีชื่อพี่อ๊อดและน้องชายชื่ออ้น ที่บ้านเล้งมีสวนผลไม้และร้านขายผลไม้ซึ่งอยู่แถวๆ ต้นซอยอ่อนนุชไม่ไกลจากบ้านพักเท่าไหร่

ที่บ้านเล้งมีอาม่าแก่อยู่ท่านหนึ่งน่าจะประมาณ 70-80 สไตล์จีนผมขาวตัดสั้นและชอบมัดผมแต่งตัวแบบเสื้อขาวๆ สวมสบายๆ และกางเกงแพรสีดำๆ ท่าทางใจดีครับ และมีหมาขนยาวสีขาวพันธุ์สปลิทซ์ (Splitz) ชื่อว่าสำลี (พันธุ์นี้นิยมมากในยุคนั้น) บ้านตึกแถวโดยทั่วๆ ไปก็จะมีประตูเหล็กอยู่ 2 ชั้นแบบโปร่งและแบบทึบที่ติดซ้อนกันอยู่ เวลากลางวันก็จะเปิดกว้างเต็มความกว้างของหน้าบ้าน (ประมาณ 4 เมตร) เวลาเราจะเข้าบ้านใครก็เลยง่ายๆ ไม่ต้องเคาะประตูอะไร ไม่ต้องเดินผ่านสวนผ่านรั้ว (เพราะมันไม่มี) ตอนเด็กๆ ผมจึงมักไปนั่งเล่นตามบ้านเพื่อนเพราะบ้านเราเป็นโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเด็กที่มีคนงานนั่งเย็บนั่งตัดกันเต็มไปหมดและมีจักรเย็บผ้าที่อาจอันตรายและไม่ค่อยสะดวก

นึกถึงการละเล่นของเด็กในยุคนั้นก็น่าจะแบ่งเป็นแบบเล่นในบ้านและเล่นนอกบ้าน แบบเล่นในบ้านก็พวกเกมกระดาน เกมเศรษฐี ต่อโดมิโน่ เป่ากบ เล่นปั้นดินน้ำมัน พับกระดาษ ยิงจรวดอวกาศ (เขียนบนกระดาษ) หมากเก็บ เขี่ยสติ๊กเกอร์ ฯลฯ ถ้าเล่นนอกบ้านก็ตามพื้นที่ในซอยนั่นแหละ รถไม่ค่อยเยอะเพราะเป็นซอยตัน อาศัยเส้นแบ่งพื้นปูนให้เป็นประโยชน์ ก็มีโยนตุ๊กตุ่นยางคาบเส้น โยนเหรียญคาบเส้น ขี่จักรยาน พับเครื่องบิน โบราณเรียกชื่อ อัดมั่ว บอลลูน กระต่าย กระโดดหนังยาง ฯลฯ โดยประมาณเท่าที่จำได้นะ

นึกภาพย้อนกลับไปส่วนใหญ่แต่ละบ้านก็จะตกแต่งคล้ายๆ กันตามสไตล์คือพื้นหินขัดเย็นๆ เด็กๆ ก็จะนั่งเล่นกันที่พื้นล้อมกันเป็นวง เกมที่ฮิตคือการปั้นดินน้ำมันเป็นเส้นทางแล้วปั้นดินน้ำมันเป็นลูกกลมๆ แล้วเป่าให้มันวิ่งไปตามเส้นทาง การปั้นเส้นทางนั้นก็แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ วิธีการก็ตั้งแต่การปั้นสดๆ ด้วยนิ้วมือไปจนถึงการใช้อุปกรณ์ช่วยในการทำราง เช่น ใช้ดินสอกลมๆ ช่วยกดให้เป็นราง ส่วนใหญ่เวลาไปเล่นผมที่บ้านเล้งและก็จะเล่นกับเล้งและอ้น พี่อ๊อดจะโตๆ หน่อยไม่ค่อยมาเล่นด้วย ส่วนพวกพี่สาวผมเขาก็มีแก๊งค์เพื่อนสาวของเขา (ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะเล่นกระโดดหนังยาง) การละเล่นก็จะไปอีกแนวไปเลย แต่บางครั้งก็มีเล่นร่วมกันบ้าง เช่นเอาเก้าอี้มาต่อกันแล้วคลุมผ้าห่มทำเป็นอุโมงค์ หรือเอาผ้าปูเตียงมาขึงกับโต๊ะแล้วใช้ไฟฉายกับตุ๊กตุ่นมาเล่นหนังเงา

กลับมาที่เพื่อนเล้งอีกครั้ง เล้งนี่เท่าที่จำได้ก็อายุแก่เดือนกว่าผม สมัยเด็กๆ เราเคยสาบานเป็นพี่น้องกัน (แบบในหนังจีน 555) เราเคยเถียงกันสมัยเด็กว่า เพลงไตเติ้ลของ star wars กับ superman เป็นเพลงเดียวกันหรือไม่ (ก็คนแต่งมันคนเดียวกันนิ) เคยเถียงกันแบบเด็กๆ ว่าใครดูหนังเรื่องนึงก่อนกัน วิธีการตัดสินคือต้องมีคนกลางแล้วแต่ละคนกระซิบใส่หูคนกลาง คนกลางนี่จะเป็นคนบอกว่าใครก่อน (เพราะตอนเด็กๆ มันจะมีอาการคุยข่มกัน เราก่อน เราก่อน) ช่วงตอน ป.6 มั้งที่เล้งจะย้ายไปเรียนที่โรงเรียนลาซาล ผมก็รู้สึกเสียใจว่าอย่าไปเลยตามประสาเด็กๆ แต่สุดท้ายพอพ้น ป.6 ผมก็ย้ายออกจากโรงเรียนศรีวิกรม์ไปเรียนที่อื่นเช่นเดียวกับเล้ง หลังจากนั้นเราก็ห่างๆ กันไป ครอบครัวเล้งย้ายไปอยู่ย่านอื่น หลายปีให้หลังจึงได้เจอกันในงานแต่งงานของคนในซอย ครอบครัวเล้งทำกิจการร้านขายมอเตอร์ไซค์ที่ย่านอื่นและไม่ได้เจอกันอีกนานทีเดียว....

เพื่อนหลุยส์

ข้างๆ บ้านของเล้งก็มีลูกชายรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเราชื่อ “หลุยส์” หลุยส์เป็นลูกชายคนเดียว พ่อแม่เขาทำเข็มขัดอยู่ในบ้าน หลุยส์เป็นเด็กผอมๆ พ่อแม่ชอบทะเลาะกันให้คนในซอยได้เห็น ท่าทางพ่อเขาจะดุใช่เล่นทีเดียวเท่าที่ผมจำได้ หลุยส์เป็นเด็กเรียบร้อยครับ ความทรงจำเกี่ยวกับหลุยส์ไม่ค่อยมากนักเพราะเขาไม่ค่อยได้ออกมาเล่นกับคนอื่นมากนักและคงย้ายไปที่อื่นหลังจากนั้นไม่นาน ถัดไปเป็นบ้านที่เป็นคล้ายๆ โกดังเก็บพวกแป้งทำขนมบ้านนี้ก็มีเด็กๆ รุ่นๆ เดียวกับพวกเราเช่นกันแต่ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่
บ้านหมู

บ้านหมู (บ้านอาซ้อ)

อีกบ้านที่พวกหลังผมชอบไปนั่งเล่นคือบ้านของครอบครัว “อาซ้อ” อาซ้อคือชื่อที่คนในซอยทั้งหมดเรียก จริงๆ มันเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วที่เอาไว้เรียกภรรยาของพี่ชาย ซึ่งก็คงมีใครซักคนเรียกอาซ้อก่อนแล้วก็เลยเรียกต่อๆ กันมา สามีของอาซ้อนี่เป็นหนุ่มใหญ่ที่ทำงานอยู่ที่ร้านขายผ้าแถวสำเพ็งเขามีชื่อว่า “เต็ก” ที่แปลว่าไม้ไผ่หรือความเที่ยงตรง บ้านนี้มีลูกชายอยู่ 3 คน คนโตชื่อ”กุ่ย”รุ่นเดียวกับพี่สาวคนเล็กของผมหน้าตาคล้ายพระเอกหนังจีนกำลังภายในยุคนั้น ลูกชายคนกลางชื่อ “หมู” นี่รุ่นเดียวกับผม ส่วนคนเล็กชื่อ”อู๊ด” คนนี้ตอนหลังบ้านนี้ยกให้เป็นลูกบุญธรรมของแม่ผม (บางทีผมก็ออกอาการอิจฉาบ้างตามประสาเด็ก) นอกจากนั้นยังมีลูกสาวอีก 2 คนชื่อ”อ้อ”กับ”เอ๋”...

อย่างโบราณว่าไว้ละครับ มีลูกมากจะยากนาน บ้านผมก็ลูกๆ เยอะเหมือนกัน เอาเป็นว่าผมขอเรียกบ้านนี้ว่า”บ้านหมู” ละกันนะครับ เพื่อให้จำง่ายๆ
พูดถึงบ้านหมู ลูกๆ บ้านนี้เขาดูจะเรียนเก่งนะครับ สามารถสอบเข้าโรงเรียนดีๆ ได้ ระเบียบวินัยของบ้านเขาก็ดูดีกว่าบ้านเรา 555 ว่างๆ ก็มีไปทำงานพิเศษหาเงินโดยไม่เกี่ยง เท่าที่ผมเคยเห็นก็มีขายเรียงเบอร์ เก็บเงินซื้อรองเท้าสเก็ตเองได้เชียวตอนนี้คงแต่งงานมีครอบครัวเจริญก้าวหน้ากันไปหมดแล้ว

ช่วงหลังๆ ที่เราย้ายไปอยู่แถวซอย 65 และใช้บ้านหลังนี้เป็นที่ทำงานอย่างเดียวผมก็ยังติดสอยห้อยตามแม่มานั่งเล่นแถวบ้านนี้เสมอเวลาไม่มีอะไรทำ ก็มาเจอเพื่อนๆ และมักไปนั่งเล่นบ้านหมูประจำ เย็นวันธรรมดาเมื่อดู”คอบร้า”และ”มาครอส” ที่ฉายทางช่อง 9 เสร็จแล้วก็มักจะเดินมาคุยที่บ้านนี้ถึงการ์ตูนทั้ง 2 ... นึกแล้วก็ฮาดี

ช่วงสงกรานต์สมัยเด็กๆ ผมก็มักจะมาเล่นกับบ้านหมูเสมอ ยังจำได้ว่ามันขนน้ำใส่ถังแล้วรอคนเดินผ่านหน้าบ้านแล้วเทลงมา โคตรแผลงเลย หรือตอนไปซื้อแป้งมันมาผสมน้ำเป็นถังแล้วเอาไว้แกล้งคนแทนพวกดินสอพอง หรือซื้อลูกโป่งมาใส่น้ำเตรียมไว้เอาไว้ปาใส่เพื่อนหรือผู้เคราะห์ร้ายในช่วงสงกรานต์สมัยนั้น เดี๋ยวนี้คนเล่นสงกรานต์เปลี่ยนไปเยอะครับ


ไล่เรียงกันไปตามบ้านทีละหลังนี่คงอีกยาวครับ ไว้มาเขียนต่อวันหลังครับ



Create Date : 19 กรกฎาคม 2556
Last Update : 19 กรกฎาคม 2556 12:57:11 น.
Counter : 1950 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

biggg
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



my everyday life on EARTH

New Comments
กรกฏาคม 2556

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog