11 วันในญี่ปุ่น : Day 6 ย้อนความหลังเมืองโอซาก้า
Day 6 ย้อนความหลังเมืองโอซาก้า

วันแห่งการระลึกอดีต


วันที่ 2 ในเมืองโอซาก้าหลังจากเมื่อวานเราเข้าสู่เมืองและเพลิดเพลินกับแสงสีเสียงและกิจกรรมต่างๆ ในย่านนัมบะและโดทอนโบริกันไปแล้ว วันนี้เราจะเน้นวิชาการกันด้วยทัวร์พิพิธภัณฑ์ตามโปรแกรมของหัวหน้าคณะทัวร์ท่านโม่ง

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอซาก้า

เขาว่าการที่เราจะเข้าใจเมืองๆ หนึ่งได้ดีเราควรศึกษาประวัติศาสตร์และปูมหลังของเมืองๆ นั้นเสียก่อน เพื่อให้เรารู้จักโอซาก้าได้ดีเราจึงมุ่งหน้าสู่แหล่งเก็บรวบรวมประวัติของเมืองที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Osaka History Museum ซึ่งตั้งอยู่ ติดกับตึกสถานีโทรทัศน์ NHK ของเมืองโอซาก้า และไม่ไกลจากปราสาทโอซาก้าโจอันยิ่งใหญ่ (สามารถมองเห็นจากตัวอาคารพิพิธภัณฑ์) โดยเราเดินทางด้วยรถไฟไปยังสถานี Tanimachi Yonchrome และเดินต่ออีกไม่ไกล
Photobucket
วิวของปราสาทโอซาก้าโจที่มองจากบนตึกพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ออกแบบให้ผู้เข้าชมขึ้นไปสู่ลิฟท์ไปชั้นที่ 10 แล้วจึงค่อยๆ เดินลงมาทีละชั้นเพื่อซึบซับประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ราว 1400 ปีของโอซาก้าแบบจากเก่ามาสู่ใหม่ โดยออกแบบให้ชั้นบนสุดเป็นเรื่องราวขนาดเท่าจริงของพระราชวัง Naniwanomiya ในยุคโบราณและไล่ลงมาแต่ละชั้นจะเป็นประวัติศาสตร์ที่ค่อยๆ ใหม่ขึ้นทีละชั้น
Photobucket
ท้องพระโรงวังที่ชั้นบนสุดจุดเริ่มต้น

Photobucket
นางสนม (มั้ง)

การนำเสนอก็ใช้เทคนิควิธีต่างๆ นาๆ ตั้งแต่หุ่นจำลองขนาดเท่าจริง โมเดลเมืองจำลอง วีดีโอ กราฟฟิค วัตถุโบราณ จำลองเมืองเก่าให้เราเข้าไปสัมผัสการใช้ชีวิตในยุคต่างๆ ฯลฯ ซึ่งทำให้เราได้รับรู้ถึงเรื่องราวประวัติของโอซาก้าได้อย่างน่าสนใจไม่น่าเบื่อดีทีเดียวครับ

Photobucket
งานแกะไม้ของโบราณ
Photobucket
โมเดลวิถีชีวิตของชาวโอซาก้าในอดีต

สังเกตว่าช่วงที่เราไปตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มักจะเจอเด็กนักเรียนมาทัศนศึกษากันเต็มไปหมด ส่วนใหญ่เด็กพวกนี้จะมีสมุดคนละเล่มเพื่อประทับตราในจุดต่างๆ ของนิทรรศการ ตราประทับเหล่านี้จะว่าไปแล้วก็มีอยู่ในทุกที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นนะครับ พวกเราเวลาไปเที่ยวที่ไหนๆ ก็ชอบที่จะไปหาตราประทับเหล่านี้มาประทับเป็นที่ระลึกไว้ในสมุดจดของพวกเรา บางครั้งก็ประทับใส่ลงไปในโปสการ์ดแล้วส่งไปหาเพื่อนหรือส่งกลับบ้านซึ่งก็หาที่ไหนไม่ได้ยกเว้นที่ๆ เราไปเที่ยว ซึ่งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็จะมีตราประทับไว้ตามนิทรรศการต่างๆ ให้เราปั้มลงไปในโบรชัวร์ที่เขาแจกซึ่งก็ทำให้แน่ใจได้ว่าเราไม่ได้พลาดนิทรรศการส่วนไหนเลย บ้านเราน่าเอาอย่างนะครับ 555
Photobucket
ของเล่นพลาสติกหลากสี

Photobucket
บรรยากาศของตลาดปลาในยุคหลังๆ ของโอซาก้า
Photobucket
ขายผักก็ทำซะเหมือนเชียว

เราใช้เวลาในพิพิธภัณฑ์ไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ เห็นจะได้ อากาศในวันนั้นดูจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ในการเดินทางเนื่องจากมีฝนพรำลงมาซึ่งในวันดังกล่าวเราไม่ได้ตรวจพยากรอากาศอย่างละเอียด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพยากรณ์อากาศของประเทศเจริญๆ เหล่านี้จะมีความแม่นยำอย่างมาก ไม่มีการบอกว่า “ฝนตกประมาณ 60เปอร์เซ็น ฝนกระจายเป็นหย่อมๆ” แบบในประเทศไทยพยากรณ์อากาศ เขาจะบอกชัดเจนว่าตกตอนกลางวันแบบหนักเบาแค่ไหน อุณหภูมิสูงต่ำเท่าไหร่คนจะได้เตรียมตัวได้ถูกต้อง แต่พอดีลืมตรวจน่ะ 555
Photobucket
นิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์
Photobucket
สะพานขนสินค้าท่าเรือในอดีต

อย่างไรก็ดีบริเวณโถงชั้นล่างของตึกจะเชื่อมติดกับตึก NHK ซึ่งจะมีร้านของของที่ระลึกและห้องส่งที่กำลังทำรายการข่าวสดๆ ของทางสถานีอยู่ซึ่งเป็นข่าวพยากรณ์อากาศพอดี (รู้เมื่อสาย 555)ก็เลยได้เห็นดาราที่มานั่งในรายการและการถ่ายทำ (ซึ่งก็คงไม่ได้ต่างจากของเมืองไทยเท่าไหร่หรอก)
Photobucket
เด็กๆ ได้ลองเป็นผู้ประกาศข่าว NHK ซะหน่อย

เด็กๆ ที่มาทัศนศึกษาจะนั่งล้อมวงกันกินข้าวกล่องที่เตรียมมาจากบ้านซึ่งเป็นวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นเขานะครับเรื่องเบ็นโตะเนี่ย บ้านเราใครหิ้วปิ่นโตไปเที่ยวนี่เชยมาก
Photobucket

แต่ทำไมประเทศที่เจริญกว่าเราประมาณ 1 ปีแสงเขาถึงยังหิ้วข้าวกล่องไปเที่ยวแม้แต่เด็กตัวเล็กๆ ก็ทำ ก็มันทั้งสะอาดกว่าและประหยัดกว่า อาจจะด้วยว่าอาหารของประเทศเขาไม่ต้องทำให้มันร้อนก็อร่อยอยู่ แต่จะสังเกตได้ว่าเวลาเขาออกไปไหนเขาจะมีการเตรียมความพร้อมสำหรับวันนั้นๆ อยู่เสมอ ร่มหรือเสื้อฝนสำหรับวันฝนตก ข้าวกล่องเบ็นโตะสำหรับมื้อกลางวัน และเสื้อกันหนาวในกรณีที่อุณหภูมิลดลง

อย่างว่าละครับประเทศไทยอุณหภูมิคงที่เกือบทั้งปี มีแต่ฝนที่ตกเรื่อยๆ และคาดเดาไม่ได้เพราะเขาไม่ได้พยากรณ์อากาศแบบชัดเจนแบบประเทศนี้ อีกอย่างที่น่าคารวะคือเขาจะไม่ทิ้งขยะกันซี้ซั้วกลาดเกลื่อนแบบบางประเทศนะครับ ทุกๆ คนมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมอย่างน่ากราบ ขอแค่ครึ่งหนึ่งของที่เขาเป็นประเทศเราจะขึ้นมาอยู่สูงกว่านี้แน่นอน ฟันธง!!!


ความหลังที่เจ็บปวด Peace Osaka

หลังจากฝนเริ่มซาเราจึงเดินเท้าต่อจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของโอซาก้าเลียบสวนรอบปราสาทโอซาก้าไปเรื่อยๆ ก็จะเจออาคารคอนกรีตเปลือยที่เรียบสงบและเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งสันติภาพ Peace Osaka บางทีก็เรียก Osaka International Peace Center ซึ่งจริงๆ ควรเรียกว่าพิพิธภัณฑ์สงครามมากกว่า ค่าเข้าชมคนละ 250 เยนครับ ตัวนิทรรศการนำเสนอในหลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจ วัสดุที่ใช้โดยรวมจะเป็นแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ที่ทำให้เป็นสนิม การจำลองสถานที่จริงในอดีตผสมกับซากปรักหักพังและวัตถุจากสงครามจริงๆ ทำให้มันดูเครียดขรึมได้อารมณ์หดหู่
Photobucket
ระเบิดที่ระลึกจากสงครามโลก คงไม่ระเบิดแล้วเข้าใจว่า

บรรยากาศฝนพรำและสภาพของเรื่องราวที่ชวนหดหู่ภายในพิพิธภัณฑ์นั้นเข้ากันได้ดีราวน้ำตาลกับครีม เรื่องราวเกี่ยวกับโอซาก้าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งด้วยความที่เป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเฉกเช่นเดียวกับโตเกียว โอซาก้าจึงเป็นเป้าหมายในการถล่มของกองทัพสหรัฐอย่างหนักหน่วง พิพิธภัณฑ์นี้บอกเล่าในมุมมองของผู้ถูกกระทำเช่นเมืองโอซาก้าและความสูญเสียต่างๆ ดูแล้วก็ได้รับรู้ถึงความโหดร้ายของสงครามซึ่งหวังว่าเราจะไม่ต้องการมันอีกและให้ที่แห่งนี้ได้สร้างสันติสุขเหมือนชื่อของมัน

Photobucket
นิทรรศการภายในของศูนย์สันติภาพแห่งนี้

ส่วนตัวผมดูแล้วหดหู่และเศร้าสะเทือนใจ อย่างว่าละครับเขาต้องการให้เรารู้สึกแบบนี้ มันไม่ใช่ที่ๆ เราจะมาดูแล้วรู้สึกระรื่นอะไร ให้ดูและจดจำเอาไว้ว่าผลของสงครามไม่เคยสร้างผลลัพธ์ที่ดีเลยซักครั้งเดียวแม้แต่ในวันนี้ที่มันยังมีสงครามแย่งทรัพยากรในประเทศต่างๆ หรือสงครามแอบแฝงทำเป็นไปช่วยประเทศที่ขัดแย้งกันอยู่ซึ่งในทุกครั้งก็มีผลประโยชน์แอบแฝงและในท้ายที่สุดก็ส่งผลกระทบที่ไม่ดีกับประเทศตัวเองแต่เป็นผลดีกับการค้าอาวุธและเป็นข้ออ้างต่อๆ ไปในการก่อสงครามสร้างความชอบธรรมของประเทศที่มีพลังอำนาจมากกว่า เครียดนิดนึงนะครับ พอดีอินกับบรรยากาศของพิพิธภัณฑ์ 555
Photobucket
เด็กๆ เตรียมตัวเข้าชมพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์นี้นอกจากจะเครียดแล้วยังไม่มีอะไรให้รับประทานด้วยนะครับ เราจึงต้องออกเดินไปสู่สถานีรถไฟใกล้ๆ สถานี Morinomiya ย่านนี้ไม่ใช่ย่านนัมบะหรือโดทอนบาชิที่จะมีร้านอาหารติดๆ กันให้เราเลือกไม่ถูก แต่ตอนนี้อะไรก็เอาละครับ ซึ่งใกล้ๆ กับสถานีนั้นก็มีร้านแฮมเบอร์เกอร์ที่ฮิตในเมืองไทยคือ Mos Burger (ที่นี่ดูเฉยๆ นะ) ก็เลยซัดกันไปคนละเซ็ตโตะ เติมพลังก่อนออกเดินทางสู่อีกพิพิธภัณฑ์ (เฮ้ย วันแห่งการเรียนรู้อีกแล้วหรือนี่)
Photobucket
วัตถุจัดแสดงในนิทรรศการของ Peace Osaka


เสริมความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่ Science Museum Osaka

หลังเติมพลังที่ Mos Burger กันเรียบร้อยแล้วเราลงรถไฟใต้ดินสู่สถานที่ถัดไป โดยนั่งไปลงที่สถานี Higobashi แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาทีข้ามสะพานข้ามแม่น้ำย่านธุรกิจจนมาที่เกาะเล็กๆ ที่เรียกว่าเกาะ Nakanoshima (มีแม่น้ำไหลผ่านรอบด้าน) จะพบกันพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ Science Museum Osaka ซึ่งจะตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ National Museum of Art Osaka ซึ่งมีโครงเหล็กรูปทรงแปลกตาอยู่ด้านหน้า
Photobucket
ข้ามแม่น้ำเพื่อเข้าสู่เกาะ Nakanoshima
Photobucket
National Museum of Art Osaka รูปทรงแปลกตายิ่งนัก

ที่นี่ก็เหมือนกับพิพิธภัณฑ์ที่ผ่านมาครับคือเด็กนักเรียนมาทัศนศึกษากันเต็มไปหมดเลย ฮ่าๆ พิพิธภัณฑ์นี้สร้างมานานครับ เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ได้ทันสมัยมากมายอะไรนักแต่ก็ถือว่าดูแลรักษาได้อย่างดีเยี่ยม สนนราคาค่าเข้าชมอยู่ที่คนละ 400 เยน
Photobucket
อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์โอซาก้า

Photobucket
หุ่นยนต์นักเล่นลูบิค คำนวณเรียบร้อยว่าต้องหมุนกี่ทีถึงสำเร็จ แม่เจ้า

ตัวอาคารสูง 4 ชั้นและเต็มไปด้วยนิทรรศการแบบโต้ตอบ Interactive Exhibition ซึ่งเป็นลักษณะการนำเสนอเพื่อให้คนที่มาดูได้เข้าใจในเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ที่จับต้องได้ เด็กๆ จะได้ทดลองเรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ ของฟิสิกส์ให้เกิดความเพลิดเพลินและเข้าใจในวิทยาศาสตร์มากขึ้น ลักษณะการเดินก็เป็นแบบนำเราขึ้นไปสู่ชั้นบนสุดก่อนแล้วค่อยๆ เดินลงมาดูนิทรรศการทีละชั้นทีละเรื่อง เหมาะสำหรับเด็กครับแต่ผู้ใหญ่ก็ไม่ผิดอะไรที่อยากจะเรียนรู้ 555
Photobucket

Photobucket
นิทรรศการต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

พูดถึงแล้วบ้านเราก็มีครับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เท่าที่เห็นในกรุงเทพฯ และปริมลทลก็มีอยู่ 2 ที่เห็นจะได้ แต่สภาพคงไม่ต้องอธิบายกันมากเพราะมันไม่สมบูรณ์เอาซะเลย ไม่ใช่ว่าเชยอะไรนะครับแต่มัน “พัง” ซะเป็นส่วนใหญ่ ของโอซาก้านี่ก็ไม่ได้ทันสมัยอะไร ดูแล้วก็รู้ว่าสร้างมานาน แต่ทำไมชองข้างในมันไม่พัง เพราะเขาดูแลดีหรือเพราะคนที่มาเที่ยวมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากกว่าเรา (ทั้ง 2 อย่างแหละ)

ผมจำได้ว่าเคยพาหลานอายุ 7-8 ขวบไปเที่ยวศูนย์วิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลอง) แล้วหลานกลัวขอให้พากลับบ้าน น่าแปลกไม๊ครับ สภาพภายในนิทรรศการก็พังซะเป็นส่วนใหญ่ จะโทษส่วนกลางทั้งหมดก็ไม่ได้เพราะของบางอย่างถูกขโมยกลับไปเป็นของที่ระลึก เด็กไทยคงจะได้ฉลาดกันบ้างละครับ (ประชดนะ) แล้วไฉนไม่ดูแลให้มันสมบูรณ์ แล้วประเทศเราจะไปแข่งขันกับประเทศไหนได้ครับเนี่ยเพราะเยาวชนไทยไม่มีได้รับการสนับสนุนเรื่องวิทยาศาสตร์เอาซะเลย กลายเป็นเรื่องไกลตัว เจออะไรก็นึกไปถึงเรื่องลี้ลับซะหมดอย่างรายการช่วงเย็นๆ ในทีวีไทยที่มีเรื่องอะไรก็เอาไปอิงกับเรื่องไสยศาสตร์ซะหมด บ่นอีกแล้ว 555

Photobucket
ร้านของเสียบไม้ย่างยากิโทริย่านนัมบะ

ยามเย็นเรากลับมาสู่ย่านที่พักของเราและออกไปหาอะไรรับประทานในช่วงเย็น ซึ่งวันนี้เป็นร้านประเภทอาหารย่างแบบเสียบไม้ Yakitori ย่านนัมบะ ร้านได้บรรยากาศย้อนยุคได้อารมณ์เก่าๆ ดีครับ กินของย่างเสียบไม้แกล้มด้วยสาเกเข้ากันดีทีเดียว
Photobucket
บรรยากาศภายในร้าน
Photobucket
ดูกันไปแก้หิวครับ ซี๊ด

จบค่ำคืนไปนั่งตากลมที่ริมคลองโดทอนโบริอีกครั้ง เพราะราตรีมันยาวนานนัก 555 ไม่เมาไม่เลิกรา

เอาคว่ำจอก !!!

Photobucket
ริมคลองโดทอนโบริ บรรยากาศน่านั่งเหลือเกิน



Create Date : 08 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2554 22:38:18 น.
Counter : 2807 Pageviews.

2 comments
  
ค่อยดูเป็นทัวร์อาจารย์หน่อย
โดย: เสี่ยสมัครเล่น วันที่: 8 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:14:26 น.
  
วันนี้ไปเที่ยวแบบแปลกดีค่ะ ได้ทัวร์ museum เยอะเลย
โดย: ก่วยก๊วยตาลสด IP: 182.52.83.137 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2554 เวลา:18:30:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

biggg
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



my everyday life on EARTH

New Comments
พฤศจิกายน 2554

 
 
1
2
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog