NGV ดีกว่า LPG จริงหรือ
จาก Forward e-mail ของท่าน Keyzer
เสียเวลาอ่านซักหน่อยนะครับ เพลินดี :)


.................................
ผมได้มีการรวบรวมข้อมูลและประมวลสถานะการ์ณต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนี้

เรื่องของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย ไม่ว่าเป็น ดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล NGV หรือ LPG ต่างก็ยังไม่ได้ลอยตัวครับ ถ้าให้ลอยตัวเหมือนกันหมดราคาเชื้อเพลิงที่กล่าวถึงก็คงจะขึ้นราคา แต่คงไม่เกิน 3 บาทต่อลิตรครับ แต่ที่ ปตท. ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ เป็นบริษัทเอกชน เช่น เอสโซ เชลล์ มาออกข่าวว่าต้องขึ้นราคาแก๊ส LPG อีก 11 บาทนั้น เขาอ้างอิงจากราคาตลาดโลก แต่ประเทศไทยผลิตได้เองส่วนหนึ่งจากแหล่งผลิตในประเทศ และจากการกลั่นน้ำมันดิบ


ประเทศในยุโรป ไต้หวัน เกาหลี อินเดีย และอีกหลายประเทศ รัฐบาลเขามีนโยบายสนันสนุนผู้ใช้แก๊ส ทั้ง NGV และ LPG ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม ในครัวเรือน หรือ ในการขนส่ง ด้วยสาเหตุที่ว่า แก๊ส LPG และ NGV เป็นเชื้อเพลิงสะอาด (clean fuel) หรือพลังงานสะอาด (clean energy) ลดมลภาวะในอากาศที่เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงประเภทเบนซินหรือดีเซล ประโยชน์ที่ได้รับจากการสนับสนุนตรงนี้คุ้มกว่าผลเสียที่ก่อให้เกิดทางสังคม เช่นโรคทางเดินหายใจ หรือโรคอื่นๆ มาก หลายประเทศรัฐบาลเขาออกมาประกันราคา NGV และ LPG ว่าจะไม่ขึ้นภายในเวลาหนึ่ง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเขาลงทุนติดตั้งระบบแก๊สในรถยนต์

ในประเทศไทย การใช้แก๊ส LPG ในรถยนต์มีมามากกว่า 20 ปีเท่าทีผมจำความได้หรือมากกว่านั้น ถ้าจำไม่ผิดรัฐบาลเองในยุคก่อนมีนโยบายส่งเสริมการใช้ LPG เหมือนกับประเทศอื่นๆ ด้วยซ้ำ

แต่มาในยุค ปตท. แปรสภาพจากรัฐวิสาหกิจที่เป็นสมบัติของคนทั้งประเทศ ไปเป็นบริษัทเอกชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (ด้วยการขายหุ้นราคาถูกกว่าราคาจริงเบื้องต้น เปรียบเสมือนเอาสมบัติของประเทศมาขายในราคาต่ำกว่าราคาจริง ให้กับพวกพ้องคนรวยไม่กี่ตระกูล) รัฐบาลกับมีนโยบายสนับสนุนการใช้ NGV ในรถยนต์ โดยให้คำมั่นว่าจะคงราคา NGV ไว้ที่ กก. ละ 8.50 บาท ส่วน LPG ที่เคยส่งเสริมนั้นไม่พูดถึง แต่มาเร็วๆ นี้ ปตท. และ รัฐบาล ออกมาอ้างว่าต้องขึ้นราคา LPG เพราะอุ้มสุดตัว และบีบผ่านทาง ปตท. ไม่ให้เกิดปั้มแก๊ส LPG หรือด้วยวิธีการอื่นๆ และจะขึ้นราคา NGV อีก


... ทีนี้มาตอบข้อสงสัยว่าทำไม ปตท. หรือรัฐบาล ผ่านกระทรวงพลังงาน สนับสนุนการใช้ NGV สุดตัว และพยายามบีบให้เลิกใช้ LPG มีดังนี้

1. ปตท. เป็นผู้ผูกขาดธุรกิจ NGV แต่ผู้เดียวในประเทศไทย ไม่มีการแข่งขัน

2. ปตท. รับซื้อแก๊สธรรมชาติ (natural gas) จากพม่าผ่านทางท่อส่งมายังราชบุรีซึ่งการวางท่อส่งแก๊สนี้ทำให้เกิดปัญหากระทบกระเทือนสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นการลงทุนของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ปตท. ที่เรารู้กันอยู่ ปตท. จำเป็นต้องขาย NGV ให้มากที่สุดเพื่อคุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายให้พม่าเป็นค่าแก๊ส

3. ปตท. ต้องแสดงผลประกอบการเป็นกำไร เพื่อให้ผู้ถือหุ้น (ใหญ่) พอใจ เพื่อให้ผู้บริหาร ปตท. ได้อยู่ในตำแหน่ง ได้รับผลประโยชน์เป็นเงินเดือนค่าจ้าง สวัสดิการ ที่สูงลิ่ว

4. นักการเมืองที่ดูแลกระทรวงพลังงาน เป็นอดีตพนักงานระดับสูงของ ปตท.

5. ปตท. สนับสนุนการใช้ NGV ด้วยการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการสนับสนุนราคาถังแก๊ส NGV จำนวนหนึ่ง แต่ไม่ยอมลงทุนสร้างปั้มแก๊ส NGV ให้ทั่วประเทศ และระบบส่งแก๊ส NGV ไม่สามารถหาผู้ร่วมลงทุนจากเอกชนรายอื่นๆ ได้ เพราะเขารู้ว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เป็นเหตุผลทางการเมืองและผลประโยชน์ของ ปตท. เอง (ขอย้ำว่าไม่ใช่ผลประโยชน์ต่อสังคม) อีกทั้งข้อจำกัดทางเทคนิค ไม่เป็นที่นิยมของผู้ใช้รถยนต์เท่าLPG ปตท. จึงต้องหามาตรการอื่นมาบีบ


การที่ ปตท. ทำอย่างนี้ เป็นเรื่องที่เข้าใจเพราะเป็นบริษัทเอกชน ย่อมหาหนทางใดๆ ก็ได้เพื่อให้ได้กำไรสูงสุดเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น (ขอย้ำอีกครั้งว่า ไม่ใช่ผลประโยชน์ของสังคม) แต่การที่ภาครัฐผ่านทางกระทรวงพลังงานเลือกปฏิบัติโดยสนับสนุนการใช้ NGV ในรถยนต์สุดตัว โดยไม่สร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ เช่น ระบบการส่งแก้ส NGV ปั้มแก๊ส NGV และบีบการใช้ LPG ในรถยนต์ ถือว่าไม่เหมาะสม รัฐบาลควรให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างถูกต้องถึงผลได้ผลเสียต่อสังคมของการใช้พลังงานทางเลือก และควรกำกับดูแลไม่ให้บริษัทเอกชนบริษัทใดบริษัทหนึ่งเอาเปรียบสังคม


เรื่อง ปตท. บีบไม่ให้ตั้งปั้มแก๊ส LPG เป็นเรื่องจริงครับ เมื่อ 26 ธ.ค. 48 ผมคุยกับเจ้าของกิจการโรงบรรจุแก๊สแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เขาบอกว่าค่าการตลาดจากการขายแก๊ส LPG สูงคุ้มค่ากับการลงทุนเปิดปั้มแก๊สเติมรถยนต์มากกว่าการเปิดปั้มเบนซิน ดีเซลแต่ ปตท. บีบไม่ให้ตั้ง มิฉะนั้นจะไม่ส่งแก๊ส LPG ให้ และแก๊สที่มาส่งก็มาจากแหล่งผลิตในประเทศที่ลานกระบือนี่เอง ส่วนการตั้งปั้มแก๊ส NGV เขาไม่กล้าลงทุน เพราะแพงมาก มีรถยนต์ใช้น้อยไม่คุ้ม และมีอุปสรรคเรื่องระบบขนส่งแก๊ส NGV


... ทีนี้มาตอบข้อสงสัยว่าทำไม ปตท. หรือรัฐบาล ผ่านกระทรวงพลังงาน สนับสนุนการใช้ NGV สุดตัว และพยายามบีบให้เลิกใช้ LPG

LPG สามารถกลั่นจาก น้ำมัน(ซึ่งมีต้นทุนสูงนำเข้า) และก๊าซธรรมชาติ
(ซึ่งมาจากอ่าวไทยของเราเอง)
NGV (ก๊าซมีเทน)ได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติซึ่งมีอยู่ประมาณ 66 mol% LPG(c3+c4) 6 mol% แล้วทำไมจะไม่ควรสนับสนุนการใช้ NGV จะซื้อน้ำมันต่างชาติมากลั่นทำไม

อ้างอิงข้อมูลของกระทรวงพลังงานที่เป็นข้อมูลราชการ ที่
http://www.eppo. go.th/info/ T25.html

เรานำเข้า natural gas ปี 2005 156,733 bbl/day จากปริมาณการใช้
568,742 bbl/day หรือ 27.55 % ของการใช้ในประเทศไทย ซึ่งก็คือนำเข้าจากพม่า เสียเงินตราต่างประเทศให้พม่า

ข้อมูลการส่งออก LPG ครับ จากกระทรวงพลังงาน ตาราง 34 ที่
http://www.eppo. go.th/info/ T34.html
ไทยส่งออก LPG ปี 2005 เฉลี่ยเดือนละ 150 ล้านลิตร เป็นอัตราที่เพิ่มขึ้น 8.5 %จากปี 2004 (นั่นคือส่งออก LPG มากขึ้น) ขณะที่ปริมาณแก้ส LPG ที่ใช้ในรถยนต์ของไทยประมาณปีละ 100 ล้านลิตร หรือแค่ 10% ของแก้ส LPG ที่ส่งออกทั้งปี ยังมีเหลืออีกมากสำหรับสนองความต้องการในประเทศซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรม


LPG ได้มาจากสามแหล่งครับ คือ หนึ่ง เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันดิบทำเบนซิน ดีเซล ถ้าไม่ใช้ก็ต้องเผาทิ้ง สอง ปนมากับน้ำมันดิบที่ขุดได้จากบ่อน้ำมันหรือแก้ส ถ้าไม่ใช้ก็ต้องเผาทิ้ง สาม กลั่นจากแก้สธรรมชาติ (natural gas) ส่วน NGV ได้มาจากการกลั่นจากแก้สธรรมชาติ

NGV เหมาะสำหรับรถสาธารณะขนาดใหญ่เนื่องจากอุปกรณ์ยุ่งยากราคาสูงและต้องใช้ถังแก้สความดันสูงจำนวนมาก

จากการศึกษารายงานนโยบายการใช้พลังงานของ APEC ที่ไทยเป็นสมาชิกหนึ่งในยี่สิบเอ็ดประเทศ ไทยเป็นประเทศเดียวที่จำกัดการใช้ LPG และส่งเสริม NGV ในรถยนต์ทั้งๆ ที่ผลิต LPG ได้เกินความต้องการต้องส่งออกไปขาย และยังต้องสั่งแก้สธรรมชาติจากพม่าเป็นปริมาณประมาณหนึ่งในสี่ของการใช้ในประเทศ

ฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย ต่างส่งเสริมและสนับสนุนการใช้แก้ส LPG ในรถยนต์ ด้วยมาตรการทางภาษีและสนับสนุนราคา LPG ให้ต่ำกว่าเบนซิน ดีเซลประมาณครึ่งหนึ่ง ประเทศที่กล่าวมายกเว้นออสเตรเลียต่างต้องนำเข้า LPG ไม่มีแหล่งเองเหมือนประเทศไทย

ฮ่องกงเอง ได้เปลี่ยนให้รถแทกซี 90 เปอร์เซ็นต์มาใช้แก้ส LPG ด้วยการให้เงินสนับสนุน และกำลังมีโปรแกรมใหม่ที่จะเปลี่ยนรถบัสเล็ก 5,000 คันมาใช้แก้ส LPG(ย้ำ LPG) ด้วยเงินสนับสนุนและมาตรการส่งเสริมของรัฐบาล

เราผลิต LPG ได้ปีละประมาณ 3,200 ล้านลิตร
ส่งออกประมาณ 800 ล้าน (25%)
ใช้กับยานยนต์ (แบบเว่อร์ๆ 2 เท่าเลย) 200 ล้านลิตร


ที่เหลืออีก 2,200 ล้านลิตร หายไปไหนครับ???


ไปอยู่ภาคครัวเรือน ให้ประชาชนใช้หุงต้ม 1,000 ล้าน
อยู่ภาคอุตสาหกรรม ทำอาหาร ทำแก้ว หลอมโลหะ ฯลฯ อีก 1,200 ล้าน


แล้วไอ้ที่มาโกหกปาวๆๆๆ ว่า รถยนต์ใช้แกส ทำให้โครงสร้างพลังงานเสียหาย เพราะรัฐฯ ต้องชดเชยถึงกิโลละ 11 บาท .. หรือลิตรละ 6 บาท (มาได้งัยก็ไม่รู้) .. ชดเชยให้ใครกัน?

ชดเชยให้คนใช้รถ .. 200x6 = 1,200 ล้าน
ชดเชยให้คนทำกับข้าวกิน .. 1,000x6 = 6,000 ล้าน (สาธุ)
ชดเชยให้พ่อค้านายทุน ผลิตสินค้า = 1,200x6 = 7,200 ล้าน (ก็ .. ยังดี .. ของจะได้ไม่แพง)
ชดเชย ((Embedded image moved to file: pic06840.gif) Huh!!!!?? ชด
เชยทำไม) ให้กับการส่งออก 800x6 = 4,800 ล้าน!!!!!

บ.น้ำมัน ไม่รวยพุงปลิ้นวันนี้ ก็ไม่รู้จะพูดงัยแล้ว...

เบนซิน91 หรือเบนซิน95 ต้องนำเข้าน้ำมันดิบ 100 %
แก๊สโซฮอล นำเข้าเป็นน้ำมันดิบเพื่อกลั่นเป็นเบนซิน 90 % และยังเป็นเอธานอลส่วนหนึ่งที่เราผลิตไม่พอ ดังนั้นเท่ากับนำเข้ามากกว่า 90 % แต่รัฐบาลโปรโมตสุดลิ่มทิ่มกบาล
LPG ไม่ต้องนำเข้าเพิ่มเติม ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบส่วนหนึ่ง กับแยกจากแก๊สธรรมชาติของไทยหรือพม่าอีกส่วนหนึ่ง มีเหลือขายต่างประเทศ

ลองใช้หัวแม่เท้าคิดดูก็แล้วกันครับ
ใช้เบนซิน 100 ล้านลิตร หรือแก๊สโซฮอล 90ล้านลิตร ก็ต้องนำเข้าน้ำมันดิบในจำนวนที่มากกว่าใช้ LPG 100 ล้านลิตร ไม่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพราะจากกระบวนการกลั่นเหลือใช้จนต้องขายต่างประเทศ
การนำLPG 100 ล้านลิตรมาใช้แทนน้ำมัน เมื่อเทียบกับการใช้เบนซิน 90ล้านลิตร หรือเบนซินในแก๊สโซฮอล 80กว่าลิตรแบบไหนจะเสียเงินตราของชาติมากกว่ากัน(ให้อัตราสิ้นเปลืองLPGมากกว่าประมาณ 10 %)แบบไหนประหยัดเงินตราของชาติมากกว่ากัน ต่อให้คิดโดยเสมอภาคนั่นคือหากชดเชยก็ชดเชยเท่ากัน หรือไม่ชดเชยก็ต้องไม่ชดเชยเหมือนกัน ค่าการตลาดต่อลิตรเท่ากัน

***จุดที่จะประหยัดเงินตราต่างประเทศมากที่สุดคือ จุดที่มีจำนวนผู้ใช้ LPG มากขึ้นจน
แทบไม่มีเหลือส่งออก เพราะเราก็ไม่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่าเดิมหากจำนวนคนที่ใช้ LPG เพิ่มขึ้นจากเดิมจนถึงจุดที่เราแทบไม่เหลือ LPG ส่งออกนอกนั้นใช้เบนซินหรือโซล่า หรือแม้แต่แก๊สโซฮอลก็ตาม จะต้องนำเข้าน้ำมันดิบอีกเท่าไหร่


อย่าเพิ่งไปกลัวเลยครับ ผมว่าที่ปตท ออกมาขู่เรื่องราคาแก๊ส lpg ว่าราคาจะลอยตัวราคาที่แท้จริงต้องบวกเพิ่มอีก 9บาท ต่อลิตร ตกลิตรละ18บาท สงสัยจะเป็นอุบายของปตท ที่จะทำให้คนที่คิดจะติดlpg ลังเลใจแล้วมาติด ngvแทน เพราะปัจจุบัน ngv ขายไม่ออก

ที่เขาบอกว่าlpg ราคาขึ้นเป็น600ดอลล่า/ตัน ถ้าวิเคราะห์ดูดีๆ ตันหนึ่งมี1000 กก 1กกมี1.8ลิตร 1ตันเท่ากับ 1800ลิตร 600ดอลล่าเท่ากับ 24000บาท คิดแล้วลิตรหนึ่งตก 13บาทกว่าเท่านั้นเอง นี่ยังไม่รวมถึงแหล่งที่มาของราคาที่เขาใช้เป็นราคากลางด้วยว่า600ดอลล่า/ตัน มาจากที่ไหน ที่อื่นที่ถูกกว่านี้ก็มี เช่นซื้อมะม่วงแถวต่างจังหวัด ราคาย่อมถูกกว่าที่ไปซื้อที่สีลมอยู่ดี อีกอย่างlpg เราก็ผลิตได้เองบางส่วนจะมาอ้างราคาตลาดโลกได้อย่างไร ทำไมไม่ตั้งราคาขาย มะม่วงทุเรียน และผลผลิตทางการเกษตร ที่เราผลิตได้ในประเทศ ให้มีราคาสูงเหมือนที่ขายในญี่ปุน ในอเมริกาละ
โดยอ้างราคาตลาดโลกบ้าง ขายทุเรียนลูกละซัก2000บาทไปเลยซิ

คิดว่าประชาชนโง่เหมือนควายเหรอครับ รัฐบาลอย่ามาขูดรีดขูดเนื้อประชาชนเลยครับ


นี้คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ขอให้ทุกท่านร่วมหาทางแก้ไขอีกทั้ง รัฐบาลเราคงหวังเพิ่งพาอาศัยไม่ได้แล้ว

อ่านแล้วคิด วิเคระห์ แยกแยะกันเอาเองนะครับ



Create Date : 03 กรกฎาคม 2551
Last Update : 3 กรกฎาคม 2551 22:56:01 น.
Counter : 388 Pageviews.

15 comments
  
คุณคิดเหมือนเราค่ะ

สิ้นปีมาดูกันอีกทีก็ได้ว่าปตท.จะกำไรกี่หมื่นล้สน
โดย: หมีสีชมพู วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:09:52 น.
  
เข้ามาอ่านค่ะ คิดไว้แบบนี้เหมือนกัน แต่เปิ้ลเองไปติด LPG มาเรียบร้อยแล้วค่ะ ทีแรกก็ลังเลเหมือนกัน
โดย: opleee วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:39:32 น.
  
ข้อมูลปึ๊ก

อย่ารอช้า...ติด LPG เลยจิ

และลองแวะไปกู้ชาติด้วจิ.....

เพราะเราคงหวังพึ่งรัฐบาลไม่ได้อย่างแน่นอน

โดย: belittle big (belittle big ) วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:13:40 น.
  
รับทราบ แต่ ข้อมูลไม่ตรงกะ "บ้าได้ถ้วย" หลายประเด็นมาก

ขอบคุณที่นำมาฝาก จ๊ะ
โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:50:39 น.
  
รับทราบ แต่ ข้อมูลไม่ตรงกะ "บ้าได้ถ้วย" หลายประเด็นมาก

ขอบคุณที่นำมาฝาก จ๊ะ
โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:51:00 น.
  
ก็ไม่รู้ว่าจะรัฐบาลจะช่วยพวกพ้องไปถึงไหน เมื่อไหร่จะช่วยประชาชนกันสักที
น่าเบื่อจริงๆ ไม่รู้ว่าดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยากันไปทำไม
โดย: koby IP: 58.147.56.117 วันที่: 3 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:57:06 น.
  
ข้อมูลแน่นมากเลยค่ะ

โดย: ความเจ็บปวด วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:03:45 น.
  
ขอ เซพไป่ส่งต่อเลยนะ

เผื่อจะช่วยใครตัดสินใจ ได้บ้าง
โดย: ดอกฝิ่นสีชมพู วันที่: 5 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:50:40 น.
  
ติดมาแล้ว ยืนยันว่าใช้ซิ่งได้เหมือนเดิม

ถ้าว่าง ช่วยเขียนบทความมิลานด้วยนะ
เจ้าบ้านขอร้องงงงงงงงงง

โดย: keyzer วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:52:37 น.
  
ตอนนี้ ปตท. กำลังลำบาก เพราะที่ผ่านมา โชว์ตัวเลขกำไรไว้สูง ทำให้คุณประเสริฐ เป็น CEO ที่เก่งแต่ในความเก่ง มันมาจากกำไรแก๊ส LPG ที่ส่งออกนอก ไม่ใช่บริหารเก่งแต่อย่างใด แต่ในปีนี้แก๊ส LPG ไม่มีเหลือส่งออกนอก กำไรที่เคยได้ก็ไม่ได้ แต่อะไรไม่ว่า ถ้าปีนี้กำไรไม่มากเท่าปีก่อน คุณประเสริฐ จะเป็นคนเก่งอีกหรือเปล่า เพราะว่าจะเอาของถูกในประเทศไปขายในราคาแพงที่ต่างประเทศน่ะ ไม่มีแล้ว คุณประเสริฐแกกลัวเสียฟอร์ม เลยต้องการให้ประชาชน ลดการใช้ LPG เพื่อจะได้มีเหลือเหมือนเดิม เพือจะได้ทำกำไรได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องมีฝีมือในการบริหาร ก็ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำได้อยู่แล้ว และที่จริงราคาแก๊ส ที่บอกว่า ในประเทศ ขายในราคา 330 เหรียญ/ตัน น่ะ มันแค่ กก.ละ 11.50 บ. เท่านั้น แต่นี่ขายให้ผู้ใช้ตามบ้าน ราคา 285 บ. ต่อ 15 กก. มันเท่ากับว่า ราคา กก.ละ 19 บาทแล้ว แล้วไอ้ 19 บ. มันเท่ากับ 558 เหรียญ ต่อตันแล้วนะครับ จะเห็นว่า ปตท. ก็ยังมี่กำไรจากการขายแก๊ส LPG ในประเทศไทย ถึง 228 เหรียญ ต่อตัน ซี่งก็ถือว่ากำไรเกือบ 100% เลย แล้ว ปตท. ทำไมต้องออกมาโวยวายด้วย เพราะว่าการที่ ปตท. สั่งแก๊ส LPG เข้ามาขายในประเทศไทย ในราคา 900 เหรียญนั้นก็เป็นส่วนน้อยเท่านั้น เพราะเอาเข้ามาแล้ว ก็ขายในราคา 558 เหรียญ ต่อตัน ดังนั้น ปตท. ต้องเอาส่วนที่ผลิตได้ในประเทศในราคา 330 เหรียญต่อตัน มารวมกับที่สั่งเข้ามา 900 เหรียญต่อตัน แล้วเฉลี่ยดูว่าราคา เฉลี่ยแล้วออกมาเท่าไร ถึงจะมาปรับราคาได้ ไม่ใช่จะมาอ้างว่าต้องสั่งของนอก เข้ามาขายในราคา 900 เหรียญแล้วราคาในประเทศจะต้องขึ้นไป 900 เหรียญด้วย อย่างนี้เดี๋ยวคุณประเสริฐ ก็จะได้ตำแหน่ง BEST CEO อีกหรอก ผมว่าคุณประเสริฐน่าจะหาทางใช้ฝีมือในการบริหารให้มันมีกำไร ดีกว่าจะมาหาทางเอาของถูกในประเทศ มาขายแพงๆ ให้ได้กำไรมากๆ เหมือนเดิม
โดย: คคห.จากเวปผู้จัดการ IP: 58.64.107.80 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:28:13 น.
  
ตอนนี้ ปตท. กำลังลำบาก เพราะที่ผ่านมา โชว์ตัวเลขกำไรไว้สูง ทำให้คุณประเสริฐ เป็น CEO ที่เก่งแต่ในความเก่ง มันมาจากกำไรแก๊ส LPG ที่ส่งออกนอก ไม่ใช่บริหารเก่งแต่อย่างใด แต่ในปีนี้แก๊ส LPG ไม่มีเหลือส่งออกนอก กำไรที่เคยได้ก็ไม่ได้ แต่อะไรไม่ว่า ถ้าปีนี้กำไรไม่มากเท่าปีก่อน คุณประเสริฐ จะเป็นคนเก่งอีกหรือเปล่า เพราะว่าจะเอาของถูกในประเทศไปขายในราคาแพงที่ต่างประเทศน่ะ ไม่มีแล้ว คุณประเสริฐแกกลัวเสียฟอร์ม เลยต้องการให้ประชาชน ลดการใช้ LPG เพื่อจะได้มีเหลือเหมือนเดิม เพือจะได้ทำกำไรได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องมีฝีมือในการบริหาร ก็ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำได้อยู่แล้ว และที่จริงราคาแก๊ส ที่บอกว่า ในประเทศ ขายในราคา 330 เหรียญ/ตัน น่ะ มันแค่ กก.ละ 11.50 บ. เท่านั้น แต่นี่ขายให้ผู้ใช้ตามบ้าน ราคา 285 บ. ต่อ 15 กก. มันเท่ากับว่า ราคา กก.ละ 19 บาทแล้ว แล้วไอ้ 19 บ. มันเท่ากับ 558 เหรียญ ต่อตันแล้วนะครับ จะเห็นว่า ปตท. ก็ยังมี่กำไรจากการขายแก๊ส LPG ในประเทศไทย ถึง 228 เหรียญ ต่อตัน ซี่งก็ถือว่ากำไรเกือบ 100% เลย แล้ว ปตท. ทำไมต้องออกมาโวยวายด้วย เพราะว่าการที่ ปตท. สั่งแก๊ส LPG เข้ามาขายในประเทศไทย ในราคา 900 เหรียญนั้นก็เป็นส่วนน้อยเท่านั้น เพราะเอาเข้ามาแล้ว ก็ขายในราคา 558 เหรียญ ต่อตัน ดังนั้น ปตท. ต้องเอาส่วนที่ผลิตได้ในประเทศในราคา 330 เหรียญต่อตัน มารวมกับที่สั่งเข้ามา 900 เหรียญต่อตัน แล้วเฉลี่ยดูว่าราคา เฉลี่ยแล้วออกมาเท่าไร ถึงจะมาปรับราคาได้ ไม่ใช่จะมาอ้างว่าต้องสั่งของนอก เข้ามาขายในราคา 900 เหรียญแล้วราคาในประเทศจะต้องขึ้นไป 900 เหรียญด้วย อย่างนี้เดี๋ยวคุณประเสริฐ ก็จะได้ตำแหน่ง BEST CEO อีกหรอก ผมว่าคุณประเสริฐน่าจะหาทางใช้ฝีมือในการบริหารให้มันมีกำไร ดีกว่าจะมาหาทางเอาของถูกในประเทศ มาขายแพงๆ ให้ได้กำไรมากๆ เหมือนเดิม
โดย: คคห.จากเวปผู้จัดการ IP: 58.64.107.80 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:28:22 น.
  
ประเทศเยอรมัน ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกอย่าง เบ๊นซ์ บีเอ็ม ปอร์เช่ ออดี้ โฟล์ค ฯลฯ มีปั๊ม LPG 3000 ปั๊มทั่วประเทศ มีปั๊ม NGV 800 ปั๊ม
ประเทศอิตาลี ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกอย่าง ลัมโบร์กินี่ เฟอร์รารี่ ฯลฯ มีรถยนต์ใช้ LPG 2 ล้านกว่าคัน มีใช้ NGV แค่หลักแสน เรื่องนี้คงไม่ต้องสงสัย เพราะว่าอุปกรณ์หม้อต้มแก๊สทั้งหลาย ต้นตำรับมันก็มาจากอิตาลี่ทั้งนั้น
ประเทศเกาหลี ใช้แก๊ส LPG มากมาย อุปกรณ์หม้อต้มของเกาหลีที่นำเข้ามาขายในเมืองไทยก็เพียบ
ถังเมทัลเมท ที่เราใช้อยู่สำหรับ LPG ก็ผลิตในประเทศไทย มีการส่งออกไปขายจำนวนมากในออสเตรเลีย ไอถังโดนัทน่ะ มันก็ทำจากไทยนั่นแหละ แต่ มอก.ไทยไม่ได้กำหนดมาตรฐานออกมา มันก็เลยไม่สามารถขอยื่นตรวจผ่านได้ ล้าหลังจริง ๆ
ประเทศอังกฤษก็ใช้ LPG กันเพียบ
อีกหน่อยมันคงกำหนดให้ผู้ผลิตไฟแช็ค ใช้ก๊าซ NGV ด้วยมั๊ง
โดย: อีก คคห.จากเวปผู้จัดการ IP: 58.64.107.80 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:31:37 น.
  
อ่านแล้วพูดไม่ออก เพราะที่บ้านผมกำลังจะติด NGV แต่ผมยังหเามอยู่เพราะว่ามันแพงเกินไป ที่เติมก็น้อยเพราะออกต่างจังหวัดกันบ่อยมาก ยิ่งอ่านตรงนี้เลยยิ่งตอกย้ำให้ชัดขึ้นไปอีก ว่าตอนนี้ การทำธุรกิจแบบผูกขาดกำลังเป็นที่นิยม โดยไม่สนว่าจะเอาเปรียบผู้บริโภคมากขนาดไหน

ถ้าเป็นได้ ขอนำไปเผยแพร่ ให้ผู้อื่นลองอ่านและวิเคราะห์ด้วยนะครับ
โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 19 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:08:25 น.
  
บ้านผมLPGครับ ชานเมืองปั้มเยอะเติมสะดวกไม่ต้องรอคิว หันมาใช้LPGกันเยอะๆเถอะครับ ผมจะได้มีเพื่อนเยอะๆ 55
โดย: lomocat วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:52:30 น.
  
ขอสาปแช่งคนที่หากินโดยหลอกลวงประชาชนครับ ขอให้ไม่เจริญให้ตายเหอะ
โดย: kid^_^ วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:0:52:38 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

biggg
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



my everyday life on EARTH

New Comments
กรกฏาคม 2551

 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog