สยบพิษรักแรงแค้น ของผัวและเมีย
สยบพิษรักแรงแค้น ของผัวและเมีย

    เหตุที่เป็นมา คือ เราก็ต้องยอมรับวิบากกรรมต่างๆ ว่าเราเคยเป็นมาอย่างไร บัดนี้ทำไมเราจึงต้องมารับกรรมตรงนี้ ถ้าเราไม่รู้ รับความจริงไม่ได้ เราก็ปวดหัว บางคนเถียงแทบตาย ทำไมเราไม่เคยทำผิดแต่ทำไมต้องโดนถูกทำโทษเช่นนี้ ทำไมต้องมีร่างกายเช่นนี้ ถ้าเราเป็นคนพิการ เราก็ต้องยอมรับว่าเราเคยสร้างวิบากกรรมแห่งเหตุไว้ 

    ถ้าเราไม่ยอมรับเหตุแห่งความเป็นมา เราไม่มีทางอยู่อย่างเข้าใจแน่นอน

    ยกตัวอย่าง สองผัวเมีย เมียเขาชอบเล่นชู้ แต่ผัวเขาไม่ค่อยชอบเขา จะเป็นเช่นใด?

    เพราะมีวิบากเคยเป็นศัตรูกันมา ไม่ใช่รักกันมา แต่ชาติที่แล้วก็เป็นผัวเมียกันอยู่ พอเกิดมาชาตินี้ก็มาแก้แค้นซึ่งกันและกัน ก็เหมือนกับเยาวเรศกับสมชาย เกิดมาชาตินี้มาแก้แค้นด้วยกัน ตัวเขาสองผัวเมียก็ไม่ยอมเชื่อผู้รู้ซะที แต่ถ้ายอมเชื่อว่า ยอมรับแห่งความเป็นมาของอดีตชาติ ถ้าเรารู้อย่างนี้ก็แก้ไขง่าย

    พอเขาแก้แค้น เราก็หยุดแค้นเขาก่อน เขาก็จะหยุดแค้นเรา เรื่องก็จบ

    สมชายจะแค้นเยาวเรศอยู่เรื่อย ก็แค้นกันไม่จบ กี่ชาติก็ไม่จบ เพราะเกิดมาเพื่อแก้แค้นกัน แต่มาในรูปต่างๆ กัน

    บางคนเกิดลูกมายังแค้นกัน ลูกบางคนเข้ากับแม่ ลูกบางคนเข้ากับพ่อ แล้วลูกยังตีกัน ฆ่ากันอีก บางกรณีดุเดือดจริงๆ ดุเดือดนี่แก้ยากมากเลย เพราะเขาปลูกฝังความแค้นไว้กับลูกๆ ไปถึงหลานยังมาเข่นฆ่ากัน พวกที่ฆ่ากันเยอะไปสืบตระกูลเดียวกัน เป็นตระกูลเดียวกัน ยกตัวอย่าง ห้างทองธรรมวัฒนะ ๑ นามสกุล แต่ข้างในบ้านเป็น ๒ ฝ่าย ถ้าเรามีวิบากกรรม เราต้องยอมรับความจริง

    เป็นผัวเมียกัน จะมาด้วยกัน ๕ สาย

ผัวเมีย เข่นฆ่ากัน สายกามมิจฉา

    ๑. เบียดเบียน แรงแค้น

    ๒. การหลอกลวง

    ๓. ถูกรังแกเอาเปรียบ

    ๔. ถูกข่มขืนใจ บังคับ

    ๕. หลอกลวงด้วยความดี พวกนี้จะเจ็บใจ คือ หลอกหลวงด้วยการเสแสร้งเป็นคนดีจนเขาตายใจ นับถือแล้ว แล้วมาเข่นฆ่าทีหลัง ทำให้ปวดใจมาก บางคนหลอกเราว่าเป็นคนดีแล้วเรานับถือ แต่มาคราวหลังหักหลังเรา ให้ร้าย กล่าวร้าย ทำร้ายเรา เราจะปวดใจมาก

    วิธีแก้ไขสายกามมิจฉา คือ คนหนึ่งแค้น แต่อีกคนหนึ่งหยุดแค้น ก็จะได้ไม่แค้นกันต่อ ไม่ต้องตอบโต้กัน สร้างแต่ความดี สิ่งหนึ่งของสายนี้ก็คือจะแพ้คุณงามความดี สายกุศล ถ้าเรามีความดีก็จะแก้ไขได้ แต่ถ้าจองเวรต่อกันยังไงก็จะต้องจองเวรต่อกัน

    มิจฉาแก้มิจฉา จะแก้ไขได้อย่างไร?

    เราหมั่นทำดี เราไม่แค้น เราไม่ถูกความแค้นจูงไป เดี๋ยวแค้นก็หาย

ผัวเมียสายกามสัมมา กามดี

    ๑. เคยพบปะยินดีกัน เกื้อหนุนกัน

    ๒. เคยเกื้อหนุนกันมาแล้ว ช่วยเหลือกันแล้ว

    ๓. เคยจมีปณิธานว่าจะสร้างสรรค์สิ่งดีอะไร ร่วมบุญ

    ๔. เคยร่วมบุญ ร่วมมือกันไปสร้างสรรค์ เช่น เราเคยร่วมมือกันสร้างพระธาตุเจดีย์

    ๕. มีความปรารถนารักกัน ไม่หวังสิ่งตอบแทน (รักสูง) เช่น ชาติหน้าฉันยินดีที่จะช่วยเหลือ ดูแลเธอ โดยไม่หวังว่าเธอจะตอบแทนบุญคุณ หรือไม่จำเป็นต้องเป็นผัวเมียกันก็ได้ ยกตัวอย่าง นพพล โกมารชุน กับ ปรียานุช ปานประดับ ปรียานุชแทบจะไม่ได้ให้อะไรแก่นพพลเลย แม้แต่เรื่องเซ็กส์ แต่นพพลก็รักปรียานุชมาก ดูแลทุกอย่าง

    เช่นเดียวกับ ชรินทร์ นันทนาคร กับนางเอกภาพยนตร์ชื่อดัง เพชรา เชาวราษฎร์ นางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง แต่สุดท้ายตาบอดสนิททั้งสองข้าง แต่ชรินทร์ก็รักของเขามาก จัดงานวันเกิดให้ใหญ่โต

    เช่นเดียวกับ พลตรีจำลอง ศรีเมือง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ๒ สมัย มีชื่อที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "มหาจำลอง" หรือ "มหาห้าขัน" สมรสกับ พ.ต.หญิง ศิริลักษณ์ เขียวละออ ภรรยาก็ดูแลมหาจำลองตลอด ทั้งจน ทั้งดี หรือเวลาตกต่ำ โดยไม่มีการคาดหวังว่ามหาจำลองจะต้องตอบแทนอะไร เพราะเธออยู่ในสายบำเพ็ญ จะเป็นยังไงก็ขอได้อยู่ดูแลมหาจำลอง

    กามสัมมา ถ้าจะผิดเพี้ยนไปในทางที่ไม่ดี ก็คือไปทางกามมิจฉา จะเป็นของคู่กัน แต่ถ้าถูกสิ่งแวดล้อมจูงไป เราก็พลาด ยกตัวอย่าง หากว่าบางคนไปกล่อมชรินทร์ว่า ไปหาเมียน้อยข้างนอกก็ได้ ไม่มีใครรู้เรื่อง เพราะเมียตาบอดไม่รู้หรอก เรื่องก็จบ แต่ชรินทร์ไม่เอา ไม่ทำ เพราะเขามีศีล มีสัจจะ

    ถ้าเราจะไม่จองเวรเมีย หรือไม่จองเวรผัวจะต้องทำอย่างไร?

    ๑. หยุด คือ หยุดความแค้นของเรา ความโกรธ ความอยากเอาคืน และเราควรมองความดีอีกฝ่ายหนึ่ง ถ้าไม่อย่างนั้นจะร้าวความแค้นของเราตลอด เช่น เขาเคยหลอกเรา แล้วเรามาคิดอยู่ตลอดเวลาว่า เขาเคยหลอกเราๆ ๆ ๆ  แล้วเราจะแค้นต่อไหม?

    แต่ถ้าเราคิดว่า เขาเคยทำกับข้าวอร่อยให้เรากิน แล้วเราจะแค้นไหม? ความแค้นก็จะต้องลดลงแน่นอน นี่แหละเราจะต้องคิดถึงสิ่งดีเขา

    วิธีหยุดก็คือคิดถึงสิ่งดีของเขา คิดดี ทำดี ทำตัวเองให้ดี โดยการไม่โกรธเขา ให้อภัย ให้อโหสิกรรมแก่เขา 

    คิดดี คือ คิดถึงความดีของเขา

    ทำดี คือ ตัวเองอโหสิกรรมให้แก่เขา อภัยให้แก่เขา

    สิ่งนัั้นก็จะรวมเป็นกุศลบุญ ก็จะทำให้เราหลุดพ้นจากบ่วงกรรม นี่แหละเป็นการแก้กรรมที่ถูกต้อง

    หัวใจหลักความดีของเยาวเรศ เช่น เราไม่ต้องคิดมากเลย เขาเคยทำกับข้าวของเขา เขาทำให้เรากินกี่ครั้ง นับไม่ถ้วนเลย แล้วเราจะมาถือว่าตรงนี้ไม่ดี ก็ไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยใส่ยาพิษให้เรากิน

    ตอนที่ผู้หญิงอยู่กับเรา เขาก็ไม่เคยนำผู้ชายมามีเพศสัมพันธ์ให้เราดูเลย เขายังรู้จักแอบๆ ไปมีอะไรกัน นี่แหละก็เป็นความดีของเขา

    เขาไม่อยู่กับเราแล้ว เรากับเขาเลิกกันแล้ว เขาจะไปมีอะไรกัน ก็เป็นเรื่องของเขา เราจะไปว่าอะไรเขาได้ แต่เราเสือกดันเอาเรื่องตรงนี้มาแค้นเขา นี่แหละ ไม่ยอมเอาสัมมา จะเอามิจฉาลูกเดียว

    มิจฉาก็คือว่า ของๆ ข้า ก็จะหวงไว้ตลอด

    เหมือนกับเรามีศักดิ์ศรี แต่ว่าเสียเหลี่ยมตลอด

    ตัวนี้ไม่ใช่จะมาเซี้ยมให้เรามิจฉาสักหน่อย

    นี่แหละ เราโง่ เราถูกหลอกไปเรื่อย เราต้องเชื่อผู้รู้ แก้ง่าย ไม่ยาก เพียงแต่ว่าเราจะ "หยุด" หรือเปล่า เราจะคิดไปตามจริตของเราไปเรื่อยๆ อย่างนี้ไม่ได้

    เราจะต้องมาคิดใหม่ คิดถึงความดีของเขา เรามาถูกสายแล้ว เราจะต้องทำตัวให้ดี คือ ให้อภัยเขา ทำไมต้องให้อภัยเขา ก็เพราะว่าเราก็เคยผิดพลาดต่อเขา เคยทำเหี้ยต่อเขามาก่อน ถ้าเราคิดอย่างนี้ เราก็ให้อภัยแก่เขาได้

    ยกตัวอย่าง เราเป็นผู้ชาย แต่เอามีดจะทำท่าปาดคอเขา ถ้าเป็นเรา เราก็กลัวเหมือนกัน แล้วใครจะกล้าอยู่ใกล้ นี่แหละ เราทำผิดกับผู้หญิงไปเท่าไหร่  เอามีดจี้ท้องผู้หญิงกำลังตั้งครรภ์ เอาผ้าขาวม้าพันคอเขา

    นี่แหละ ลองคิดดูว่า ผู้หญิงเขาจะทนไหวไหม?

    เราไม่คิดถึงตรงนี้เลย แล้วเราจะไปแค้นอะไรเขาอีก ถ้าผู้หญิงเขาคิดถึงตรงนี้ เขาก็คงจ้างมือปืนมายิงเราทิ้งแล้ว คนเราควรให้อภัยกัน ทำไมต้องให้อภัย เพราะว่า เราก็เคยทำผิดพลาดมาเหมือนกัน คนเราต้องยอมรับความจริง ถ้าเราไม่หลงกล เราก็มั่นคง มั่นคงกับครูบาอาจารย์ คือ

    ๑. หยุด

    ๒. เห็นดี

    ๓. ทำตาม

    ตอนผู้ชายกับผู้หญิงทั้ง ๒ คนนี้กำลังรักกันใหม่ๆ มาหาผู้รู้ ท่านผู้รู้กล่าวสอนว่า ต้องปิยะด้วยกัน คือ 

    ๑. ทำตัวให้น่ารัก คือ เห็นความน่ารักของแต่ละฝ่าย

    ๒. ต้องมีปิยะวาจา

    ๓. ถ้าเชื่อฟังอากง ผู้รู้ ครูบาอาจารย์ ท่านก็จะนำพาให้หลุดจากบ่วงกรรมเก่า
    

 



Create Date : 20 ตุลาคม 2564
Last Update : 20 ตุลาคม 2564 22:51:29 น.
Counter : 22 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

พรหมสิทธิ์
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

ศึกษาเรียนรู้ธรรมะโดยธรรม นำมาปฏิบัติ และเผยแผ่ธรรมะนั้น ให้คนรู้จักบริหารกรรม แก้กรรม พัฒนากรรม ให้เกิดสันติสุข
New Comments
Group Blog
ตุลาคม 2564

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog