"แจ๊ส....ฉัน"
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
15 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
Jeff Lorber กระแสความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เคยหยุดยั้ง



ดูเหมือนว่า เจฟ ลอร์เบอร์จะไม่เคยหยุดสร้างสรรค์งานดนตรีเลยแม้สักวินาทีเดียว เพราะเมื่อ He Had A Hat ออกมาให้แฟนเพลงได้ยลโฉม ก็รู้เลยว่ามันเป็นอัลบัมที่บริสุทธิ์ ปราศจากสารเจือปนใดๆ ทั้งสิ้น เจฟรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ นักดนตรีหัวกะทิหลายคน ดังที่เราจะเห็นจากเครดิตอันยาวเหยียดในปกอัลบัม รวมไปถึง บ็อบบี โคลอมบาย โปรดิวเซอร์วิสัยทัศน์กว้างไกลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินแจ๊สหลายอัลบัม รวมทั้งอัลบัม When I Fall in Love (2004) และ To Love Again : The Duets (2005) ของคริส บ็อตติ ย้อนหลังกันไปจนถึงอัลบัมเปิดตัวที่ดังเป็นอมตะนิรันดร์กาลของ Jaco Pastorius ในปี 1976 ซึ่งหลายๆ คนคงได้ลิ้มลองรสชาติการเดินเบสของจาโคจากอัลบัมนี้ไปแล้ว ส่วนเจฟนั้นก็เป็นที่เลื่องชื่อในความเป็นมือคีย์บอร์ดนุ่มละมุนและเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ได้สร้างสรรค์งานที่ยากจะเลียนแบบ อีกทั้งยังเย้ายวนให้ลิ้มลองไม่ว่าจะเป็นแฟนเพลงรุ่นไหนใหม่หรือเก่าก็ตาม

He Had A Hat ชื่ออัลบัมเป็นวลีที่เจฟบอกว่ามีที่มาที่ไป…

“ชื่ออัลบั้มนี้ มาจากมุขตลกเก่าๆ เรานั่งอยู่ที่ห้องอัดเสียง แล้วบ็อบบี (โคลอมบาย) โปรดิวเซอร์ของผมก็เล่าเรื่องตลก อยากให้เล่าเรื่องตลกให้ฟังไหมครับ?”

แน่นอน

“มียายกับหลานนั่งอยู่ที่ชายหาด มีคลื่นทะเลลูกใหญ่ซัดเข้ามาแล้วหอบหลานลงไปในทะเล ยายมองขึ้นไปบนฟ้าและสวดอ้อนวอน “ได้โปรดเถิด พระเจ้า โปรดพาไมกีกลับมาด้วย ฉันจะทำทุกอย่าง ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก คนอดอยาก และคนป่วย ทุกๆ อย่าง” จากนั้นคลื่นอีกลูกซัดเข้ามา นำหลานชายมาที่หาด ยายจึงพูดว่า “เขามีหมวก!””

เป็นชื่ออัลบัมที่รับรองได้ว่าไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครแน่นอน

“ใช่ครับ มันเป็นแค่เรื่องตลก แต่เราก็สนุกกันมากในห้องอัดเสียง และมันเหมือนกับเป็นเรื่องโดนใจพวกเราพอดีตอนที่เรากำลังคิดถึงชื่ออัลบั้ม มีเรื่องราวสนุกๆ เกิดขึ้นเยอะแยะครับช่วงที่พวกเราทำเพลงกัน แล้วชื่ออัลบัมก็เหมือนเป็นเป็นสิ่งที่รวบรวมความสนุกในตอนนั้น พอเห็นก็นึกถึงทุกครั้งไปเลยทีเดียว”

รู้สึกว่ามันจะเชื่อมโยงไปสู่ดนตรีได้จริงๆ คุณได้มีการตั้งคอนเซ็ปต์ ในช่วงที่จะอัดเสียงอัลบัมนี้หรือไม่ หรืออยากลองแนวทางใหม่ๆ บ้างหรือเปล่า อยากให้ผู้ฟังได้ฟังแนวเพลงที่แตกต่างออกไปไหม

“ทั้งบ็อบบีและผมช่วยกันระดมความคิดทำอัลบัมนี้ร่วมกัน รวมไปจนถึงเรื่องแต่งเพลง ผมเป็นแฟนตัวยงของเขาเลยนะ บ็อบบีเขาเป็นคนก่อตั้งวง Blood, Sweat and Tears เลยทีเดียว ก็เห็นชัดๆ อยู่แล้วว่าวงนี้เป็นวงที่ประสบความสำเร็จขนาดไหน แล้วก็เป็นแนวทางใหม่ สละสลวยไปหมด การเปิดตัวอัลบัมแรกของแจโก พาสโทริอัส ก็ฝีมือบ็อบบีอีกเหมือนกันเป็นคนควบคุมการผลิต มันมีความหลากหลายของแนวเพลง และอัลบัมของแจโกนี้เองที่เป็นแนวทางของอัลบัมนี้ที่ผมคาดหวังให้เป็น คือมีความเป็นดนตรีในระดับสูง มีแขกรับเชิญเยี่ยมๆ ที่คุณได้ยินชื่อแล้วร้อง “อ๋อ” เข้ามาร่วมในอัลบัม



“ผมแค่ต้องการบทเพลงดีๆ ดนตรีดีๆ แล้วก็กระบวนการผลิตที่ดี เพราะเหล่านี้คือพื้นฐานของความสำเร็จ พวกเราไม่ได้จำกัดตัวเองไว้กับแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ผมคิดว่าอัลบัมชุดหลังๆ ของผมหลายๆ ชุดมุ่งไปที่การพยายามสร้างสรรค์เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุด แต่ในชุด He Had A Hat เพลง He Had A Hat นี้มีความเป็นอิเล็กทรอนิกมากขึ้น คืออบอวลไปเกือบทั่วทั้งอัลบัม เรายังมีทั้งแจ๊สหัวก้าวหน้า, ฟังกี, ละติน แล้วก็เพลงร้อง ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้เหล่านี้ผสมผสานกันได้ ก็เพราะว่าคุณจะสามารถสัมผัสลักษณะเฉพาะของเพลงของผมได้ผ่านสิ่งที่คุณฟังทั้งหมด มันมีความกลมกลืนตลอดทั้งอัลบัม ไม่ว่าแต่ละเพลงจะมีสไตล์แบบไหนก็ตาม”

มีอยู่สิ่งหนึ่งในอัลบัมนี้ที่เราชอบคือจิตวิญญาณของมนุษย์ในแต่ละเพลง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาชื่อเพลงแต่ละเพลง อย่างเช่น Grandma’s Hands และ The Other Side of the Heart ทุกเพลงล้วนแล้วแต่เป็นความยินดีที่ได้ฟัง นอกจากนั้นก็ยังมีเสน่ห์ดึงดูดอะไรบางอย่างต่อคนฟังในอัลบัมนี้ด้วย

“จริงๆ พวกเราก็ไม่ได้ท้อแท้หรือลังเลเลยนะครับ ในบรรดาบทเพลงหลากหลายบทเพลงที่เราพยามจะทำให้สมบูรณ์ทั้งสิบเพลงที่เราบันทึกเสียง ความจริงแล้วเราบันทึกไว้ทั้งหมดประมาณยี่สิบเพลงสำหรับอัลบัมนี้ แล้วคัดออกจนในที่สุดเหลือสิบสามเพลงซึ่งก็คือสิบสามเพลงที่มีในอัลบัม ความจริงผมกะจะมีเพลงแถมตามที่คิดไว้สำหรับจบอัลบัมหรืออะไรสักอย่างซึ่งยังไม่รู้ว่าคืออะไร พวกเราแค่ต้องการได้ทำอย่างเต็มที่ตามเท่าที่จะสามารถทำออกมาให้ดีได้ และก็ขนเอาความรู้ความสามารถของตัวเองทุกอย่างออกมาใช้ให้มากที่สุด ดังเช่นนักดนตรีทั่วๆ ไปทำ เพื่อให้มันน่าสนใจที่จะสำรวจ”

นักดนตรีที่มีส่วนร่วมในอัลบัมนี้สุดยอดมาก คุณรู้ตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่าว่าคุณอยากร่วมงานกับนักดนตรีคนไหนในการทำโปรเจ็กต์นี้

“การอยู่ในลอส แองเจลีสนั้นทำให้ง่ายต่อการหาจะมีนักดนตรีเก่งๆ มาร่วมงาน เพราะส่วนใหญ่พวกเขาก็อาศัยอยู่แถบนี้ ผมว่าเป็นเรื่องที่เยี่ยมมาก แต่ก็ยังมีเรื่องไม่ดีมากมายในลอส แองเจลีสด้วยเช่นกัน ผมว่าการที่มีนักดนตรีที่มีพรสวรรค์มาอยู่แถวนี้ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีสิ่งหนึ่งของที่นี่ แต่ถึงยังไง เราก็ดึงนักดนตรีที่อยู่ที่อื่นๆ อย่างแรนดี เบร็กเกอร์ (ทรัมเป็ต) และรัสเซล มาโลน (กีตาร์) ซึ่งอยู่ในนิวยอร์กโน่น บางครั้งเราก็ใช้วิธีส่งอีเมลกันในการทำงานอัดเสียง ขณะที่แรนดีจัดการส่วนของเขาที่สตูดิโอของเขาเอง พอดีบ็อบบีไปอยู่ที่นิวยอร์ค ก็เลยสามารถอัดเสียงกีตาร์ของรัสเซลได้เองเลย

“ผมใช้วิธีคิดในการเลือกกลุ่มคนมาทำในโปรเจ็กต์นี้ โดยเลือกดูคาแร็กเตอร์ของพวกเขาว่าเหมาะกับเพลงอย่างไร ตามปกติแล้วผมและบ็อบบีมักจะขอความช่วยเหลือได้มากมายจากบรรดาเพื่อนๆ นักดนตรีที่เราชื่นชอบมาก มันคล้ายกับการแข่งขันกันเล็กน้อย เพราะเราสองคนผลิตงานดนตรีออกเยอะ เขาก็มีกลุ่มนักดนตรีของเขาซึ่งแตกต่างกันไม่มากกับกลุ่มของผม เราเป็นเหมือนพวกที่พยายามจะเอาชนะกัน ตามที่บ็อบบีมักพูดว่า “ผมมีคนอะเรนจ์อยู่คนหนึ่งเขาเป็นเพื่อนผมเองคือ เจเรมี ลับบ็อก (คีย์บอร์ดและอะเรนเจอร์) เขาน่าทึ่งมาก” และแน่นอนว่า ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับเจเรมีจากเขา แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำงานด้วย และผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากทีเดียวที่ได้เขามาร่วมงานด้วย



“ผมอยากจะบอกว่า “คุณต้องมาเจอคนที่ผมทำงานด้วยสิ พวกเขาเยี่ยมจะตายไป อย่างเจอรัลด์ อัลไบรต์ และเคิร์ก วาลัม (แซ็กโซโฟน)” เราเหมือนกับแนะนำนักดนตรีดีๆ ที่เราได้ร่วมงานมาให้แก่กัน บ็อบบีพานักดนตรีฝีมือดีๆ มากมายจากกลุ่มเขาเข้ามา เช่น แรนดี เบร็กเกอร์ ซึ่งผมเป็นแฟนตัวยงของเขามานานหลายปี และนี่เป็นครั้งแรกของผมที่ได้ร่วมงานกับเขาในอัลบัมนี้ ผมไม่แน่ใจว่าเราเคยทำงานกับรัสเซล มาโลนหรือเปล่า แต่ผมเป็นแฟนตัวยงของเขาเลยล่ะ ผมพยามที่จะเชิญอะบราแฮม แลบอรีอัล จูเนียร์ (มือกลอง, เบส, คีย์บอร์ด) มาเล่นเพลงสุดท้าย แต่เขายุ่งมาก เขาเล่นดนตรีกับพอล แม็กคาร์ตนีย์และสติง ดังนั้นเราก็เลยรู้สึกดีมากที่ได้เขามาร่วมงาน

“ผมว่าเราเป็นเราทำงานรวมกลุ่มได้ดีทีเดียว สามารถจะช่วยเหลือกันได้ และผมคิดว่าโดยรวมแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เราทำงานร่วมกันคือเราสนุกกันมาก เราสามารถที่จะดึงสิ่งดีๆ ออกมาจากทุกคนที่ร่วมกันทำงานเพลงชุดนี้ ผมคิดว่าทุกคนสนุกกับดนตรี แล้วก็เป็นดนตรีที่ท้าทายด้วยเช่นกัน และผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้นจะช่วยให้บทเพลงมีจังหวะที่มันควรจะมี”

เราเห็นด้วย ความสัมพันธ์ของกลุ่มถูกนำมาใช้ในเพลงแต่ละเพลงอย่างเห็นได้ชัด อัลบัมมีพัฒนาการและเต็มไปด้วยจังหวะแนวคิด ซึ่งแตกต่างจากอัลบัมอื่นๆ เมื่อผู้ฟังเปิดเพลงอัลบัมนี้ จะพบกับดนตรีที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาพร้อมกับประสบการณ์มากมาย

“ผมคิดถึงนักดนตรีมากมาย และผมก็รู้สึกผิด เมื่อพวกเขาคิดถึงเรื่องการเขียนเพลงและอัดเพลง การเปิดเพลงออกอากาศก็กลายเป็นสิ่งสำคัญขึ้นมาทันที แต่กับอัลบั้มนี้ เราไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย เราแค่พยายามสร้างสรรค์งานดนตรีที่ท้าทายกับตัวเราและคนฟัง ผมกำลังตั้งตารอการเล่นคอนเสิร์ตและเปิดการแสดงผลงานชุดนี้ ผมตื่นเต้นกับมันมากกว่าปกติเพราะดนตรีชุดนี้นำตัวมันเองไปสู่การแสดงสด

เรามั่นใจว่าแฟนเพลงคงตื่นเต้นกับการฟังเพลงเหล่านี้สดๆ อย่างแน่นอน

“จริงๆ แล้ว ทั้งหมดที่เลือกมาคือเพลงที่ชอบ แต่ผมมีสี่เพลงที่ชอบเป็นพิเศษ ซึ่งมันขึ้นอยู่กับเหตุผลหลายอย่าง อย่างเช่นเพลง Surreptitous ก็เป็นหนึ่งในนั้น มันเป็นเพลงที่ท้าทายแล้วก็บังคับให้คุณฝึกฝนอย่างหนักที่จะทำมันสำเร็จออกมา เช่นเดียวกับ He Had A Hat, Anthem For A New America ซึ่งเป็นเพลงโปรดของผม และ Hudson เพลงเหล่านี้dHน่าจะเป็นสี่เพลงที่ผมชอบมากที่สุด ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผมด้วย บางทีผมอาจฟังบัลลาดอย่างเพลง Orchid หรือ Requiem for Gandalf เหล่านี้อยู่ในรายการ “ดีที่สุด” ในมุมขององค์ประกอบต่างๆ ที่ผมได้ทำงานคลุกคลีกับมันมา

หนึ่งในเพลงที่ผลชอบคือ Requiem Gandalf

“เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมเขียนขึ้นมาเป็นเพลงแรกของอัลบัม ผมเลี้ยงแมวที่แสนจะน่ารักตัวนี้มายี่สิบกว่าปี และมันได้ตายจากไปประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมา และมันเป็นช่วงที่เศร้า เมื่อคุณผูกพันกับสัตว์เลี้ยงของคุณ ผมได้แต่นั่งลงและปล่อยใจไปกับเพลงๆ นั้น และผมคิดว่าคุณน่าจะสัมผัสอารมณ์จากการได้ยินทำนองเพลง”

เพลงนี้เป็นเพลงที่เพราะทีเดียว

“เราโชคดีมากที่ได้ทอม สก็อต (แซ็กโซโฟน) มาเป็นคนเรียบเรียงเพลงนั้น เขาทุ่มเทเป็นอย่างมาก วิธีที่เขานำมาเรียบเรียงเข้ากันเป็นอย่างดี ทำให้ได้รสชาติแท้ๆ นอกจากนี้ All Most Blues ก็เป็นหนึ่งในเพลงที่ชอบการอะเรนจ์เครื่องเป่าทองเหลืองในสองเพลงนี้พิเศษอย่างแท้จริง"



แน่นอนเลย ไม่ใช่ความคิดของบ็อบบี โคลอมบายหรือที่ให้ All Most Bluesมีกลิ่นอายในแบบของ Sketches of Spain (Miles Davis)

“ใช่แล้วครับ บ็อบบีเป็นคนได้ความคิดนี้มา เวลาเขาคิดถึงอะไรบางอย่าง เขามักจะรู้ทันทีว่ามันจะออกมาอย่างไร ผมไม่ค่อยมั่นใจเหมือนอย่างเขา แต่หลังจากที่เราเสร็จสิ้นการอะเรนจ์อัลบัมนี้ ผมรู้สึกพึงพอใจกับมันมากครับ”

เราคิดว่า อัลบัมนี้ได้พิสูจน์ความงดงามของอาชีพการเป็นศิลปินได้อย่างดี และยังแสดงถึงพัฒนาการในแง่ของการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และน่าสนใจไปพร้อมๆ กัน

“ผมมองเพลงชุดนี้เป็นแนวทางที่ผมอยากจะให้ดำเนินต่อไป เพื่อที่จะทำดนตรีที่ไพเราะกลมกลืนมากขึ้นและท้าทายมากขึ้น ผมรู้สึกโชคดีที่มีเพื่อนร่วมงานอย่างบ็อบบีและนักดนตรีเก่งๆ ที่ผมทำงานด้วย ผมหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เจริญรอยแนวทางการเขียนและการอัดเสียงแบบนี้ไปเรื่อยๆ”

เราคิดว่าคงจะเป็นเรื่องยากที่จะพูดคุยหรือแนะนำใครสักคนให้เข้าถึงบทเพลงที่เราฟังมาแล้วชอบมันอย่างสุดซึ้ง อาจจะเป็นเพราะว่าพัฒนาการของเจฟ ลอร์เบอร์ในระยะหลังๆ จึงทำให้เป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่จะเดาเอาโดยไม่ได้เสพดนตรีของเขาอย่างจริงๆ จังๆ ดังนั้นหนทางที่จะเข้าใจพัฒนาการที่ไม่หยุดยั้งของเจฟก็คือ ลองหา He Had A Hat มาฟังให้ครบทั้งสิบสามเพลง!



Jeff Lorber / He Had A Hat
Produced By Bobby Colomby
All Keyboards and Keyboard Solos: Jeff Lorber
Tracklisting
1. Anthem For A New America
2. He Had A Hat
3. Grandma’s Hands
4. Surreptitious
5. All Most Blues
6. Orchid
7. Be Bops
8. The Other Side Of The Heart
9. Hudson
10. Super Fusion Unit
11. Eye Tunes
12. Requiem For Gandalf
13. Burn Brightly

Source : //www.allaboutjazz.com


Create Date : 15 สิงหาคม 2550
Last Update : 15 สิงหาคม 2550 3:00:50 น. 1 comments
Counter : 1084 Pageviews.

 
ง่า ...น่าจะมีเพลงแปะให้ฟังมั้ง ..แง้ๆ


โดย: null (Athena_is_dead ) วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:9:39:48 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

nunaggie
Location :
City of Angels, Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




คุยเฉพาะเรื่องเพลง :D

"I still find each day too short for all the thoughts I want to think, all the walks I want to take, all the books I want to read, and all the friends I want to see." John Burroughs

Follow my twitter @nunaggie :)

"มีเรื่องราวอีกมากมายให้ชีวิตต้องเดินทางไปค้นหา เราคงไม่ค้นพบทุกอย่างได้ เพียงแค่ชั่วชีวิตเดียว"
Creative Commons License
© Supada Luangsirimongkol 2015.
qrcode
Friends' blogs
[Add nunaggie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.