"แจ๊ส....ฉัน"
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
6 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
Katie Melua สาวน้อยที่มีมากกว่าความงาม



ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ หลังจากที่งานเพลงในแนวฟังสบายอย่างนอราห์ โจนส์ ทำได้ทั้งเงินทั้งกล่อง ก็ดูเหมือนว่าต้นสังกัดก็ไม่รอช้าที่จะผลักดันนักร้องนักดนตรีในสไตล์นี้ออกมานับเสนอเป็นล่ำเป็นสัน ไม่ว่าหัวดำหัวแดงล้วนแต่มีกลยุทธที่ซ้ำซากเยี่ยงบ้านผีปอบร้อยแปดเวอร์ชันทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์งานของศิลปินเหล่านั้นว่ามาด้วยอะไรและอยู่ได้นานขนาดไหน ... นั่นคือปัจจัยสำคัญ

แต่ถ้าลองสังเกตดูจริงๆ จังๆ แล้ว งานเพลงของศิลปินที่เราบอกว่าฟังง่ายๆ สบายๆ อย่างนอราห์ โจนส์หรือแม้แต่คลื่นลูกใหม่ที่ไล่ตามมาติดๆ อย่างเคที เมลัวนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ความเป็นผู้หญิงและดนตรีที่แผ่วพลิ้วเท่านั้น ฝีมือทางดนตรีของพวกเธอล้วนแล้วแต่ไม่ธรรมดาทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าความซับซ้อนที่กลั่นกรองและแสดงออกมาทางงานบันทึกเสียงนั้น ข้อใหญ่ใจความอยู่ที่ความเหมาะสม พวกเธอไม่ได้โซโลน้ำไหลไฟดับเพื่อคำว่า Virtuoso แต่มันมีอะไรที่มากกว่านั้นจริงๆ



แหม.... ไม่ว่าจะเป็นนอราห์หรือเคทีก็แล้วแต่ ล้วนแล้วแต่มีรูปทรัพย์คอยหนุนความสามารถของเธอเอาจริงๆ

เคที่ เมลัวเคยบอกไว้ว่า งานของเธอเป็นงานเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกสบายๆ คนที่เสพงานของเธอจะได้รับความผ่องแผ้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในขณะเดียวกันก็มีเนื้อหาสาระทั้งทางเนื้อร้องและทางดนตรีที่ไม่เบาหวิวเหมือนสิ่งที่ได้ยิน ถึงแม้ว่าจะเป็นการนั่งฟังแบบสบายๆ ข้างเตาผิงในฤกดูหนาว แต่ก็สามารถที่จะหาความไพเราะและรายละเอียดจากเนื้อเพลงและกีตาร์โซโลได้

Katie, Katie, Katie and Katie Melua

จริงๆ แล้ว ถึงแม้ว่าเคที เมลัวจะไปโด่งดังในอังกฤษขนาดไหนก็ตาม แต่เธอถือกำเนิดที่จอร์เจีย (โซเวียตเก่า) ในปี 1984 เติบโตขึ้นมาในเมืองไบลิซี และย้ายมาที่บาทูมี เมืองริมทะเล ครอบครัวของเคทีอพยพออกจากจอร์เจียไปสู่เบลฟาสต์ตอนที่อายุได้เพียง 8 ขวบเท่านั้น เนื่องจากว่าพ่อของเธอต้องเข้ารับการรักษาโรคหัวใจ ถึงแม้ว่าครูชาวอังกฤษจะไม่ได้ให้การต้อนรับเธออย่างอบอุ่น แต่เคทีมีพื้นฐานครอบครัวที่อบอุ่น ทำให้เธอไม่ได้มีปัญหาในวัยเด็ก ผู้คนที่ไอร์แลนด์เหนือล้วนแล้วแต่อบอุ่น และมีมิตรสัมพันธ์ที่ดี เธอได้เจอเพื่อนที่ดีมากมายที่โรงเรียนที่นั่น

เคทีไม่ได้มีความต้องการอันแรงกล้าที่จะมาเป็นนักร้องนักแต่งเพลงอย่างปัจจุบันนี้ หากแต่ว่าเธออยากจะเป็นนักการเมืองหรือนักประวัติศาสตร์มากกว่า “ฉันคิดไว้จริงๆ นะว่าฉันจะนำสันติภาพมาสู่โลกได้ ถ้าฉันได้เป็นนักการเมืองจริงๆ น่ะ” นั่นแหละ ก็คิดกันไปตามประสาเด็กที่ยังเปรียบเสมือนผ้าสีขาว แต่กระนั้นเธอก็ได้ทำเพลงออกมากล่อมเกลาจิตใจคนฟังมากมายแล้ว



หลังจากเธอได้เข้าโรงเรียน Brits School สาขา Performing Arts แล้ว เธอก็ได้ลงเรียนดนตรีเบื้องต้นที่นั่นด้วย

“เพื่อนของฉันลงเรียนกันไปแล้ว ดูเหมือนมันจะดีเลยแหละ แถมยังฟรีเสียด้วยนะ” ระหว่างที่เธอเรียนที่นั่น เธอก็ได้ซึมซับบทเพลงของศิลปินดังๆ อย่างควีน, โจนี มิตเชล, บ็อบ ไดแลน, ดนตรีไอริชโฟล์กและอินเดียน เมื่อเคทีได้ฟังเพลงของเอวา คาสสิดี เธอก็ถึง ณ จังงังและเคลิบเคลิ้มไปในบัดดล แต่เมื่อเธอรู้ว่าเอวาได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 1996 แล้ว เธอจึงได้เขียนเพลง Faraway Voice เพื่อเป็นการอุทิศให้

ไมค์ แบตต์ นักแต่งเพลง/นักดนตรี ผู้ซึ่งทีหน้าที่เป็นแมวมองด้วยเหมือนกัน เขาต้องเดินทางไปตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อมองหานักร้องหน้าใหม่ๆ ที่จะนำมาปลุกปั้น และในนาทีนั้นเอง เมื่อเคทีตัดสินใจเล่นเพลง Faraway Voice เปรียบเสมือนนาทีที่ทั้งสองได้มาพบกันและไมค์ก็จบการเดินทางของเขาในตอนนั้นที่เคทีทันที

“ศิลปินอย่างเคที ผมว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยหรอกครับ เธอเป็นเพชรจริงๆ” ไมค์บอกอย่างนั้น และเขาก็ให้เคทีมาเซ็นสัญญาเข้าสังกัดดรามาติโกของเขาเอง โดยรอให้เธอเรียบจบเสียก่อน นั่นแหละจึงได้เวลาเริ่มงาน

เคทีและไมค์ฟอร์มทีมขึ้นมาเพื่อทำงานอัลบัมชุดแรก ด้วยความมากประสบการณ์ของไมค์ รวมทั้งความสามารถในการแต่งเพลง บวกกับความสดใหม่ของเคที มุมมองในการเขียนเพลงที่แตกต่างและเสียงที่ไม่อาจจะหกห้ามใจให้รัก ทั้งสองคนมารวมกันจึงได้ออกมาเป็นผลงาน Call Off The Search

เสียงร้องใสๆ หม่นๆ และงามหมดจดของเธอทำให้นักจัดรายการหลายๆ คนหันมาเปิดเพลงของเธอบ่อยขึ้น รวมไปถึง เทอร์รี วอแกน ผู้ที่เคยเปิดเพลงของเอวามาก่อนหน้านี้ ก็ได้ส่งเสริมเคทีในรูปแบบเดียวกัน โดยเขาเลือกเปิดเพลง The Closest Thing To Crazy ตลอดฤดูร้อนปี 2003

ทั้งการสร้างสรรค์และการแสดงเป็นที่ออกมาจากเบื้องลึกของเคที “ฉันเริ่มเขียนเพลงตั้งแต่ปี 2001 ครอบครัวฉันก็คอยช่วยเหลือด้วย เราทำสตูดิโอเล็กๆ กันที่บ้าน ฉันเชื่อมั่นว่าเราควรเน้นการแสดงสด และศิลปินที่ยิ่งใหญ่ก็มีผลงานเพลงเป็นของตัวเอง แล้วก็มีพรสวรรค์ในการแสดงสดด้วย ฉันมักจะรู้สึกอบอุ่นเสมอเวลาเห็นใครก็ตามถือกล่องใส่กีตาร์หรือไวโอลินเดินตามถนน มันเหมือนฉันได้รู้สึกร่วมกับคนนั้น ฉันก็มักจะยิ้มให้แล้วก็ทักทายเสมอ”

เมื่อปลายปี 2003 เป็นปีที่เคที เด็กสาวอายุ 19 ปีสร้างความตื่นตะลึงและประทับใจให้กับผู้คนในคอนเสิร์ตฮอลที่รอยัล วาไรตีที่เธอได้รับเชิญให้ไปเล่น เธอได้พบกับพระราชินีที่ทรงตรัสชมเธอว่า “เราได้ฟังเพลงของคุณในวิทยุ เพราะมาก” อีกทั้งนิตยสาร Times ยังพาดหัวข่าวคอนเสิร์ตของเธอว่า “เมลัวตะลึงคนดูทั้งฮอลสนิทด้วยเสียงร้องอบอุ่นแบบแจ๊สแท้ๆ” ว่าเข้าไปนั่นเลยทีเดียว ทำให้คนไทยอย่างเราอยากจะดูขึ้นมาติดหมัด



Call Off The Search ออกมาตั้งแต่ปี 2003 และในชั่วเวลาไม่ถึง 2 เดือนก็ไต่อันดับ 1 ของชาร์ตประเทศอังกฤษเป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดยเขี่ย Dido ออกไปพ้นทาง “ฉันชอบการเดินบนเวที พูดคุยกับแฟนเพลงและเพื่อนร่วมวง ไม่มีอะไรมาเทียบได้เลยล่ะ” คงจะต้องยอมรับแล้วล่ะว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ กับรางวัลที่ได้มา อาทิ Best International Newcomer จากงาน ECHO Awards ที่เยอรมนี นอกจากนั้นยอดขายยังทะลุระดับโกลด์และแพลตตินัมในหลายๆ ประเทศทั่วโลก

ในช่วงระหว่างการเดินทางทัวร์คอนเสิร์ต เธอก็ได้เริ่มทำผลงานชุดใหม่ Piece By Piece ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งตอนนี้ก็ได้ออกวางไปแล้วพักหนึ่ง ซิงเกิล Nine Millions Bicycles เป็นเพลงติดหูอยู่ช่วงนี้ โดยนายเทอร์รีเจ้าเก่าก็เป็นคนช่วยหนุนในการเปิดออกอากาศพรีเมียร์เมื่อเดือนสิงหาคม

Piece By Piece เป็นผลงานที่ยังคงคุณภาพในแบบแจ๊สบลูส์แบบเคที จริงๆ แล้วเคทีก็เหมือนกับนอราห์ โจนส์ที่เราไม่รู้ว่าจะจัดวางเธอไว้ตรงไหนของแจ๊สดี ในขณะที่คนอื่นๆ เขาฟันธงอยู่เหยงๆ ว่าเป็นแจ๊ส แต่เรื่องอย่างนี้สงสัยจะต้องหูใครหูมัน ไม่เกี่ยวกับหูทองหูสังกะสีแล้วล่ะ แต่ภาพรวมน่าจะออกมาทางด้านบลูส์แล้วเจือปนไปด้วยกลิ่นอายของแจ๊ส นี่น่าจะเป็นข้อสรุปที่เราหาได้จากการฟังเพลงจากอัลบัม Piece By Piece มานับสิบรอบแล้ว

อัลบัมชุดนี้อาจจะไม่ได้ฟังติดหูในครั้งแรกที่ได้ยิน แต่ยิ่งฟังมากหน ก็จะยิ่งซึมซับความนุ่มละมุนที่เคทีมีอยู่ โดยเฉพาะเพลงอย่าง Piece By Piece ที่แทบจะเป็นเพลงเนิบนาบ จังหวะและการเรียบเรียงออกจะผิดแปลกไปจากเพลงอื่นๆ ในอัลบัม หากจะให้เปรียบเทียบ ก็เหมือน Come Away With Me ที่มีจังหวะเนิบช้าไม่เข้าพวกมากที่สุดในอัลบัมชุดแรกของนอราห์ โจนส์อย่างไรก็อย่างนั้น

Nine Millions Bicycles เริ่มต้นด้วยเสียงขลุ่ยผิวแบบจีน เปรียบเทียบความรักของเธอกับจำนวนจักรยานในเมืองจีนออกมาแบบน่ารักๆ หนุ่มน้อยที่ไหนได้ยินก็คงจะยอมศิโรราบให้หมดล่ะถ้าลงแบบนี้แล้วล่ะก็ ในขณะที่ Just Like Heaven เพลงที่โดดเด่นไปด้วยการเรียบเรียงท่อนบรรเลงกีตาร์ที่หวานพลิ้วเฉกเช่นเดียวกับเสียงร้องของเธอ เพลงนี้ใช้ประกอบในภาพยนตร์เรื่อง Just Like Heaven เรียกว่าเป็นชื่อเดียวกันไปเลย ถ้าใครฟังเพลงนี้แล้วไม่ติดใจเสียงอะคูสติกกีตาร์ใสๆ ก็คงจะเป็นคนใจแข็งพอสมควร เช่นเดียวกับเพลง Shy Boy เพลงเปิดอัลบัมที่ขอเก็บมาคุยท้ายๆ เพราะว่ามีเรียบเรียงไลน์กีตาร์ได้ละเอียด เก็บหลายเม็ด แถมไลน์กีตาร์วื่อชัดเจนถึงความเป็นบลูส์ที่ไพเราะแบบไม่ใสแจ๋ว

Halfway Up The Hindu Kush เพลงจังหวะกระชั้น (ที่สุดในอัลบัมแล้วมั้ง) ออกมาเป็นบลูส์ค่อนข้างชัดเจน เช่นเดียวกับเสียงร้องของเคทีและเปียโนที่เสริมกันได้ดีของไมค์นั่นเอง



งานของเคที เมลัวนั้นเป็นส่วนผสมของหลายๆ อย่างที่คลุกเคล้ากันให้เกิดความลงตัว ไม่ว่าจะเป็นภาคดนตรีทีฝีมือของเธอเองก็เข้าขั้นขนาดนั้นนิตยสาร Acoustic Guitar เอาไปขึ้นปกมาแล้ว, การเรียบเรียงดนตรีทั้งอัลบัมที่จับเข้าที่อยู่หมัดโดยไมค์ แบตต์ เรียกว่าไม่หลงทิศหลงทางไปไหน ไม่ได้อยากเป็นนอราห์หมายเลขสองด้วย และสุดท้ายเสียงร้องที่ (บอกแล้วว่า) ยากจะหักห้ามใจไม่ให้รักของเคที เมลัว

ดังนั้น บอกตรงนี้ได้เลยว่าสาวน้อยคนนี้มี “อะไร” ที่มากกว่าความสวยงามจริงๆ.



Katie Melua / Piece By Piece (Dramatico)
Tracklisting;
1. Shy Boy (Batt)
2. Nine Millions Bicycles (Batt)
3. Piece By Piece (Melua)
4. Halfway Up The Hindu Kush (Batt/Melua)
5. Blues In The Night (Arlen/Mercer)
6. Spider’s Web (Melua)
7. Blue Shoes (Batt)
8. On The Road Again (Jones/Wilson)
9. Thank you, Stars (Batt)
10. Just Like Heaven (Gallup/Smith/Thompson/Tolhurst/Williams
11. I Cried For You (Melua)
12. I Do Believe In Love (Melua)

Musicians
Katie Melua Guitar, Piano, Vocals
Mike Batt Piano
Adrian Brett Flute
Jim Cregan Guitar
Dominic Glover Trumpet
Tim Harries Bass
Chris Spedding Guitar
Henri Spinetti Drums

อัลบัมแนะนำของเอวา คาสสิดี ในฐานะแรงบันดาลใจสำคัญของเคที เมลัว

ถึงแม้ว่าจะหาซื้อผลงานของเธอคนนี้ยากก็ตาม แต่เราเชื่อว่ามันก็ยังมีให้ซื้อแหละน่า และเชื่อว่าแฟน Car Audio หลายๆ คนอาจจะรู้จักเธอไปแล้วบ้างก็ได้ ก็เลยขอถือโอกาสแนะนำผลงานที่น่าฟังเป็นแนวทาง เผื่อว่าถ้าถูกใจจะได้ไปเหมามาฟังกันทุกชุด

2003 American Tune
2002 Imagine
1997 Live At Blues Alley








Create Date : 06 มิถุนายน 2549
Last Update : 6 มิถุนายน 2549 15:15:36 น. 1 comments
Counter : 1207 Pageviews.

 
I realy like u KT


โดย: Heretic IP: 61.7.164.89 วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:20:54:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nunaggie
Location :
City of Angels, Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




คุยเฉพาะเรื่องเพลง :D

"I still find each day too short for all the thoughts I want to think, all the walks I want to take, all the books I want to read, and all the friends I want to see." John Burroughs

Follow my twitter @nunaggie :)

"มีเรื่องราวอีกมากมายให้ชีวิตต้องเดินทางไปค้นหา เราคงไม่ค้นพบทุกอย่างได้ เพียงแค่ชั่วชีวิตเดียว"
Creative Commons License
© Supada Luangsirimongkol 2015.
qrcode
Friends' blogs
[Add nunaggie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.