ka-ki-ku-ke-ko คะ คิ คุ เคะ โคะ เล่าจิปาถะจากญี่ปุ่น
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
26 สิงหาคม 2552

พ่อหัวล้านหน้าดำ VS แม่ผมยาวหน้าขาว ตอน2 ตอบจบ

คนไทยเรามักจะมีอคติกับคนหัวล้าน

เคยได้ยินหรอกว่าคนหัวล้านมักใจน้อย

แต่อาจารย์กระถินอาจารย์รุ่นน้องของอาจารย์ส้มเช้ง
แกมีทฤษฎีเด็ดเกี่ยวกับคนหัวล้าน

แกเตือนอาจารย์ส้มเช้งบ่อยเชียวว่า
พี่ๆ อย่าไปไว้ใจคนหัวล้าน คนหัวล้านไว้ใจไม่ได้

คนหัวล้านน่ะ
ที่มันผมน้อยผมร่วงก็เพราะเป็นคนฉลาดเฉลียว
แต่มักจะแกมโกง พระเจ้าลงโทษ
เส้นผมเลยหนีหมด ดี สมน้ำหน้า

นี่คือทฤษฎีของอาจารย์กระถินคนเดียว



อาจารย์กระถินมาเป่าหูบ่อยๆเข้า
อาจารย์ส้มเช้งที่เคยไม่เชื่อ นานเข้าหัวใจก็ชักเผลอ


เมื่อพ่อหัวล้านหน้าดำเข้ามาทำงานด้วย
อาจารย์ส้มเช้งก็ไม่ลืมที่จะจับๆจ้องๆดูๆ
ความประพฤติของพ่อหัวล้านหน้าดำ

แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ
จนกระทั่งแม่ผมยาวหน้าขาวเข้ามาทำด้วยอีกคน

เอาล่ะซี



แรกๆทุกสิ่งเป็นปกติ หลังๆทุกสิ่งก็ผิดปกติ

สองคนนี้เขาไม่พูดกัน เจอหน้าก็เมิน ต่างคนต่างเดินไปคนละทาง

ไม่พูดกันไม่เป็นไร ไม่เดือดร้อน โลกของผู้ใหญ่

คุณ A ไม่ถูกกับคุณ B แบบนี้ในที่ทำงานที่ไหนๆในโลกนี้ก็ย่อมมีให้เห็น



พ่อหัวล้านหน้าดำถือว่าเขาเป็นหนึ่งในกองทัทหารเสือภาษาไทย
แล้วประเทศนี้โดยประเพณีทุกอย่างมันหนุนฝ่ายผู้ชายอยู่แล้ว
กระผมเป็นเทวดา

ถึงจบมาจากสถาบันเดียวกันก็เถอะ
พ่อหัวล้านหน้าดำกินตำแหน่งงานเป็นหลักเป็นฐานเหนือกว่า
มาตั้งแต่กระดิ่งตีดังเก๊งของมวยยกแรก


ข้างแม่ผมยาวหน้าขาว ก็ใช่เล่น

หล่อนถือว่าหล่อนมีผู้อุปถัมป์แข็งแรงยิ่งใหญ่อยู่เบี้องหลัง
(แบบฉบับของฮานาโกะ ถีบตัวเองบ้าง ให้ผู้ชายถีบบ้าง)

ถึงไม่มีตำแหน่งอย่างพ่อหัวล้านหน้าดำ
แต่หล่อนก็มีผลงานให้ชาวบ้านชาวเมืองรู้จักนามหล่อน
โดยมีชื่อของผู้อุปถัมป์ค้ำหนุนปรากฎประกบข้างๆชื่อหล่อนไม่เคยห่าง



อาจารย์กระถิ่นบ่นอุบอิบว่าไอ้สองคนนี้มันแข่งเก่งภาษาไทยกันเสียจริง
ทั้งๆที่ในสายตาคนไทยอย่างเราๆเธอๆ
มันบ่มีอะหยังกันเลยนะพี่ส้มเช้ง
ไม่ได้เรื่องเลยทั้งคู่
ไปไหนมา สามวาสองศอก

แล้วบอกว่าเรียนภาษาไทยมา จบมหาวิทยาลัยมา

อย่างว่า เด็กที่เลือกเรียนภาษาไทยไม่ใช่เด็กที่ได้คะแนนเยี่ยม
เด็กเกรดดีๆที่ไหนเขาจะมาเลือกภาษาไทยกัน

หมาแมวที่เดินไปเดินมาข้างมหาฯก็รู้ง่ะ

อาจารย์ส้มเช้งเห็นด้วยเต็มประตู เก่งกะลิงอะไร
คุยกับพวกเขาทีไร ไมเกรนเรียกหา
ซ้ำร้ายดีไม่ดี
ภาษาไทยของตัวเองอาจแตกหักตามไปด้วย



วันก่อนพ่อหัวล้านหน้าดำเขียนจดหมายมาให้อ่าน
สำแดงเก่งเพราะแกเขียนมาด้วยภาษาไทย

อาจารย์ส้มเช้งถึงแกแก่ สายตาฟ่าฟางก็ยังอุตสาห์พยายามอ่าน

อ่านไปอ่านมา สองสามเที่ยว
ไฮ้ อีกำลังพยายามจะบอกอะไรตะรู

แข็งใจอ่านอีกเที่ยวก็ยังไม่เข้าใจว่าพ่อหัวล้านหน้าดำจะเอาอะไรกะแก

ไม่ไหวแล้ว เลิกพยายามดีกว่า เหมือนอ่านเกมถอดระหัส
เหนื่อยอ่ะ


แกก็บอกให้พ่อหัวล้านหน้าดำไปเขียนมาใหม่
จะเจรจาต๊าอ้วยอะไรกับฉัน
ไปเขียนมาใหม่เป็นภาษาญี่ปุ่นนะ
อิชั้นพอเข้าใจ




แบบนี้แหละ แม่ผมยาวหน้าขาวก็ด้วยแหละ ได้ทีก็แสดงเก่งทุกครั้งไป

วันก่อนเกิดอาการ จะเอาใจอาจารย์ส้มเช้งกระไรไม่รู้ได้
ส่งจดหมายมาให้ แต่พอเปิดออกมาดู
มันไม่ใช่จดหมาย แต่ดูเหมือนจะเป็นเนื้อเพลงไทยอะไรสักเพลง

อาจารย์ส้มเช้งไม่กระจ่างเพราะไม่ได้ติดตามเพลงไทยมากี่ทศวรรษแล้ว

เพลงของใคร ให้มาทำไม ไม่เข้าใจ
จะคุยเรื่องเพลงไทย ถ้าเป็นเพลงของคุณชรินทร์ คุณสุเทพ
ก็อาจจะพอนึกออก หรืออย่างมากก็เพลงของพี่เบิรด์ ธงไชย

สุนทราภรณ์ดิ อาจชำนาญ แต่นักร้องหลังจากพี่เบิรด์ ธงไชย
คุยกับแก แกก็ได้แต่แบๆ แบะๆ เป็นใบ้หูหนวก

ไม่ต้องลอกมาดุ้นให้เมื่อยมือนะหนู
หนูเอาแค่สอนให้นักเรียนเข้าใจว่าหนูจะว่าอะไรเป็นภาษาไทยเป็นพอ

อย่าปล่อยให้นักเรียนเอาพรินท์ทั้งดุ้นของหนูแอบมาถามครูไทยเลย
ครูคนไทยเหนื่อย เพราะทำงานเท่าตัว
ส่วนของหนู ไม่ใช่ส่วนของเขานะหนูนะ



นี่แหละ แปลกๆญี่ปุ่นรู้ภาษาไทย ภาษาไทยแบบญี่ปุ่นๆ



เหตุการณ์ที่ทำให้อาจารย์ส้มเช้งกับอาจารย์กระถินหัวเราะเหอะๆ
เอน็จอนาถใจก็คือสองคนนี้เขาแข่งกันโชว์พรินท์ภาษาไทยของตัวเอง
อวดกันไปอวดกันมา แต่อวดอย่างมีเชิงให้รำคาญใจรำคาญตา



ไอ้พรินท์ใช้สอนนักเรียนนะ ส่วนใหญ่ก็ต่างคนต่างทำ ของใครของมัน
มันเป็นประเพณีของมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น ต่างคนต่างสอน
เดี๋ยวนักเรียนเก่งเอง

ไม่มีใครสนว่าใครจะยิ่งใหญ่ทำพรินท์ได้วิเศษแค่ไหน
ไม่มีใครขอดูของใคร นอกจากจะถูกบังคับ


เหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นแล้ว

กี่อาทิตย์แล้ว กี่ครั้งแล้ว ที่พรินท์ของสองคนนี้บังเกิดไปถูกตั้งทิ้ง
ไว้ในห้องพักครู โชว์ซะร่าบนโต๊ะ ให้ใครๆเห็น

สุดๆก็คือ อาการประหลาดพรินท์ของสองคนนี้ถูก
ลืมทิ้งไว้ในบนเครื่องก็อปปี้เป็นประจำ

ปล่อยให้เด็กเจ้าหน้าที่มีอันได้งานพิเศษถือพรินท์เจ้ากรรม
เดินถามหาเจ้าของ

แน่นอน พรินท์ภาษาไทยหนิ

เด็กเขาก็เดินถามเฉพาะอาจารย์ที่มีหน้าที่สอนภาษาไทยเท่านั้นนะสิ

เพราะดูยังไงๆ จะดูจากบนไปล่าง หรือจะกลับหัว ดูจากล่างไปบน
มันก็บอกโจ๋ครึ่มว่ามันเป็นภาษาไทยแหงง

แล้วอาจารย์สอนภาษาไทยมีกันกี่คน

เด็กเอาพรินท์ของพ่อหัวล้านหน้าดำไปให้แม่ผมยาวหน้าขาวดู
" ของอาจารย์รึเปล่าคะ "
แม่ผมยาวหน้าขาวสั่นหัว

เด็กเอาพรินท์ของแม่ผมยาวหน้าขาวไปให้พ่อหัวล้านหน้าดำดู
" ของอาจารย์รึเปล่าคะ "
พ่อหัวล้านหน้าดำสั่นหัว

เป็นแบบนี้ติดๆกันจนเซ็งกันทุกฝ่าย

อาจารย์ส้มเช้ง อาจารย์กระถิน ดูเหตุการณ์เหล่านี้แล้วถอนลมหายใจ

นี่แหละวิธียุ่น
วิธีสำแดงเดชาว่าข้าฯเก่งเป็นหนึ่งครองโลกแบบเด็กอมมือ

เซ็งไหมพี่ส้มเช้ง เซ็งไหมน้องกระถิน แต่มันน่าขันเสียจริง

Smiley เด็กเอ๋ยเด็กน้อย   ความรู้เรายังด้อย  เร่งศึกษา (ภาษาไทย) 




Free TextEditor

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
คนญี่ปุ่นเขาไม่แข่งกันด้วยปากด้วยคารม
เพราะเป็นการกระทำที่สังคมไม่รับ ไม่เป็นผู้ดี

แต่ถ้าจะแข่งให้คู่แค้นได้อายก็ให้เลียนแบบอย่างสอนคนนี้นะ

คือให้แข่งกันด้วยมาด ด้วยลูกไม้จิ๊บๆจ๋อยๆ น่ารักน่าเอ็นดู
เด็กอมมือเห็นก็เข้าใจร้องอ๋อ
แต่มันไม่เป็นโล้เป็นพาย
ไม่มีใครตาย ไม่มีใครได้แผล แค่เจ็บๆแสบๆนิดๆหน่อยๆ

ญี่ปุ่นเหลี่ยมแยะแหละ ตามไม่ทัน เดินก็ไม่ทัน จะวิ่งก็ไม่ทันอีกแหละ
แต่...อย่างว่า
อย่าตามดีกว่า จิดใจเป็นปกติกว่าจ้ะ



รูปไม่เกี่ยวกับเรื่อง





Create Date : 26 สิงหาคม 2552
Last Update : 27 สิงหาคม 2552 9:53:51 น. 0 comments
Counter : 671 Pageviews.  

akebi1
Location :
กรุงเทพฯ Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ka-ki-ku-ke-ko คะ คิ คุ เคะ โคะ
เล่าจิปาถะจากญี่ปุ่น

สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาและรูป
[Add akebi1's blog to your web]