ka-ki-ku-ke-ko คะ คิ คุ เคะ โคะ เล่าจิปาถะจากญี่ปุ่น
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
9 มิถุนายน 2553

เฮงซวยญี่ปุ่นมีไม่มาก เชื่อเถอะ

วันนี้คุยเรื่องแปลก ผิดปกติ

ข่าวจากหนังสือพิมพ์"ซ้นเค"
หัวข้อข่าว "มาเข้าเรียน แต่มองไม่เห็นความอยากเรียน"

กลุ่มวิจัยมหาตลัยยิ่งใหญ่สุดในญี่ปุ่น มหาตลัยโตเกียวแจ้งตัวเลขที่ได้จากวิจัย
หัวข้อ "อะไรที่เป็นอุปสรรคในการสอน" ของอาจารย์มหาตลัยในญี่ปุ่น

สีแดงแก่ สีแดงอ่อน คือ คิดว่าเป็นมากๆ (รวมๆแล้วก็ประมาณ 60 %)
สีฟ้า คือ ไม่รู้สึกว่ามันเป็นอุปสรรค (หลวมๆก็ 40%)

1 มือถือ กับการคุยกันเอง
(มะแรง มันเอามากางบนโต๊ะเชียว โดยแสดงความเกรงใจอาจารย์เพียงเล็กน้อย ด้วยการเอามือน้อยๆขาวๆป้อง แต่มันก็เห็นแหละ((โว้ย))

(มะแรง ทั้งๆอาจารย์ยืนพูดอยู่หน้าชั้น มันก็จับกลุ่มคุย ไม่ว่าหญิงไม่ว่าชาย เฉยเลย อาจารย์ต่างชาติส่วนใหญ่จะออกปากดุ ถึงดุก็เงียบได้แป๊ปเดียว
พอหันหลังเขียนกระดาน มันก็กลายเป็นฝูงผึ้ง หึ่งๆๆๆ)

(มะแรง อาจารย์คนญี่ปุ่นรึ พวกเขาจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น ไม่ดุ ไม่ด่า
พวกเขาหมดหวังในตัวเด็กมานานแล้วค่ะ "ดุไปเหนื่อยเปล่า เสียความรู้สึก
เสียบรรยากาศ"
นี่คือเหตุผลของพวกเขา)

"ถึงดุไป เงินเดือนก็ไม่ขึ้น" อาจเป็นเหตุผลที่ถูกต้อง
เพราะมหาตลัยญี่ปุ่นเน้นผลวิจัย ไม่ได้ให้ค่า"ความเก่ง" ในการถ่ายทอด
ของผู้สอน

นี่คือความจริงของโลกมหาตลัยญี่ปุ่น

2 การหางาน ( ด้วยกฎเบาๆที่ทางมหาตลัยเกรงว่าผลิตบันฑิตออกได้เป็นร้อยเป็นพันๆ แต่ไม่มีงานทำ เรื่องนี้ก็เลยได้กลายเป็นเรื่องที่เด็กปี 4 ลาได้ตามระเบียบมหาตลัย

แต่มะแรงแท้ๆ มันถือจดหมายลามาใบเดียว ในนั้นเขียนไว้วันเดียว แต่มันหายหน้าไปสามอาทิตย์ ไม่มาเข้าเรียน มันลาไปหางาน หรือมันหลบไปจับปูที่ไหนกันแน่ แล้วเอาใบอนุญาตลาเรียนมายันความถูกต้องของมัน)

3 งานพาร์ไทม์ (มันเข้ามาขานชื่อแล้วก็ก้มหน้าหลับ ปลุกมันขึ้นมา มันงัวเงียอู้อี้ว่ามันทำงานมาทั้งคืน มันไม่ได้หลับทั้งคืน น่าสงสารไหม
มันขอความเห็นใจ เข้าใจมันนะอาจารย์)

ใครอย่าหลงคิดว่า โห เด็กยุ่นนี่เก่ง ทำงานหาเลี้ยงตัวเอง

เปล่า ส่วนใหญ่ค่าเทอมค่าเรียนพ่อแม่จ่าย
เด็กพวกนี้ทำงานหาเงินเอาไว้ใช้เที่ยวเท่านั้น

อาจจะมีบ้างที่ทำงานหาเงินเป็นค่าเทอมค่าครองชีพตัวเอง
แต่เชื่อเถอะ น้อยมาก เหมือนงมเข็มในทะเล

เพื่อนที่สอนมา 20 กว่าปี บอกว่าใน 20 กว่าปี เคยเจอมาคนเดียวเท่านั้น

ไม่ต่างไปจากเด็กไทย เด็กจีน เด็กเกาหลี
แย่ไปกว่านั้นคือ เด็กยุ่นลืมหน้าที่พื้นฐาน งานหลักของตัวเอง

พวกเขาถือว่างาน "เรียน" เป็นงานรองอันดับท้ายๆไปเลย
ด้วยซ้ำไป ด้วยซ้ำไป



น้องๆหลานๆไทยที่ปักใจว่ายุ่นฉลาดกว่าเรา เก่งกาจกว่าเรา

ดุตัวเลขนี้แล้ว ขอให้เปลี่ยนใจเถอะ ยุ่นไม่ฉลาด ไม่เก่ง
ไม่วิเศษไปกว่าเราหรอก

ขอยืมคำของอาจารย์หรั่งBritonมาเล่าให้ฟังตรงนี้เลยว่า
ส่วนนี้ "They are i*Diots"

(แก้ตัวให้หน่อยว่า มันก็ไม่ทุกคน แต่น้อย)




สุดท้ายเติมว่า ส่วนที่เป็นตัวเลขสีฟ้า จำนวนอาจารย์ประมาณ 40 %
ที่ไม่รู้สึกว่าเป็นอุปสรรค อันนี้ตีความหมายได้สองแบบ

แบบที่ 1 ถือว่าเป็นอาจารย์ที่โชคดีมากๆ
น่าอิจฉาสุดๆที่ได้สั่งสอนเด็กยุ่นที่มีคุณภาพสุงสุด
มีจิตสำนึกแน่วแน่

แบบที่ 2 ไม่ใช่แบบที่ 1 ก็คงป็นอาจารย์ที่ไม่สนว่าเด็กจะเรียนไม่เรียน

อาจารย์กลุ่มนี้มักจะเจริญมากๆในการงาน
ถ้าไม่มีผลงานทางวิจัยวิเศษสุดๆก็
มักจะมีตำแหน่งหย่ายๆในคณะบริหาร
เพราะพวกเขามีเวลา มีกำลังกาย มีกำลังใจไว้
ทำประโยชน์ให้ตัวเองมากๆ



ความคิดความรู้สึกเบี้ยวๆกับ ประสบการณ์แคบๆส่วนตัวที่ได้ยินมาค่ะ

ดูตัวเลขแล้ว ถอนหายใจหนักๆ พร้อมกับแอบแย้มยิ้มให้ตัวเองไปด้วย
เพื่อนเราหลายต่อหลายนางและนายจัดอยู่ในตัวเลขสีแดง
เครียด แล้วก็ไม่เจริญ ไม่มีตำแหน่งหย่ายๆในคณะบริหาร
คงเป็นอาจารย์ตัวเล็กๆตลอดกาล
เหอะๆ




เฮงซวยญี่ปุ่นมีไม่มาก จริงๆค่ะ ไม่มากเลย



Create Date : 09 มิถุนายน 2553
Last Update : 9 มิถุนายน 2553 20:33:20 น. 0 comments
Counter : 1133 Pageviews.  

akebi1
Location :
กรุงเทพฯ Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ka-ki-ku-ke-ko คะ คิ คุ เคะ โคะ
เล่าจิปาถะจากญี่ปุ่น

สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาและรูป
[Add akebi1's blog to your web]