ka-ki-ku-ke-ko คะ คิ คุ เคะ โคะ เล่าจิปาถะจากญี่ปุ่น
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
27 กุมภาพันธ์ 2554

เสาะชื่อเสะ ตอนจบ



อาจารย์นิคสันเป็นเพื่อนร่วมงานชาวอังกฤษของอาจารย์ส้มเช้ง
เขาบอกอาจารย์ส้มเช้งว่า

"In Japan, it's not important who you are ,
who you know is more important."
ในญี่ปุ่นคุณเป็นใครน่ะ มันไม่สำคัญไปกว่าคุณรู้จักใคร



จริงแท้แน่เจียวในเรื่องของผม
ผมคืออาจารย์เสะ ซึ่งใครๆเรียกลับหลังว่า "เสาะ"



เส้นผมใหญ่ ผมเข้ามาเป็นอาจารย์ได้เพราะรุ่นพี่ผมเป็นใหญ่
ในมหาตลัย



ปีแรกผมเป็นอาจารย์ที่มีประสิทธภาพพอสมควร

ปีที่สองผมพยายามที่จะเป็นอาจารย์ที่มีประสิทธิภาพพอสมควร

ปีที่สาม เด็กด่าผม เด็กเอาผมไปฟ้องมหาตลัย

แต่ผมเป็นเด็กเส้น ไม่มีใครทำอะไรผมได้

เด็กบ่น เด็กด่า ...ก็เหมือนเสียงแมงวัน วู่ๆๆๆ
สักพักก็เงียบ



ปีที่สี่ ปีที่ห้า...
อำนาจของรุ่นพี่ผมมีไม่พอที่จะคุ้มครองผมอีกแล้วครับ

เพราะผมเส่นไม่มาสอนทั้งดื้อๆไปทั้งปีที่สี่ และปีที่ห้า

โรคฮิคิโคโมรุของผม



ฮิคิโคโมรุ เป็นคำกริยา
จะเรียกโรคให้ถูกต้องก็ต้องเรียกว่า ฮิคิโคโมริ

ผมเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ...
ไม่โผล่หัวไปทำมาหากิน
ไม่ไปสอน

แต่มหาตลัยก็ดีเหลือใจ
จ่ายเงินเดือนให้ผมมาเป็นอย่างดีไม่บิดไม่เบี้ยว

ไม่ว่าจะเดือนเงินประจำเดือน ทุกวันที่ 25 ของทุกเดือน
กับเงินโบนัสหน้าร้อน หน้าหนาว ครบสองครั้งต่อปี

งามมาก...สบายมาก


ใครๆก็รู้ว่า ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากไล่ผมให้ออกจากตำแหน่งหรอกครับ
มันยุ่งยาก เกี่ยวพันไปถึงกฎหมายแรงงาน

นายจ้าง(โดยเฉพาะมหาตลัย)อันมีชื่อศักดิ์ศรี
เขาไม่ทำกันให้มันเกิดเป็นเหตุโจ๋ครึ่ม

และแล้วรุ่นพี่ผมก็มาตามผมถึงบ้าน
กล่อมให้ผมไปสอนต่อจนได้



ผมสงสารรุ่นพี่ของผมครับ อุตสาห์มาตามเรียกหา

ผมกลับสอนครับ

ผมสอนวิชา English Communication ให้เด็กปีหนึ่ง

ผมเข้าไปห้องเรียน นั่งลงบนเก้าอี้หน้าชั้นได้ 5 นาที
แล้วก็ผมก็เดินออก
เดินออกแล้วไม่กลับมาอีกเลย

ผมเบื่อ..ผมก็กลับบ้าน

ผมทำแบบนี้ไปตลอดเทอม..
รับเงินเดือนไปทุกเดือน

ปลายเทอมผมบอกเด็กให้ไปทำรายงาน
หัวข้อประวัติศาสตร์ประเทศญี่ปุ่นมาส่ง
เพราะผมจะไม่สอบเด็ก...

รายงานประวัติศาสตร์ประเทศญี่ปุ่น
ให้เขียนมาเป็นภาษาญี่ปุ่น
เพราะผมไม่ชอบอ่านภาษาอังกฤษ
ถึงแม้ว่าผมจะสอน English Communication
ก็ตามเถอะ

ทำทุกอย่างตามใจผม


มาถึงตานี้ เด็กๆเขาไม่ยอมกันแล้ว ทนไม่ไหวกันแล้ว
พร้อมใจกันไปด่าผมถึงคณบดี

อะไรกันสอน English Communication แล้วทำไมให้เด็กเขา
ไปทำรายงานประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยล่ะ

มันเกี่ยวอะไรกัน...เด็กๆเขาไม่เข้าใจ



และแล้วเขาก็เชิญผมออกในปีที่ 5
เพราะผมสอน English Communication
แต่ไม่ได้มี English Communication ตรงไหนสักกะที่
แหะๆ...



ใครๆก็รู้ว่าผมเป็นโรคฮิคิโคโมริ
คณบดีรู้ รุ่นพี่ของผมที่สนิทกับคณบดีก็รู้
เพื่อนร่วมงานก็รู้
เด็กๆก็รู้

ใครๆทั้งหลายในมหาตลัยรู้กันหมด
แต่ไม่มีใครเอาเรื่องเอาราว
จัดการแก้ไขปัญหาของผม หรือเอาผมออก

ปล่อยให้ผมกินตำแหน่งอาจารย์ประจำ"ผู้ช่วยผศ."
กินเงินเดือนสบายๆไปตั้ง 5 -6 ปี

ปล่อยให้ผมสอนแบบบ้าๆบอๆ
ปล่อยเด็กได้ผลกรรมจากผู้มีอำนาจในคณะบริหาร

ผมสอนอะไร แล้วเด็กเรียนอะไร
แล้ว...
กว่าพวกเขาจะเชิญให้ผมออก ก็ใช้เวลาถึง 5 -6 ปี

ถ้าความเสียหายของเด็กคิดเป็นจำนวนเงินที่จ่ายไปให้
ทางมหาตลัยแล้ว มันเท่าไหร่กัน

มากน้อยกว่าเงินเดือนกับโบนัสที่ทางมหาตลัยจ่ายให้ผมไหม



ความเสียหายรึ? ไม่มีหรอก

เด็กที่เรียนกับผมถึงไม่ได้ English Communication
แต่ได้หน่วยกิจไปอย่างสบายๆ ไม่ต้องเรียน ไม่ต้องสอบ

เห็นแมะว่าไม่มีใครเสียหาย

"In Japan, it's not important who you are ,
who you know is more important."
ในญี่ปุ่นคุณเป็นใครน่ะ มันไม่สำคัญไปกว่าคุณรู้จักใคร

การมีพรรคมีพวกที่มีอำนาจหนักๆ
เป็นเส้นทางแห่งความเจริญ
ไม่ว่าคุณสุดห่วยแค่ไหน
อำนาจนั้นคุ้มครองคุณได้
ไม่ว่าคุณเป็นบ้า เป็นบอ เป็นโรคฮิคิโคโมริ

ถ้าคุณมีเส้นเสียอย่าง
คุณก็เป็นผู้ชวยผศ. ได้
วิเศษไหม


การเล่นพรรคเล่นพวกไม่ใช่มีแต่ในสังคมไทย

เอวังงงงงงง



Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2554 19:08:04 น. 0 comments
Counter : 645 Pageviews.  

akebi1
Location :
กรุงเทพฯ Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ka-ki-ku-ke-ko คะ คิ คุ เคะ โคะ
เล่าจิปาถะจากญี่ปุ่น

สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาและรูป
[Add akebi1's blog to your web]