มุมมองของดุ้งดูด

Photobucket

เมื่อวาน อ่านบทสัมภาษณ์ ของประภาศ ชลศรานนท์ ในหนังสือ 'หมอก' ของพี่ทรงกลด บางยี่ขัน แล้วมันโดน!คับ โดนหลายประเด็นเลย
พี่ประภาศ พูดไว้ประมาณนี้คับ
"คนเรา ธรรมดาก็มักจะมีอีกหนึ่งตัวตนอยู่ในโลกใบที่สองเสมอ เพราะโลกใบที่สองเป็นเหมือนโลกที่เราจะได้แสดง ได้ทำ ในสิ่งที่เราอยากทำ แต่ถ้าให้เทียบว่าโลกใบไหนคือโลกใบจริงๆ คงเป็นไปไม่ได้หรอก บางที มันอาจจะเป็นโลกจริงทั้งสองใบเลยก็ได้ "
เป็นมุมมองในการใช้ชีวิตในโลกอินเตอร์เนต ที่มองแบบประภาศๆ ผมชอบและเห็นด้วยอย่างแรงคับ!
"เราเพียงคนเดียว แค่เริ่มจากนิดเดียว ทำไปเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้"
โดน!คับประโยคนี้ โดนเลย
อีกหลายเรื่องที่พี่ก้อง ทรงกลด 'คุยกับประภาศ' น่าสนใจมากคับ แต่ผมขอย้อนกลับมาที่ตัวเองหน่อยละกัน

ผมเชื่อว่า มมุมมองในแต่ละเรื่องของคนเราไม่เหมือนกัน บางทีเราเห็นเรื่องๆเดียวกันแต่เวลาเอาไปเล่าอาจจะเล่าไม่เหมือนกัน สิ่งที่ทำให้มันไม่เหมือนกันคือมุมมองและความคิดที่แทรกเข้าไปคับ

ในเดี่ยว 7 ของพี่โน๊ต อุดม แต้พานิช พี่โน๊ตเอา กบว.มาล้อซะเสียผู้เสียคนไปแล้วหลายรอบคับ ตอนนั้นฟังก็หัวเราะนะคับ แต่พอได้มาคิดตามเเล้วยิ่งเห็นชัด ในสิ่งที่พี่โน๊ตพูด
ผมเข้าใจนะคับว่า กบว. ต้องการสร้างสิ่งที่ดีให้กับผู้บริโภคสื่อ แต่การพยายามจะสร้างบางครั้งเอาแค่เพียงมุมมองตัวเองมันไม่พอหรอกคับ เรื่องบางเรื่องมันไม่จำเป็นต้องไปตัดสินให้คนดู น่าจะปล่อยให้คนดูตัดสินกันเอง ดี ไม่ดี ผมเชื่อว่าทุกคนมีบรรทัดฐานอยู่ในใจคับ
นี่อะไรก็ไม่รู้ ไปเบลอนม ชิซุกะ โมเสกภาพไปป์ในภาพเขียนแวนโก๊ะ จำกัดอายุคนดูของรายการในฟรีทีวี ทั้งที่ดูกันได้ทั้งประเทศ หนังดีๆ อาร์ทๆ บางเรื่อง ไม่มีสิทธิ์ฉายในประเทศไทย เหตุผลไม่มีอะไรมากหรอกคับ 'มันไม่เหมาะกับสังคมของประเทศไทย' หรือหนังบางเรื่องที่เค้าต้องใจทำเนื้อหาให้มันแปลกแตกต่าง แต่พี่แกก็จะไปมองเรื่องอื่นที่มันไม่เกี่ยวข้อง อย่างเรื่อง 'นาคปรก' ที่ผมมีโอกาสได้เข้าไปอ่านบางกระทู้ในพันทิป ผมว่าไม่รู้จะแบนหนังเค้าทำไม อะไรๆก็ปล่อยให้คนดูได้ตัดสินใจบ้างสิ ไม่ใช่ต้องมาคิดแทนทุกอย่าง มองอีกด้านนึงมันก็เหมือนหนังเรื่องดาวินชี่โค๊ดนะคับ ในต่างประเทศเค้าเอาออกฉายกันจนรับรายได้มายมาย แต่ในการออกฉาย มันก็จะมีคนกลุ่มนึงที่ไม่เห็นด้วยกับหนังเรื่องนี้ อย่างนี้สิคับ เค้าเรียกว่าเปิดใจ เปิดโอกาส ไม่คิดแทน คนที่ไม่เห็นด้วย ก็ไม่ต้องไปดู จบ!
ใช่แต่ผมจะมองแค่แง่ที่ กบว. 'ปัญญาอ่อน' นะคับ ผมคิดว่าสิ่งที่เค้าพยายามทำ บางทีมันก็มีประโยชน์กับคนดูไม่มากก็น้อยที่สุดคับ
คนที่อ่านมาถึงตรงนี้ ต้องมีซักคนแหละคับที่คิดไม่เหมือนผม ไม่เป็นไรคับ นั่นแสดงว่าทัศนคติของเราไม่ค่อยเหมือนกันซักเท่าไหร่

การที่ทัศนคติต่างกัน ใช่ว่าจะอยู่ร่วมกันไม่ได้นะคับ เห็นง่ายๆอย่างกลุ่มเสื้อสองสี ที่มีอยู่ในประเทศเรา หากเค้าเข้าใจ เปิดใจ ไม่ทำเพื่อใครหรืออะไร หันมาทำเพื่อชาติ
เชื่อเถอะคับ! เราจะไม่เห็นข่าวชุมนุมประท้วง เรียกร้อง ปาไข่ ปิดถนน ปีนเขาอ่านคำแถลงการ ปิดสนามบิน เพียงเพราะคนสองกลุ่มที่มีมุมมองและความคิดไม่เหมือนกัน แต่ผลที่มันส่งออกมา มันกระทบกับคนทั้งประเทศคับ
สำหรับผม ไม่นิยมเสื้อสีไหนเป็นพิเศษ เปิดตู้เสื้อผ้าเห็นสีอะไรก็หยิบมาใส่ ผมมองการเมืองไทยว่า 'ห่วยแตก'
จริงคับ ในความห่วยแตกไม่ใช่ว่าจะมีแต่การคอรัปชั่น หั่นขาเก้าอี้กันอย่างเดียวนะคับ ยังมีเรื่องเสื้อมๆอีกมากมายที่นักการเมืองผู้กินเงินภาษีของพี่น้องชาวไทยร่วมกันก่อ แต่ในกลุ่มคนชั่ว ย้อมมีกลุ่มคนดีคับ
นักการเมื่องที่ดี..............มี........................แต่น้อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
บางทีผมก็แอบคิดว่า 'เอ๊ะ! นี่เรามองนักการเมือง ผู้มาขับเคลื่อนประเทศ แย่ไปรึเปล่า?' บางทีคนดีๆอาจจะมีเยอะก็เป็นได้นะ ฮ่าๆๆๆ พูดแล้วก็อยากหัวเราะให้ 'อาวกออีดะ' ขับเครื่องบินชนรัฐสภา ตอนที่กำลังประชุมสภาจังเลย ฮิ้วๆ

เคยดูบอลไทยมั๊ยคับ?
ล่าสุดที่ออกข่าวโด่ดดัง สร้างชื่อเสียให้กับวงการฟุตบอลไทยมากมายคือ กลุ่มแฟนบอลของการท่าเรือไล่กระทืบแฟนบอลของเมืองทองยูไนเต็ด (ไม่ได้พิมพ์ผิดคับ ชื่อเสีย!)
ผมมีโอกาสได้ดูคลิปดังกล่าว พูดได้คำเดียวคับ 'โคตรเถื่อน!'
ผมว่าคนเชียร์บอลเรารู้กันดี บางที บอลจบ อารมณ์มันไม่จบด้วยคับ ที่อารมณ์ไม่จบด้วย คงเพราะสกอร์ไม่เป็นอย่างที่เราหวัง
แมทต์นี่ก็เหมือนกันคับ แฟนการท่าเรือมีมุมมองว่ากรรมการเข้าข้างเมืองทองยูไนเต็ดมากเกินไป ไม่สมควรที่สกอร์มันจะออกมาอย่างนี้ พอไม่ได้ดั่งใจ อะไรจะแก้ไขปัญหาได้ล่ะคับ
'กำลัง' กับ 'การปะทะ' ใช่มั๊ย? แฟนการท่าเรือบุกผ่าแผงกั้น เข้าตะบันกับแฟนเมืองทองฯ เละคับพี่น้อง!
จบเกมส์ ผู้คนออกมาบ่นให้แฟนการท่าเรือต่างๆนาๆ แต่ลืมดูไปว่าในกลุ่มคนที่เชียร์การท่าเรือ ยังมีบางคนที่พยายามห้าม พยายามปราม บางคนถึงกับวิ่งไปขอโทษ ยกมือไหว้ กราบ แฟนเมืองทองฯ เลยก็มี จริงคับ ผมเห็นภาพนั้นจริงๆ
ไม่ว่าจะเชียร์สโมสรอะไร แต่เราก็เชียร์ทีมชาติไทยไม่ใช่เหรอคับ
ช่วงนี้ฟุตบอลไทยกำลังมา ขอร้องอย่าทำให้คนอื่นต้องคิดเหมือนผมสมัยก่อนเลยคับ
'บอลไทยธรรมดาว่ะ ไม่พัฒนา รุนแรง มีแต่ตีกัน ตีกรรมการ' ทุกวันนี้บอลไทยเปลี่ยนไปแล้วคับ อ้าว! มาเชียร์บอลไทยกันหน่อย
ฮ่าๆๆ ผมเป็นแฟน บีจี คับ

หลายเรื่องที่พูดมา ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับผม นี่ก็เป็นเพียงหนึ่งมุมมองเล็กๆที่มองประเทศไทย ความเป็นไปกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น
เหมือนกัน อุดม แต้พานิช มีคนรักก็ต้องมีคนไม่รัก ประภาส มีคนอ่านก็ต้องมีคนไม่อ่าน แต่สิ่งที่ my idol สองคนของผมทำและพิสูจน์ให้สังคมได้เห็นคือ 'เชื่อในความคิดและมีทัศนนคติที่มั่นคง'

ชีวิตมันสั้นนิดเดียว ขยันมองโลกในแง่บวกนะคับ

ขอบคุณ พี่ประภาส ชลศรานนท์
ขอบคุณพี่โน๊ต อุดม แต้พาณิช
ขอบคุณบอลไทยที่อยู่ในสายเลือด




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2553 7:37:03 น.
Counter : 515 Pageviews.  

กีต้าร์ แว่นตา รู้ว่า....เข้าใจแล้ว

Photobucket

วันก่อนๆๆไปงานบายเนียร์พี่
วันก่อน 'แฮ๊งค์' ไปเรียนวิชา geology ตอนเช้า แถมยังลอกการบ้านเพื่อนส่งไม่ทันอีก
เมื่อวานไปเดินสวนจัสตุจักร ได้ รองเท้า กางเกง แว่นกันแดด หนังสือ ปลาหมึกย่าง! ทุกอย่างรวมราคากันแล้วก็ปาเข้าไป 1365 บาทถ้วน แต่ผมว่าผมซื้อคุ้มนะ
เย็นเมื่อวาน นั่งดูบอลอาเซน่อล-ซันเดอร์แลน แล้วแมนยูฯก็แพ้ตอนหัวค่ำด้วยสิ สนุกดี มีจังหวะเยอะ แต่เด็กปืนทำไม่ได้เอง เกือบเสียประตูด้วยไม่ว่า
วันนี้ นอนจมกับกีตาร์ แว่นตา และอะเดย์ทั้งวัน
"ยะฮู้!!! สะใจโว้ย ไม่ได้อ่านหนังสือซักตัว ทั้งที่ใกล้จะสอบแล้ว"

กีต้าร์ตัวนี้ อยู่กับผมมาซักพักแล้ว
ผมรักมัน และตั้งชื่อให้กีต้าร์ตัวนี้ด้วย
'แหลม ส.ศรายุธยิม' คือชื่อของกีต้าร์ตัวนี้ ช่วงแรกที่แหลมย้ายเข้ามาอยู่ในหอกับผม เราสนิทสนามนมเนยกันมาก ว่างเป็นหยิบแหลมมาเสริมความเท่ห์ให้กับตัวเอง ครื้นเครงไปกับจังหวะของเพลงที่เราปรารถนาจะเล่นเพื่อให้ตัวเองฟัง และหวังว่าแหลมคงไม่รีบพังเมื่อเวลาผ่านไป
ผมไม่กล้าพูดว่าเราสองคนเป็นคู่ซี้กัน อาจเพราะเรายังไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันมากเท่าไหร่ในช่วงหลังๆ เหตุผลไม่มีอะไรมากมาย
1.) ผมขี้เกียจเล่นแหลม
2.) ไฟในการ์เล่นกีต้าร์มันเริ่มหมด

แต่ก่อนผมนั่งจมอยู่กับแหลม วันละอย่างน้อยต้องซักสองชั่วโมงแหละ ทั้งดีดคอร์ท ไล่สเกล แกะเพลง ฯลฯ แต่สิ่งที่เราสองคนชอบทำมากที่สุดคือ 'การแต่งเพลง' ผมกับแหลมร่วมกันแต่งเพลงได้ประมาณสิบกว่าเพลงแล้วตอนนี้
บางเพลงผมนั่งแต่งเนื้อก่อน แล้วค่อยหยิบแหลมมาเสริมทำนองลงไป บางเพลงจับคอแหลมขึ้นมาเพื่อที่จะหาทำนองก่อนแล้วค่อยยัดเนื้อร้องลงไป
แต่งไปซักพักชักเข้าใจ การแต่งเพลงไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่การแต่งเพลงให้เพราะ ยากจนคิดไม่ออก
ทุกเย็น ทุกค่ำ เราจะมานั่งทำเพลงกัน ผม+แหลม
เราสนุกมาก ถ้ามีคนอยากฟังพวกเราขับขาน แหลมส่งเสียงคอร์ท ผมส่งเสียงคีย์ บางทีก็มีแต่แหลม ผมไม่อยากแจม ปล่อยให้เค้าเท่ห์คนเดียว

ทุกวันนี้ ผมจับแหลมน้อยลง แต่ความถี่ไม่น่าจะต่ำกว่าอาทิตย์ละสามวันนะ ไม่รู้ว่าแหลมน้อยใจรึเปล่า? ทั้งที่แต่ก่อนป้อนเพลงไปให้ช่วยแต่งบ่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้พี่โอเล่หายหน้าหายตาไปเลย
ไหนๆวันนี้ก็เป็นวันดี อากาศแจ่มใส หัวใจเบิกบานตั้งแต่เช้า (คงเพราะได้คุยกับท่านแม่มั้ง) ผมเลยรูดซิบแกะเอาเเหลมออกมาจากห่อ ไม่ต้องให้รอนาน เราเข้าใจกันแล้ว เห็นหน้าแหลม ผมรู้ได้ทันทีว่าเราจะบรรเลงเพลงอะไร จัดไปอย่าให้เสียนะแหลมนะ

นั่งจมอยู่กับแหลมจนถึง สิบเอ็ดโมง จับแหลมไปคว่ำไว้เตียงนอน พร้อมกับหยิบอะเดย์เล่ม 114 ขึ้นมาอ่าน อ่านอะเดย์ยาวเยียดไปจนเวลา สิบสี่นาฬิกา ตามันเริ่มอ่อนแรง พักสายตาเถอะนะคนดี หลับลงตรงนี้ ที่ๆมีแต่เรากับแหลม......
ตื่นมาอีกที ก็สิบแปดนาฬิกาแล้วสิ โทรไปหาเพื่อนเพื่อที่จะฝากซื้อข้าวกล่องขึ้นมาให้ (ขี้เกียจลงไปกินข้าวด้านล่างตอนนี้ คนเยอะ!ไม่ชอบ!!) นั่งรอ........
ระหว่างนั่งรอข้าวจากเพื่อนร่วมห้อง ตาก็จ้องไปเห็นแว่นกันแดดที่เราซื้อมาจากตลาดนัดจัสตุจักรเมื่อวาน
90 บาท คือราคาของแว่นกันแดดอันนี้ ซื้อมาโดยที่ไม่รู้ว่ามันจะกันแดดได้มั๊ย?

หยิบขึ้นมาลองใส่ ผมค่อนข้างพอใจกับดีไซด์ของมัน ดูล้ำสมัยนิดๆ ย้อนยุคหน่อยๆ
ธรรมดาผมเป็นคนชอบใส่แว่นกันแดดนะ สาเหตุนะเหรอ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก คือ....ผมชอบเพ่งตามากกว่าปกติเวลาอยู่ในแสงแดด
คนธรรมดาจะเกรงตาในระดับนึงที่พอดีกับการต้านทานแสงแดดได้ แต่ผมจะเกรงมากกว่าคนปกติ ฉะนั้นแว่นกันแดดจึงเป็นอาวุธที่ดี ที่เหมาะกับผมที่สุด
เหตุผลอีกข้อนึงที่ผมคิดขึ้นมาเองคือ ใส่แว่นกันแดดแล้วมันทำให้หน้าตาผมดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น ฮ่าๆๆๆ จริงนะ รู้สึกมั่นใจทุกครั้งเวลาได้ใส่แว่นกันแดด

ผมใส่แว่นสีดำ นั่งทำหน้าทะเล้นหน้ากระจกอยู่พักใหญ่ รู้สึกพอใจกับหน้าตาตอนนี้มาก พลัน!! ผมหันไปหยิบแหลมขึ้นมาเล่น เพลงที่ผมเลือกเล่นคือเพลงที่ผมกับแหลมร่วมกันแต่ง เพลงนั้นชื่อว่า
'appear forever (ยังปรากฎอยู่ตลอด)' นี่เป็นเพลงลำดับที่สองในการหัดเขียนเพลงของผม ผมไม่เคยร้องให้ใครฟัง และไม่คิดจะร้องให้ใครฟังด้วย เล่นไปซักพัก ชักสนุก เปิดกรุเพลงที่ตัวเองแต่งเก็บไว้ ไล่เรียงเล่นไปตั้งแต่เพลงใหม่สุดที่เพิ่งแต่ง กลับไปหาเพลงเก่าสุดที่แต่งไว้นานแล้ว
อารมณ์กำลังสุนทรี ตรีกำลังซึมเข้าสายเลือด ยิ่งมองเข้าไปในกระจก แล้วคิดว่าเราเป็นนักร้องที่กำลังร้องเพลงให้คนฟัง มีความสุขนะ (ฮ่าๆๆโรคจิคว่ะเล่)
แว่นตาดำ กำคอกีต้าร์รูดไปมา คิดดูสิคับ อะไรมันจะเท่ห์กว่านี้แล้ว ฮ่าๆๆๆ

ระหว่างนั่งเล่นกีต้าร์อย่างสบายอุรา เปิดกระดาษที่เราแต่งเพลงเก็บไว้ออกมา พลิกหน้าไปเรื่อยๆ ผมก็ได้เจอกับเพลงที่ผมชอบมากที่สุดในบรรดาเพลงทั้งหมดที่ผมเเต่ง เพลงนั้นชื่อว่า
'เข้าใจแล้ว'

เนื้อร้อง : โอเล่
ทำนอง : โอเล่
เรียบเรียง : โอเล่

เจ็บปวด อยู่ไม่น้อย ค่อยๆใช้เวลา เยียวยาทุกสิ่ง
คิดถึง แต่ต้องยอมเข้าใจ ว่าอะไรอะไรไม่คืนกลับมาเหมือนเดิม

*ชั้นยอมรับและเข้าใจ จะอยู่อย่างทำใจ จะไม่ฝืนและเลิกร้องไห้
ชั้นจะก้าวเดินต่อไป ให้เทอสบายใจ ว่าชั้นเข้าใจแล้ว

**จากนี้....ก็คงมีเเค่เพียงตัวฉันที่เดินคนเดียวลำพัง....ชั้นเข้่าใจ
ต้องไหว.....บอกตัวเองเสมอ เมื่อคิดถึงเทอ ขึ้นมาคราใด
จากกันไปก็อยากให้เทอได้มีความสุข....ก็อาจจะทุกข์ใจ ชั้นทนไหว.....ชั้นเข้าใจ

นาน กว่าจะทำใจ กว่าจะยอมรับว่าเทอนั้นจากชั้นไป
ใครๆ ที่ผ่านเวียนเข้ามา แต่ว่าสายตา ไม่เคยลบเลือนภาพเทอ
(*,**)
(**)

นี่เป็นเนื้อร้องของเพลงเข้าใจแล้ว อาจจะยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ในตอนอ่าน แต่อยากขับขานให้ทุกท่านฟังจริงๆ
เดี๋ยววันไหนอัดเสร็จ คงได้มาแปะให้ทุกท่านฟังแหละคับ

บางทีผมก็เข้าใจ บางทีผมก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไม กีต้าร์ แว่นตา ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผม ทั้งที่แต่ก่อนตอนเรียนประถม-มัธยม ผมก็ไม่ได้ให้ความสนใจในสิ่งของเหล่านี้ซักเท่าไหร่
คงเพราะ บางสิ่งหายไป บางอย่างเลยเข้ามาแทนที่ และบางอย่างที่เข้ามาแทนที่ ก็คงมาเพื่อขับไล่ความเหงาให้ออกไปไกลๆล่ะนะ ผมคิดว่า
ฮ๊า.......................เหนื่อยจริงๆเลย

ขอตัวไปกินข้าวก่อนนะคับ

ปล.กีต้าร์ในรูปด้านบนคือแหลมนะคับ
ปล.2 แว่นตาก็ของผมนะคับ

ขอบคุณท่านพ่อที่ให้ทุนผมไปไถ่ตัวแหลม
ขอบคุณอะเดย์หนังสือแห่งแรงบันดาลใจ
ขอบคุณเนื้อเพลงงงๆจากโอเล่คับ




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2553 2:07:06 น.
Counter : 584 Pageviews.  

ฉลองวันเกิดที่โรงงาน

10 กุมภาพันธ์ 53
ที่ โรงงานผลิตรถขุดตัก komatsu อมตะนคร ชลบุรี รหัสไปรษณีย์ไม่รู้

วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมากวันนึงเลยคับ ไม่รู้สิ ตั้งแตเช้าก็มีโอกาสได้โทรไปหาท่านแม่
“แฮปปี้เบริดเดย์เล่ มีความสุขมากๆนะคับ ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ” แม่ผมพูดสั้นๆแค่นี้ แต่เชื่อมั๊ย ? ผมยิ้มไม่หุบทั้งวันเลย

วันนี้เป็นวันที่โทรศัพท์มือถือผมทำงานหนักมาก ข้อความวิ่งเข้ามือถือผมเยอะสุดในประวัติการณ์ เยอะจนผมต้องปิดเสียงข้อความไว้ แต่โดยรวมแล้ว ผมโคตรชอบเลยที่มีข้อความน่ารักๆมาจากหลากหลายที่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาในแนวเดียวกัน ‘มีความสุขมากๆนะ’

วันนี้เป็นวันที่ผมต้องออกไปศึกษาดูงานโรงงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชา วัสดุวิศวกรรม ซึ่งหากพูดจริงๆแล้ว โรงงานที่ผมไปดู ไม่ได้เกี่ยวกับสาขาที่ผมเรียนเลยซักนิด ฮ่าๆๆๆ แต่ก็เอาเหอะ ไปหนุกๆ
ไหนๆก็ไปเที่ยวโรงงานแล้ว ผมมีรูปมาฝาก รูปไปเที่ยวโรงงาน รูปรอยยิ้มที่เกิดขึ้นทั้งวัน รูปที่เกิดขึ้นภายในวันครบรอบวันเกิดของผม เย้ๆ ไปดูกันคับ

Photobucket

ท่าทางเหมือนพนักงานไม่เบานะเราอ่ะ ฮ่าๆๆ

Photobucket

เอากับมันเข้าไปคับพี่น้องคับ ดูไปไม่น่าเชื่อนะว่าไอ้นี่มันแก่แล้ว

Photobucket

ไอ้หนุ่มรถจก

Photobucket

ขอขอบคุณทางโรงงานมากๆ สำหรับข้าวเที่ยง และการพาเดินชมโรงงาน

Photobucket

ส่งท้ายก่อนกลับหอ

ขอบคุณท่านพ่อท่านแม่มากคับ ที่จ้างลูกเรียนมาได้ขนาดนี้
ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่วันๆหาแต่เรื่องปวดหัวมาให้
ขอบคุณโรงงานมากคับ เบิกบาน สบายใจดี




 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2553 8:34:32 น.
Counter : 469 Pageviews.  

บายเนียร์แล้วสินะ

Photobucket

วันพฤหัสบดี ที่18 ทางภาคเรียนผม จะจัดงานบายเนียร์ให้รุ่นพี่คับ
จุดประสงค์หลักคือจัดงานเลี้ยงส่งพี่ๆ จุดประสงค์รองคือน้องทุกคนจะได้มึน เมา โซเซ กลับหอ แล้วดูเหมือนว่าพวกผมสนใจจุดประสงค์รองมากกว่าหลักซะอีก

ผมไม่ชอบกินเหล้า อันนี้เรื่องจริงคับ ครั้งนึงผมเคยไปกินเหล้าในผับกับเพื่อน ใครบางคนโทรมา ด้วยความเมา+ความสนุก ผมไม่อยากลุกขึ้นไปรับสาย ใช่คับ ผมปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นแหละคับ ไม่นานใครคนนั้นก็ส่งข้อความมา บอกว่า
"เฮ้ย รับสายหนอย นี่กินเหล้าอยู่ใช่มั๊ย ผิดหวังมากเลยนะ" ผมก็เฉยๆ ไม่สนใจ จนในที่สุดข้อความถูกส่งมาประมาณสามข้อความ ผมเดินออกไปนอกผับพร้อมกับอาการเมา กดโทรศัพท์หาเจ้าของข้อความ
"ฮัลโหลลลลลล ว่างายยยยยกินข้าวเช้ายังงงงง ทำไมเงียบจังเลยยยย คิดว่าเราาาเมาาาาาาเหรออออ ไม่ได้เมาาาานะ เดี๋ยวขอตัวไปฉลองต่อก่อนนะ"
"ไหนบอกจะไม่กินงัย ไหนบอกจะเลิกดื่มแล้ว รู้มั๊ย ผิดหวังมากเลย ไมอยากเห็นหล่อนทำตัวอย่างนี้เลยโอเล่ กลับหอเหอะ ขอล่ะ อย่ากลับเข้าไปเลย"
"อารายยยยยย นานนนทีคับพี่น้องคับบบ หนุกหนานกับเพื่อนนิสนึง น้าาาาาาา"
"โอเล่รู้ตัวมั๊ยว่าตัวเองพูดอะไร หล่อนเมามากเลยนะ เค้าขอล่ะ กลับหอไปอายน้ำ นะ โอเล่"
"ทำไมต้องเสียงสั่นด้วยยยยย ไม่สบายเหรออออ ไปกินยาแล้วไปนอนไป๊ ฮ่าๆๆๆ ชั้นยังไหว ไปดื่มต่อก่อนน้าาาาาาา"
"ทำไมต้องทำให้เค้าร้องไห้ตลอดด้วยนะ เค้าขอร้องงัย ออกมาจากที่นั่น แล้วกลับหอเหอะ ไม่อยากให้หล่อนกินเหล้าเลย เร็วกลับหอนะโอเล่" เทอร้องไห้จริงๆคับ
อึ้ง งง ทำอะไรไม่ถูก จากที่เมาๆไร้สติอยู่ ได้ยินเสียงคนร้องไห้ สติก็กลับเข้าที่ นี่เค้ากำลังร้องไห้เรื่องเรากินเหล้าเหรอเนี๊ย แม่เจ้า!!
แค่การมากินเหล้ากับเพื่อน ตัวเองสนุกสนาน แต่ใครบางคนเป็นห่วงอยู่ที่บ้าน เป็นห่วงจนร้องไห้ ถ้ามากินเหล้าแล้วมันมีคนเสียใจขนาดนี้ คราวหลังผมคงไม่มากินเเล้วล่ะ เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมรีบกลับหอ อาบน้ำแล้วโทรฯกลับไปขอโทษเป็นการใหญ่ คับ ผมดีใจ ที่เทอเข้าใจ
จากวันนั้นมา ผมก็แทบจะไม่ได้จับแก้วเหล้า แก้วเบียร์ อีกเลย ผมคิดตลอดนะ ว่า คงไม่ดีแน่ถ้าเรากลับไปดื่มเหล้าเหมือนเดิม คงจะมีคนเสียใจอีกแน่ แต่วันนี้ เทอไม่อยู่แล้ว
ถึงเทอไม่อยู่ แต่ผมก็ไม่คิดจะไปดื่มเหล้านะคับ ผมก็ยังทำตัวเหมือนเดิม บอกตัวเองเสมอว่า 'เฮ้ย อย่ากินเลยว่ะ มันไม่ดีหรอก ' ฉะนั้นในหนึ่งปี ผมจึงสามารถนับครั้งได้เลยว่า ผมดื่มเหล้าไปกี่ที
แต่ทุกอย่างล้วนมีข้อยกเว้นเสมอคับ ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ดื่มเหล้านะคับ มีบ้างแต่น้อย นานๆที และปีนี้ คิดว่างานบายเนียร์นี่แหละคับจะเป็นงานเปิดซิงโอเล่ในปี 53

ชีวิตเรามันเดินเร็วคับ ผมยังจำวันแรกที่เดินเข้ามาในที่แห่งนี้ในฐานะเฟรชชี่ แต่ไม่ทันไร ตอนนี้ผมกำลังจะกลายเป็นพี่ปีสามแล้ว และอีกไม่นานเกินไป น้องๆก็คงจัดงานบายเนียร์ให้พวกผมเหมือนที่ผมจัดให้พวกพี่
ที่แห่งนี้มีเรื่องมากมายคับ สนุก เหงา เศร้า จากวันแรกที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จนตอนนี้พวกเราทุกคนสนุก สนิท สนาน เบิกบานกันตลอดแล้วคับ

บางทีผมก็อยากให้ชีวิตหมุนย้อนกลับนะ อยากกลับไปใช้เวลาในวันเก่าๆให้เต็มที่ ตอนเด็กๆเรื่องอะไรที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมันช่างสนุกสนานเหลือเกิน แต่พอโตมา กรอบทุกอย่างมันมาล้อมเรา ความคิดเริ่มเปลี่ยนไป หลายเรื่องที่เคยสนุกกลับเริ่มไม่สนุก เริ่มมีคำว่าเครียด มาเบียดรอยยิ้ม เริ่มเห็นแก่ตัว ไม่รู้ผิดชอบ นี่แหละคับ ผมคิดว่าเราโตมา เราถูกสั่งให้ต้องแข่งขันกับสัตว์ในสังคมตัวอื่นๆ ถูกฝังความเชื่อเข้าไปในสมองว่า การมีเงินมากๆจะทำให้มีความสุข ชีวิตคือการแข่งขัน อีกมากมายคับ แล้วเราก็ก้มหน้าก้มตาทำตามความเชื่อเหล่านั้นโดยไม่สงสัย เฮ้ย เหนื่อยจัง

บายเนียร์ แม้งานจะไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่ผมคิดว่าพวกเราทุกคนตั้งใจจัดงานด้วยใจ เพื่อส่งให้พี่ออกจากรั้วมหาลัยเป็นครั้งสุดท้าย คับ ชีวิตมันต้องเดินต่อไป วันนี้รุ่นพี่ของผมจบไป ในวันข้างหน้า รุ่นพี่ก็ต้องไปเป็นรุ่นน้องในที่ทำงานอีกครั้ง เริ่มเข้าสู่สนามใหม่ที่มันใหญ่กว่า ความเห็นแก่ตัวเยอะกว่า แหละอะไรมากมายที่จะมาพร้อมกับคำว่าเครียด!!

จริง ที่เราไม่สามารถย้อนเวลากลับคืน ฉะนั้นฝันที่ผมอยากกลับไปเป็นเด็ก ก็ตัดทิ้งไปคับ สิ่งที่เราทำได้คือ ทำวันนี้ให้ดี เพื่ออนาคตจะได้ดีตามไปด้วย

บายเนียร์ปีนี้ก็คงมีเบียร์และเหล้าเป็นกระบุง แน่นอนคับ ผมยุ่งกับมันแน่นอน ฮ่าๆๆๆ

ขอตัวไปเตรียมชุดหล่อๆ เพื่อไปงานบายเนียร์ก่อนนะคับ บ๊ายบาย

ขอบใจใครบางคนที่ทำให้ค้นพบว่า ความสุขไม่ได้เกิดจากการดื่มเหล้า
ขอบคุณรุ่นพี่ทุกคน สำหรับคำแนะนำ ตักเตื่อน และสนุกสนานกับพวกผม
ขอบใจเพื่อนๆ พวกมึงสุดยอดว่ะ




 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2553 8:18:06 น.
Counter : 698 Pageviews.  

กระเทย สันดาน หยาบ

Photobucket

แชมป์เป็นกระเทย
แชมป์พยายามจะพูดจาด้วยถ้อยคำที่รุนแรง เพื่อให้เพื่อนไม่กล้าล้อเค้าว่ากระเทย แต่นั่นกลับทำให้เพื่อนล้อมันว่ากระเทยหยักกว่าเก่า
แชมป์วางแผนจะไปศัยลยกรรมกับหมอบุญถิ่น แถวๆบางลำพู ได้ข่าวว่า summer นี่ มันเอาแน่

ถ้าไม่จำเป็น ผมไม่อยากไปเสวนากับกระเทยแชมป์ซักเท่าไหร่ เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากหรอก ผมแค่ไม่ชอบใครที่พูดไม่เพราะกับผม แต่ใช่ว่าผมจะเป็นคนพูดเพราะนะ ผมคนนึงล่ะที่ยังมีคำสบถออกมาบ้างบางเวลา แต่ก็ใช้กับคนที่สนิทเท่านั้นนะ ถ้าคนไม่รู้จักก็มักจะไม่พูด
ส่วนกระเทยแชมป์ที่ว่า มันมักจะพูดเริ่มต้นประโยคด้วยถ้อยคำว่า อีห่า ไอ้สัส แม่มึงตายเหรอ ซึ่งผมไม่เข้าใจจริงๆว่า การที่มันพยายามนำคำพูดเหล่านี้มาใช้ ช่วยให้มันดูแมนในสายตาเพิ่นด้วยเหรอ ทั้งที่ความจริงเราก็รู้ๆกันอยู่
เท่าที่เห็นมาก็คงบอกได้เต็มปากว่า มันไม่ใช่ผู้ชายเหมือนเพื่อนคนอื่นหรอก คงไม่มีผู้ชายคนไหนใส่บิ๊กอายสีฟ้ามาเรียนหนังสือหรอก คงไม่มีผู้ชายคนไหนถ่ายรูปแล้วต้องทำแอ๊บแบ๊วแบบมันหรอก คงไม่มีผู้ชายคนไหนดีใจมากมายที่ได้ใส่ชุดผู้หญิงเกาหลีหรอก
สิ่งหนึ่งที่เพื่อนทั้งภาคพยายามบอกมันก็คือ "ช่วยยอมรับในความเป็นตัวของตัวเองหน่อย หากทำตัวปกติไม่ต้องคอยมาทำเป็นแมนๆก็ไม่มีใครมาล้อมึงหรอก" แต่นี่สิ่งที่มันทำมันดูขัดแย้งกับสายตา

ผมว่าคนที่ทำนิสัยหยาบกระด้าง ไม่ได้หมายความว่าเค้าเป็นผู้ชายที่แมนเต็มร้อยนะ ผู้ชายจริงๆดูยังงัยมันก็รู้ว่า "เฮ้ย ไอ้นี่ผู้ชายนะ เฮ้ย!นี่กระเทยนะ"
ธรรมชาติเเล้วผมไม่ใช่พวกเหยียดเพศนะคับ ผมสามารถเป็นเพื่อนได้กับทุกเพศ ตอนสมัยประถมผมมีเพื่อนสนิทที่สุดเป็นกระเทย ขึ้นมัธยมผมก็ยังสนุกกับการมีเพื่อนกลุ่มกระเทย ม.ปลายยิ่งแล้วใหญ่ ผมไปตีวอลเล่บอลกับกระเทยเลยคับ ฮ่าๆๆๆ เพราะชีวิตขาดกระเทยไม่ได้
กระเทยบางคนน่ารักมาก(หมายถึงนิสัย) แต่กระเทยบางคนก็นิสัยไม่ดีเอาซะเลย ถ้าผมเจอประเภทที่สองผมจะเฉยๆคับ ไม่ค่อยอยากจะยุ่งด้วยซักเท่าไหร่ ผมว่าอุดม แต้พาณิช พูดถูกนะเกี่ยวกับกระเทย ที่ไหนมีกระเทยเเสดงว่าที่นั่นเจริญแล้ว ฮ่าๆๆๆ ล้อเล่นคับ

ถึงตอนนี้ผมก็ยังพูดคำเดิมคับ ถ้าไม่จำเป็นผมก็ไม่ค่อยอยากจะคุยกับกระเทยแชมป์ซักเท่าไหร่ หากมันไม่ปรับปรุงนิสัยตัวเอง ใช่คับ ตอนนี้ผมกำลังเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของเรื่องๆนี้ แต่ถ้าดูดีๆเอฟเฟคที่จะกลับมาหากผมไม่วางแผนไว้ มันก็คงกลับมาเข้าตัวผมเองแหละ

พักเรื่องกระเทยไว้ก่อน ย้อนกลับมาเมื่อตอนเย็น วันนี้ผมไม่ได้ลงไปเตะบอลคับ ผมไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด คงเพราะช่วงนี้ใกล้สอบมั้งคับ งานเลยเยอะ ก็นั่งเผางานไปเรื่อย ซักพัก ไอ้ฟ้า น้องร่วมโรงเรียนโทรมา
"อยู่ไหน มาเอาของฝากจากทะเลเร็ว" ว้าวๆ ไอ้ฟ้าโทรมาเอาของฝากมาฝากด้วย แต่ขี้เกียจกลับไปหอ เลยบอกไอ้ฟ้าว่าค่อยเอาพรุ่งนี้แล้วกัน กลับมานั่งเขียนงานต่อซักพัก ตาก็มองไปเห็นโปสการ์ดอยู่ในกระเป๋า หยิบออกมา ยิ้มหนึ่งที ตาหยีเล็กน้อย ค่อยพลิกไปดูรูปอาคารที่เราไปเรียนทุกวัน ใช่คับ โปสการ์ดรูปนี้คือรูปตึกเรียนของผมเอง ซึ่งผมภูมิใจมาก หยิบปากกาออกมา ตั้งใจว่าจะเขียนส่งไปให้ใครบางคน ฮ่าๆๆๆ สับสนเล็กน้อย ค่อยๆเขียนจนเสร็จ เเล้วลงชื่อที่อยู่ พรุ่งนี้คงได้เอาไปสอดใส่ตู้ไปรษณีย์

โดยรวมแล้ว วันนี้เป็นวันดีๆวันนึงเลยนะ ถ้าไม่รวมเรื่องกระเทยแชมป์ที่ผมเจอมา แต่ก็คับ คนเราถูกเลี้ยงมาไม่เหมือนกัน พ่อแม่สั่งสอนไม่เท่ากัน ฉะนั้นอย่าไปคาดหวังอะไรในตัวคนแบบนี้เลยคับ ฮ่าๆๆๆ (แอบด่าแรงเหมือนกันนะเรา)

ย้ำคับ ผมไม่ได้มีอคติกับกระเทบเลยแม้แต่น้อย ใครดีมาก็ดีตอบ ใครร้ายใส่ก็คงเดินไปให้ไกล แต่ถ้าเป็นแต่ก่อนใครร้ายใส่ผมไม่ปล่อยให้ผ่านไปหรอกคับ รับรองร้ายมาร้ายกลับคับ ฮ่าๆๆๆไอ้เลว
ยืนยันคับ ผมเองก็ไม่ใช่คนนิสัยสุภาพเท่าไหร่ ปกติเท่าไปของผู้ชายวัยห่ามๆแหละคับ แต่ผมจะไม่แสดงนิสัยไม่สุภาพกับคนที่ไม่สนิท ถ้าใครที่เคยได้ยินผมพูดคำว่า ส้นตึก บ้านป้ามึงเหรอ แสดงว่าคนๆนั้นสนิทกับผมแล้วคับ ฮ่าๆๆ

ก่อนจะนอนวันนี้ อยากฝันดีจังเลย แต่ไม่อยากฝันถึงกระเทยนะ

ขอบใจไอ้กระเทยแชมป์ที่ทำให้ผมได้มองเห็นความเป็นไปในสังคม
ขอบคุณอาคารเรียนที่เป็นมากกว่าที่มาศึกษาหนังสือ
ขอบใจเพื่อนร่วมรุ่นทุกคน "พวกมึงสนุกดีว่ะ"




 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2553 8:13:11 น.
Counter : 1867 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

เบิกทวารแมน
Location :
นครนายก Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เบิกทวารแมน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.