Gu ไม่ Care

Photobucket

คำเตือน :
บทความต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว อาจกล่าวถึงใครบางคนในทางที่ไม่ค่อยน่าประทับใจซักเท่าไหร่ หากใครคิดว่าตัวเองอาจจะโดนกล่าวถึงกรุณาอย่าอ่านบทความนี้เด็ดขาด เราเตื่อนท่านแล้วนะ

กูก็เป็นของกูอย่างนี้ มีอะไรมั๊ย
เริ่มประโยคแรกก็รุนแรงเลยนะโอเล่ ใจเย็นๆก่อนดีมั๊ย
ไม่ยงไม่เย็นแล้ว นี่มันชีวิตกูนะ จะเอาอะไรมากมายวะ กูไม่ได้ขอร้องให้มึงมาสนใจกูซักนิดเลย กูก็ทำชีวิตกูให้มีความสุข ไม่มีมึงกูก็ไม่ตายนะ กูว่า
ไม่เอาน่าโอเล่ นายกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วนะ ควบคุมสติอารมณ์ตัวเองหน่อย สติน่ะสตินายต้องมีนะ ไหนๆบอกมาซิ ใครทำอะไรนาย
ม้าง ช่างมันเหอะ มันก็แค่เรื่องบ้าๆเรื่องนึงที่ไม่รู้จักจบจักสิ้นเสียที กูล่ะเบื่อ
นายเบื่อใครโอเล่ เรารู้นะว่านายเป็นคนขี้เบื่อ ทำอะไรแป๊ปๆนายก็เบื่อแล้ว แต่การที่นายเบื่อ เซง ไม่เห็นนายจะต้องมาแสดงท่าทีรุนแรงอย่างนี้เลยนะ บางทีนายก็ต้องย้อนกลับมาดูที่ตัวนายเองด้วย ว่าการที่นายทำแบบนี้คนรอบข้างนายเค้าจะเบื่อนายมั๊ย ทำเสร็จนายเบื่อตัวเองมั๊ย

การรู้ปัจจุบันเป็นอะไรที่ดีที่สุด คนเราส่วนใหญ่มัวไปคุ่นคิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว หรือจบลงแล้วเสมอ
เฮ้ย เมื่อวาน , เฮ้ย เมื่อกี๊นี้
ต่อไป , ต้องเป็นอย่างนี้แน่เลย
น้อยคนนักที่จะมีสติระลึกอยู่กับปัจจุบันได้ตลอด ใช่คับ ผมพูดนี่เป็นแนวทางการศึกษาดูจิตของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ผมเป็นคนนึงที่ทำไม่ได้คับ แต่การทำไม่ได้ของผม ผมก็ไม่ได้พยายามทำคับ (จะพูดทำไม)
อย่างที่ใจพูดก็ถูกคับ เรื่องบางเรื่องเกิดและจบลงไปแล้ว หากเราเอามาคิดแล้วเกิดความคิดในแง่ลบก็ไม่ควรเอามาคิดคับ ควรปล่อยให้มันจบๆไปซะดีกว่า ยิ่งเราเอามาคิดต่อยอด คนที่เสียความรู้สึกมากที่สุดก็คงไม่พ้นตัวเราคับ ลองนั่งนิ่งๆ หายใจเข้าออกเป็นจังหวะดูสิคับ มองเข้าไปในลมหายใจของตัวเอง บอกตัวเองอยู่เสมอว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เชื่อเหอะคับ ซักวันนึงเราจะเป็นคนที่มีสติตามติดตัว

ผ่านมั๊ย?
ผมชอบคำนี้จัง แต่ก่อนผมจะใช้คำนี้เสมอเวลาเจอเรื่องที่ไม่รู้ว่าจะจบยังงัย ก็ให้มันผ่านไปเฉยๆนั่นแหละ ไม่ต้องไปสนใจมัน ผ่านมั๊ย ผ่านซิ
เวลาผ่านไป คำว่าผ่านมั๊ย? หายไปจากชีวิตของผม บางเรื่องที่ไม่ควรคิดมันติดอยู่ในหัวแกะยังงัยก็ไม่ออก ผมลืมไปแล้วว่าผมมีคำวิเศษอยู่ แต่ผมไม่ได้เอามันออกมาใช้ โอเค หลังจากนี้เวลาเจอเรื่องอะไรที่มันไม่ควรแคร์ ผมก็จะงัดเอาคำเก่งของผมออกมาใช้
ผ่านมั๊ย?

ขอบใจมากนะใจ โอเล่มันเปลี่ยนไปอยู่นะ แต่ก่อนมันคงไม่ฟังใครหรอก แต่ตอนนี้มันฟังใจตัวเองอยู่

เฮ้ย ว่าแล้วก็มีเรื่องเรื่องนึงที่อยากจะถามใจหน่อย ความสุขคืออะไรคับใจ
ชั้นว่าชั้นขอเวลาไปหาคำตอบก่อนดีกว่า เดี๋ยวรู้เมื่อไหร่มาบอก นายน่ะเลือกคิดเรื่องที่ทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ซักทีนะ บางเรื่องนายคิด นายปรุงแต่งมันขึ้นมาเอง ทั้งที่จริงแล้วมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่นายาคิดก็ได้ จงเชื่อมั่นในความรู้สึกและใจของตัวเองสิ
ผ่านมั๊ย?

ขอบคุณใจที่แวะมาให้สติ
ขอบคุณสติที่ทำให้ใจสบาย
ขอบใจใจที่สบายเพราะมันทำให้อารมณ์ดี




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2552    
Last Update : 21 ธันวาคม 2552 2:08:49 น.
Counter : 437 Pageviews.  

นายนั่นแหละ

Photobucket

แม้นายจะทำตัวเหมือนมีความสุข แต่นายเชื่อมั๊ย ชั้นรู้ว่าที่จริงแล้วข้างในนายไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย บางครั้งนายก็ยังสับสนกับสิ่งที่นายทำ เชื่อชั้นเหอะ นายต้องให้เวลาตัวเองซักพัก
ตอนนี้นายมีพลังมากมาย แต่นายขาดแรงบันดาลใจในการลงมือทำสินะ นายฟังชั้นนะ ทุกอย่างรอบตัวนายสามารถเป็นแรงบรรดาลใจให้กับนายได้หมดแหละ อย่าไปติดกับอะไรเดิมๆสิ เปิดกรอบตัวเองออกกว้างๆ ชั้นเชื่อว่าคนอย่างนายยังมีหนทางให้เดินมากมาย ลองดูๆชั้นเชียร์นายอยู่

นายสนุกที่ได้นั่งดีดกีต้าร์ นายสนุกที่ได้ลงไปเตะบอลกับเพื่อน นายสนุกที่ได้นั่งดูซิทคอมในทีวี นายสนุกที่ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ นายสนุกที่จะได้เห็นคนรอบข้างนายหัวเราะ ดูสิ ชีวิตนายออกจะมีแต่เรื่องสนุกๆ ไม่เห็นนายต้องมาหมกหมุ่นคุ่นคิดในเรื่องที่ไม่สนุกเลย
ที่จริงชั้นก็รู้ว่านายน่ะเป็นคนเหงาๆ และอะไรสนุกๆที่นายพยายามทำทั้งหมด นายคงทำเพื่อให้ตัวเองหายเหงาสินะ ดีแล้วแหละการที่นายพยายามทำอะไรนั่นก็หมายความว่านายไม่ยอมนั่งให้ความเหงามาบังคับจิตใจนายได้ อีกไม่นานนายจะหายเหงา เชื่อชั้นสิ ตอนนี้ชั้นเฝ้ามองนายอยู่

นายเรียนหนักนะช่วงนี้ ไหนจะสอบ ไหนจะปีใหม่ ไหนจะเพื่อนๆ นายมีเรื่องให้คิดเยอะจัง แต่ชั้นรู้ทันนายนะ นายเหมือนจะเอาเรื่องทั้งหมดมาคิด แต่แท้ที่จริงแล้วนายไม่ได้ใส่ใจเรื่องใดเลย นายทำเป็นเหมือนสนใจกับสิ่งต่างๆแต่ลึกแล้วนายก็แค่มองผ่านๆไม่ได้จริงจัง แต่ก่อนนายจะจริงจังกับทุกเรื่องในชีวิตเสมอ ทำอะไรนายต้องทำให้มันสุดๆ แต่เดี๋ยวนี้นายฉลาดขึ้นนะ ชั้นว่า นายรู้ว่าเรื่องไหนควรทุ่มเทให้ เรื่องไหนควรหลีกหนีให้ไกล
สิ่งหนึ่งที่ชั้นชอบนายตอนนี้คือ นายไม่โกหกตัวเอง ชั้นสังเกตุพฤติกรรมของนายนะ หากอะไรที่มันไม่ใช่ นายจะบอกกับตัวเองว่ามันไม่ใช่ นายไม่ได้หลอกตัวเอง

ชั้นถามนายจริงๆเหอะ นายฟังพระเทศน์นี่ช่วยให้ชีวิตนายดีขึ้นจริงๆเหรอ ชั้นเห็นนายฟังพวกเสียงพระเทศน์บ่อยมากเลยนะ บางวันชั้นก็เห็นนายตื่นขึ้นมาทำวัตรเช้า อะไรของนายอ่ะ ดูภายนอกนายนี่มันมหาโจรชัดๆ แต่ก็ดีนะชั้นรู้สึกสบายใจดี เวลาที่เห็นนายสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเรื่องของศาสนา เป็นงัยล่ะตอนนี้จิตนายเริ่มจะนิ่งรึยัง ถ้ามันยังไม่นิ่งก็ไปฝึกให้มันมั่นคงกว่านี้ ชั้นเชื่อว่านายทำได้

ใช่ ชั้นจำได้ มีเพื่อนนายคนนึงเคยพูดกับนายประมาณว่า บางเหตุการณ์มันจะเปลี่ยนชีวิตนาย อืม เวลาก็เดินทางผ่านมาซักระยะแล้วหลังจากเพื่อนนายพูด นายก็เปลี่ยนไปจริงๆนะเท่าที่ชั้นสังเกตุ แต่เปลี่ยนมากมั๊ยนี่ชั้นไม่รู้ว่ะ เอาน่า อย่างน้อยรู้ว่าเปลี่ยนก็ดีแล้วล่ะ ชั้นว่ามันมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีนะ สู้ๆเพื่อน

ถามจริงเหอะ แผลในใจนายหายดียัง ชั้นว่าแล้ว นายต้องไม่ตอบคำถามนี้กับชั้น อืม ไม่ต้องตอบหรอกชั้นพอรู้อยู่
เฮ้ย ใครดูใครก็รู้
เอ๊ะ! หรือนายหายแล้ว
ไม่จริงน่า ก็บอกแล้วงัยว่านายพยายามทำตัวมีความสุขนายไม่ได้มีความสุขจริงๆซักหน่อย
เฮ้ย ชั้นมองไม่ออกจริงๆหรือเนี๊ย
บางครั้งนายก็ดูเศร้านะ แต่บางครั้งนายก็เฮฮาได้เกินคนปกติ อะไรของนายวะ
นายนี่มันคนลึกลับจริงๆนะ ชั้นว่าเดี๋ยวมาคุยกับนายต่อวันหลังดีกว่าวันนี้ชั้นง่วงมากแล้ว

เปิดใจกว้างๆซิ ชั้นจะเข้าไปนอนแล้ว ชั้นมีความสุขนะที่ได้นอนในหัวใจนาย ตอนนี้สมองนายคิดอะไรชั้นไม่รู้หรอก แค่ชั้นอยากจะบอกว่าที่หัวใจนายอุ่นสบายดี

ผมนั่งคุยกับใจตัวเองคับ มันเป็นเพื่อนคุยที่ทำเป็นอวดเก่งทุกทีที่ได้คุยกัน
ธรรมดาแล้ว ใจของผมมันไม่ใช่เพื่อนสนิทกับสมองคับ เพราะฉะนั้นเวลาสมองสั่งอะไรมาใจของผมก็ยังสับสนอยู่ว่าจะทำดีมั๊ย แต่ใจผมมันดีตรงนึงนะคับ ตอนนี้มันจะเลือกทำแต่อะไรที่มีความสุข
ขอบใจ

ขอบคุณความเงียบและเสียงลมหายใจของตัวเอง
ขอบคุณความเงียบและเสียงลมหายใจของตัวเอง
ขอบคุณความเงียบและเสียงลมหายใจของตัวเอง




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2552    
Last Update : 21 ธันวาคม 2552 1:28:45 น.
Counter : 347 Pageviews.  

เกี๊ยวไม่เกี่ยวหมูปิ้งกะน้ำอัดแก๊ส

เหนื่อยโคตรๆ (ขออภัยในการใช้คำไม่สุภาพ)
ก็มันเหนื่อยจริงอ่ะคับ คนเยอะมากคับวันนี้ วันรับปริญญาของเหล่านักศึกษาที่ทนเรียนจนจบหลักสูตร
วันก่อนที่ผมบอกว่าผมไปขายหมูปิ้งคือวันซ้อมคับ แต่วันนี้รับจริง จบจริง ไม่ใช้สลิงค์ ไม่ใช้สตั้นท์

เจ็ดโมงตื่นขึ้นมาก็พบว่าสายมากแล้ว น้องแก้วต้องรีบไปอาบน้ำชำระคาบน้ำลายจากเมื่อคืน
เสร็จสับก็เวลาก็ปาเข้าไปเจ็ดโมงครึ่ง รีบบึ่งออกจากหอรู้ว่าเพื่อนหลายคนคงรอการกลับมาของโอเล่อย่างแน่แท้ มาถึง ตะลึง โห เช้าขนาดนี้คนทำไมเยอะจัง

Photobucket

เพื่อนสองสามคนกำลังบ่นกับการย่างหมู ไอ้เราตอนแรกตั้งใจว่าจะยืนดู แต่สุดท้ายแล้วไม่แคล้วเพื่อนมันก็เรียกไปช่วยย่างอยู่ดี
หมูปิ้งภาคผมน่ากิน แต่คนย่างหมูหน้าดำ ผมเพิ่งเข้าใจว่าทำไมการทำงานบริการคนนี่มันช่างยากแสนยาก ย่างเสร็จก็เอาไปวางขาย ขายไม่ออกคนขายก็หันมากบอก เฮ้ย จะย่างเร็วไปไหน พอขายไม่ทันมันก็เร่งเหมือนเครื่องยนต์ 6000 cc เร็วๆหน่อยดิเพ่ คนเค้ารออยู่ อะไรของมันเนี๊ย
ยืนย่างเพลินๆ เพื่อนเดินมาสะกิด
“เล่จ๋า ไปทอดเกี๊ยวให้หน่อยน้า นะนะน่ารักจังเลย”
ดู จะใช้นี่พูดเพราะขึ้นมาทันทีเลย ไอ้เรามันก็คนยุขึ้นซะด้วยสิ มาบอกน่ารักอย่างนี้ เล่จัดไปให้พี่เค้าหนึ่งกระทะคับ
เกี๊ยวแผ่นสีเหลือง ห่อวิญญาณหมู ดูยังงัยมันก็เป็นวิญญาณหมูอยู่วันยังค่ำ
ผมก็ทอดไป ทอดเสร็จวางให้น้ำมันหยดติ๋งๆ ทิ้งไว้ซักครู่ ระหว่างรอ เราก็ดูสาวๆสวยๆที่เดินผ่านหน้าร้านไปพรางๆ คนนั้นก็น่ารัก คนนี้ก็น่าlove คนโน่นก็น่าใช้งาน โหอะไรวะเนี๊ย สาวๆเดินยั๊วเยี๊ยเต็มไปหมดเลย
ทอดไปซักพัก เพื่อนเดินมาทัก(คนเดียวกับที่ใช้ให้ทอด)
“พอแล้วๆ จะทอดอะไรมากมาฮ่ะ ให้มาทอดก็ทอดเอาๆ เฮ้ยเหนื่อยใจจริงๆเล๊ยโอเล่”

Photobucket

อะไรของมันวะเนี๊ย ตอนใช้นี่แบบเทวดา ใช้เสร็จนี่หมาตัวนึงดีๆนี่เอง แต่ผมไม่ได้โกรธนะ ผมกลับขำในการกระทำซะมากกว่า

Photobucket

ยืนว่างๆอยู่ดี ก็มีคนบอก
“เฮ้ยจานโอ ช่วยขายน้ำหน่อย”
ฮะ ให้เราไปขายน้ำ เราจะบอกกับแม่เรายังงัยดีว่าตอนนี้เรากลายเป็นผู้ชายขายน้ำไปซะแล้ว แต่บางทีแม่อาจจะภาคภูมิใจกับลูกชายคนนี้ก็ได้ที่มันได้ไปขายน้ำอัดลม ว่าไปนั่น
ตอนแรกนึกว่าขายน้ำมันไม่ยาก แต่พอได้ทำจริงๆแล้ว มันก็ไม่ยากจริงๆนั่นแหละ
“สนใจน้ำดื่มดับกระหายเย็นๆมั๊ยคับ น้ำแดงเราก็มี เป๊ปซี่เราก็มี สไปรซ์เราก็มี แฟนต้าเราก็มีมาทางนี้ผู้ชายขายน้ำคับ” ผมตระโกนเรียกหรือไล่ลูกค้าก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือผมสนุกกับการขายน้ำมาก
“พี่สาวคนสวยคับ(ทั้งที่จริงแกน่าจะแก่กว่าแม่ผมด้วยซ้ำ)อยากได้หลอดสีไหนคับ อ๋อสีม่วงเหรอคับ แสดงว่าพี่เป็นคนมีเมตตารักเด็ก ชอบบริจาคทาน จิตใจสวยงาม ขอบคุณที่ใช้บริการคับ”
ลูกค้าทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาซื้อจะได้รับการทำนายประมาณนี้จากผม จะหลอดสีไหนผมก็พูดเหมือนเดิมหมดคับ

เริ่มจะบ่ายอากาศร้อนอบอ้าว เหล่าบรรดายาทๆของพี่บัญฑิตต่างหาร่มไม้สิงสถิต
ส่วนตัวผมเองก็เริ่มจะเหนื่อย ผมจึงทำเป็นเนียนแอบนั่งรถกลับหอ แบบไม่ได้บอกใคร ไอ้นี่มันเลวจริงๆ

เป็นวันนึงที่สุขและสนุกมากคับ ผมว่าผมรู้แล้วหละ บางทีไม่มีแฟนผมก็มีเวลามายืนตะโกนอะไรบ้าๆขายของอย่างนี้ บางทีไม่มีแฟนแค่เราเห็นเค้าพาแฟนมาซื้อของที่ร้านเราเราก็มีความสุขแล้ว บางทีไม่มีแฟนก็ไม่เห็นจะเหงาอย่างที่เคยคิดไว้ซะหน่อย
สำหรับใครที่มีแฟนนะคับ พรุ่งนี้ตอนเช้า แวะซื้อหมูปิ้งเกี๊ยวทอดและชาเขียวซักขวดไปให้เค้าคับ รับรองเค้าจะรักคุณมากขึ้นกว่าวันนี้คับ ส่วนผมคนไม่มีแฟนก็ขอให้คู่รักทุกคู่ในโลกรักกันไปนานๆนะคับ

ขอบใจเพื่อนๆภาคโยธาที่ทำให้รู้ว่า การขายน้ำมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด
ขอบคุณบรรดาลูกค้าทั้งหลายคับ
ขอบใจคู่รักทุกคู่ในโลกที่ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นคับ




 

Create Date : 14 ธันวาคม 2552    
Last Update : 14 ธันวาคม 2552 20:21:43 น.
Counter : 785 Pageviews.  

สมาชิกใหม่ที่ใครๆก็เห่อ

Photobucket

พ่อผมไปเอาลูกหมาหน้าตาน่ารักมากจากฟาร์มเลี้ยงหมา เป็นลูกหมาที่ได้มาแบบฟรีไม่มีสินเชื่อ
ไหนๆบ้านเราก็มีลูกหมาหน้าตาน่าชังมาอยู่บ้าน ทุกคนในบ้านจึงมีความเห็นว่าควรตั้งชื่อให้เจ้าหมาน้อยอ้วนดำตัวนี้
พ่อผมเสนอชื่อ คำตัน พ่อให้เหตุผลว่า ก็พ่อชอบอ่ะ
แม่ผมเสนอชื่อ ไวส์เลอร์ แม่ให้เหตุผลว่า ก็มันไม่ใช่หมาสัญชาติไทย
น้องผมเสนอชื่อ โอโม่ น้องผมให้เหตุผลว่า ก็ตัวมันสีดำ ควรตั้งชื่อที่มันตรงข้ามกับสีตัวของมัน
ส่วนผมเสนอชื่อ ดุ๊งดูดน้อย ศ.ศรายุธยิม ผมให้เหตุผลว่า ไหนๆมันมีชื่อแล้วมันก็ควรมีนามสกุลซะด้วยเลย

สุดท้ายแล้ว ชื่อที่ได้รับการคัดเลือกคือ……………………………………
‘ The คำตัน ’ โดยที่พ่อของผมเป็นผู้คัดเลือกเอง แต่งตั้งเอง เออออของแกเอง
เราทั้งบ้านก็งง แต่ก็ต้องว่าตามๆกันไป
เวลาผมเรียกเจ้าหมาน้อยอ้วนดำ ผมก็มักจะเรียกแค่ ตัน มากกว่า เรียกเต็มชื่อมันดูไม่ไฮโซยังงัยก็ไม่รู้ คำตัน คิดเหมือนผมมั๊ย

คำตันเป็นหมาร่าเริง วันๆไม่ทำอะไรนอกจากเดินออกมากิน แล้วเดินกลับเข้าไปนอน
ค่ำหน่อย พ่อผมก็เอาลูกบอลโยนให้มันวิ่งไล่กัด หลังกัดลูกบอลจนเหนื่อยคำตันก็จะมองหาของกินอีก คับ ช่างเป็นหมาที่ร่าเริงจริงๆเลย

บ้านผมเคยเลี้ยงหมาแล้วครั้งนึงแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ไอ้ตัวที่เลี้ยงตัวก่อนมันไม่รักดี มันแอบหนีออกจากบ้าน ขนาดจะหนีออกจากบ้านมันยังไม่ทิ้งจดหมายลาไว้เลยซักฉบับ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆเลย ไอ้คำมอด
นั่นแหละคับ ไม่ต้องสงสัยตัวใหม่ทำไมชื่อ คำตัน
แต่ผมว่าคำตันเป็นเด็กดีกว่านะ วันๆนอกจากนอนกับกินแล้ว มันก็เดินเล่นอยู่รอบๆบ้าน รั้วประตูบ้านนี่คำตันไม่เข้าใกล้เลยมั้ง ผมสงสัยว่าถ้ามันหนีออกจากบ้านอย่างคำมอด มันคงกลัวมันอดตาย กลัวไม่มีใครเอาข้าวต้มใส่เนื้อไก่อย่างดี ไม่มีผัดชีไม่มีพริกชี้ฟ้า มาวางไว้ตรงหน้าบ้านทุกวัน

นิสัยอย่างนึงของคำตันที่ผมรับมันไม่ค่อยได้คือ มันชอบเข้ามาฉี่ในบ้านผม
เรื่องขี้เรื่องเยี่ยวนี่ผมไม่เคยมีปัญหากับใครเลยจริงๆ แต่ทุกครั้งที่เห็นคำตันเดินเข้ามาในบ้านผมสันนิฐานได้เลย มันต้องเข้ามาทำธุระส่วนตัวแน่เลย ผมจะมองมันด้วยสายตายระหวาดระแวง หากเห็นจังหวะที่คำตันยกขาขึ้น ผมจะร้องตะโกนเสียงดังขู่
“อย่านะเว้ย อย่านะ ถ้าตันเยี่ยวพี่ต้องเช็ดนะเว้ย ไปๆตันไปฉี่ด้านนอก ถือว่าพี่ขอนะตันนะ”
เดชะบุญ ยังไม่ทันจบประโยค คำตันน้องรักของพี่ก็ปล่อยฉี่ออกมานองพื้นตลอด เฮ้ย ตันหนอตัน

วันนี้นินทาเจ้าตันมันแค่นี้ก่อนวันหลังจะมานินทามันใหม่

ขอบคุณใครก็ไม่รู้ที่ให้เจ้าตันมาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้านเรา
ขอบคุณพ่อที่พาเจ้าตันกลับบ้าน
ขอบใจเจ้าตันที่ทำให้คนเริ่มจะแก่สองคนที่บ้านมีรอยยิ้ม




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2552    
Last Update : 13 ธันวาคม 2552 21:44:32 น.
Counter : 1374 Pageviews.  

แม่ไม่เข้าใจเล่ ฮึฮึ!

Photobucket

เมื่อวานแม่โทรมาหาผมตอนประมาณสองทุ่มกว่า คำถามแรกที่แม่ถามคือ
“กินข้าวยังหนิ”
“ยังไม่กินคับ”
“หู ดึกขนาดนี้ยังไม่กินข้าวกินน้ำอีกเหรอ จะไปกินตอนไหนเนี๊ย มัวแต่ทำอะไรอยู่”
“เพิ่งกลับมาถึงคับ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย วันนี้เหนื่อยมากไปเดินขายหมูทั้งวันเลย ร้อนก็ร้อนคนก็เยอะ แย่คับ”
“แม่โอนเงินไปให้แล้วนะ ไปกดดูพอใช้มั๊ย ไม่พอก็บอก เดี๋ยวโอนไปให้อีก”
“คับ”

ผมบอกแล้วคับไม่ว่าจะไกลซักเท่าไหร่ความห่วงใยมันเดินทางถึงกันได้คับ วันนี้ผมได้มีโอกาสคุยกับพี่บัญฑิตหลายคน แต่ละคนก็มีแต่ละมุมมองที่น่าสนใจ
“ตอนนี้พี่ทำงานเหรอเรียนต่อคับ” เป็นคำถามแรกที่ผมมักถามเหล่าพี่ๆบัญฑิต
ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่จะออกมาประมาณว่า “ตอนนี้พี่ทำงานเก็บเงินก่อนว่ะ”
คับ ผมยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าตัวเองอยากทำอะไร ใจนึงก็อยากจบออกไปมีงานทำ อีกใจก็อยากเรียนต่อให้มันสูงๆว่าจะเดินเข้าสายวิชาการอ่ะคับ
ผมเชื่อตลอดนะคับว่าพ่อกับแม่มีทุนทรัพย์พอที่จะส่งเสียผม แต่ในใจลึกๆแล้วก็อยากจะทำอะไรด้วยตัวเองซักที อยากเริ่มทำงานตอนเรียนจบเลยเหมือนค่านิยมที่คนไทยทำตามๆกัน คิดๆไปเหลือเวลาอีกสองปี ว่าจะหยุดคิดก็หยุดไม่ได้ เลยเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาแม่ซะเลย
แม่ผมก็พูดว่า
“แล้วแต่เล่แหละ”
แต่มีบางช่วงในความคิดที่ผมคิดไม่ตรงกับแม่
ผมบอกกับแม่ว่า
“คนเรากว่าจะเจองานที่ชอบนี๊ต้องใช้เวลานะแม่ บางครั้งมันก็ต้องกล้าอ่ะคับ เวลาทำงานที่เราไม่ชอบเราจะทนต่อไปทำไม พอเราไม่ชอบ เราก็ทำงานได้ไม่ดี ไม่มีความสุข สู้เปลี่ยนงานไปทำอย่างอื่นดู เผื่อจะเจอทางที่เราชอบ เล่เชื่อนะแม่ ถ้าเราเจองานที่เราทำแล้วมีความสุข เราจะไม่ได้ทำงานอีกต่อไปเลย”
แม่ผมกลับไม่ค่อยเห็นด้วยในความคิดลูกชายวัยยี่สิบ
“งานทุกอย่างมันมีความลำบากอยู่ในตัวมันอยู่แล้วเล่ ตอนนี้เล่ไม่รู้หรอก บางครั้งงานที่เราทำมันไม่สนุก มันไม่ใช่เราหรอก แต่เราก็ต้องทนทำมัน เพราะอะไรเหรอ ก็เพราะว่าเราจะต้องทำงานเอาเงินไปใช้สอยในชีวิตประจำวัน ถ้าเล่ไม่ทำงานเล่ก็จะไม่มีเงิน เล่ไม่มีเงินเล่ก็พลาดอะไรหลายๆอย่างในชีวิต”
ผมรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของแม่
“เล่ว่าไม่เกี่ยวนะแม่ ใช่แม่พูดถูกที่คนเราต้องทำงานหาเงินเลี้ยงปากท้องตัวเอง แต่คนเราก็มีสิทธิ์เลือกอะไรที่มันใช่สำหรับตัวเองเหมือนกัน”
แม่แย้งอีก
“ตอนนี้เล่ยังเด็ก พอเล่ได้มาทำงานจริงๆแล้วเล่จะรู้ว่า บางทีการที่เล่ได้ทำงานในตำแหน่งนึงๆเล่จะรู้สึกภาคภูมิใจ มากกว่าการที่เล่จะมัวมานั่งคิดว่ามันไม่ใช่”
ผมก็ยังไม่เห็นด้วย
“แต่พอเราอยู่กับมันไปนานๆ เล่ เชื่อว่าเราจะรู้ได้เองแหละแม่ว่ามันใช่เรามั๊ย”
หลังจากนั้นผมกับแม่ก็ถกเถียงกันเป็นเวลายาวนานเกือบหนึ่งชั่วโมง
ผมบอกกับแม่ว่า
“ตอนนี้เล่ไม่รู้เลยว่าตัวเองอยากทำอะไร เล่ว่าความคิดเราเปลี่ยนได้ทุกวัน”
“แม่ว่าเล่ควรจะมีเป้าหมายเอาไว้แต่เนิ่นๆนะ จริงที่เล่มีเวลาคิด แต่แม่ว่าถ้าเราคิดเร็วกว่าเค้า เราจะลงมือได้เร็วกว่าเค้านะ”
ผมเห็นด้วยกับคำพูดของแม่ในประโยคสุดท้าย

แทบจะทุกเรื่องในชีวิต ผมจะเอามานั่งปรึกษาแม่เสมอ ผมเป็นลูกชายที่ค่อนข้างสนิทกับแม่ แต่น้องสาวผมจะสนิทกับพ่อมากกว่า ผมจะโทรกลับบ้านไปหาแม่บ่อยๆ น้องผมโทรกลับบ้านหาพ่อตลอดเหมือนกัน
ทุกครั้งที่กลับบ้านผมมักพยายามชวนสมาชิกในบ้านไปกินข้าวนอกบ้านเสมอ สนุกคับสนุกบ้านผม
แม่ผมบอกผมว่าวันนี้ แม่ไปเรียนโทมา และพาน้องไปจัดฟันด้วย ผมก็ได้แต่หัวเราะ
โห นี่แม่ยังเรียนโทอีกเหรอเนี๊ย ฮ่าๆๆ

แม่ รักแม่คับ
อุ๊ย! รักพ่อด้วยนะคับ

ขอบคุณบ้าน โยธะบุรี ที่มีแต่ความอบอุ่น
ขอบคุณพี่บัญฑิตหลายคนที่แวะมาให้แง่คิดดีๆ
ขอบใจพี่สาวแสนสวยที่พาไปเลี้ยงข้าวเที่ยงวันนี้




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2552    
Last Update : 13 ธันวาคม 2552 9:23:15 น.
Counter : 592 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

เบิกทวารแมน
Location :
นครนายก Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เบิกทวารแมน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.