อยากมี…จนตัวสั่น!

Photobucket

เมื่อวานเดินทาง ร้างไกลบ้าน เพื่อที่จะมาศึกษาต่อให้พ่อได้ยิ้มกับใบปริญญาที่มีค่าเท่ากระดาษหนึ่งแผ่น
เหมือนมีคนเคยพูดให้ได้ยิน-บางทีเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางสำคัญจุดหมาย อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง

แม่ขับรถด้วยความเร่งรีบ รวดเร็ว ลั้นล้า ออกมาจากบ้าน แม่ขับ ผมนั่ง
“เข็มขัดเอายัง? เดี๋ยวเงินจะโอนไปให้วันจันทร์นะ เอาหมดแล้วใช่มั๊ยของอ่ะ? เสื้อพ้งเสื้อผ้านี่ขนกลับมาทีไรก็มาลืมไว้ที่บ้าน ตรวจเช็คของตัวเองให้ดีๆหน่อย”เสียงบอกที่ออกคล้ายๆเสียงบ่น จากคนที่รักและห่วงผมมากที่สุด
แม่กำลังขับรถมาส่งผมที่ป้ายรถทัวร์

ขึ้นรถทัวร์ เก้าโมงตรง คิดว่าจะได้ลงซัก บ่ายสี่โมงเย็น
บรรยากาศเดิมๆ รถทัวส์ ป.1 จากต่างจังหวัด จะสะบัดก้นไปกรุงเทพมหานครฯ ไม่นานผมก็หลับนอนพักผ่อนอยู่บนเบาะนุ่มๆ ที่หุ้มด้วยผ้าอย่างดี สีน้ำเงิน
รู้สึกตัวอีกที ก็มีคนเดินชนขา พร้อมพูดว่า “นั่งตรงนี้ครับ”
มีพี่ผู้ชายหนึ่งคนหน้าตาซื่อๆถือกระเป๋ามานั่งข้างๆเรา เขาไปไหนจะไปสนใจทำไม เรามันอยู่โลกคนละใบ และก็ไม่อยากซักไซ้ ขยับกระเป๋าตัวเองที่วางขวางทางเป็นนักเลง เพื่อให้พี่ผู้ชายได้นั่งสบายขึ้น

รถวิ่งมาเรื่อยๆ ผมก็หลับอย่างเรีบยร้อย

รถจอดพักให้นักเดินทาง ได้ลงไปสูดอากาศที่ปราศจากแอร์ ทำธุรส่วนตัว กินน้ำปัสวะ ทิ้งขยะ โทรหาแฟน
ผมไม่มีแฟน ไม่มีขยะ ไม่ได้ปวดปัสวะ แล้วก็ไม่ได้มีธุระกิจส่วนตัว ก็เลยเดินเข้าไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ไม่นานผมก็ถือ โมจิ(เค้าว่าอย่างนั้นนะ)หนึ่งถาด นมเปรี้ยวหนึ่งกล่อง แล้วก็น้ำผลไม้หนึ่งขวดมาอวดพนักงาน

พี่คนที่นั่งข้างๆยิ้มให้ผมหนึ่งที พร้อมทำตาหยีๆและเสยผม
“ไปไหนคับ”เสียงที่อ่อนโยน ถูกโอนออกจากปากพี่ชายหน้าตาซื่อที่ถือขนมอะไรไม่รู้ ดูแล้วท่าทางน่ากิน
“ครับ” ผมไม่ได้ฟัง เพราะสายตามัวแต่ไปจับจ้องขนมที่พี่ถืออยู่
“ไปไหนคับ” ครั้งนี่พี่พูดแรงกว่าเดิม
“อ๋อ ไปกรุงเทพฯ คับ” ผมตอบ
หลังจากนั้นพี่ก็เริ่มชวนผมคุย ด้วยท่าทีที่สุดแสนจะเป็นมิตร คุยด้วยแล้วแสนสุขสบายจิต

คุยกันไปซักพัก เรื่องความรักจากปากพี่ก็เผยออกมา โดยที่เราคิดว่าเรายังไม่ได้ถามอะไรด้วยซ้ำ แต่ผมกลับตั้งใจจฟังอย่างรู้สึกตัว เพราะเรื่องราวที่พี่เล่าเหมือนเอาชีวิตผมไปคลุกเคล้าเข้ากับชีวิตของพี่ อะไรมันจะคล้ายกันได้ขนาดนี้ ยิ่งฟังก็รู้สึกเหมือนได้แง่คิดดีๆจากคนที่เพิ่งเจอกันแค่ครั้งแรก
“เวลาจะเป็นตัวที่ทำให้ทุกอย่างมันกลับมาสงบเงียบ ราบเรียบเหมือนเดิม พี่ว่าคนอกหักทุกคนล้วนต้องการเวลา พี่ว่ากว่าเราจะรักกันได้ต้องใช้เวลา แต่กว่าจะเลิกกันได้ใช้เวลานานกว่า แต่พอเวลาผ่านไปนาน นานจนเรารู้สึกเฉยชา เราจะรู้ตัวว่าช่วงนั้นเราไม่มีสติขนาดไหน มองกลับไปดูภาพตัวเองก็อดขำในการกระทำไม่ได้” นี่เป็นส่วนหขึ่งของคำพูดของพี่คนที่นั่งข้างๆ
“พี่ว่าบางที่คนเราเกิดมาก็เพื่อที่จะคู่กับคนๆนึงอยู่แล้ว บางคนเกิดมาเพื่อที่จะเป็นแฟนกัน บางคนเกิดมาเพื่อที่จะเป็นเพื่อนสนิทกัน บางคนเกิดมาเพื่อจะเป็นพี่น้องกัน แต่วมันไม่รู้ว่าอะไรจะแน่ชัดหรอก เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลา บางคนอยากมีแฟนมากจนตัวสั่น คิดว่าถ้าเราไม่รีบหาเดี๋ยวนี้นานไปเราก็จะไม่มี นานไปเราจะหาไม่ได้ พี่คิดว่าคนที่คิดอย่างนี้ ชีวิตเค้าจะจะห่างไกลคำว่ารัก”
“เหมือนผมรู้จักกับคนแบบนี้เลยคับพี่”คำพูดที่ออกจากความรู้สึกนึกคิดของผม
“บางทีการอยู่คนเดียวการเว้นที่ว่างให้เราได้คิด ได้นั่งเพียงลำพังเราจะรู้สึกได้เองว่าชีวิตไม่ได้วังเวงอย่างที่คิด พี่เลิกกับแฟนแรกๆพี่ก็จะตายเหมือนกัน อยู่ไม่ได้ ทำอะไรก็ลำบากใจมากมาย แต่พอได้อยู่กับตัวเองก็ทำให้รู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ขาดอะไรเลย เราอยู่ของเราได้ เราไม่ตาย เราก็แค่ทำบุญร่วมกับเขามาแค่นั้น หยุดคิด หยุดฝัน แล้วทุกๆวันมันก็จะมีค่า มากว่าไปเสียเวลาคล่ำครวณเสียใจ”พี่พูดกระแทกแรงๆเข้าที่ใจผม

แลกเปลี่ยนทัศนะกับพี่ชายรวยความคิดคนนี้ไปนานๆก็ทำให้รู้สึกว่า คำว่ารักที่เคยสัมผัสมาค่าของมันที่คนเราคิด ก็แค่การยึดติด

ถึงเวลาที่เราสองคนต้องจากกัน ผมยังไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับพี่เค้าเลย
“พี่ทำงานอะไรคับ”
“พี่เป็นผู้จัดการร้านอาหารคับ ตั้งใจเรียนนะ แล้ววันนึงความบังเอิญอาจทำได้กลับมานั่งคุยกันอย่างนี้อีกก็ได้ ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ ทุกวินาทีคือความบังเอิญ”

แล้วผมก็กลับสู่ที่เดิม ที่ที่ผมต้องมาเอาใบปริญญากลับไปฝากพ่อ

ขอบคุณ พี่น้อย ในความคิดคมๆที่ผมฟังแล้วก็อมยิ้มตลอดทาง
ขอบคุณกระดาษแผ่นน้อยที่คนไม่น้อยรอยคอยถือมาถ่ายรูป พร้อมกับยิ้มกว้างๆ
ขอบคุณความห่วงใยจากครอบครัวที่แสนอบอุ่นเสมอ




Create Date : 01 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2552 15:05:52 น. 4 comments
Counter : 458 Pageviews.

 
สำหรับใบข่อยแล้วมันไม่ใช่อ่ะ

ใช่ป่าว?



โดย: สารส้ม IP: 122.154.3.148, 122.154.3.252 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:59:15 น.  

 
อ้าว?
ทำไมรูปรถมันเป็นกรุงเทพฯ-แม่สอดอะ?


โดย: THITIKORN IP: 113.53.174.213 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:04:57 น.  

 
ลงจากรถกรุงเทพ-ดอลตาล-ร้อยเอ็ด
ไปถ่ายรถอีกคันคับออย
ซึ่งนั่นก็คือรถกรุงเทพฯ-แม่สอดคับ


โดย: zerxiustor วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา:3:04:40 น.  

 
สุดยอด...
ยังกะนิยายแหละ
โชคดีจังเลยนะโอเล่
เราว่าการที่คนเราได้พบกัน มันคือ
'พรหมลิขิต'
อย่าได้ลืมเชียวล่่ะ


โดย: pangiekosan IP: 202.12.97.116 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:35:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เบิกทวารแมน
Location :
นครนายก Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เบิกทวารแมน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.