เบื่อตัวเอง

u

เมื่อไหร่ภาพเก่าๆเหล่านั้นมันจะหลุดจากความทรงจำซักที
ผมไม่สามารถทำได้เหมือนเทอ-หรือที่จริงเทอเตรียมทุกอย่างรอวันนี้เอาไว้แล้ว อันนี้ก็ยังสงสัยแต่ไม่รู้จะถามยังงัย

เบื่อตัวเองที่ชอบคิดชอบย้อนกลับไปวันเวลาเดิมๆ ชอบฝันถึงสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นต่อ รอให้วันเหล่านั้นมาถึง โดยที่นั่งเสียลมหายใจให้กับมัน แบบวันต่อวัน
ที่จริงอาการอย่างนี้ น่าจะเกิดมาเรื่อยๆแล้วล่ะ แต่ก็เริ่มอาการหนักก็พักนี้
แต่ก็ดี ที่ยังรู้สึกตัว ว่าเราจะมัวมานั่งเสียใจกับสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ทำไม

ลึกๆในใจข้างในลงไป สิ่งที่เรียกว่ารักเป็นอะไรที่เข้าใจได้ยากนะผมว่า สวยงามแต่น่ากลัว นิ่งนอนแต่น่าตื่นเต้น ลุ่มหลงแต่น่าเบื่อหน่าย มากมายกลับกลายเป็นน้อยนิด เรื่องราวทั้งหมดที่กล่าวมามีอะไรน่าคิดเกี่ยวกับความรักหลายแง่ แม้แต่ตัวคุณที่มีความรักอยู่ตอนนี้ เชื่อผมเหอะ ต้องมีบ้างแหละที่คุณสับสนกับความรัก

ผมอยากจะพูดกับใครบางคนว่า
“เรื่องราวมันจะไม่ยาวและแย่แบบนี้ ถ้าหากใครคนนึงไม่มัวแต่หนี และหันหน้าออกจากกัน”
เข้าใจนะ ว่าต้องใช้เวลาในการเยียวยาจิตใจ พร้อมกับทำความรู้จักคนใหม่ และรักเขาให้เท่ากับคนเก่า
สำหรับเทอผู้เคยเจอประสบการณ์มามากกว่าผม เทอก็อาจจะใช้เวลาสำหรับทำทุกอย่างไม่นานเท่าไหร่ แต่ไอ้คนที่มันนั่งซังกะตายมาพักใหญ่ๆถอนหายใจยาวๆ บางทีมันก็มีหลายเรื่องที่ยังติดค้างเหมือนกัน
รู้ตัวนะ ว่าตัวเองแย่
แต่ก็ไม่คิดว่าวันนึงจะหมดศัทรากับความรักได้ขนาดนี้

อาการอย่างนี้ก็คงเป็นเพราะผมได้เข้าไปอ่านบล๊อกของปานตาตอนเย็นมั้ง บล๊อกที่พูดเรื่องการพบพานและจากลา บล๊อกที่ว่าด้วยเรื่องราวของสาวผู้มองโลกในแง่ดี ผมเข้าไปพร้อมกับมุมมองที่เคยประคองตัวเองมาตลอด แต่หลังจากเข้าไปในพื้นที่เล็กๆของปานตาก็พบว่า ตัวเองแอบอิจฉาเหล่าบรรดาคนที่เค้ามีความรักกัน แต่ตัวเองไม่สามารถมีได้ ที่ไม่สามารถมีได้ ไม่ใช่เพราะรังเกลียดความรัก แต่เป็นเพราะยังไม่พร้อมที่จะหาใครมาเดิมร่วมทางตอนนี้
ตอนที่ตัวเองเบื่อตัวเอง และเกรงใจคนที่จะเข้ามาว่าเค้าจะต้องมาเจอเราในสภาพที่ไม่ใช่เรา สงสารเค้า และก็ทำไม่ได้

ทัศนคติอีกอย่างนึงเกี่ยวกับความรักที่ได้ในตอนนี้ก็คือ เวลาที่ใช้ในการทำใจของแต่ละคน จะแปรผกผันกับประสบการณ์ความรักที่เคยผ่านมา

ณ ตอนนี้ ตอนที่พิมพ์อยู่ รู้แล้วว่าไม่มีอะไรแน่นอนในโลกใบกลมๆเหมือนผลส้มใบนี้ เมื่อวานอาจจะมีคนบอกคุณ ว่าอยากเดินร่วมทางกับคุณ แต่อีกไม่กี่วันต่อมา แค่เวลาและความห่างไกล ใจคนเรามันก็ค่อยเปลี่ยนตามระยะทาง คุณอาจได้เห็นเค้าเดินกับใครที่ไม่ใช่คุณ นี่แหละโลกใบนี้ โลกใบเอียงๆ ที่เราทุกคนต่างยืนอยู่กันคนละองศา และอย่าแปลกใจว่า ทำไมเค้าไม่คิดเหมือนเรา

ผมไม่ได้กลัวความรัก
แต่ผมไม่พร้อมที่จะรักมากกว่า

ที่พิมพ์มาทั้งหมดก็รู้อยู่ว่า เป็นการคิดแบบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทุกข์มันก็จะปักอยู่กับเรา คนที่แบกทุกอย่างเอาไว้
มีใครบางคนเคยบอกไว้-หากเราทุกข์ให้มองไปดูคนที่ทุกข์กว่าเราสิ เค้าทำไมอยู่ได้ เค้าทำไมไม่มาบ่นว่าสุดทนกับชีวิต ไม่เลย เค้าไม่เคยบ่นว่าเบื่อชีวิตเลย

ผมและเทอเจอกันด้วยความบังเอิญ แต่ตอนเดินจาก เราสองคนต่างฝากแผลเป็น ที่คนภายนอกมองไม่เห็น เว้นแต่เทอและผมเท่านั้นที่จะเข้าใจ
แต่ยังงัยก็ขอให้โชคดีกับเส้นทางสายนี้ละกันนะ เส้นทางสายเรียบสวยที่มีคนช่วยอำนวยความสะดวก ไม่ต้องมาลำบากตรากตรำ เดิมย่ำอยู่ที่เดิมแบบที่เคยเป็น
โชคดีจริงๆ จากใจจริง

อีกสาเหตุที่ทำให้คิดถึงเรื่องราวเก่าๆ ก็คงเป็นเพราะผมได้งานภาษาอังกฤษมาทำ ซึ่งแต่ก่อนขำๆเพราะรู้ว่ามีคนช่วยทำ แต่ตอนนี้ต้องนั่งหยีตาเปิด ดิกท์ หาด้วยตัวเอง
ฮ่าฮ่า คิดถึงวันเวลาที่เคยสบายตัวจากงานภาษาอังกฤษจัง

อีกครั้ง-ไม่มีอะไรแน่นอน คุณสามรถเปลี่ยนสถานะจากแฟนที่เค้ารักที่สุดเป็นแฟนที่เค้าเกลียดที่สุดได้ภายในเวลาเพียงแค่ข้ามคืน
และอีกครั้ง-จงอย่าไปเชื่อเรื่องของคนอื่นจากใคร หากคุณไม่ได้ไปถามเรื่องคนคนนั้นจากปากของคนคนนั้นด้วยปากของคุณเอง
เบื่อเรื่องเข้าใจผิดว่ะ

สุดท้ายมีคำสอนดีๆจากท่าน ว.วชิรเมธีมาฝากพี่น้องครับ
1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง " กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก" คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส "จิตประภัสสร" ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี " แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข"

2. อย่ามัวแต่คิดริษยา
" แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน" คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า "เจ้ากรรมนายเวร" ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้อง ถอดถอน ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น "ไฟสุมขอน" (ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี "แผ่เมตตา" หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป

3. อย่าเสียเวลากับความหลัง
90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ "ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น" มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ "อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน" " อยู่กับปัจจุบันให้เป็น" ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี "สติ" กำกับตลอดเวลา

4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ
" ตัณหา" ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่ เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ ธรรมชาติของตัณหา คือ " ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม" ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร คือ ไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้ ใส่เพื่อความโก้หรู คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่ คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์ เราต้องถามตัวเองว่า "เกิดมาทำไม" " คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน" ตามหา "แก่น" ของชีวิตให้เจอ คำว่า "พอดี" คือ ถ้า "พอ" แล้วจะ "ดี" รู้จัก "พอ" จะมีชีวิตอย่างมีความสุข

ขอบคุณใครบางคน
ขอบคุณพื้นที่เล็กๆของปานตา ที่มาเปิดตาให้รู้ว่า คนเรามีพบพานและก็ต้องจากลา
ขอบคุณความรัก ความรู้สึกที่ทางวิทยาศาสตร์พยายามหาคำอธิบาย แต่ก็ไม่ได้ความหมายที่ตรงซักที




Create Date : 04 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2552 3:39:06 น. 6 comments
Counter : 511 Pageviews.

 
การเดินทางของความรัก...มีหลากหลายตาเส้นทางที่เดินไป...สักวันเราก้ต้องพานพบรักแท้...แต่เราต้องรู้จักรักให้เป็น...แล้วจะพบว่า...ความรักไม่มีอะไรที่น่ากลัว...หากจะเจ็บปวดบ้าง...นั่นก็เป็นเพียงเรื่องธรรมดา...หากจะร้องไห้บ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาของความรัก

แต่สิ่งที่สำคัญเหนืออื่นใด...เรารักเป็นหรือเปล่า...ตางหาก ที่สำคัญ......


โดย: ไหมพรมสีสวย วันที่: 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา:3:48:44 น.  

 
บังเอิญมากที่ได้มาอ่านบทความ ที่คุณได้เขียน
ชอบมากมาย อ่านแล้วได้ข้อคิดที่ดีมากที่เดียวคะ
ขอบใจนะคะ


โดย: berry IP: 202.29.60.211 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา:9:49:35 น.  

 
อื้มม...นะ

สู้ๆ

ขอให้งานภาษาอังกฤษผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
จะได้ทำเป็นบ้าง อะไรบ้าง

ปล.รังเกียจนะ ไม่ใช่ รังเกลียด


โดย: THITIKORN IP: 125.26.197.91 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:05:56 น.  

 
ขอบคุณ ที่เข้าไปอ่านพื้นที่ของเรา
ขอบโทษ ที่ไปสะกิดแผลบางอย่าง
ดีใจ ที่ได้แบ่งปันแง่มุม

....... อย่าเสียเวลากลับความหลังเหรอ... จะจำไว้นะ


โดย: ปานตา IP: 125.26.226.173 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:25:46 น.  

 
เราก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่เคยลืมเรื่องราวที่ผ่านมา
อยากจะลบภาพเดิม ๆ ออกไป แต่ก็ทำไม่ได้สักที
....เมื่อไรคุณจะออกไปจากสมองฉันสักที.......


โดย: muangyom IP: 203.156.28.114 วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:23:24:16 น.  

 
ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ
ทารก


โดย: Kingkimson วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:2:10:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เบิกทวารแมน
Location :
นครนายก Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เบิกทวารแมน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.