เค้า No offense นะตัวเอง

ในวันหนึ่งที่อากาศร้อนๆ ตอนบ่ายๆ เด็กชายศรายุธได้มีโอกาสเข้าไปใช้บริการห้องคอมพิวเตอร์(Computer room) ที่โรงเรียน ต้องบอกไว้ก่อนเลยนะคับ ว่าเด็กชายศรายุธเป็นเด็กน้อยที่โลเทคมากถึงมากที่สุด
และเป็นครั้งแรกที่เด็กชายศรายุธ ได้รู้จักกับคำว่า Internet
อันนี้จริงๆ เพราะตั้งแต่อยู่ประถมมาเค้าถูกกีดกันออกให้ไกลกับการติดต่อทางนี้มาตลอด

หลังจากติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการใช้บริการอินเตอร์เนตกับอาจารย์ เด็กชายศรายุธก็เดินเข้าไปนั่งประจำเครื่องที่ตัวเองได้ลงชื่อไว้
ทันใดนั้น Address แรกที่เค้าเลือกจะเข้าคือ
‘www.sex.com’ เป็นแอดเดสแรกในชีวิตของการท่องสู่โลกอินเตอร์เนตของเค้า
เค้าฝากผมมาบอกคับ ว่า ตอนนั้นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่รู้มีไม่กี่คำ และคำว่า sex นี่เห็นมาเป็นคำแรกในชีวิตเลย
เค้าเลยใช้เข้าเป็น Address แรกในชีวิตซะเลย เข้าใจคิดนะคับเด็กคนนี้

หลังจากอิ่มเอมกับการท่องอยู่ในโลกของคำว่า sex จนสำราญใจแล้ว เด็กชายศรายุธ ก็ได้เปิดตัวเองไปสู่โลกใบอื่นๆที่เด็กน้อยในวัยเดียวกันไม่กล้าเข้าไป
เค้าเข้าไปในเวปเสริชที่นิยมที่สุดในโลก google.com และพิมพ์คำว่า ‘ทักษิณ ออกไป’ อันนี้ไม่เกี่ยวกันคับ
เค้าค้นหาคำว่า ‘ญี่ปุ่นกับฝรั่งอะไรดีกว่ากัน’ เด็กน้อยคนนี้เค้าหมายถึงประเทศไหนมีเทคโนโลยีที่ดีกว่ากัน
แหม รู้นะคับว่าคิดอะไร ฮ่าๆๆ

จากบ่ายสู่เย็น เด็กชายศรายุธหมกหมุ่น อยู่ในห้องคอมพิวเตอร์อย่างไม่ลืมหูลืมตา
“ขอโทษนะคะ คือครูจะปิดห้องแล้ว ช่วยปิดเครื่องให้ครูได้แล้วนะ”
กับเด็กที่เพิ่งรู้จักคำว่าอินเตอร์เนต อาจารย์มาใช้เค้าปิดคอมพิวเตอร์ อาจารย์คิดว่าเค้าจะทำได้เหรอคับ แต่เด็กน้อยศรายุธเค้าไม่คิดมากคับ ปิดหน้าจอเดินไปถอดปลั๊กเหมือนปิดทีวีที่บ้านล่ะ ง่ายดี

คือผม(โอเล่ คนเล่าเรื่อง)ไม่ได้ว่านะคับ แต่ไอ้เด็กคนนี้มันโง่จริงๆนะคับ
ว่าแล้วก็มีสำนวนภาษาอังกฤษที่หมายถึง ‘ไม่ได้ว่า ไม่ได้ว่า’ มาฝากมิตรรักแฟนเพลงกันคับ
No offense / ก็บอกว่าไม่ได้ว่าไม่ได้ว่า
ในกรณีที่อยากด่าใครแต่ใจไม่ถึง ผมแนะนำให้เติมคำว่า No offense เข้าไปหน้าประโยคก่อนนะคับ เพื่อเป็นการsave ตัวเองในระดับนึง เช่น
“No offense , dude , you look like shit today.”
……เฮ้ย กูไม่ได้ว่านะ สารรูปมึงวันนี้โทรมเหี๊ยๆเลยว่ะ……..
“No offense , honey , you’re fat.!!!”
……อย่าว่าโง้นงี้เลยที่รัก เทอน่ะโคตรอ้วนเลย ดูตัวเองด้วย……….
หรือจะเอาไว้ปิดประโยคก็ไม่ผิดคับพี่น้องคับ
“I thing the Korean do look horrible with any face …..No offense.”
……ไอ้ทรงผมแบบเกาหลงเกาหลีเนี๊ย กูคิดว่าใครไปตัดแม่งก็หน้าเหียกทุกคนเนอะ (หันไปหาเพื่อนนิดนึง) กูไม่ได้ว่าใครนะ……..
“If you don’t like soccer , you’re a fag . No offense.”
……ไอ้พวกที่แม่งไม่ดูบอล กูว่าแม่งตุ๊ดว่ะ เฮ้ย นี่กูไม่ได้ว่าใครนะ แต่ อืม แม่งก็ตุ๊ดจริงนั่นล่ะ……..
“(red/yellow)suck! Go fuck youself!.....No offense”
……(เสื้อเหลือง/เสื้อแดง)ไปตายซะไอ้สละ! (นิ่งแป๊ปนึง….) กูไม่ได้ว่าใครนะ……..
การใช้ No offense นี่ก็คือการด่าดีๆนี่เองแหละคับ แต่ด่าแบบ เฮ้ย อย่าโกรธเค้านะ ห้ามโกรธเด็ดขาดนะตัวเอง
วิธีที่จะใช้ตอบโต้บุคคลที่ชอบใช้คำว่า ‘No offense’ มี 2 วิธีคับ
1.) ตอบ “No taken” คือ กูไม่ถือหร๊อกกกก ,อืม ไม่เป็นไรหรอก, ไม่เป็นไร เค้าไม่โกรธตัวเองหรอก ไอ้เฮีย
2.) …ชกแม่งเลย

พักเรื่องของเด็กชายศรายุธไว้ซักแป๊ปดีกว่าคับ มาอ่านเรื่องของผมดีกว่า
คือผมได้มีโอกาสเปิดหนังสือภาษาอังกฤษที่ทางมหา’ลัยบังคับให้ซื้อในราคา 330 บาท ที่ต้องเปิดเพราะว่าจะสอบ แต่ถ้าไม่สอบ คิดว่าคงไม่เปิด
ไปเจอคำศัพท์ที่ผู้คนส่วนใหญ่ใช้เป็น เข้าใจความหมาย แต่ผมละอายไม่รู้ความหมายแถมใช้ไม่เป็น วันนี้ก็เลยขอเอาคำเหล่านี้มาประจานตัวเองหน่อยละกันคับ
Nod / ก้มศรีษระ (v.) ….ยอมรับโดยดีว่าไม่รู้จักคำนี้จริงๆเฮ้ย น่าสงสารแม่ผมนะคับ
Palms / ผ่ามือ (n.) ……ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ ที่ผมจะเข้าใจคำง่ายๆแบบนี้ เฮ้ย แม่ ผมรักแม่คับ
Both / ทั้งสองอย่าง-คน-อัน-ตัว , ทั้งคู่นั่นแหละอีดะออก ใช้เป็นได้หลายอย่างคับ(a, adv, pro.)
Cheeks / แก้ม(ไม่ใช่แก้มก้นนะคับ), หน้า , หน้าด้าน(คนละอันกับด้านหน้า), ความทะลึ่ง, บังอาจ, ทะเล้น (n.)
Crowd / ฝูงชน , คนมากๆ (n.) เพิ่งได้รู้ว่านอกจากเป็นยี่ห้อน้ำเมาแล้ว มันยังมีความหมายแบบนี้นี่เอง
Fantastic / น่าอัศจรรย์ , น่าขนลุก
Glad / ยินดี , ดีใจ , ชื่นชม , ความยินดี , เบิกบาน , ปิติ(ต๊อด), (ข่าว)ที่น่ายินดียิ่ง (a.)
Whenever / เมื่อใดก็ตาม (adv.) ขนาดคำนี้ผมยังไม่รู้จักคับ อยากจะคบกับผมมั๊ยต้องคิดหนักๆคับ
พอแค่นี้ก่อนคับ รับตัวเองไม่ได้ หลายคำเหมือนง่ายๆแต่ผมไม่รู้จริงๆ

ต้องยอมรับคับ ตอนเด็กๆแม่บอกให้ท่องศัพท์วันละ 5 คำก่อนไปโรงเรียน ผมไม่เคยคิดที่จะสนใจ
โตมาโดนเต็มๆเลยคับ เค้าพูดอะไรนิดหล่อนภาษาฝรั่งก็ฟังกับเค้าไม่รู้เรื่อง ล่าสุดหลังจากสอบภาษาอังกฤษผ่านพ้นไป ผมกลับมาที่หอ ตั้งใจเข้าไปdownload หนังฝรั่งแบบที่ยังไม่พากษ์ไทยมานั่งดู
ได้มาสองเรื่องคับ the gamer กับ อินเดียหน้าโจร นั่งดูไป พยายามจะเข้าใจ แต่ทำไมมันอยากร้องไห้จังคับ ฟังก็ฟังไม่ออก ไม่ค่อยจะรู้เรื่องซักเท่าไหร่ ได้บางประโยคที่นักแสดงเค้าพูดคำง่ายๆ
“yes , sir”
หนังเรื่องละเกือบสองชั่วโมงทั้งสองเรื่อง ดูเสร็จผมมานั่งถามตัวเอง
“นี่กูทำเฮียอะไรวะ กูได้อะไรจากการนั่งทรมานครั้งนี้วะ”

คิดๆดูแล้ว ผมว่าผมวิ่งหนีภาษาอังกฤษทั้งชีวิตไม่ได้หรอกคับ นับวันมันก็ยิ่งมีผลกระทบโดยตรงกับการใช้ชีวิต
ไหนๆวิ่งหนีไม่ได้ ผมวิ่งเข้าหามันเลยล่ะกัน
ผมไม่ใช่เด็กชายศรายุธนะที่คิดว่าภาษาอังกฤษเป็นผีร้าย ที่ต้องวิ่งหนีอยู่ร่ำไป
ฮ่าๆๆๆๆๆ โอเล่นายพูดได้เท่ห์มาก……..

ผมกับเด็กชายศรายุธจะกลับมาอีกครั้งก็นานหน่อยนะคับ ตอนนี้วิชา structures กำลังจะฆ่าผมแล้ว ว้ายยยยยยช่วยด้วย!!

เคดิต: a day เล่ม 108 คอลัมป์ a an the ,หนังสือภาษาอังกฤษperson to person third edition ของ oxford





 

Create Date : 15 มกราคม 2553    
Last Update : 15 มกราคม 2553 9:16:18 น.
Counter : 2326 Pageviews.  

Still got it.อยู่ มีไรมั๊ย?

‘สาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เทาเหลืองงามวิลัย ฝังแน่นใจจิตทุกดวง ฝังแน่นทรวงสร้างสามัคคี……….. ’
คับ นั่นเป็นเสียงเพลงมาค์ทประจำโรงเรียนของเด็กชายศรายุธ ผู้ที่คลั่งไคล้การตื่นเช้ามาเข้าแถวเคารพธงชาติ
เด็กชายศรายุธตื่นจากที่นอน ตอนตี่4 ครึ่งทุกวัน เค้าบอกว่าต้องรีบตื่น ไม่งั้นจะลงไปร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆเปิดไม่ทัน หลังจากนั้นเด็กชายศรายุธจะดูข่าวเกษตรช่วยชาวบ้าน และสิ่งที่เค้าติดมาจนถึงวันนี้คือเพลงๆนี้คับ
“กสิกร แข็งขันเป็นกระดุกสันหลังของชาติ ไทยจะเรื่องอำนาจ เพราะเราเป็นทาสกสิกร อันชีวิตของกสิกรนั่น ต่างเข้มแข็ง……..” ต้องเข้าใจคับว่าเด็กชายศรายุธเป็นคนมีรสนิยมแปลกๆ
ดูข่าวเกษตรช่วยชาวบ้านเสร็จเค้าจะรอดูราคาพืชผลตามท้องตลาด ว่าวันนี้ปลานิลกิโลละเท่าไหร่ มะนาวสามลูกเท่าไหร่ ทุเรียนโลละกี่บาท คะน้ามัดนึงขายเท่าไหร่ ไข่ฟองละกี่บาท พอดูราคาพืชทางเกษตรจบ เค้าต้องรอดูข่าวพยากรอากาศต่อ หลังจากนั้นเค้าถึงจะลุกไปล้างหน้าแปลงฟันเพื่อที่จะไปรอเคารพธงชาติที่โรงเรียนในตอนเช้า

เด็กชายศรายุธชอบบรรยากาศเงียบๆของโรงเรียนตอนเช้า เพราะในอาณาเขตบริเวณโรงเรียนอันกว้างใหญ่ไพศาล เค้าสามารถส่งเสียงร้องเพลงที่เค้าอยากร้องได้ตามสบายแบบไม่ต้องเกรงใจใคร โดยเพลงที่เด็กชายศรายุธร้องบ่อยๆก็คงจะเป็นเพลงนี้คับ
“เจ็บใจ คนรักโดนรังแก ข้าจะเผาเมืองแปรให้มันวาดวาย จะตายให้เค้าลือชาย ให้เค้าลือชาย ว่านามข้าคือ ผู้ชนะสิบทิศ………”
ที่จริงเด็กชายศรายุธไม่รู้จักชื่อของเพลงนี้ด้วยซ้ำ แต่เค้าชอบแค่ประโยคที่ร้องว่า ‘ข้าจะเผาเมืองแปรให้มันวอดวาย’ เพราะเค้าอยากรู้ว่าเมืองแปรตั้งอยู่ที่ไหน ทำไมโกรธแค่คนรักโดนรังแกจะต้องไปเผาเมืองแปรด้วย โดนรังแกก็ไปฟ้องอาจารย์สิ คับ นั่นเป็นความคิดของเค้าตอนนั้น
ความลับของเด็กชายศรายุธคือ เด็กชายศรายุธเข้าใจว่าเมืองแปรมีอยู่จริงในโลกจนถึง ม.3 เลยนะคับ ขึ้น ม.3เทอมสองเค้าถึงรู้ว่าเมืองแปรไม่มีอยู่จริงจากการได้เรียนวิชาภูมิศาสตร์กับอาจารย์ก้อง

*****ว่าแล้วก็เข้าเรื่องภาษาอังกฤษกันนิดนึงคับ คือช่วงที่ผ่านมาก็ได้อ่านหนังสือเพื่อที่จะใช้สอบมิดเทอมหลายเล่ม ระหว่างที่อ่านไปผมก็เบื่อๆคับ ก็มันมีแต่เรื่องเรียนทั้งนั้นเลย อ่านเยอะๆแล้วเครียดคับ สิ่งที่ผมทำก็คือผมมักหยิบอะเดย์เล่มเก่าๆออกมาอ่านเพื่อแก้เบื่อแก้เซงคับ ก็ได้ผลดีนะคับ
จากการอ่านเรื่องของเด็กชายศรายุธ ที่พิมพ์ไว้บรรทัดสุดท้าย ผมเข้าใจคับว่าเด็กชายศรายุธเข้าใจผิด และก็เข้าใจผิดนานมาก แสดงว่าเด็กคนนี้การพัฒนาของสมองต่ำมาก น่าเป็นห่วงจริงๆคับ ว่าแล้วก็มีสำนวนเจ๋งๆจากคุณพี่บิ๊กบุญ เจ้าของคอลัมป์เจ๋งๆ a an the ในอะเดย์มาบอกให้ทราบคับ
Mistaken / จำผิด , มีความเชื่ออะไรบางอย่างผิดๆ
พี่บิ๊กบุญก็ยกตัวอย่างมาให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นคับ
“I mistake you and your mother on the phone all the time .”
….นี่หล่อน พอโทรไปหาแกทีไร แม่แกรับสาย ชั้นนี่คิดว่าเป็นแกทุกทีสินะ คนบ้าอะไรก็ไม่รู้เสียง เหมือนกั๊น เหมือนกัน……
ยังมีสำบัดสำนวนกวนๆแถมให้อีกคับ
“Sorry , you’re mistaken me for someone who gives a damm!.”
…...เฮอะ นึกว่าชั้นจะแคร์เหรอ…..
“I’m sorry that you have mistaken me for a fucking fool.”
…..นี่กูรู้ทันนะเว้ย นึกว่าจะหลอกกันง่ายๆเหรอ กูไม่โง่เหรอ เชอะ!....
“Obviously you have mistaken me for someone else.”
……นี่สงสัยเจ๊น่ะ จำผมผิดกับคนอื่นแล้วม้าง…….

กรณีของเด็กชายศรายุธนี่ไม่น่าให้อภัยจริงๆนะคับ ไม่รู้เรื่องอะไรเล๊ย คิดได้ยังงัยเมืองแปรมีตัวตนอยู่จริง
แต่พอวันนึงเค้าได้รู้ความจริง เค้าก็บอกกับทุกคนว่า
“ฮ่าๆๆๆ โหยใครก็เข้าใจผิดได้หรอก อย่าว่าแต่ผมเลย ขนาดคนยังเชื่อหมอดูได้เลย(เกี่ยวกันมั๊ย?) เอาน่าตามใจผมเหอะ ผมจะเชื่ออะไรก็เรื่องของผมน่า นิดนึงๆ น่านะ”

*****พูดไปแล้วก็มีคำว่านิดนึงๆในภาษาอังกฤษนะคับ
Humor me / นิดนึงๆ น่านะ ตามใจชั้นหน่อย ผมคิดว่าน่าจะมีความหมายเท่ากับ to do something for someone to make them happy , even it seems stupid. ประมาณนี้นะคับ
ว่าแล้วก็เข้าตัวอย่างประโยคง่ายๆ สบายๆสไตล์เด็กชายศรายุธกันดีกว่าคับ (ที่จริงเค้ายืมประโยคพวกนี้มาจากพี่บิ๊กบุญคับ)
“Come on , humor me”
……เอาน่า เหอะนะ นิสนึง ซักกะติดซักกะติดนึง จี๊ดนึงน่า…..
“Come on , humor me… One song is not gonna kill you”
……เฮ้ย นิสนึงนะ แค่นิดเดียวพอ ร้องเพลงให้กูฟังซักเพลงหน่อย ไม่ตายหรอก(ผมคิดว่าขณะพูดเค้าคงเมา)….

***แทรกสาระนิดนึง เวลาจะใช้ “Come on….” ต้องลากเสียงด้วยนะคับ เช่น คัมมอนนนนนนนน อะไรประมาณนี้ เช่นกันคับ ถ้าจะใช้ “Please” ก็ควรจะเป็นPleaseeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeนะคับ
เด็กชายศรายุธเขียนจดหมายมาถามผมนะคับ ว่าคำย่อ ABC หมายถึงอะไร
ตอบเด็กน้อยผู้โง่เขลาเบาปัญญาด้วยนะคับว่า ABC=American-born Chinese. คับ

เป็นงัยคับ แม้จากวันนั้นถึงวันนี้ผมนายโอเล่(ผมเอง คนเล่าเรื่องทั้งหมด)จะแก่ตัวลงเพียงใด แต่ก็ยังไขข้อข้องใจของเด็กชายศรายุธได้ อืม ผมนี่มันก็ Still got it อยู่เหมือนกันนี่หว่า ฮ่าๆๆๆ

*****คำว่ายังเจ๋งอยู่ สุโค่ยอยู่เหมือนเดิม ในภาษาอังกฤษเค้าใช้คำนี้คับ
Still got it. / ยังได้อยู่ ยังเจ๋งอยู่ ยังสู้ไหว ไม่อ่อนปวกเปียกนะโว๊ย
เรามักจะใช้อุทานเวลาเราไปเจออะไรแก่ๆ เก่าๆ สภาพเน่าๆ แต่! มันยังสุดยอดอยู่คับ
ยกตัวอย่างประโยคกันเลยแล้วกัน
“She’s still got it!.”
……นี่หล่อน แหม หล่อนนี่ยังสุดยอดเหมือนแต่ก่อนเลยนะ….
“I’m still got it.”
…… ฮ่าๆๆ ชั้นว่าลีลาชั้นยังเจ๋งอยู่นะ….

แต่ก่อน ผมเบื่อภาษาอังกฤษมากๆๆๆคับ ทุกวันนี้ ผมเบื่อภาษาอังกฤษมากๆๆคับ
แต่ยังงัยคิดว่าชาตินี้ต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษไปติดอยู่ในสมองซักนิดล่ะน่า
ส่วนวันนี้ กระผ๊มและเด็กชายศรายุธต้องไปก่อนล่ะคับ เราจะมาพร้อมภาษาอังกฤษไร้สาระๆอย่างนี้บ่อยๆนะคับ

เออ ต้องขอบคุณข้อมูลและคำศัพท์เจ๋งๆจากคุณพี่บิ๊กบุญด้วยนะคับ

เครดิต : คอลัมป์ a an the ในหนังสือ a day เล่ม 106, 107, 111




 

Create Date : 12 มกราคม 2553    
Last Update : 12 มกราคม 2553 15:11:01 น.
Counter : 728 Pageviews.  

English in my life.(กลับบ้านๆ)

มีคนเคยบอกว่า ‘ภาษาอังกฤษไม่ต่างจากแฟน หมั่นทำความเข้าใจ ใช้เวลาด้วยเยอะๆ เดี๋ยวก็ดีเอง’
พอได้ยินคำกล่าวข้างต้น ผมก็ได้แต่คิดอยู่ในใจว่า ‘จริงเหรอ?’

ผมชื่อนายศรายุธ ชื่อเล่นโอเล่ อายุ20ปี โสด และยังซิง(หมายถึงยังร้องเพลงอยู่) ผมจะพาทุกท่านไปพบช่วงเวลาแห่งการใช้ชีวิตร่วมกันของผมกับภาษาอังกฤษ พร้อมรึยังคับ? ถ้าพร้อมแล้วคุณได้สิทธิ์นั้นเดี๊ยวนี้
let’s go

ด.ช.ศรายุธเริ่มรู้จักภาษาอังกฤษตั้งแต่สมัยอนุบาล โดยที่เค้าได้รับการบ่มเพาะวิชาจากโรงเรียนนาเชือกพิทยาสรรค์ โรงเรียนเล็กๆประจำอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม รหัสไปรษณีย์ 44170
เหตุการณ์ครั้งแรกที่ทำให้เด็กชายศรายุธได้พบกับภาษาอังกฤษ คือ วันนั้นฝนตกหนักมาก ทำให้ถนนที่เด็กชายศรายุธใช้เดินเท้าเปล่ากลับบ้านเกิดขาดอย่างไม่มีใครคาดคิด ดังนั้นเด็กชายศรายุธจึงโทรศัพท์ไปบอกท่านพ่อให้เอาเครื่องบินส่วนตัวบินมารับที่โรงเรียนนาเชือกพิทยาสรรค์ โรงเรียนรัฐบาลประจำอำเภอที่เค้าได้รับเกียรติ์ให้เค้าเรียนแบบไม่ต้องเสียค่าเทอม
จากการที่ต้องรอท่านพ่อ เด็กชายศรายุธก็ได้ออกเดินสำรวจบริเวณรอบๆโรงเรียน ระหว่างที่เค้าเดินผ่านบันไดชั้นสองและชั้นสาม เด็กชายศรายุธก็ได้พบกับคุณน้านักการภารโรงที่เดินด้วยท่าทีเร่งรีบ สายตาระแวงผู้คนรอบข้าง ในมือของน้านักการมีถุงพลาสติกซึ่งไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร และขณะที่น้านักการเดินผ่านหน้าเด็กชายศรายุธ วัตถุทรงสี่เหลี่ยมสีดำก็ตกลงตรงหน้าของเด็กชายศรายุธ
‘sex and zen II’ คือภาษาอังกฤษที่พิมพ์ติดอยู่บนกล่องวัตถุสีดำนั้น
“หนูๆหยิบม้วนวีดีโอให้น้าหน่อย น้ารีบ” เสียงของน้านักการแหบแห้ง ฟังแล้วได้อารมณ์มากๆ (ความคิดของเด็กชายศรายุธตอนนั้น)
นั่นคือการพบกับภาษาอังกฤษครั้งแรงของเด็กชายศรายุธเมื่อวัยอนุบาล

ประถมเด็กชายศรายุธเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนพระกุมารศึกษา เนื่องด้วยพ่อกับแม่มีความเห็นว่าเด็กชายศรายุธมีความสนิทสนมกับน้านักการมากเป็นพิเศษ
จากการที่ต้องย้ายมาเรียนในโรงเรียนใหม่ซึ่งเด็กชายศรายุธไม่ได้เตรียมใจไว้ ทำให้ช่วงแรกในการใช้ชีวิตที่พระกุมารศึกษาเงียบเหงามากๆ เพราะฉะนั้นการหาเพื่อนจึงเป็นสิ่งแรกที่เด็กชายศรายุธทำ การหาเพื่อนของเด็กชายศรายุธก็คือ หากเค้าสนใจอยากจะเป็นเพื่อนกับใครเค้าจะเดินไปหาเด็กคนนั้น แล้วบอกว่า
“เธอๆเราขี้แตกแหละ พาเราไปห้องน้ำหน่อย”
ระหว่างเดินไปห้องน้ำเด็กชายศรายุธก็จะชวนเด็กคนนั้นคุย จนสุดท้ายเด็กชายศรายุธก็จะได้เด็กคนนั้นมาเป็นเพื่อน ซึ่งพอไปถึงห้องน้ำเด็กชายศรายุธผู้ไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษเลยก็มักจะเดินเข้าห้องน้ำหญิงตลอด (ทางโรงเรียนไม่ได้ติดรูปให้ดู มีแต่คำว่า men ,women )
หลังจากเหล่าอาจารย์เฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเด็กชายศรายุธเป็นเวลานาน อาจารย์ประจำชั้นจึงได้นำเรื่องนี้แจ้งไปยังท่านแม่ของเด็กชายศรายุธ
“คุณแม่ค่ะ เอ่อ…..ทางเราคิดว่าน้องโอเล่มีความเบี่ยงเบนนะคะ ยังงัยคุณแม่ก็ช่วยๆดูด้วยนะค่ะ”

ในช่วงบ่ายวันหนึ่งที่อากาศแสนจะร้อน เด็กชายศรายุธและผองเพื่อนกำลังนั่งเล่นใผ่ดราก้อนบอลอยู่หลังห้อง คุณครูแฉล้มก็เดินเข้ามา
“อ้าวนักเรียนทุกคน วันนี้เราจะมาเรียนวิชาภาษาอังกฤษกัน แต่ทุกคนต้องไปบอกคุณพ่อคุณแม่นะคะว่าค่าหนังสือ 55 บาท วันนี้เราก็เรียนแบบไม่มีหนังสือไปก่อนแล้วกัน”
พูดเสร็จคุณครูแฉล้มก็เช็คชื่อนักเรียน พอเช็คชื่อเสร็จ คุณครูก็เขียนอะไรซักอย่างบนกระดาน ซึ่งปรากฏประมาณนี้
‘cat rat hat red book pencil bat dog’
“นะคะนักเรียนทุกคน ครูให้การบ้านนะคะ พวกเราทุกคนต้องกลับไปหาความหมายของคำเหล่านี้มา แล้วเราจะมาเฉลยพรุ่งนี้กันค่ะ แล้วอย่าลืมบอกคุณแม่เรื่องค่าหนังสือด้วยนะ เข้าใจมั๊ยเด็กชายศรายุธ ค่าหนังสือนะไม่ใช่ค่าไผ่กระดาษ หรือค่าน้ำแข็งใส”
เป็นงัยคับ เด็กชายศรายุธเริ่มสนิทกับคุณครูประจำชั้นตั้งแต่ประถมเลยทีเดียว
กลับมาถึงบ้านเด็กชายศรายุธไม่สนใจการบ้านที่คุณครูให้เลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าขุนทองรอเค้าอยู่ เจ้าขุนทองเสร็จก็ต้องรอดูไซอิ๊ว พอไซอิ๊วจบก็ต้องรอดูข่าวในพระราชสำนักต่อ หลังจากดูครบทุกอย่างแล้วเค้าจึงจะเข้านอน
ช่วงวัยประถมของเด็กชายศรายุธถูกใช้หมดไปกับการอ่านหนังสือการ์ตูน เล่นเกมส์เพย์สชั่นหนึ่ง เล่นทายเหรียญหัวก้อยกับเพื่อน ขโมยมะม่วงสวนข้างโรงเรียน ขี่จักรยานรอบหมู่บ้าน นั่งเย็บกางเกงในให้ตัวเองใส่ เดินเที่ยวงานเทศกาลประจำอำเภอทุกสมัย ไปซื้อน้ำปลาให้แม่ ฯลฯ (หลายอย่างมาก) หากมองดูแล้วช่วงชีวิตนี้ของเด็กชายศรายุธเป็นช่วงชีวิตที่เค้ามีความสุขมาก คงเพราะภาษาอังกฤษไม่ค่อยมีผลกระทบกับชีวิตเค้าซักเท่าไหร่(ในตอนนั้น)

จบการศึกษาระดับประถมศึกษาแบบงงๆเด็กชายศรายุธก็มีโอกาสได้เข้าศึกษาในโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โรงเรียนที่แม่บอกกับเค้าเสมอว่ามีชื่อเสียง และจะทำให้โอเล่เป็นคนเก่ง ทั้งที่จริงแล้วเด็กชายศรายุธแทบจะไม่รู้จักโรงเรียนนี้ด้วยซ้ำ

-----แล้วช่วงที่จะได้อ่านต่อไปนี่แหละคับ เป็นช่วงที่ภาษาอังกฤษมีผลกับชีวิตของเด็กชายศรายุธมาก มากขนาดไหนบอกไม่ได้คับ เอาเป็นว่าเด็กชายศรายุธกลัวภาษาอังกฤษมากจนขี้แตกคับ------

**** วันนี้เปิดอ่าน a day คอลัมป์ a an the ของคุณ บิ๊กบุญ ผมมีศัพท์มาฝากคับผม ค่อยเจอไปวันละนิดวันละนิด เชื่อว่าอีกไม่นานชีวิตจะสนิทกับภาษาอังกฤษเองคับ
แอ่น…..แอน…..แอ๊น… ผมขอเสนอสำนวนที่ว่า
‘And this,too,shall pass’ ซึ่งแปลว่า
…แล้วสิ่งนี้ ก็จะผ่านไปเช่นกัน…..
อ่านไปเรื่อยๆผมก็มาสะดุดกับประโยคหรือวลีๆนึงซึ่งมีดังนี้คับพี่น้องคับ
‘Every cloud has a silver lining’ : โดยท่านพี่บิ๊กบุญบอกว่า
….ในสิ่งเลวร้าย ยังพอมีสิ่งที่ดีซ่อนอยู่ เพียงแต่คุณต้องดูให้ทั่ว และใช้ทัศนคติที่ดีหามันให้เจอ…

วันนี้เอาไปเบาะๆแค่นี้ก่อนละกันถือว่าสั่งสอน วันหลังจะกลับมาจัดการให้บานเลย
อ่านเยอะๆนะโอเล่ภาษาอังกฤษหนะ

ที่จริง ผมว่าเด็กไม่ได้เกลียดภาษาอังกฤษหรอก แต่เด็กเกลียดอาจารย์สอนภาษาอังกฤษตะหาก ฮิฮิ




 

Create Date : 11 มกราคม 2553    
Last Update : 11 มกราคม 2553 7:44:33 น.
Counter : 501 Pageviews.  


เบิกทวารแมน
Location :
นครนายก Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เบิกทวารแมน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.