All Blog
ปวด ปวด ปวด คุณปวดแบบไหนคะ???

เขียนเรื่องปวดข้อปวดเข่ากันมาแล้ววันนี้แม่ยี่หวาก็ยังไม่จบค่ะ แต่จะมาถามต่อว่า

คุณๆเคยมีอาการแบบนี้บ้างมั้ย

ปวดไหล่ปวดสะบัก ยกแขนไม่ขึ้น หลังแข็ง ขยับหรือเอี้ยวตัวไม่ได้

ปวดเมื่อยต้นคอ คอแข็ง เอี้ยวคอไม่ได้

ปวดเมื่อยต้นแขน ชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า

ปวดเอว ปวดหลัง เมื่อยๆตึงๆบริเวณหลัง

เดินนานๆแล้วขาไม่มีแรง

นั่งคุกเข่าไม่ได้ นั่งแล้วลุกไม่ขึ้น

เข่าอ่อน มีเสียงดังในเข่าเวลางอหรือเหยียดเข่า ปวดเข่า

ปวดข้อศอก ปวดนิ้วมือตอนเช้าๆกำมือไม่ได้ นิ้วมืองอค้าง เหยียดออกไม่สะดวก

และปวดหลังร้าวไปจนถึงสะโพกในบางครั้ง

และ...และ...และอีกหลายๆปวด

โอ๊ย...แค่เห็นสารพัดรายการปวด แม่ยี่หวาก็เริ่มปวดเหมือนกันค่ะ

อาการปวดทั้งหลายทั้งปวงข้างต้น มีหลายๆสาเหตุปัยจัยที่ทำให้ปวดค่ะ

อาจแบ่งเป็นสาเหตุใหญ่ๆได้ 5 หัวข้อค่ะ

1. น้ำหนักตัวมากเกิน หรืออ้วนเกินไป ทำให้ปวดหลังได้ คนที่อ้วนจนพุงยื่น ทำให้หลังมีความยืดหยุ่นลดลงหรือเรียกว่าหลังแข็ง น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจะกดลงบนเข่ากระดูกขา และกระดูกส้นเท้า นานเข้าก็จะทำให้เกิดอาการปวด บางครั้งคุณอาจจะเคยเห็นคนที่อ้วนมากๆมีท่าเดินที่เปลี่ยนไป




2.การเสื่อมตามวัยเนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น ความเสื่อมตามธรรมชาติก็จะเกิดขึ้น ซึ่งความเสื่อมนี้ไม่ว่าจะกินยา บำรุง ดูแลดีอย่างไร หรือแม้แต่การออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวันก็เพียงแค่ชะลอความเสื่อมได้เท่านั้น

และการเสื่อมเร็วหรือช้าก็จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเช่นการใช้ข้อต่อผิดลักษณะ มีท่าทางและอิริยาบถไม่เหมาะสม หรือเคยบาดเจ็บในข้อต่อนั้นและเคยเข้าเฝือกไว้นานๆ คนที่กินยาแก้ปวดแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อๆมากๆและเป็นเวลานาน ไม่ค่อยออกกำลังกาย

โดยปกติอาการเริ่มต้นของข้อเสื่อมจะเป็นมากในช่วงตื่นนอนเช้าคือมีอาการขัดๆข้อต่อ ข้อฝืด และข้อแข็ง เมื่อขยับลุกขึ้นยืนจะรู้สึกเจ็บๆตึงๆ แต่เมื่อเดินหรือนั่งสักพัก อาการทั้งหมดก็จะหายไป หรือบางคนอาจต้องบีบๆนวดๆอาการจึงดีขึ้น



อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนคุณแล้วว่า คุณเริ่มมีอาการข้อเสื่อมแล้วค่ะ


3.การใช้อิริยาบถประจำวันที่ไม่ถูกต้อง เช่นพนักงานออฟฟิศ หรือโรคยอดฮิตออฟฟิศ ซินโดรม ที่มีอาการปวดคอ ปวดสะบัก การนอนตกหมอน ซึ่งเกิดจากการนอนในท่าที่ไม่ถูกต้อง การหลับบนรถเมล์ การหิ้วของหนักเกินกำลัง หรือคนที่ทำงานใช้แรงงานโดยการก้มๆเงยๆยกของหนักซึ่งทำให้แรงกดของกระดูกสันหลังไปกดหมอนรองกระดูก ทำให้หมอนรองกระดูกโป่ง หรือเคลื่อนไปกดทับประสาทไขสันหลัง




4.ความเร่งรีบในสังคมความตึงเครียด ความวิตกกังวลทำให้เกิดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อเกร็งตัวมากและเป็นเวลานาน ก็จะขาดเลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนนั้น ทำให้เกิดอาการปวดได้



5.การป่วยเป็นโรคต่างๆ เช่นโรคเกาต์ รูมาตอยด์ หรือการผิดปกติของกระดูกโดยกำเนิด โรคกระดูกบางหรือพรุนของผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน

ทั้งหมดนี้ล้วนก่อให้เกิดอาการปวดกับเราทั้งนั้น ลองนั่งพิจารณาดูค่ะว่าคุณๆแต่ละคนอยู่ในข่ายไหนกันบ้าง

และในฐานะที่แม่ยี่หวาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเจ็บ(ปวด) แม่ยี่หวาคิดว่าตัวเองสามารถ เอาประสบการณ์ที่เคยเจ็บมาเขียนหนังสือได้เป็นเล่มเลยหละค่ะ

เอาเป็นว่าบล็อกหน้าแม่ยี่หวาจะมาสอนวิธีนวดแก้ปวดเมื่อยขั้นพื้นฐานกันดีกว่านะค่ะเป็นการช่วยลดภาระให้หมอเพิ่มสตางค์ในกระเป๋าและลดริ้วรอยนกกาบนใบหน้าเมื่อเกิดความเครียดจากอาการเจ็บปวดค่ะ




Create Date : 17 กันยายน 2555
Last Update : 17 กันยายน 2555 19:10:12 น.
Counter : 2403 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สาวเอยจะบอกให้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]



แม่ยี่หวาเป็น สว. คนหนึ่ง ที่เคยทุกข์ทรมานเนื่องจากสุขภาพที่ย่ำำแย่มาตลอดตั้งแต่เด็กจนถึงวัยสาว เสียเวลาและเงินทองมากมาย
แล้ววันหนึ่งแม่ยี่หวาก็ุลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง มาเป็นนักกีฬาค่ะ วิ่ง วิ่งและวิ่ง หลังจากนั้นชีวิตก็เปลี่ยน เลิกกินยา เลิกป่วย แต่กว่าจะเป็นอย่างนี้ก็ต้องใช้เวลานะคะ
นอกจากออกกำลังกายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกคือ การใช้หลักโภชนาการ ในการดูแลสุขภาพควบคู่กันไปด้วยค่ะ
บล็อกที่เขียนส่วนหนึ่งเป็นการเล่าเรื่องชีวิตและประสบการณ์ของตัวเอง กับการใช้อาหารเป็นยา การใช้สมุนไพรในการดูแลตัวเองเบื้องต้น
หวังว่าจะมีคนเข้ามาอ่านและนำไปใช้บ้าง ไม่รังเกียจที่จะูถูกเรียกว่า พี่ ป้า หรือ ยาย ค่ะ
New Comments