All Blog
*** คุณผู้ชายอ้วนแบบไหนเสี่ยงตายมากกว่ากัน??? ***

วันนี้แม่ยี่หวาจะเขียนเรื่องอ้วนๆของคุณผู้ชายค่ะ จะได้เท่าเทียมกันตรงที่ว่าผู้หญิงไม่ได้เป็นเพศเดียวที่อ้วนแล้วเสี่ยงต่อโรคภัย คุณผู้ชายก็เสี่ยงค่ะ และมีแนวโน้มสูงกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ แต่ไม่ค่อยมีใครกระแนะกระแหนคุณผู้ชายกันสักเท่าไหร่เลย ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงเรานี่แหละค่ะที่มักจะถูกเรียกว่า อีอ้วน หรืออย่างน่าเอ็นดูก็ น้องอ้วนหรือน้องหมู


แต่รู้กันมั้ยค่ะความจริงแล้ว ระหว่างผู้หญิงอ้วนกับผู้ชายอ้วน ผู้ชายอ้วนมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิงค่ะ เพราะ........


ผู้ชายส่วนใหญ่ ไม่ค่อยยอมรับว่าตัวเองอ้วนค่ะแม่ยี่หวาก็ไม่ได้เป็นคนพูดเองด้วยแต่หมอเป็นเป็นคนพูดค่ะ ซึ่งแม่ยี่หวาก็ยกมือเห็นด้วย ก็คนในครอบครัวแม่ยี่หวาเองก็เป็นอย่างนี้พี่ชายแม่ยี่หวา 2 คนไว้พุงเหมือนกันค่ะ แม่ยี่หวาเคยถาม ได้ความมาว่า


มีพุงแล้วดูภูมิฐานดี อ่าฮ้า มาแล้วคำฮิต แต่ไว้ได้ไม่นานหรอกค่ะ พี่ชายคนที่สองก็เกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันเริ่มสูงหาหมอได้ยามาไว้กินเล่นหลายถุง ด้วยความกลัวตายเพราะลูกยังเล็ก เลยวิ่งไปออกกำลังกายด้วยการตีแบด ควบคุมอาหาร เดือนเดียวหมอก็ให้หยุดยา ผ่านไป  3  เดือน น้ำหนักกลับมาเท่าเดิมเหมือนตอนยังไม่ไว้พุง ส่วนอีกคนไม่ยอมลดค่ะกลัวความภูมิฐานจะหายไป ปัจจุบันพกยาหลายขนานไว้กินเล่น เพราะนอกจากความดันสูงแล้ว ตอนนี้ได้เบาหวานมาเป็นของแถมด้วย ฮ่าๆนี่ยังไม่รวมไอ้ที่กำลังจะตามมาแบบเป็นแพ็คเกจ แม่ยี่หวาก็ได้แต่พยายามพูด พูด และพูด ให้รู้ถึงอันตราย กับโรคที่จะตามมา แต่ก็เหนื่อยใจ



เข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ


เป็นความจริงที่ผู้ชายมักจะไม่ค่อยยอมรับว่าตัวเองอ้วนพีมีพุง หรือน้ำหนักเกิน และไม่ค่อยยอมลดน้ำหนักทั้งๆที่ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะสะสมไขมันไว้ที่พุง(พุงหลาม) มากกว่าผู้หญิงก่อนวัยหมดประจำเดือน ซึ่งทำให้ผู้ชายเพิ่มโอกาสเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน ระดับไขมันผิดปกติ โรคหัวใจและหลอดเลือด (หลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตายหรือขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต) รวมถึงมะเร็งมากกว่าผู้หญิง


เมื่อพูดถึงผู้ชายอ้วน เคยสังเกตกันบ้างมั้ยค่ะว่าคนที่อ้วนบางคนอ้วนใหญ่ทั้งตัว แต่บางคนอ้วนเฉพาะพุง (อ้วนพีมีพุง หรืออีกทีที่เรียกพวกรอบเอวยาวกว่าปกติ) แต่ไม่ว่าจะอ้วนแบบไหนก็ล้วนแต่เป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้อายุเราสั้นลงทั้งนั้น หรือไม่ก็เจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น บรรดาสารพัดโรคที่แม่ยี่หวากล่าวไว้ข้างต้นมากกว่าคนที่มีดัชนีมวลกายและรอบเอวปกติ



จำกันได้มั้ยค่ะที่ช่วงหนึ่ง กระทรวงสาธารณสุขเคยรณรงค์ให้ข้าราชการไทยลดน้ำหนัก โดยกำหนดรอบเอวของชายไทยและหญิงไทยเอาไว้ว่า


ผู้ชาย รอบเอวต้องไม่เกิน 90 เซนติเมตร (36 นิ้ว)

ผู้หญิงรอบเอวต้องไม่เกิน 80 เซนติเมตร (32 นิ้ว)


หรือจะพูดอีกทีก็จะพูดได้ว่ารอบเอวที่มีตัวเลขเกินมากๆเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับโรคภัยทั้งหลาย พูดง่ายๆ ก็คือถ้าเราอ้วนและมีรอบเอวยาวมากผิดปกติ (อ้วนพีมีพุง)  เราเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนที่อ้วนใหญ่ทั้งตัวค่ะ




ทีนี้ถ้าใครอยากรู้ว่าตัวเองเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไตรกลีเซอไรด์สูง โรคหัวใจและหลอดเลือดหรือไม่ก็ลองวัดความยาวรอบเอวดูค่ะ ดูว่ายาวเกินครึ่งของความสูงของเราหรือไม่ ยิ่งยาวเกินมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสี่ยงมากเท่านั้น


ตัวอย่างเช่น ถ้าสูง 174 เซนติเมตร

เอวไม่ควรเกิน  87 เซนติเมตร หรือ (174  หาร 2)


ถ้าเกินกว่านี้เท่ากับเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด


เพราะฉะนั้นใครที่ไม่อยากเสี่ยงกับโรคที่แม่ยี่หวากล่าวมา ก็ต้องพยายามรักษารอบเอวเอาไว้ไม่ให้ใหญ่ (ยาว)เกินครึ่งของส่วนสูงนะคะ

แล้วถ้าคนสองคนที่มีส่วนสูงเท่ากัน(180 เซนติเมตร) น้ำหนักเท่ากัน (110  กิโลกรัม) ซึ่งเมื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายแล้วก็เท่ากัน (33.9) แต่คนหนึ่งอ้วนใหญ่ อีกคนอ้วนพีมีพุง โอกาสเสี่ยงของใครมากน้อยกว่ากัน???


คำตอบคือ  คนที่อ้วนพีมีพุงมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดมากกว่าค่ะ

ส่วนคนที่อ้วนใหญ่มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงไตรกลีเซอไรด์สูงมากกว่าค่ะ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าผู้ชายอ้วนมีความเสี่ยงมากกว่าผู้หญิงอ้วน


จากสถิติของในปี  2552

คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ร้อยละ 55-68  เป็นผู้ชาย (อายุเฉลี่ย  62-68 ปี)

คนไทยที่เป็นอัมพาต ร้อยละ 52  เป็นผู้ชาย(อายุเฉลี่ย 62  ปี)


และ ที่สำคัญคือผู้ชายไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นความสำคัญของการลดน้ำหนักค่ะ หรือบางคนลดได้แล้ว ก็กลับมาอ้วนใหม่และนี่ก็คือปัญหาที่ต้องแก้ไขให้ผู้ชายหันมาใส่ใจในสุขภาพและสนใจกับความอ้วน(พุง) ของตัวเอง


ถ้าคุณผู้ชายคนไหนกำลังเพาะเลี้ยงไขมันอยู่ อย่าเสียดายเลยค่ะ เพราะไขมันที่พอกอยู่ที่พุงก็เหมือนกับพอกอยู่ที่หัวใจเรา โรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมองตีบจะเพิ่มขึ้นตามพุงที่ใหญ่ขึ้นค่ะ



สั่งลาพุง (ไขมัน)ก่อนที่พุงจะทำให้เราต้องสั่งลาจากคนที่เรารักดีกว่ามั๊ยคะ





ขอบคุณข้อมูลสถิติจากกรมอนามัยค่ะ

ขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์ Google.com




Create Date : 12 ตุลาคม 2555
Last Update : 12 ตุลาคม 2555 21:53:19 น.
Counter : 1426 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สาวเอยจะบอกให้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]



แม่ยี่หวาเป็น สว. คนหนึ่ง ที่เคยทุกข์ทรมานเนื่องจากสุขภาพที่ย่ำำแย่มาตลอดตั้งแต่เด็กจนถึงวัยสาว เสียเวลาและเงินทองมากมาย
แล้ววันหนึ่งแม่ยี่หวาก็ุลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง มาเป็นนักกีฬาค่ะ วิ่ง วิ่งและวิ่ง หลังจากนั้นชีวิตก็เปลี่ยน เลิกกินยา เลิกป่วย แต่กว่าจะเป็นอย่างนี้ก็ต้องใช้เวลานะคะ
นอกจากออกกำลังกายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกคือ การใช้หลักโภชนาการ ในการดูแลสุขภาพควบคู่กันไปด้วยค่ะ
บล็อกที่เขียนส่วนหนึ่งเป็นการเล่าเรื่องชีวิตและประสบการณ์ของตัวเอง กับการใช้อาหารเป็นยา การใช้สมุนไพรในการดูแลตัวเองเบื้องต้น
หวังว่าจะมีคนเข้ามาอ่านและนำไปใช้บ้าง ไม่รังเกียจที่จะูถูกเรียกว่า พี่ ป้า หรือ ยาย ค่ะ
New Comments