All Blog
*** ความเข้าใจผิดในการออกกำลังกาย ***

หลายวันมานี้แม่ยี่หวาเอาเรื่องลดความอ้วนแบบแพทย์แผนจีนมาเขียนให้อ่านกัน อันที่จริงแบบจีนหรือไทยก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่แม่ยี่หวาทึ่งที่คนจีนเวลาเค้าอ้วนและต้องการลดความอ้วนหรือแค่ลดน้ำหนัก เค้ามักจะปรึกษาแพทย์ก่อน มีการตรวจร่างกายโดยละเอียด มีการวางแผน กำหนดเป้าหมาย แล้วจึงปฏิบัติ ตรงนี้แหละค่ะที่ต่างจากคนไทย ที่นึกอยากลดก็ลด เกิดเบื่อขึ้นมาเพราะลดได้ช้าก็เลิก ซึ่งเป็นสิ่งที่แม่ยี่หวาไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง


ตอนที่แม่ยี่หวาอ่านตำราแพทย์แผนจีนอยู่นี้ พี่สาวแม่ยี่หวาก็กำลังพยายามลดความอ้วนอยู่เหมือนกันค่ะ และเพราะพี่คนนี้นี่แหละค่ะ ที่ทำให้แม่ยี่หวาต้องมานั่งเขียนเรื่องดัชนีความอ้วนแบบจีน และรู้สึกว่าไม่เลวเลยนะคะ ถ้าจะเอามาใช้ เพราะตัวอย่างมาจากพี่สาวแม่ยี่หวาคนนี้แหละค่ะ

เรื่องของเรื่องคือ พี่สาวคนนี้เธอสูงแค่ 163 เซน สมัยก่อนสัดส่วนเธออยู่ที่ 34-22-36

ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 43 กิโล ซึ่งเรียกได้ว่ารูปร่างนางงามเลยค่ะ เพราะหุ่นทรงเธอเป็นนาฬิกาทราย แถมเป็นคนกระดูกเล็ก และเธอก็รักษาหุ่นทรงได้ดีมาตลอดจนเมื่อไม่นานมานี่ล่ะค่ะตอนใกล้ๆวัยทอง เธอก็ค่อยๆอวบขึ้นๆ จนแม่ยี่หวาบอกเธอว่าลดน้ำหนักได้แล้ว แต่เธอก็บอกว่า เธอไม่อ้วน ทั้งที่น้ำหนักเธอขึ้นมาอยู่ที่ 52-55 แล้ว เธอบอกว่าดัชนีมวลกายเธออยู่ที่ 20 จุดนิดๆ เท่านั้น แม่ยี่หวาก็เลยได้แต่ส่ายหัว ก็แม่ยี่หวาเห็นเธอแขวนห่วงยางไว้ที่เอวมาพักใหญ่แล้วนี่ค่ะ วันหนึ่งแม่ยี่หวาก็เลยต้องพูดกันแบบไม่เกรงใจ แล้วก็มานั่งอธิบายเรื่องของดัชนีมวลกายให้ฟัง เมื่อกลางเดือนที่แล้วเธอจึงเริ่มต้นลดน้ำหนัก ซึ่งมาถึงวันนี้ น้ำหนักเธอก็ลดลงมา 4 กิโลแล้วค่ะ แต่ เราก็ยังต้องถกเถียงกันเรื่องความเชื่อกับความเข้าใจผิดอยู่ดี เลยทำให้แม่ยี่หวามีเรื่องได้เขียนต่อ


ก็เรื่องความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดความอ้วนนั้นแหละค่ะ มาดูกันค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง


ความเข้าใจผิดที่ 1.


เข้าใจว่าขอเพียงออกกำลังกายมากหน่อยก็สามารถลดความอ้วนได้ การออกกำลังกายแม้จะสามารถเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้ แต่การลดความอ้วนโดยการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว บางครั้งก็เห็นผลไม่ชัดเจน ถ้าไม่ควบคุมอาหารไปด้วย อย่างเช่นตีเทนนิสวันละหลายชั่วโมง แต่ช่วงพักดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานเข้าไปมาก หรือทานเบเกอรี่ไป 2-3 ชิ้น การลดความอ้วนที่แสนยากเย็นก็จะไร้ประโยชน์ทันที ดังนั้นหากต้องการลดความอ้วนให้ได้ผลในระยะยาว จึงต้องควบคุมอาหารโดยรับประทานอาหารที่เหมาะสมด้วยนอกเหนือจากการออกกำลังกาย


ความเข้าใจผิดข้อที่ 2.


คิดว่าการออกกำลังกายตอนท้องว่างเป็นผลเสียกับร่างกาย มีหลายๆคนมักกังวลว่า การออกกำลังกายขณะท้องว่าง อาจทำให้สูญเสียน้ำตาลที่สะสมในร่างกายมากไป ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ อาจเกิดอาการวิงเวียน ไม่มีแรง หัวใจเต้นแรง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย แต่นักวิจัยชาวจีน กลับระบุว่า การออกกำลังกายก่อนทานอาหาร 1-2 ชั่วโมง จะสามารถลดความอ้วนได้ดี เนื่องจากเวลาดังกล่าวไม่มีกรดไขมันใหม่เข้ามาในเซลล์ไขมัน จึงเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ง่าย (โดยเฉพาะไขมันหลังคลอด) จึงลดความอ้วนได้ผลดีกว่าการออกกำลังกายหลังอาหาร นอกจากนี้การออกกำลังกายในปริมาณที่เหมาะสมก็ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพด้วยค่ะ


ความเข้าใจผิดข้อที่ 3.


การวิ่งเหยาะๆทุกวัน วันละ 30 นาทีก็สามารถลดความอ้วนได้แล้ว แม้ว่าการวิ่งเหยาะ 30 นาทีจะสามารถเผาผลาญไขมันได้ แต่ลดไขมันได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผลจากการพิสูจน์ในภาคปฏิบัติพบว่า ต้องออกกำลังกายเกินกว่า 40 นาทีเท่านั้น ร่างกายจึงจะเผาผลาญไขมันพร้อมกับไกลโคเจน ตามระยะเวลาที่ออกกำลังกาย ซึ่งเปอร์เซ็นต์ของการเผาผลาญไขมันอาจสูงถึง 80% ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะออกกำลังกายอย่างไร หากน้อยกว่า 40 นาที ก็จะไม่ค่อยมีการเผาผลาญไขมันอย่างชัดเจนนัก


ความเข้าใจผิดข้อที่ 4.


หลายๆคนเข้าใจว่าการออกกำลังกาย สามารถเลือกได้ว่าจะลดทั้งตัวหรือลดเฉพาะส่วน เรามักเห็นหรือได้ยินโฆษณาบ่อยๆว่า ลดเอว หรือ ลดสะโพก แล้วการออกกำลังกายเฉพาะส่วน สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้จริงไหม?

ประการแรก พลังงานโดยรวมที่ถูกเผาผลาญในการออกกำลังกายเฉพาะที่นั้นมีน้อย ทั้งยังเหนื่อยง่าย และทำได้ไม่นาน

ประการที่สอง ระบบประสาทและระบบคัดหลั่งเป็นตัวควบคุมในการนำไขมันไปใช้ ซึ่งเป็นการควบคุมทั้งตัว ไม่ใช่ว่าบริหารตรงไหนก็สามารถลดไขมันส่วนเกินตรงนั้นได้


ความเข้าใจผิดข้อที่ 5.


การออกกำลังกายที่รุนแรงและหักโหม จะลดความอ้วนได้มากกว่า การออกกำลังกายเบาๆ เป็นเวลานานและมีการใช้ออกซิเจนเท่านั้น จึงจะเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ ทั้งนี้เนื่องจากการออกกำลังกายเบาๆ กล้ามเนื้อต้องใช้ออกซิเจนในการเปลี่ยนกรดไขมันเป็นพลังงาน ดังนั้นจึงเผาผลาญไขมันได้เร็วกว่า หากออกกำลังกายอย่างหักโหม เปอร์เซ็นต์การเผาผลาญไขมันจะเป็น 15% เท่านั้น ดังนั้น การออกกำลังกายแบบสบายๆเป็นเวลานาน แต่ไม่หักโหม หรือการออกกำลังกายนานๆที่มีอัตราการเต้นของหัวใจเป็น 100-124 ครั้งต่อนาที จึงจะลดความอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุดค่ะ






Create Date : 09 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2555 20:28:25 น.
Counter : 2365 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สาวเอยจะบอกให้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]



แม่ยี่หวาเป็น สว. คนหนึ่ง ที่เคยทุกข์ทรมานเนื่องจากสุขภาพที่ย่ำำแย่มาตลอดตั้งแต่เด็กจนถึงวัยสาว เสียเวลาและเงินทองมากมาย
แล้ววันหนึ่งแม่ยี่หวาก็ุลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง มาเป็นนักกีฬาค่ะ วิ่ง วิ่งและวิ่ง หลังจากนั้นชีวิตก็เปลี่ยน เลิกกินยา เลิกป่วย แต่กว่าจะเป็นอย่างนี้ก็ต้องใช้เวลานะคะ
นอกจากออกกำลังกายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกคือ การใช้หลักโภชนาการ ในการดูแลสุขภาพควบคู่กันไปด้วยค่ะ
บล็อกที่เขียนส่วนหนึ่งเป็นการเล่าเรื่องชีวิตและประสบการณ์ของตัวเอง กับการใช้อาหารเป็นยา การใช้สมุนไพรในการดูแลตัวเองเบื้องต้น
หวังว่าจะมีคนเข้ามาอ่านและนำไปใช้บ้าง ไม่รังเกียจที่จะูถูกเรียกว่า พี่ ป้า หรือ ยาย ค่ะ
New Comments