*** ๑๒ สูตรสวยจากธรรมชาติ ๑๐, ๑๑ และ ๑๒***

วันนี้มาถึง ๓สูตรสวยสุดท้ายแล้วนะคะ ช่วงนี้แม่ยี่หวาไม่สามารถ อัพบล็อก ได้ทุกวัน เนื่องจากมีปัญหากับสุขภาพของมือและแขนอย่างมากๆ แต่ก็พยายามที่จะเข้ามา อัพบล็อกให้ได้เร็วกว่านี้ค่ะ




กล้วย Musa paradisiacal L.Var.sapientum O.Ktze


เพิ่มความชุ่มชื้นทำให้ผิวหนังสดชื่น ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ

กล้วยมีสารเมือก เพิ่มความชุ่มชื้น ทั้งยังมีวิตามินเกลือแร่ โปรตีน อีกหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อผิวหนังในการเพิ่มความชุ่มชื้น ลบรอยเหี่ยวย่น รักษาแผล




การเตรียมกล้วย

ใช้ส่วนที่เป็นเนื้อกล้วยบดหรือปั่น


การใช้กล้วย

+++ใช้กล้วย ๑ ผล น้ำผึ้ง ๑ ช้อนชาสำหรับคนผิวแห้ง หรือน้ำส้มหรือน้ำมะนาว ๑ ช้อนชาสำหรับคนผิวมัน ปั่นผสมให้เข้ากัน จนละเอียดพอกให้ทั่วหน้า รวมทั้งลำคอ ทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื่น เรียบลื่น เต่งตึง ลบรอยเหี่ยวย่น


+++ใช้กล้วย ๑ ผล ผสมน้ำมันมะกอก ๑ ช้อนชา นำมาปั่น ผสมให้เข้ากัน พอกหน้าจนถึงลำคอ ทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที แล้วจึงล้างออก เหมาะกับคนหน้าแห้ง จะทำให้ใบหน้าชุ่มชื้น เต่งตึง ลบรอยเหี่ยวย่น


+++ใช้กล้วยน้ำว้าสุกปอกเปลือก บดให้เหลว แล้วทาให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวหน้าสะอาดนุ่มชุ่มชื่น





มะนาว Citrus aurantifolia Swing


ลดความมันบนใบหน้า เพิ่มความชุ่มชื่น เพิ่มการไหลเวียนเลือด ป้องกันผิวจากอนุมุลอิสระ

มะนาวเป็นผลไม้เก่าแก่ชนิดหนึ่ง ในการใช้เป็นเครื่องสำอาง ใช้เพื่อทำให้ผิวนุ่มขึ้น และใช้เพื่อลดความมัน ใช้เป็นโทนเนอร์ สำหรับคนหน้ามัน จากการที่มีกรดผลไม้ทำให้มีความชุ่มชื่นขึ้น ช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้ว และมะนาวยังมีฟลาโว-นอยด์ ทำให้มีการไหลเวียนของเลือด ในหลอดเลือดเล็กดีขึ้น ทั้งยังเพิ่มความชุ่มชื้นในชั้นของผิวชั้นนอก มะนาวยังมีวิตามินซีสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ โดยทั่วไปแล้ว ในบ้านเรานิยมใช้น้ำมะนาวเป็นกระสายยา ร่วมกับการใช้สมุนไพรบำรุงผิวอื่นๆ สำหรับคนผิวมัน




การเตรียมมะนาว

คั้นเอาแต่น้ำมะนาว ควรใช้สดๆ ไม่ควรทิ้งไว้นาน ไม่ควรใช้น้ำมะนาวโดยตรงกับผิวหน้า เพราะถ้าใช้เข้มข้น จะทำให้ผิวหน้าย่นได้


การใช้มะนาว

+++ใช้น้ำมะนาว ๕-๖ หยดลงในน้ำ ๑ แก้ว ใช้ล้างหน้า จะทำให้ผิวหนังเนียนนุ่ม


+++ใช้น้ำมะนาว ๑ ช้อนชา น้ำส้มคั้น ๑ ช้อนชา โยเกิร์ต ๓๐ มิลลิลิตร ผสมให้เข้ากัน ทาให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ ๑๐-๑๕ นาทีแล้วล้างออก จะทำให้ผิวหน้าสดใส ลบรอยกระ จุดด่างดำ


+++ใช้น้ำมะนาว ๑ ช้อนชา ไข่ขาว ๑ ฟอง ดินสอพอง ๔-๕ เม็ดนำมาผสมกันจนเป็นเนื้อเดียวกัน พอกหน้าทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที เหมาะสำหรับคนผิวหน้ามัน เพื่อช่วยลดความมันบนใบหน้า


+++ใช้น้ำมะนาว ๑/๒ ช้อนชา ไข่แดง ๑ ฟอง ผิวส้มบดละเอียด ๑/๒ ช้อนชา พอกหน้าทิ้งไว้สัก ๑๐-๑๕ นาที ใช้สำหรับคนที่มีผิวซีดเซียว จะทำให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใสขึ้น





ตำลึง Coccinia grandis (L.) Voigt


แก้อักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหนังสดชื่นป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ

ตำลึงอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซีเกลือแร่ และสารต้านการอักเสบ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคคนโบราณนิยมใช้แก้สิวและพอกหน้าเพื่อทำให้ผิวหน้าสดใส ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในไทยและญี่ปุ่นเริ่มที่จะนำยอดอ่อนและมือเกาะของตำลึงมาเป็นส่วนผสมในครีมบำรุงผิวเพราะเชื่อมั่นในคุณสมบัติพิเศษจากสารธรรมชาติที่มีอยู่ในสมุนไพรชนิดนี้




การเตรียมตำลึง

เลือกแต่ใบตำลึงสด ถ้าใช้ตำลึงตัวผู้โบราณว่าจะได้ผลกว่าใบตำลึงตัวเมีย และต้องล้างให้สะอาด(เพราะตำลึงมักจะมีตัวบุ้งอยู่) ก่อนที่จะนำมาปั่นเป็นครีมหรือคั้นเอาน้ำ


การใช้ตำลึง

+++ใช้ใบตำลึงสดคั้นเอาแต่น้ำชุบสำลีแปะบนหัวสิวสักครู่ ประมาณ ๕-๑๐ นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำบ่อยๆสิวอักเสบจะหายได้และไม่มีรอยแผลจากหัวสิวด้วย


+++ใช้ใบตำลึงประมาณ ๑ กำมือ น้ำสะอาด ๒-๓ช้อนโต๊ะ ปั่นเข้าด้วยกันจนเป็นครีม นำข้าวสาร (ถ้าเป็นข้าวกล้องได้ก็ดี) ๒ ช้อนชานำไปแช่น้ำจนนิ่ม นำไปบดให้ละเอียด แล้วนำไปผสมกับครีมตำลึงนำไปพอกหน้าทิ้งไว้จนแห้ง จึงล้างออก จะช่วยกำจัดสารพิษตกค้างบนใบหน้า แก้สิวทำให้ผิวหน้าชุ่มชื่น หรือหากไม่สะดวกในการเตรียมข้าวสารจะใช้ครีมตำลึงเพียงอย่างเดียวก็ได้ค่ะ




***ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพร***


สมุนไพรทุกชนิดอาจมีบางคนที่แพ้ได้ การทดสอบว่าแพ้หรือไม่ให้นำส่วนผสมที่จะใช้ทาที่ท้องแขนก่อน เพราะผิวหนังบริเวณท้องแขนเป็นส่วนที่บอบบางกว่าผิวหน้าทิ้งไว้สักพักหนึ่งถ้าไม่เกิดอาการแสบร้อน มีผื่น ถือว่าไม่แพ้ การใช้สมุนไพรเพื่อที่จะเห็นผลจำเป็นต้องมีการใช้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ตำรับต่างๆ ในการใช้สมุนไพรเพื่อความงามส่วนใหญ่เป็นผลไม้หรือผักที่ไม่ได้ตายตัว สามารถปรับได้ ผสมสูตรขึ้นมาใหม่ได้ตามชนิดของผลไม้หรือผักที่อยู่ ระยะเวลาในการทำหรือพอกก่อนล้างออกนั้นไม่ได้ตายตัวขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน คนที่ผิวแพ้ง่ายควรใช้เวลาน้อยกว่าและการใช้ในช่วงแรกไม่ควรพอกหรือทิ้งไว้นานๆ โดยเฉพาะตำรับที่มีกรดผลไม้(ที่มักมีในมะขาม มะนาว สัปปะรด) ซึ่งต้องมีการปรับตัวในการใช้ช่วงแรกๆ ต้องใช้ปริมาณน้อยๆและในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น มะขาม ถ้าใช้มะขามล้างหน้า ในช่วงแรกอาจจะต้องล้างออกทันทีประมาณ ๑ สัปดาห์ ก่อนทาหรือพอกทิ้งไว้สามารถปรับให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนได้ เช่นผิวแห้ง ควรใช้ น้ำนมโยเกิร์ต ไข่แดง ผิวมัน ใช้น้ำมะนาวหรือน้ำส้ม ไข่ขาว ส่วนน้ำผึ้งสามารถเติมลงไปได้ทุกสภาพผิว





อ้างอิง


- ภกญ.สุภาภรณ์ ปิติพร,สมุนไพรอภัยภูเบศร. พิมพ์ครั้งที่ ๓, กรุงเทพฯ : บริษัทปรมัตถ์การพิมพ์จำกัด, ๒๕๔๗

- คมสัน หุตะแพทย์, รศ. รุ่งระวีเต็มศิริฤกษ์กุล และภาส เชษฐากุล, สวยด้วยวิธีธรรมชาติ. พิมพ์ครั้งที่ ๔, กรุงเทพฯ: บริษัทแอคมี พรินติ้ง จำกัด, ๒๕๔๗

- นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร,ผิวหน้าสดใส. พิมพ์ครั้งที่ ๑, กรุงเทพฯ : บริษัทเฮลท์ออทอริดี้ส์ จำกัด, ๒๕๓๘

- พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์, เอื้อมพรศรีกฤษณพล, ปลื้มจิตต์ โรจนพันธ์ และดวงดาว ฉันทศาสตร์,เทคโนโลยีการพัฒนาตำรับเครื่องสำอาง และการผลิตขั้นอุตสาหกรรม. พิมพ์ครั้งที่ ๒,กรุงเทพฯ : บริษัท ประชาชน จำกัด, ๒๕๔๐

- AldoFacetti,Natural beauty. New York, A Fireside Book. ๑๙๙๐

- ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม,พจนานุกรมสมุนไพรไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๑, กรุงเทพฯ : โอ.เอส.พรินติ้ง เฮ้าส์, ๒๕๓๑.

- ตรีสุคนธ์, สมุนไพรสร้างรอยยิ้ม.พิมพ์ครั้งที่ ๑, กรุงเทพฯ : บริษัทพิมพ์ดี จำกัด,๒๕๔๗

- เฉลียงลม สำนักพิมพ์,สมุนไพรเพื่อความงาม. พิมพ์ครั้งที่ ๑, กรุงเทพฯ : บริษัทพงษ์วรินการพิมพ์,๒๕๔๗



และขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์กูเกิ้ลดอตคอมค่ะ




Create Date : 23 มกราคม 2556
Last Update : 23 มกราคม 2556 20:34:10 น.
Counter : 725 Pageviews.

0 comment
*** ๑๒ สูตรสวยจากธรรมชาติ ๘ และ ๙***

สูตรที่ ๘ และ ๙ แล้วค่ะ



สับปะรด Ananas comosus (linn.) Merr.


กำจัดเซลล์ที่ตายแล้ว (keratolysis) ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ

สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าต่อความงามของผิวพรรณจากการที่สับปะรดมีเอนไซม์papain ช่วยย่อยเซลล์ที่ตายแล้วของชั้นผิวหนังให้หลุดออกมา มีประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นสิวหัวดำอุดตันที่ใบหน้า ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้น สับปะรดยังมีสรรพคุณในการช่วยลดการอักเสบและยังมีวิตามินเอ วิตามินซี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และมีเกลือแร่อีกหลายชนิดที่ช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้นด้วย





การเตรียมสับปะรด

นำสับปะรดมาปอกเปลือกออก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ปั่นให้ละเอียด



การใช้สับปะรด

น้ำสับปะรด ๑ ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง ๒ ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด ๓ ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ล้างหน้าให้สะอาด พอกให้ทั่วใบหน้า ยกเว้นปากและดวงตา ทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วล้างออก หรือจะใช้น้ำที่คั้นจากสับปะรด นำมาชโลมผิวหน้า ทิ้งไว้พอแห้ง แล้วจึงล้างออก จะทำให้หน้าเนียนนุ่ม เนื่องจากสิ่งสกปรก และเซลล์ผิวชั้นนอกสุดถูกย่อยและขจัดออกไป





มะขาม Tamarindus indica Linn


ลดรอยด่างดำบนใบหน้า เพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวเรียบลื่น ลบรอยด่างดำ ฝ้ากระ ลบรอยเหี่ยวย่น ตำรับความงามที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งพบตำรายาสมุนไพรเขียนด้วยภาษาล้านนาว่า มะขาม ฝักกระดาน สักกำมือแช่น้ำอุ่น ทาหน้าทาตัวผิวดำและฝ้าย่อมเสี้ยงไป (เสี้ยงหมายถึงหมดไป) ที่เป็นเช่นนี้เพราะในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเช่น มะนาว มะขาม สับปะรด จะมีกรดเอเอชเอ ( AHA หรือ alpha hydroxy acid ) ซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ จะช่วยขัดผิว ลอกผิวด่างดำและฝ้า


นอกจากนี้ มะขามยังมีกรด ทาร์ทาริก ( tartaric acid ) กรดซิตริก ( citric acid ) และกรดมาลิก (malic acid) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลบรอยด่างดำบนใบหน้า ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น กำจัดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวขาวนวลเนียน อ่อนเยาว์ขึ้น แต่มะขามมีข้อได้เปรียบมะนาวและสับปะรด ตรงที่มะขามมีลักษณะเป็นครีมโดยธรรมชาติ จึงสามารถใช้ได้ดีกว่า





การเตรียมมะขาม

การใช้มะขามให้ใช้มะขามเปรี้ยวสุก(มะขามหวานใช้ไม่ได้เพราะกรดผลไม้น้อย)

น้ำคั้นมะขามเปียกที่ดีมีคุณภาพ ต้องได้จากการคั้นมะขามเปียกสดใหม่ และใช้ทันที ถ้าเก็บในตู้เย็นต้องไม่เกิน ๑ สัปดาห์ ถ้าหากจะกวนเก็บไว้ใช้นานๆ ต้องกวนจนเกือบแห้ง ซึ่งมักจะกวนใส่นมหรือน้ำผึ้งก็ได้



การใช้มะขาม

+++ มะขาม ๑ กำมือ นมสด ๑ ถ้วย น้ำผึ้ง ๑ ช้อนโต๊ะ

ใช้มะขามเปียกที่แกะเมล็ดแล้วขนาด ๑กำมือ นมสด ๑ถ้วยขยำเข้าด้วยกันแล้วกรองด้วยตะแกรงเพื่อเอาซังมะขามออก นำไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อน พอใกล้งวด เติมน้ำผึ้งลงไป ๑ ช้อนโต๊ะ อาจเติมขมิ้นชันลงไปประมาณ ๑/๔ ช้อนชา (อย่าใส่มากเกินไปเพราะจะทำให้หน้าเหลือง ) เคี่ยวต่อจนงวด แต่อย่าให้ข้นเกิน ให้สังเกตว่ายังสามารถแตะขึ้นมาได้ง่าย เสร็จแล้วบรรจุใส่กระปุกสะอาด ถ้าไม่เปิดเลยจะเก็บไว้ได้ประมาณ ๖ เดือน จึงควรตักแบ่งใส่กระปุกเล็กไว้เพื่อสะดวกในการใช้



+++นำเนื้อมะขามเปรี้ยวสุก ไม่ต้องแกะเมล็ดปั้นเป็นก้อนกลม ห่อด้วยผ้าขาวบาง ฟอกตัวเมื่ออาบน้ำ จะทำให้ผิวที่คล้ำด้วยแดด หรือลม ค่อยๆผ่องขึ้น


+++น้ำมะขามเปียกผสมน้ำพอเจือจางล้างหน้าเป็นประจำ ช่วยขจัดความมันบนใบหน้า และสิวให้หลุดออกไปได้อย่างหมดจด


+++คั้นน้ำมะขามเปียกพอข้น ทาบริเวณที่เกิดฝ้า อาจพอกไว้แล้วลูบไล้ด้วยมือเบาๆ ครั้งละ ๑๐-๑๕ นาที เช้าเย็นเป็นเวลา ๓ สัปดาห์ จะทำให้ฝ้า รอยด่างดำถูกลบเลือนไปจนหมด สำหรับคนผิวแห้งควรผสมนมสดชนิดจืดลงไปด้วย ไขมันและโปรตีนจากนมสด จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นใว้ในผิวได้เป็นอย่างดี




Create Date : 15 มกราคม 2556
Last Update : 15 มกราคม 2556 20:10:56 น.
Counter : 983 Pageviews.

0 comment
*** ๑๒ สูตรสวยจากธรรมชาติ ๖ และ ๗***

วันนี้เรามาถึงสูตรที่ ๖ และ ๗ กันแล้วนะคะ



บัวบก (Centella asiatica L.)


บัวบกมีคุณสมบัติเด่นในการสร้างเซลล์ใหม่ ทำให้เซลล์แข็งแรง ลดอาการบวมคั่ง (decogestion) กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อของผิวหนัง


บัวบกเป็นสมุนไพรที่มีชื่อเสียงในการรักษาแผลมาอย่างยาวนาน ทำให้แผลหายเร็วและไม่เป็นแผลเป็น โดยการที่บัวบกไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสทิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของผิวหนัง จากการที่มีสารจำพวกไตรเทอร์พีน เช่น asiaticoside , madecassoside, Asiatic, madecassic, madisiatic acids เป็นต้น


นอกจากนี้ยังมีสารฟลาโวนอยด์เสริมสรรพคุณในการลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง สารในบัวบกเหล่านี้ ยังทำให้การไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดเล็กๆ ดีขึ้น จึงมีประโยชน์ต่อผิวหนังหลายด้าน เช่น เป็นการทำให้เซลล์ได้รับอาหารมากขึ้น เซลล์แข็งแรงขึ้น ลดอาการบวมคั่ง แก้ปัญหาผิวหนังที่มีลักษณะเป็นผิวส้ม





การเตรียมบัวบก

บัวบกเป็นสมุนไพรที่ขึ้นกับดิน ต้องเลือกตัดเอาเฉพาะส่วนที่เหนือดิน แล้วนำมาล้างให้สะอาด บัวบกมีลักษณะเหนียว ถ้านำไปปั่นในเครื่องปั่นทั้งต้น โดยไม่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน ก็จะต้องใส่น้ำไปด้วยเล็กน้อย


การใช้บัวบก

นำใบบัวบกส่วนที่อยู่เหนือดินตัดรากออก๑ กำมือ หั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่น้ำสะอาด ๒-๓ ช้อนโต๊ะ เติมน้ำผึ้งผสมลงไป ๑ ช้อนชา ปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน พอกก่อนเข้านอน ทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที แล้วจึงล้างให้สะอาด พอกได้ทุกวัน จะทำให้ผิวหน้าอ่อนกว่าวัย สดใสไร้ริ้วรอยแผลเป็น





แครอต ( Daucus carota L. )


แครอตทำให้ผิวหนังเรียบลื่น ควบคุมการสร้างไขมันของต่อมไขมัน ทำให้เซลล์แข็งแรง ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวหน้าขาวขึ้น


แครอตเป็นผักที่มีวิตามินและเกลือแร่สูงมาก ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่า แครอตเป็นสมุนไพรพิทักษ์ผิวที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง เนื่องจากแครอตมีสารแพกติน กรดอะมีโน ซึ่งเป็นสารอาหารและสร้างฟิล์มบางๆ เพื่อทำให้ผิวเรียบลื่นและสดชื่น ทั้งยังมีสารโปร-วิตามินเอและวิตามินซี ซึ่งมีประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ


นอกจากนี้ วิตามินเอ วิตามินซี แมกนีเซียม เหล็ก แมงกานิส ทองแดงซึ่งจำเป็นต่อการสร้างอีลาสทิน และคอลลาเจน ส่วนวิตามินในกลุ่มวิตามินบี และโปร-วิตามินเอจะช่วยในการควบคุมการสร้างไขมันจากต่อมไขมัน นอกจากนี้แครอตยังช่วยให้หน้าขาวขึ้นจากสารเบต้าแคโรทีน





การเตรียมแครอต

ปอกเปลือกออกก่อนที่จะหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปปั่น ซึ่งต้องเติมน้ำเล็กน้อย พอให้ปั่นได้


การใช้แครอต

แครอตหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ ถ้วย ผสมน้ำ ๑/๒ ถ้วย เพียง ๒ อย่าง หรือเติมน้ำผึ้งแท้ ๑/๔ ถ้วย สำหรับคนหน้าแห้ง หรือไข่ขาว ๑ ฟอง สำหรับคนหน้ามันลงไป ปั่นรวมกันให้ละเอียด พอกหน้าทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาทีแล้งล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำทุกวันก่อนเข้านอน หน้าจะสดใส เต่งตึงและขาวขึ้น หรือจะใช้แครอตต้มสุกนำมาบดให้ละเอียด พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วล้างออกก็ได้ค่ะ



ขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์กูเกิ้ลดอตคอมค่ะ




Create Date : 13 มกราคม 2556
Last Update : 13 มกราคม 2556 20:44:51 น.
Counter : 477 Pageviews.

0 comment
*** ๑๒ สูตรสวยจากธรรมชาติ ๔ และ ๕***

ต่อสูตรที่ ๔ และ ๕ กันเลยค่ะ



แตงกวา  (Cucumis sativus linn.)


แตงกวาเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหนังสดใส เพิ่มความยืดหยุ่น ลดการบวมแดง และสมานผิว


แตงกวาเป็นสมุนไพรเก่าแก่ชนิดหนึ่ง ซึ่งสาวทั่วโลกใช้เป็นเครื่องสำอางมาอย่างยาวนาน โดยแตงกวาเพิ่มความชุ่มชื้น มีสารกลูซิค (glucids) กรดอะมิโน และเกลือแร่ต่างๆ ไปช่วยทำให้เกิดสารชุ่มชื้นตามธรรมชาติบนผิวหน้าขึ้นมาใหม่


แตงกวายังช่วยทำให้ผิวหนังคงความเยาว์วัยมีความยืดหยุ่นจากการที่แตงกวามีสารซิสทีน (cystin) และเมทิโอนิน (methionin) และยังมีสารโพลีแซคคาไรด์ ที่ช่วยทำให้ผิวหนังสดชื่น ต้านการเป็นปื้นแดง ซึ่งจะมีประโยชน์ในการใช้ทาหลังจากไปตากแดงมา เช่น ไปทะเล ไปตีกอล์ฟ


แตงกวาเป็นสมุนไพรที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหน้าแห้ง จากการที่มีคุณสมบัติไปเพิ่มความชุ่มชื้น และเหมาะสำหรับคนผิวหน้ามันด้วยคุณสมบัติช่วยสมานผิวค่ะ




การเตรียมแตงกวา


+++หั่นแตงกวาสดตามขวางบางๆ วางไว้ให้ทั่วใบหน้า

+++หั่นแตงหวาแล้วปั่นกรองเอาแต่น้ำเก็บไว้ใช้ทาหน้า ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน ๒ วัน

+++นำแตงกวาปอกเปลือก ๔ ส่วน กลีเซอรีน ๓ ส่วน น้ำหนึ่งส่วน ปั่นให้เข้ากัน กรอง เก็บน้ำไว้ใช้ได้ประมาณ ๑ ปี นำสารสกัดแตงกวานี้ไปผสมกับเนื้อครีม หรือโลชั่น ประมาณ ๒-๔ ช้อนชาต่อครีมหรือโลชั่น ๑๐๐ มิลลิลิตร



การใช้แตงกวา


+++ใช้แตงกวาสดๆ ฝานเป็นชิ้นบางๆ วางไว้ทั่วใบหน้า ที่ทำความสะอาดแล้ว ทำบ่อยๆ จะทำให้ใบหน้าดูผุดผ่อง เปล่งปลั่งขึ้น และยังช่วยรักษาฝ้าบนใบหน้าได้อีกด้วย

+++ใช้น้ำแตงกวามาทาบนใบหน้าเป็นประจำจะช่วยลดจุดด่างดำ รอยฝ้าที่เกิดจากการผจญแสงแดดและมลพิษระหว่างวัน และช่วยบำรุงผิว

+++ใช้แตงกวาสดปั่นละเอียด ๒-๓ ผลผสมกับน้ำผึ้ง ๑/๔ ถ้วย หรือนมสด ๑/๒ ถ้วย ปั่นให้ละเอียดเป็นครีม นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ ๑๐ นาที แล้วล้างออก ก่อนนอนทุกวัน เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง เพราะจะทำให้ผิวหน้านุ่มเนียนขึ้น

+++ใช้แตงกวาฝานเป็นแว่นแปะที่ดวงตา แตงกวาสดจะมีเอนไซม์ย่อยเซลล์ที่ตายแล้ว ทำให้เซลล์บริเวณรอบดวงตาเย็น การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อลดลง ริ้วรอยจึงลดลงด้วย

+++ใช้แตงกวาสดทั้งผลปั่นละเอียด ผสมน้ำผึ้งพอเหลว นำมาพอกหน้า ทิ้งไว้สักครู่ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เนื้อแตงกวาจะช่วยย่อยโปรตีนชั้นนอกที่หยาบกร้านและเกรียมแดดให้หลุดออกมาได้ และยังช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้งแตกเป็นขุย





มะม่วง  (Mangifera indica Linn.)


เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้เรียบ ลื่น ทำให้ผิวหนังสดชื่น ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ มะม่วงมีวิตามินซี และ reducingglucid สูง จึงช่วยทำให้ผิวหนังสดชื่น ลบรอยเหี่ยวย่นและต้านอนุมูลอิสระ ในมะม่วงยังมีสารที่เป็นน้ำตาลร่วมกับกรดอะมีโน ทำให้เกิดความเรียบลื่น ชุ่มชื่นบนชั้นของผิวหนังกำพร้า วิตามินเอ วิตามินซี และเกลือแร่ที่มีในมะม่วงยังช่วยให้กลไลการสร้างเซลล์ใหม่เป็นไปได้ดียิ่งขึ้น





การเตรียมมะม่วง


ปอกเปลือกออกเลือกใช้เฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อ



การใช้มะม่วง


ใช้สำหรับคนเป็นฝ้า นำเนื้อมะม่วงสุกมายีหรือปั่น แล้วนำไปพอกให้ทั่วหน้าทิ้งไว้จนรู้สึกว่าแห้งจึงล้างออก จะทำให้หน้าขาวและนุ่มนวลขึ้นสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว




Create Date : 11 มกราคม 2556
Last Update : 13 มกราคม 2556 20:15:02 น.
Counter : 921 Pageviews.

0 comment
*** ๑๒ สูตรสวยจากธรรมชาติ ๒ และ ๓***

มาแล้วค่ะตอนที่ ๒ ของ ๑๒ สูตรสวย แม่ยี่หวากำลังพยายามหาเวลามาพิมพ์ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เรื่องในหัวข้อจบโดยเร็ว หรือจนกว่ามือจะเดี้ยงไปเสียก่อนค่ะ(แม่ยี่หวามีปัญหากับสุขภาพมืออยู่ค่ะ)



วันนี้เรามาต่อกันด้วยสูตรสวยที่ ๒ และ ๓ กันเลยนะคะ



มะเขือเทศสุก (Lycopersicon esculentum Mill.)


มะเขือเทศเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหนังสดชื่น ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ ทำให้หน้าขาวขึ้น

น้ำคั้นจากผลมะเขือเทศมีวิตามินหลายชนิด จึงมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น และมี โทเมทีน(tomatine)ซึ่งเป็นสารกลูโคอัลคาลอยด์ที่มีฤทธิ์สมานแผล นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยล้างผิวหน้าให้สะอาดนุ่มนวล ปรับสภาพผิวแห้งกร้าน และคืนสภาพผิวชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี




การเตรียมมะเขือเทศ

สามารถใช้มะเขือเทศได้ทั้งลูกโดยไม่ต้องปอกเปลือก


การใช้มะเขือเทศ

+++ ฝานมะเขือเทศเป็นแผ่นบาง วางบนใบหน้าสักครู่ จะช่วยทำให้ใบหน้าสะอาด และดูเต่งตึงเปล่งปลั่งขึ้น


+++มะเขือเทศปั่นผสมข้าวโอ๊ตหรือรำข้าว พอกหน้าทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที แล้วล้างออก


+++เนื้อมะเขือเทศสุกบดละเอียด ลูบไล้ปลายหางตาจะลดการเหี่ยวย่น ป้องกันการเกิดริ้วรอยตีนกา ต้องทำทุกวันจึงจะเห็นผล


+++มะเขือเทศสุกบดละเอียด ผสมนมสด เป็น mask พอกทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วล้างออก พอกเป็นประจำ จะทำให้ริ้วรอยหมองคล้ำและจุดด่างดำบนใบหน้า ค่อยๆขาวขึ้น ช่วยทำให้ผิวหน้าสะอาด





ฝรั่ง (Psidium guajava Linn. )


เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้เซลล์แข็งแรง ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ และสมานผิว

ฝรั่งเป็นผลไม้ที่ผู้หญิงในแถบหมู่เกาะแปซิฟิก นิยมใช้เป็นเครื่องสำอางทาผิวหน้า เพราะฝรั่งมีโพแทสเซียม น้ำตาล และกรดอะมีโนที่สามารถดึงน้ำให้อยู่ชั้นบนของผิวหนัง จึงทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นขึ้น นอกจากนี้ ฝรั่งยังมีวิตามินสูง ที่สำคัญคือวิตามินบี ๒ ซึ่งถือว่าเป็นวิตามินเพิ่มพลัง ซึ่งจำเป็นในการซ่อมแซมและการเจริญเติบโตของเซลล์ รวมทั้งวิตามินบี ๕ ซึ่งเป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อเซลล์เช่นกัน ฝรั่งยังสามารถป้องกันผิวหน้า ไม่ให้ถูกทำร้ายจากอนุมูลอิสระ และเพิ่มการสร้างเซลล์ใหม่ จากการที่ในฝรั่งมีวิตามินเอ วิตามินซี รีดิวซิ่ง ชูการ์ (Reducing sugar) แมกนีเซียม และทองแดง




การเตรียมฝรั่ง

เลือกฝรั่งที่สดและไม่สุกจนเกินไป เอาเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อ ไม่ใช้เมล็ด หั่นเป็นชิ้นเล็กก่อนปั่น และต้องเติมน้ำลงไปจำนวนหนึ่งทุกครั้งในการปั่น เพราะฝรั่งมีน้ำน้อย


การใช้ฝรั่ง

เนื้อฝรั่งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ถ้วย น้ำ ๑/๒ ถ้วย น้ำผึ้ง ๑/๔ ถ้วย ปั่นจนเป็นเนื้อครีม นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำทุกวันก่อนเข้านอน หน้าจะสดใส เกลี้ยงเกลา และนวลเนียนขึ้นค่ะ




Create Date : 08 มกราคม 2556
Last Update : 8 มกราคม 2556 20:23:30 น.
Counter : 563 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

สาวเอยจะบอกให้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]



แม่ยี่หวาเป็น สว. คนหนึ่ง ที่เคยทุกข์ทรมานเนื่องจากสุขภาพที่ย่ำำแย่มาตลอดตั้งแต่เด็กจนถึงวัยสาว เสียเวลาและเงินทองมากมาย
แล้ววันหนึ่งแม่ยี่หวาก็ุลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง มาเป็นนักกีฬาค่ะ วิ่ง วิ่งและวิ่ง หลังจากนั้นชีวิตก็เปลี่ยน เลิกกินยา เลิกป่วย แต่กว่าจะเป็นอย่างนี้ก็ต้องใช้เวลานะคะ
นอกจากออกกำลังกายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกคือ การใช้หลักโภชนาการ ในการดูแลสุขภาพควบคู่กันไปด้วยค่ะ
บล็อกที่เขียนส่วนหนึ่งเป็นการเล่าเรื่องชีวิตและประสบการณ์ของตัวเอง กับการใช้อาหารเป็นยา การใช้สมุนไพรในการดูแลตัวเองเบื้องต้น
หวังว่าจะมีคนเข้ามาอ่านและนำไปใช้บ้าง ไม่รังเกียจที่จะูถูกเรียกว่า พี่ ป้า หรือ ยาย ค่ะ
New Comments