พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 
@ ^ ^ @ กลับไปชิมร้านเก่าๆ ดูบ้าง Shanghai renjia, Xinjishi & Bifengtang

เนื่องจากไม่ได้ทานร้านทั้ง 3 นี้นานแล้ว เพราะมัวแต่ไปชิมร้านใหม่ๆ เรื่อยเปื่อย มาเซี่ยงไฮ้คราวนี้เลยอยากจะไปทานของที่เคยชอบของแต่ละร้านอีกครั้งค่ะ

ร้านแรกคือ Shanghai renjia ร้านนี้สาขาที่เคยทานประจำ เป็นสาขาบน Shanxi Nan lu แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเป็นร้านอาหารอื่นแทน (ท่าทางจะกำไรเยอะไป เพราะนอกจากปูขนและอาหารทะเลแล้ว อาหารของสาขานี้ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับร้านจีนอื่นๆ ค่ะ ทานกัน 2 คนไม่เคยเกิน 200 RMB) จึงต้องระเห็จไปทานที่สาขา Nanjing xi lu ซึ่งติดกับห้างโซโก้แทน จะมีป้ายใหญ่บึ้มบอกไว้ว่าอยู่ชั้น 4 ค่ะ

เตรียมอาวุธให้พร้อม





สั่งอาหารเรียกน้ำย่อยเป็นผักกับปลาทอดซ้อสอะไรซักอย่างค่ะ อร่อยใช้ได้ทีเดียว ผักกรอบ ส่วนปลานั้นจะคล้ายๆ ปลาเนื้ออ่อนทอดแล้วผัดกับซ้อสอีกทีค่ะ





อาหารที่เคยชอบทานมากๆ ของร้านนี้ คือ Mapo doufu (หมาโผโต้วฝู) ของที่อื่นทานแล้วไม่สบอารมณ์เท่า เลยลองสั่งมาทานค่ะ กะว่าจะทานคนเดียวให้หายอยากเลย เพราะคุณสามีไม่ชอบทานของที่นี่ บอกว่าที่คลับเฮ้าส์ของหมู่บ้าน Shanghai garden อร่อยกว่าเยอะ (ดี...ไม่เปลือง ) แต่จานนี้ขอบอกว่า ผิดหวัง มากค่ะ ไม่นึกว่าร้านเดียวกัน แต่คนละสาขารสชาติอาหารจะต่างกันได้มากขนาดนี้





ต่อมาเป็นหมูสามชั้น ค่ะ เสิร์ฟพร้อมไข่พะโล้ รสชาติธรรมดามากถ้าเทียบกับร้านอื่นๆ นะคะ




จานนี้เป็นจานแนะนำของร้านช่วงที่ไปค่ะ หน้าตาดี รสชาติใช้ได้ แต่ไม่ได้เลิศเลออะไรสำหรับปีกไก่ยัดไส้ไข่กุ้งจานนี้ (บ้านเรามีร้านทำปีกไก่ยัดไส้อร่อยหลายร้าน แต่ร้านโปรดคือ เรือธงค่ะ)





จานสุดท้ายนี่น่าเบิร์ดกระโหลกตัวเองที่สุดเลยค่ะ เพราะเกิดอยากจะสั่งอาหารมังสวิรัติมาลองชิมดู เห็นเค้าเขียนไว้ว่าเป็น เนื้อปู (เทียม) ผัดไข่เค็ม ต่อให้ต้องทานมังสวิรัติจริงๆ จะยอมทานข้าวคลุกซีอิ๊วแทนจานนี้ค่ะ



ผิดหวังนิดหน่อยกับ Shanghai renjia สาขานี้ไปแล้ว แต่ราคาก็ยังอยู่ในประมาณเดียวกับสาขา Shanxi Nan lu นะคะ เพียงแต่อาหารน้อยกว่าไป 1-2 จานเท่านั้น รวมจ่ายไป 195 RMB ค่ะ (อาหารแต่ละสาขาแทบจะคนละรสกันนะคะ ขอให้ว่ากันเป็นสาขาๆ ไป อย่าเหมารวม)


ไปดูที่ Xinjishi กันต่อค่ะ ว่าจะมีอะไรให้เศร้าอีกรึเปล่า ไม่ทันถ่ายหน้าร้าน เอาภายในไปแทนก็แล้วกัน มุมกระจกด้านนอกนี่จะเป็นของคนไม่สูบบุหรี่ค่ะ แนะนำให้โทรจองก่อนถ้าเป็นสาขา Xintiandi เบอร์ 6336 4746 โดยเฉพาะถ้าคุณจะไปในมื้อเย็นวันศุกร์เสาร์ ในร้านจะมีน้องผู้หญิงคนนึง หน้าตาน่ารักๆ ตัวเล็กๆ คนนั้นพูดอังกฤษได้ดีค่ะ ไม่แน่ใจว่าเป็นลูกเจ้าของร้านรึเปล่าเพราะเห็นมาตั้งแต่ปี 2004 ป่านนี้ก็ยังอยู่ที่เดิม จะเป็นคนเดียวที่ไม่ใส่ยูนิฟอร์มของร้านด้วย สังเกตไม่ยากค่ะ




อาวุธพร้อม...โปรดสังเกตจำนวนของอุปกรณ์ด้วยนะคะ นี่คือเหตุผลนึงที่ทำให้ร้านอาหารจีนในจีน ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด นอกเหนือจากเหตุผลที่บ้านช่องเค้าคับแคบไม่พอรับแขก จำนวนภาชนะต่างๆ ที่ต้องล้างก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งค่ะ (อันนี้เพื่อนๆ คนจีนเค้าบอกมา ไม่ได้มั่วน้า..... )





ถั่วนี้แทบจะเลียถ้วยกันเลยค่ะ อร่อยจริงๆ (เอ...รึว่ามันเป็นของฟรีนะ เลยอร่อยเป็นพิเศษ )





จานแรกมาแล้วค่ะ หมูสามชั้นอีกตามเคย (คือ ต้องหาร้านที่มันอร่อยให้ได้ซักร้านน่ะค่ะ เป็นโรคจิต) แต่แล้ว...ก็ยังเหมือนเดิมค่ะ ไม่ได้อร่อยมากอย่างที่เคยทาน





จานต่อมาเป็น Laziji (ล่าจื่อจี) แต่มีกุ้งลายเสือตัวใหญ่ใส่มาด้วยค่ะ ราคากุ้งตัวละ 88 RMB ไก่ 30 RMB รวมแล้วจานนี้ 118 RMB (ตอนเห็นราคาแล้วต้องอุทานว่า บ้าป่าวเนี่ย กล้าขายแบบนี้ด้วย จะสั่งไก่อย่างเดียวก็ไม่ได้นะคะ เอากะพี่แกสิ) แถมมันก็เป็นพริกแห้งค่อนจานแล้วน่อ... แต่... จำได้ว่ามันอร่อย เอา...สั่งก็สั่ง หาของอร่อยไม่ได้มาหลายวันแระ



พอชิมแล้วก็บอกสามีว่า เดี๋ยวเราไปทานล่าจื่อจีแก้มือกันที่ร้าน Grape แทนนะคะ เล่นเอาปีกมาทอด แถมสับแบบให้ต้องแทะกระดูกกันทุกชิ้นเลย เจ้าประคุณเอ๊ยยยย ไม่เข้าใจว่าคนจีนเค้าชอบแทะกระดูกกันมากหรือไงนะ ร้านอาหารถึงต้องทำให้มันติดกระดูกไปซะทุกเมนูที่เป็นไก่หรือเป็ด


บ่นเยอะแฮะ มาต่อกันที่จานที่ 3 จานนี้หวังว่าจะแก้มือจากร้าน Shanghai renjia ได้ แต่ประทานโทษ สามียังยืนยันเหมือนเดิมค่ะว่า ต้องคลับเฮ้าส์หมู่บ้านนั้น!!!





สุดท้ายของร้าน รายการนี้ถ้าไม่อร่อยให้เตะเลยค่ะ (ใครอย่ามาตามตัวไปเตะนะ เค้าแก่แล้ว) ซุปไก่ค่ะ หม้อนึงราคา 128 RMB ขอให้ระวังให้ดี ถ้าพนักงานถามว่าจะใส่ผักมั้ย ใส่เห็ดมั้ย ถ้าคุณตอบตกลง คุณจะได้รับซุปในราคาหม้อละ 198 RMB เลยค่ะ เพราะผัก 20 เห็ด 50 RMB คิดแยกต่างหากเหมือนล่าจื่อจีข้างบนเด๊ะเลย

ตอนแรกก็บ่นๆ ไปว่า หม้อมันใหญ่นะ ทานทุกทีก็ต้องใส่กล่องกลับบ้านทุกที นี่จะไปช้อปปิ้งต่ออีก เค้าตอบว่าไงทราบมั้ยคะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ตอนนี้เราทำไก่ให้ขนาดเล็กลงแล้ว เพราะลูกค้าบ่นแบบนี้เกือบทุกคน ได้ทีก็เลยถามว่า อ้าว ไก่เล็กลงแล้วทำไมราคาไม่ลดล่ะ เค้าตอบว่า ราคาไม่มีลดหรอกค่ะ มีแต่ขึ้นสำหรับซุปนี่ เอา...สั่งก็สั่ง เพราะอยากทานของที่มั่นใจว่าจะอร่อยจริงๆ สรุปว่า รสชาติเหมือนเดิมเป๊ะ ไม่ผิดหวัง สามีชอบมาก วิดน้ำซุปจนเกลี้ยงหม้อ เหลือแต่ไก่ค่ะ


ใหญ่แต่หม้อนะคะ ข้างในเค้าลดขนาดลงแล้ว




มีอยู่แค่ครึ่งหม้อเอง อืม...จริงของเค้าแฮะ




ภาพหลักฐานยืนยันความอร่อย จะเห็นว่า L@st love ของอิชั้นไม่ยอมวางช้อนซุปเลยค่ะ





ร้านสุดท้ายของบล็อก หลังจากที่อยู่เสิ่นหยางแล้วหาติ่มซำอร่อยๆ ไม่ค่อยได้ค่ะ Bifengtang ถือเป็นร้านอร่อยราคาประหยัดที่หาได้ทั่วเมืองเซี่ยงไฮ้เลยค่ะ




2 จานแรกเป็น แมงกระพรุนน้ำมันงากับซีอิ๊ว รสออกเค็มๆ ค่ะ อีกจานเป็นเป็ดย่าง ซึ่งไม่แนะนำให้สั่งอย่างยิ่ง เหนียวตึ๋งหนืด แถมต้องแทะกระดูกด้วยค่ะ




เอาเป็นว่าไม่เสี่ยงดีกว่า สั่งแต่ของที่เคยทานมาก็แล้วกันค่ะ อย่างไก่นึ่งซีอิ๊วนี่ อร่อยเหมือนเคย แถมให้เยอะปกติ ไม่เหมือนร้านข้างบนนั่น ขึ้นราคาแต่ให้น้อยลงซะนี่





ฮะเก๋าค่ะ รสชาติอร่อยธรรมดา




ฟองเต้าหู้ยัดไส้ทอดค่ะ คุณสามีชอบมาก แต่อิชั้นว่าที่บ้านเรา Shanghai 38 อร่อยกว่านะคะ มีแต่กุ้ง ส่วนที่นี่มีผักเขียวๆ ด้วยอะ...





ส่วนรายการนี้ต้องสั่งมา 2 ทุกครั้ง ไม่งั้นมีเปิดศึกชิง (เล็บมือ) นางแน่ๆ ขาไก่นึ่งเต้าซี่ค่ะ





อันนี้คล้ายๆ กระทงทอง (แอบมาก๊อปฯของไทยไปป่าวพี่ ) แต่ใช้แป้งที่ห่อเกี๊ยวมาทำเป็นกระทงแทนค่ะ อร่อยดี ไส้เป็นสลัดค่ะ





ขนมจีบ แหะๆ ไม่อยากใช้คำนี้อีกเลยค่ะ แต่บ้านเราอร่อยกว่าเยอะเลย





จานรองสุดท้ายเป็นเกี๊ยวกุ้งทอด จานนี้เกี๊ยวกรอบมากค่ะ อร่อยดี




ส่วนจานนี้สามีขอ...ผัดคะน้าผัดน้ำมันหอยค่ะ เพราะเห็นโต๊ะข้างๆ เค้าทานน่าอร่อย ปรากฏว่าเค้าทานคนเดียวหมดจริงๆ ค่ะ บอกว่ากรอบอร่อยดี เหม็นเขียวจะตายไป... ไม่รู้ทานได้ไงผักเขียวซะขนาดน้าน.....




ขอปิดท้ายด้วย Beard papa ตัวใหม่ค่ะ (บ้านเราอาจจะมีแล้วก็ได้มั้งเนี่ย ) เป็นผงคุ้กกี้บดเคลือบข้างนอกค่ะ กรอบๆ ดี แล้วข้างในเป็นเนื้อช็อคโกแล็ต สอดไส้ด้วยครีมแน่นเอี๊ยดเลย เขียนเอง อยากทานเองซะงั้น




พวกรสที่เคยชอบทานอย่าง คาปูชิโน เกาลัด นี่เค้าเอาออกไปแล้วนะคะ กลายเป็นมีพวกโยเกิร์ตใส่วุ้นมะพร้าว ชาเขียว แล้วก็คุ้กกี้นี่แทน ซื้อมาลองทุกอย่างแล้ว สรุปว่า รสดั้งเดิมอร่อยแต่ให้ไส้น้อยลงกว่าเดิม ส่วนตัวในรูปด้านบนอร่อยสุด ในราคาแพงสุดคือ 10 RMB ค่ะ ที่สำคัญไม่มีให้สะสมแสตมป์แลกฟรี 1 กล่องแบบแต่ก่อนด้วยค่ะ เซ็งเลย...


Create Date : 10 กรกฎาคม 2551
Last Update : 2 มิถุนายน 2552 17:39:52 น. 6 comments
Counter : 1253 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ ..

น่าหม่ำอีกแล้วค่ะ .. หิว .. หิวววมากกก ...

มีความสุขกับวันศุกร์ดีดีอย่างนี้นะคะ





โดย: บ้านอุ่นรัก วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:40:54 น.  

 
กิ๊งก่องงงง ...

มารับไปเที่ยวค่ะ ...

เอ ... เจ้าของบ้านอยูมั๊ยน๊า ..



โดย: บ้านอุ่นรัก วันที่: 15 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:55:31 น.  

 
สวัสดีค่ะ ..

แวะมาหาของหม่ำบ้านนี้


โดย: บ้านอุ่นรัก วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:32:54 น.  

 
สวัสดีค่ะ

แวะมาทักทายเพราะคิดถึงค่ะ มาเซี่ยงไฮ้อีกเมื่อไหร่ แวะมาทานข้าวกันนะคะ


โดย: Nid IP: 61.173.25.117 วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:8:49:27 น.  

 
น่ากินมากๆๆๆ ไปเที่ยวเองแล้วจะสั่งอะไรกับเขารู้เรื่องหรือป่าว ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ รอบก่อนเพื่อนจัดการให้หมดเลย


โดย: kizz_j วันที่: 6 เมษายน 2552 เวลา:16:06:53 น.  

 
ยอมอ้วนค่า


โดย: โปแป้ง (popang ) วันที่: 1 มิถุนายน 2552 เวลา:15:03:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.