พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 
ชิมอาหารจากถนน Huaihai ถึง Yu Yuan

บล็อกก่อนโน้นเล่าถึงร้านที่อยู่บนถนนหวยไห่แถวๆ ตะวันตกไปแล้ว มาบล็อกนี้จะเป็นส่วนที่เหลือไล่ไปจนถึงอวี้หยวนเลยค่ะ อาจจะมีแวะออกถนนข้างๆ บ้างนะคะ

เริ่มที่ร้าน Yong he da wang ซึ่งอยู่ที่หน้าตลาดเซี่ยงหยาง (ตรงนี้ก็มีโยชิโนยาอยู่ใกล้ๆ กัน) ตัวอย่างอาหารอยู่ในบล็อกชวนชิมแถว Xujiahui แล้วค่ะ

เดินต่อมาที่ร้าน Lei garden seafood ร้านนี้ไม่มีชั้นล่างค่ะ (ล่าสุดเค้าย้ายไปไหนก็ไม่ทราบ เพราะตึกแถวโซนตลาดเซี่ยงหยางถูกทุบทั้งแถบ) จะเห็นเป็นห้องกระจกคูหาเดียว มี Stand ตั้งเมนูให้ดูก่อนที่หน้าประตุแล้วก็มีลิฟท์ ถ้าอ่านเมนูแล้วถูกใจค่อยขึ้นไปค่ะ

ร้านนี้เน้นอาหารสไตล์ฮ่องกง พวกติ่มซำ เป็ดย่าง หมูกรอบ ฯลฯ และอาหารทะเล เผือกทอดและสเต็คเป๋าฮื้ออร่อยมากกกกกก แต่ไม่แนะนำพวกซุปค่ะ ลืมถ่ายรูปในร้านมาทั้งที่ทานประจำ เอารูปหน้าร้านไปก็แล้วกันค่ะ


เดินไปถึงสี่แยกระหว่างถนน Huaihai และ Shanxi Nan (= south) lu ตรงที่มีสถานีรถไฟใต้ดินชื่อ Shanxi nan lu
ถ้าเดินเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Shanxi มุ่งหน้าไปทางเหนือ จะเจอร้านอาหารเซี่ยงไฮ้ชื่อ Shanghai renjia ซึ่งมีอยู่หลายสาขาทั่วเซี่ยงไฮ้


ช่วงเข้าหน้าหนาวประมาณปลายต.ค.ถึงธ.ค. จะเป็นช่วงทานปูขน (Da4 zha2 xie4 = ต้าจ๋าเชี่ย) ค่ะ


ของทานเล่นค่ะ ปากเป็ดทอด (เหมือนบ้านเราแต่ไม่มีน้ำจิ้ม) แล้วก็ขาหมูเย็นค่ะ


ปูขนที่ทำเสร็จแล้ว พนักงานแนะนำให้ทานกับบะหมี่ค่ะ (ก็ต้องเชื่อเค้าแหละนะคะ) ถ้วยใสๆ นั้นไม่ใช่ซุปหรือน้ำจิ้มนะคะ เป็นน้ำล้างมือค่ะ ส่วนที่เห็นถ้วยขาวๆ นั่น เป็นน้ำจิ้มแค่ถ้วยเดียวคือที่มีขิงสับลอยอยู่ นอกนั้นเป็นน้ำชาค่ะ ชาธรรมดา กับ เก๊กฮวย


ไหน....แกะดูข้างในกันหน่อยซิ (มันอาจจะไม่ค่อยน่าทานเท่าไหร่นะคะ เพราะสั่งเค้าว่าเอาที่ตายแล้วเท่านั้น อยากกินแต่ใจเสาะค่ะ)


พวกไส้หมูพะโล้ก็อร่อย ไม่กลัวอ้วนก็ลุยได้เลยค่า

ร้านนี้มีของอร่อยหลายอย่างที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา หากใครได้ไปลองสั่ง หมูในกระบอกไม้ไผ่กับ Mapo tofu ทานด้วยนะคะ ไม่ผิดหวังค่ะ รับรอง


ถ้าไปได้เดินออกนอกถนนไปที่ร้าน Shanghai Renjia แต่เดินต่อไปบนถนนหวยไห่ มุ่งหน้าถนน Ruijin ก็จะเจอกับร้านดัง (สำหรับทัวร์และนักท่องเที่ยว) คือ ฉวนจู้เต๋อ (Quanjude) ซึ่งมีสาขามาจากปักกิ่งค่ะ


เป็ดปักกิ่งค่ะ มาแล่กันตรงหน้าเลย ที่นี่หั่นหนังติดเนื้อมาค่ะ แป้งมีกลิ่นแป้งนิดหน่อย อาหารอร่อยกลับเป็นหอยทากอบกับเครื่องเทศมากกว่า (แต่อย่ากัดโดนเม็ดที่เรียกว่า หมาล่านะคะ ลิ้นชาหมดแน่ๆ)
ถ้าคุณแม่บ้านจะเอากระดูกกลับไปทำซุปที่บ้านก็ได้นะคะ



ถ้าเกิดอยู่นานๆ แล้วเบื่ออาหารจีน อยากทานอาหารญี่ปุ่นแบบคุ้มๆ ล่ะก็ ไปที่นี่เลยค่ะ ร้าน Tairyo (Da4 yu2) ซึ่งมีสาขาทั่วเซี่ยงไฮ้อีกเช่นกัน เป็นบุฟเฟ่ท์ หัวละ 150 หยวน มีทั้งเทปปังยากิและพวกซูชิและซาชิมิ รวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดและของหวาน ทานได้ทุกอย่างยกเว้นของทอด พวกเทมปุระ ทงคัสซึ ค่ะ
แต่ทานพวกอาหารทะเลบางอย่างได้ด้วย เช่น หอยตลับ กุ้ง (เฉพาะกุ้งเล็กนะคะ พวกกุ้งลายเสือคิดเป็นตัวค่ะ รู้สึกจะโดนไป 29 หยวน ถ้าจำไม่ผิด )
ไข่ปลาทุกชนิดรวมถึงไข่หอยเม่น (แค่ตัวนี้ก็แสนจะคุ้มแล้วน่อ)
ที่สาขาตรงถนน Ruijin No. 1 คุณ BFR บอกไว้ว่า วัตถุดิบจะดีสุด เพราะเค้าใช้ Supplier คนละเจ้ากับที่อื่นค่ะ


หนุ่มเทปปังฯ ค่ะ ตั้งใจทำมากๆ ทุกครั้งที่ไป ตั้งแต่คุยกันไม่รู้เรื่องจนคุ้นเคยกันดี


ไข่ตุ๋นค่า น่าทานมั้ยคะ


ถ้าไม่เลี้ยวไปชิมบุฟเฟ่ท์ญี่ปุ่น (ขยันพาเลี้ยวจัง จะได้ไปถึงอวี้หยวนมั้ยน้อ) ก็ไปต่อตาม Huaihai ได้เลยค่ะ ละแวกนี้จะมีห้างอิเซตันซึ่งฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นร้านอาจิเซ็น (คงไม่ต้องอธิบายกันเยอะสำหรับร้านนี้นะคะ)

เดินตรงไปเรื่อยๆ ถ้าคุณๆ ที่อยู่นานๆ อยากทานอาหารอิตาเลี่ยนขึ้นมาล่ะก็ แนะนำให้เลี้ยวขวาแว้บเข้าไปที่ถนน Yandang ค่ะ ชื่อ Da marco ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารมาอีกแล้วอะ (ตอนไปไม่ได้เอากล้องติดไปด้วย..)

เอาป้ายหน้าร้านไปก่อนนะคะ



จากถนนคนเดินตรง Yandang เดินข้ามสี่แยกใหญ่ๆ มาทางถนน Huangpi ระหว่างทางจะมีร้านอาหารที่น่าสนใจอีกร้านตรงถนนใหญ่ ชื่อ Tony restaurant


ร้านนี้ขายอาหารสไตล์เสฉวน ราคาถูกกว่าร้าน South beauty ที่เคยพาไปในบล็อกหวยไห่ตะวันตกนะคะ รูปแบบการนำเสนอก็ไม่สวยเท่า เมนูก็เป็นแบบพื้นบ้าน แต่อร่อยค่ะ

ออร์เดิร์ฟค่ะ เป็นหูหมูกับแตงกวา กับน้ำจิ้มพริกผัด


มะเขือยาวราดพริก


ข้างๆ นั่นเป็นเมนูที่ชอบที่สุดค่ะ แต่ลืมถ่ายเดี่ยวๆ มาให้ดู กุ้งทอดบนหินร้อน ที่ป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าอะไรซะที เจ้ากุ้งนี่มีแค่บางสาขาอีกต่างหากนะคะ แต่สาขาเมื่อพ.ย. 2006 ไม่มีเมนูนี้แล้วค่ะ



ซุปปลากับเม็ดหมาล่า (หน้าตาเหมือนเมล็ดพริกไทย แต่เผ็ดร้อนกว่ามาก ปากชาทุกครั้งที่กัดโดนเลยค่ะ) ร้านนี้จะเอาปลามาให้เลือก ต้องบอกเค้านะคะ ว่าเอาปลาตายแล้ว ถ้าไม่อยากเห็นปลาดิ้นแด่วๆ ในถุงดำถูกหิ้วมาถึงโต๊ะ)


ถัดมาฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กัน จะเป็นห้างชื่อ Shanghai central plaza ซึ่งมีร้าน Delifrance และ Starbucks เปิดอยู่ ถนนหวยไห่นี้น่าจะเป็นถนนที่มีร้านสตาร์บัคส์ตั้งอยู่มากที่สุดในเซี่ยงไฮ้นะคะ เดินไปเดินมาเดี๋ยวก็เจอแล้ว เฉพาะแค่ตรงรอบๆ สถานีรถไฟใต้ดิน Huangpi Nan lu นี้ ก็ 4 สาขาแล้ว อยู่ตึกติดๆ กันเลยค่ะ


ห้างหนึ่งที่เป็นทางออกก็คือ Pacific department store ค่ะ


ฝั่งตรงข้ามเป็นตึกชื่อ Hong Kong New World plaza มีหลายร้าน แล้วก็มีร้านอาหารอิตาเลี่ยนด้วยเหมือนกันค่ะ ชื่อ Ruzzi (ราคาถูกกว่าที่อื่นๆ พอควร แต่อย่าคาดหวังรสชาติอิตาเลี่ยนแท้ๆ มากนะคะ ก็เค้าเอาสลัดครีมมาใส่ใน Caesar salad น่ะค่ะ นี่แค่ตัวอย่าง)



ส่วนตึกถัดไปที่ต้องข้ามแยกถนน Huangpi Nan lu นั้น ชื่อ ตึก Hong Kong Plaza เป็น 2 ตึกเชื่อมกัน ฝั่งนึงขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อีกฝั่งนึงก็จะมีร้านรวงที่ขายทั้งอาหารและของใช้ค่ะ ฝั่งที่ขายอาหารนั้นมีร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย พวกฟาสต์ฟู้ดก็เป็นเคนตักกี้ หรือ จะทานในฟู้ดคอร์ทชั้นใต้ดินก็ได้ค่ะ ชื่อเดียวกับสาขาที่ตึกเหม่ยหลัวเฉิงตรง Xujiahui ค่ะ Megabite


หน้าตาอาหารใน Megabite ค่ะ ใช้บัตรเติมเงินเหมือนบางห้างบ้านเราค่ะ ซื้อไปก็ตัดเงินออก




บรรยากาศในฟู้ดคอร์ทค่ะ



ถ้าเป็นติ่มซำหรืออาหารสไตล์ฮ่องกงก็เป็นร้าน Zen ค่ะ มีทั้งที่ตึก Hong Kong plaza นี้ และที่ซินเทียนตี้ค่ะ



ถ้าอยากลอง Hotpot ก็ที่ร้าน Tai ค่ะ มีหม้อ Hotpot และเตาย่างให้ จะเลือกทานหรือทานทั้งสองก็ได้ค่ะ (จ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อย) เมื่อสิ้นพ.ย. 2006 ร้านปิดซะเรี้ยวค่า



หน้าตาน้ำซุป อันนี้เป็นต้มยำกับแกงกะหรี่ค่ะ (อารามคิดถึงอาหารไทยจัด)


และบางทีจะมีขนม (พยายามจะเป็น) ไทย อย่างสาคู (แคนตาลูป) แถมให้เป็นของหวานเพื่อคลายความเผ็ดด้วยค่ะ


ตึกนี้ก็มีบุฟเฟ่ท์ญี่ปุ่น Tairyo ที่แนะนำไปแล้วด้วยนะคะ


ออกเดินต่อไปจะผ่านสวนสาธารณะที่ชื่อว่า Huaihai park ที่นี่จะมีส่วนด้านนอกที่ไม่มีเวลาปิดเปิด และด้านในที่จะเปิดและปิด เวลาหกโมงเช้าและเย็นค่ะ ด้านในจะมีที่ออกกำลัง มีชาวจีนไปนั่งเล่นไพ่ รำมวยจีนมากพอสมควร (แก่การปวดหัวของเรา)

ในรูปเป็นด้านหน้าสวน ช่วงโพล้เพล้ในฤดูหนาว ดูเหงามั้ยคะ



ถัดจากสวนนี้ก็จะเป็นตึก Times square ที่มีห้าง Lane Crawford อยู่ด้วย (แต่ที่นี่ไม่ได้ขายของ Mark & Spencer แบบสิงคโปร์หรือฮ่องกงนะคะ) ในนี้มีร้าน South beauty อยู่ด้วย และ City supermarket ซึ่งสาขานี้อยู่ชั้นล่าง น่าจะเป็นสาขาที่มีของนำเข้าเยอะที่สุดสาขานึงของเซี่ยงไฮ้เลยค่ะ



ฝั่งตรงข้ามจะเป็นตึกชื่อ Lippo plaza ตึกนี้จะมีสาขาของร้านอาหารหลายร้าน เช่น Yonghe ที่เขียนไว้ในบล็อก Nanjing แล้วนะคะ (แต่ร้านนี้นั่งสบายและบรรยากาศแปลกตากว่าร้านอื่นค่ะ) และมี Hot pot king



มาดูกันดีกว่า ว่ามีอะไรน่าทานบ้าง



ซุปเริ่มเดือดแล้วค่า....



เลือกน้ำจิ้มอะไรทานดีล่ะค้า....



ถ้าเดินเลียบถนน Huaihai ไปเรื่อยๆ ก็จะไปเจอกับแยกเข้าถนนอาหารอีกถนนหนึ่ง (ขอแวะหน่อยเถอะค่ะ) ชื่อ ถนน Yunnan Nan (= south) lu ค่ะ ถนนนี้จะมีอาหารมุสลิมเยอะ



และมีอาหารที่คนไม่ใช่มุสลิมทั่วเซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะคนไทย (นักเรียนล่ะเยอะเชียว) ชอบกันมาก คือ อาหารที่เรียกว่า เข่าหยังโร่ว (Kao3 yang2 rou4) เป็นเนื้อแกะ วัว ไก่ เสียบไม้ย่าง (อย่าเผลอไปสั่งหมูเข้านะคะ อาจโดนเขวี้ยงได้)


หน้าร้านค่ะ


ในซอยนี้มีร้านดังที่ชื่อว่า Xiaoshaoxing ด้วยค่ะ


ถ้าไม่แวะถนนยูนนาน เราก็เดินตรงต่อไปเรื่อย (ถ้าเมื่อยก็นั่งแท็กซี่เพื่อไปอวี้หยวน (Yu Yuan = สวนอวี้) ได้ค่ะ ไม่เกิน 11 หยวนแน่)

ถึงที่สวนแล้ว สำหรับคนที่อยากลองเสี่ยวหลงเปาที่ร้านดัง ชื่อ Nan2 xiang2 man3 tou2 dian4 เลขที่ 85 จะแวะทานก่อนหรือทานหลังจากเดินชมสวนก่อนก็ได้ค่ะ



ดูคิวซะก่อนนะค้า....


กว่าจะมาเป็นเสี่ยวหลงเปาที่โด่งดัง


แต่ถ้าไม่อยากรอ ก็มีทางเลือกอีกเยอะค่ะ เพราะมีร้านนี้



หรือ ร้านนี้ พอดีช่วงเดือนปลายต.ค.ถึงต้นธ.ค. เป็นหน้าปูขนค่ะ ทุกร้านก็จะขึ้นป้ายไว้ว่า ชั้นก็มีปูขนขายนะจ๊ะ แบบนี้ล่ะค่ะ


ถ้าชอบเล่นเก้าอี้ดนตรี จะเข้าไปในฟู้ดคอร์ทแบบนี้ก็ได้ค่ะ


หรือถ้าชอบลองก็ชิมที่ร้านแบบนี้ (แต่ต้องยืนหรือหาที่ทานเองนะคะ)


ร้านนี้บ้างมั้ยคะ


รึว่าร้านนี้ดี


ที่ร้านนี้ต้องทานกันร้อนๆ


หรือชอบหวานๆ เปรี้ยวๆ ก็นี่เลยค่ะ



แล้วก็อีกทางเลือกหนึ่ง คือ ไปที่โรงแรมชื่อ Shanghai classic hotel ค่ะ มีเสี่ยวหลงเปาเหมือนกัน แป้งบางกว่านิด ราคาแพงกว่าหน่อย แต่นั่งสบายกว่าเยอะเลยค่ะ มีพนักงานพูดอังกฤษได้ด้วย ขึ้นไปที่ชั้น 2 ได้เลยค่ะ เมื่อสิ้นพ.ย. 2006 ปิดซ่อมอยู่ค่ะ


ทัวร์รับประทานถนนหวยไห่ฝั่งตะวันออกก็คงต้องจบลงเพียงแค่นี้ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ ส่วนบล็อกหน้าจะไปกันที่ซินเทียนตี้นะคะ





Create Date : 19 ตุลาคม 2549
Last Update : 2 มิถุนายน 2550 12:49:48 น. 2 comments
Counter : 1940 Pageviews.

 
เป็นบล๊อกที่ทรมานใจมากๆๆๆคุณพี่
เล่นเล่า+ยั่วน้ำลายตั้งแต่หวยไห่ไปถึงยู่หยวนใน1หน้า
อ่านแล้วจะเป็นลม(หิวจัด)ค่ะ
ทำได้น่ารักมากค่ะพี่ เป็นการแบ่งประสบการณ์ที่เต็มที่อุดม(อาหาร)มากๆๆๆ
อ๋าๆๆๆๆๆอยากไปกินอาหารด้วยกันอีกจังเลย
ขอแสดงความยินดีกับบล๊อกด้วยค่ะพี่
คิดถึงนะคะ


โดย: BEN (BFR ) วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:13:26:44 น.  

 
ตามมาทานอร่อยๆ และเที่ยวด้วยคนค่ะ
+
+
มะเขือยาวราดพริกกิ๊บเก๋มากเลยค่ะ อิอิ หิวววววววว


โดย: Htervo วันที่: 25 ตุลาคม 2549 เวลา:20:50:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.