พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 

อาหารเสฉวน ร้าน Chuanyu Shifu 川渝食府 Shenyang 沈阳

ชื่อร้าน : 川渝食府 Chuanyu shifu
รายการอาหาร : ไก่ทอดกรอบผัดพริกแห้ง กุ้งชุบแป้งผสมไข่แดงไข่เค็มทอด ถั่วผัดพริกแห้งหมูสับ
เวลาเปิดบริการ : Daily 11:00-21:00
ที่ตั้งร้าน : ชั้น 3 ของโรงแรมจินซาน ถนนคุนหมิงเหนือ เมืองเสิ่นหยาง 金山宾馆3楼 昆明北街62号 沈阳 Jinshan hotel, 3rd Fl., 62 North Kunming st., Shenyang, China
พิกัด GPS : 41° 47' 42.70" N 123° 23' 55.20" E



ไม่ได้เขียนบล็อกมานานจนเกือบลืมวิธีย่อรูปกันไปเลย ขอทำแบบพื้นๆ ง่ายๆ ก่อนที่จะขี้เกียจนะคะ อีโมอะไรไม่ใส่กันล่ะ หายากเกิ๊นนนน ^ ^"

เนื่องจากร้านอาหารในเสิ่นหยางมีอร่อยแทบจะนับร้านได้เลยค่ะ ดังนั้นเมื่อเจอแล้วจึงต้องบอกต่อ บอกไปแล้วบางร้านก็ย้าย บางร้านก็เจ๊งปิดตัวไป (ไม่เกี่ยวกับคนเขียนบล็อกเน้อ) ที่ยังเจริญรุ่งเรืองอยู่ก็มีอย่างร้านนี้เป็นต้น ร้านนี้อยู่ถนนคุนหมิงตามพิกัดในแผนที่ ใครเดินออกจากรถไฟใต้ดินตรง Shenyang Station ทาง Exit A ก็เดินตรงๆ จะเห็นโรงแรมอยู่ตรงหัวมุมถนน คอยเล็งด้านซ้ายมือ (พนักงานบริษัทลุงอ้วน ถ้าพักแถว Taiyuanjie ส่วนมากก็ออกทางนี้ เว้นว่าจะไปพักที่ Traders หรือ Crowne Plaza) จะเห็นประตูกระจกที่หมุนๆ ตรงกลาง ร้านอาหารจะอยู่บนชั้น 3 ของโรงแรม กดลิฟท์ขึ้นไปเลยค่ะ

พอลิฟท์เปิดจะเห็นร้านอาหารส่วนที่เป็นห้องส่วนตัว ถ้าไม่ได้จัดเลี้ยงก็จะต้องเลี้ยวซ้ายเข้าห้องรวมไปนะคะ สำหรับคนไม่สูบบุหรี่ เวลาแนะนำ คือ ช่วงเที่ยงของทุกวันที่คนจะน้อยหน่อย เสาร์อาทิตย์จะดีมาก ส่วนเย็นวันธรรมดา โดยเฉพาะศุกร์ไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะบางทีแค่เปิดลิฟท์มาก็นึกว่าไฟไหม้ ควันบุหรี่ท่วมไปทั้งชั้นค่ะ ^ ^" แต่อยากทานของอร่อยก็ต้องทนกันไป ไม่งั้นก็ซื้อกลับบ้านเอา แต่ต้องเอากล่องไปเองเท่านั้นนะคะ เพราะกล่องใส่อาหารที่จีนนี่น่ากลัวมาก จะมีบางร้านที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆ อย่างเซี่ยงไฮ้หรือปักกิ่ง แต่เสิ่นหยางมีเฉพาะร้านที่คนต่างชาติเข้าเยอะๆ น่ะค่ะ ที่ปรับปรุงคุณภาพบรรจุภัณฑ์เรียบร้อย ส่วนร้านโปรดของคนท้องถิ่นแบบนี้ อย่าได้หวัง เห็นกล่องจะสยองมาก โดยเฉพาะถ้าจะใช้กับอาหารเสฉวนที่มีน้ำมันเยอะหรือของทอด

เกริ่นเยอะแฮะ เข้าเรื่องอาหารดีกว่า จานแรกที่ (แนะนำว่า) ควรสั่ง คือ ไก่ทอดกรอบผัดพริกแห้ง (ยาวไปนะเนี่ย ภาษาจีนแค่สามคำเอ๊งงงง ล่าจื่อจี Laziji 辣子鸡) ร้านนี้ทำได้อร่อยตรงที่ไก่กรอบจริง โดยเฉพาะหนังไก่ แต่ก็ชิ้นเล็ก มีกระดูกติดมาตามสไตล์จีนเป๊ะๆ  จานนี้ทำมากี่ทีก็อร่อยค่ะ ราคา 42 RMB.




แต่จานข้างบนมันพื้นๆ ไป หาที่ร้านเสฉวนไหนๆ ก็ได้ มาดูจานต่อไปกัน จานนี้จำชื่อไม่ได้ (ซักที) ถามจนพนักงานเสิร์ฟคงรำคาญแล้วค่ะ เป็นกุ้งชุบแป้งที่ผสมไข่แดงไข่เค็มทอด ทั้งหอมทั้งมัน กรอบอร่อยมากๆ 68 RMB.






จานนี้บางวันถ้าพ่อ (หรือแม่) ครัวอารมณ์ดี อาจจะได้เยอะเป็นพิเศษค่ะ แนะนำวันเสาร์เที่ยง (อาจจะเป็นคนละคนกันกับวันธรรมดาช่วงเย็น)






จานต่อไปเป็นจานเด่นของอาหารเสฉวนเหมือนกัน แต่ร้านนี้ทำได้ไม่เด่นเท่าร้านอื่นในเสิ่นหยาง (โดยเฉพาะร้าน South Beauty ที่ Forum66) คิดว่าคงปรับรสให้ไม่แรงไปสำหรับคนเหนือ คือ ไม่เผ็ดแซ่บ แสบร้อนเท่าที่ร้านอื่นในเสิ่นหยางหรือร้านในเซี่ยงไฮ้ทำกัน จานนี้คือ สุยจู่อวี๋ (Shuizhuyu 水煮鱼) แถมก้างเยอะไปหน่อย แต่อย่างว่าราคาถูกกว่าร้านอื่นพอควรก็จัดว่าน่าสนใจนะคะ เหมาะสำหรับคนที่ไม่คุ้นกับเม็ดหมาล่าอย่างยิ่ง ราคา 78 RMB.






จานนี้เป็นบะหมี่ตันตัน หรือ ตันตันเมี่ยน (Dandanmian 担担面) ก็อร่อยมาตรฐานค่ะ แต่ราคาถูกมากกกก ชามเล็ก (แต่ยังใหญ่อยู่) แค่ 5 RMB. ไม่มีเนื้อสัตว์ใดๆ ทั้งสิ้น เส้นกับน้ำมันพริกล้วนๆ ส่วนใหญ่เห็นเค้าสั่งมาทานคู่กับกับข้าวแทนข้าวสวยนะคะ






จานโปรดของหลายคนที่นิยมผักคงไม่พ้น ถั่วผัดพริกแห้งและหมูสับ กานเปียนซึจี่โต้ว (Ganbiansijidou 干煸四季豆) อร่อยมาตรฐานค่ะ ทานได้เรื่อยๆ ราคา 32 RMB.





จานต่อไปเป็นหมูชุบแป้งทอดราดน้ำเปรี้ยวหวาน ชื่ออะไรก็ไม่แน่ใจ มีอะไรเปาๆ ซักอย่างค่ะ จานนี้รู้สึกว่าไม่มีในเมนู ต้องดูภาพที่โต๊ะเอา หมูชิ้นใหญ่ ทอดมาดี ข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่ม แต่ทิ้งไว้นานจะเริ่มเหนียวนิดหน่อย น้ำที่ราดก็ใช้ได้ทีเดียว






จานต่อไปคล้ายจานข้างบนที่วัตถุดิบ แต่วิธีทำแตกต่างกันสิ้นเชิง เพราะเป็นน้ำแกงค่ะ เป็นเนื้อหมูชุบแป้งทอดแล้วนำมาใส่หม้อต้มกับผักกาดดองเป็นซุปร้อนๆ ใส่พริกเสฉวนสีเขียวลงไปด้วย รสเลยมีทั้งเปรี้ยวและเผ็ดเล็กน้อย แก้เลี่ยนดีเหมือนกัน แต่ต้องทานตอนร้อนๆ เท่านั้น ราคา 38 RMB. 
สำหรับคนไม่ชอบทานหมู จานนี้มีปลาด้วยนะคะ รสเดียวกัน เป็นชิ้นปลาเหมือนในสุยจู่อวี๋ ต้มกับผักกาดดองและพริกแบบนี้เป๊ะ ส่วนตัวชอบปลามากกว่าหมูค่ะ แต่ลืมถ่ายรูปมา ราคา 49 RMB.






พูดถึงพริกสีเขียวแล้ว ขอนำเสนอจานต่อไป ที่ไม่แนะนำให้สั่งเลย สำหรับคนที่ทานเผ็ดไม่ได้ เป็นจานเย็น นั่นคือ เท้าไก่นึ่งกับผักดอง ขิง และพริกเขียวค่ะ พริกเขียวนี่เห็นสีอ่อนๆ อย่าได้ลองกัดเข้าไปเชียว ถึงกับหุบปากไม่ลงกันเลยทีเดียว






ต่อไปเป็นเป็ดรมควันทอดกรอบ (Smoked duck) เหมาะจะสั่งเมื่ออยากลดความเผ็ดลง หรือ เหมาะสำหรับนักดื่มนะคะ รสดีใช้ได้ เคี้ยวกรอบๆ (คนไม่ดื่มอย่างอิชั้น สั่งโค้กมาแกล้มค่ะ ไม่เลวเหมือนกัน) ครึ่งตัวราคา 32 RMB. ทั้งตัว 58 RMB.  มีของทอดอีกจานที่ลักษณะคล้ายๆ กัน แต่รสจัดกว่าคือ ซี่โครงหมูทอด (ไม่มีรูปเพราะสั่งกลับบ้าน) ราคา 68 RMB.






เข้าโหมดสุขภาพมั่ง ผัดผักค่ะ อร่อยพื้นๆ หาได้ทั่วไป ราคา 32 RMB.






สุขภาพดีกันไปแล้ว กลับมาสุขภาพเสียกันต่อด้วยคากิค่ะ จานนี้ทานที่ร้านไม่แจ่ม เพราะไม่มีน้ำส้มพริกดอง แนะนำให้ซื้อกลับบ้าน แซ่บกว่ากันเยอะ.....ราคา 48 RMB. (จริงๆ ก็สั่งขาหมูแบบทั้งขากลับบ้านด้วย เพราะต้องการทานกับน้ำจิ้ม เลยไม่มีรูปมาให้ชม) ราคา 68 RMB.






จานนี้เหมือนจะสุขภาพดี (รึเปล่า) เป็นหัวปลาค่ะ มาจานใหญ่มากกกกก ถ้ามีกันสองคนไม่หมดนะคะ บอกก่อน (กล่องจะใส่กลับยังไม่มีขนาดที่จะเอาลงได้เลย ต้องหักปลาเป็นชิ้นเล็กๆ ถึงใส่ได้) รสชาติแปลกๆ แต่ปลาสดดี น่าจะเหมาะกับคนชอบปลา (มั้ง) ราคา 78 RMB.




ถ้าจะเทียบว่าใหญ่ขนาดไหน ลองดูขนาดปลากับหน้าซะมีอิชั้นละกันฮ่ะ ตอนยกมาอาเฮียยิ้มแหยๆ เหงื่อแตกทั้งๆ ที่ข้างนอกหิมะตกขาวโพลน ^___^"





มาของหมักดองกันบ้าง ผักกาดดองผัดไข่ ค่ะ คล้ายๆ บ้านเราทำเลย ไม่รู้ใครลอกใคร (แต่สันนิษฐานว่าไทยเอามาจากคนจีน เพราะอาหารไทยโบราณเราไม่ใช้น้ำมันผัด) รสจัดน้อยกว่าบ้านเราหน่อย แต่ก็ใช้ได้ค่ะ ราคา 28 RMB.





จานต่อไปเป็นหอยเชลล์ผัดซ้อสเอ็กซ์โอ รสชาติใช้ได้ แต่อย่าเอาไปเทียบกับเมืองไทยหรือร้านในฮ่องกงนะคะ (จริงๆ มันไม่ควรอยู่ในร้านอาหารเสฉวนด้วยซ้ำรายการนี้เนี่ย) ราคา 68 RMB.




จานนี้เป็นกุ้งทอดผัดน้ำมันพริก เหมือนจะเป็นเซียงล่าเชีย ราคา 88 RMB.






ร้านนี้มีรายการอาหารเยอะมาก บางจานที่สั่งก็ไม่ได้ถ่ายมาเพราะสั่งกลับบ้านค่ะ (ยามไม่อยากสู้ควันบุหรี่) แต่ก็หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับคนไทยในเสิ่นหยางหรือน้องๆ นักเรียนไทยที่อยากทานอาหารรสจัดบ้างนะคะ ร้านนี้ถ้าเทียบกับร้านเสฉวนอื่นๆ จัดว่าราคาปานกลาง ถ้าเลือกสั่งอาหารสลับถูกบ้างแพงบ้าง ร้อยกว่าหยวนน่าจะพอไหวสำหรับ 2-3 คน (กับข้าว 3-4 จาน) แต่ถ้าสั่งปลา อาหารทะเล ขาหมู ก็อาจจะหนักหน่อย

ส่วนอาหารเสฉวนพื้นๆ อย่างหมาโผโต้วฝู จานละ 26 RMB. รสชาติโอเค แต่ไม่ได้อร่อยพิเศษอะไร พวกสามชั้นตุ๋น (เคาหยก) จานละ 46 RMB.

เรื่องการบริการ พนักงานพูดอังกฤษไม่ได้ อาศัยที่เมนูมีรูปพร้อมภาษาอังกฤษ (ที่บางรายการใช้ทับศัพท์พินอินเอา หุหุ ช่วยได้มากเลยนะนั่น ^_^" ) แต่บริการด้วยใจเกินร้อย ขอแค่ยิ้มหวานๆ พูดดีๆ จะเอาอะไร รับรองว่าหาให้หมดค่ะ (ไม่มีโค้กเย็นๆ คุณน้องยังเอาไปตั้งไว้นอกหน้าต่างให้ รอสิบนาทีก็เย็นสมใจ น่าร้ากกกกก)

ปล. เผื่อคนที่เคยอ่านบล็อกเสิ่นหยางนี้ไปแล้ว ร้านอาหารไทยที่ชื่อ Parkway บนห้างอิเซตัน ปิดตัวเรียบร้อยนะคะ ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะมีร้านอะไรมาแทน ดูเหมือนมีการเปลี่ยนแปลงในห้างพอสมควรตั้งแต่หลังตรุษจีนที่ผ่านมานี้ เพราะมีข่าวแว่วมาว่าอิเซตันทางญี่ปุ่นได้ถอนคนญี่ปุ่นไปเกือบหมดแล้วตั้งแต่ 1 มี.ค. 2013




 

Create Date : 06 มีนาคม 2556    
Last Update : 6 มีนาคม 2556 23:42:40 น.
Counter : 2686 Pageviews.  

## ขอไว้อาลัยให้กับความทรงจำที่เจ็บปวดในเสิ่นหยาง 77 ปีก่อน ##

วันที่ 18 กันยายน 2008 ถอยหลังไปเมื่อ 77 ปีก่อนหน้านี้ ณ 18/9/1931 ได้มีสงครามเกิดขึ้นที่มณฑลนี้..... Liaoning เมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน

สงครามที่คนรุ่นหลังอาจจะนึกไม่ออกว่ามีความโหดร้ายเพียงใด แต่ผู้คนที่มีอายุจนถึง 85 ขึ้นไปคงจะจดจำมันได้ดี

ในวันนี้ของทุกปีจึงเป็นวันที่ประชาชนในเสิ่นหยางซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลได้ไว้อาลัยให้กับผู้ที่ต้องประสบเคราะห์กรรมจากสงคราม ในเวลา 9.18 (21:18) รถบนถนนหลักทั้ง 9 เส้น และสายรองอีก 18 เส้นในเมืองได้พร้อมใจกันกดแตรเป็นเวลา 3 นาที เพื่อแทนเสียงไซเรนที่ดังกึกก้องไปทั่วเมืองเมื่อ 77 ปีก่อน ทั้งโทรทัศน์และวิทยุท้องถิ่นก็หยุดออกอากาศในช่วงเวลานี้ด้วยเช่นกัน

ช่วงเวลาแห่งความโหดร้ายนี้ได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ประเทศจีน มีพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้เห็นถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ชาวจีนได้รับในครั้งนั้น

พิพิธภัณฑ์นี้มีชื่อว่า 9.18 Historic Museum (Jiu3 yi1 ba1) อยู่เลขที่ 40 ถนน Wanghua เขต Dadong

ด้านหน้าทางเข้าจะมีจุดสังเกตชัดเจนคือ หินที่สลักข้อความไว้



มีคำแนะนำเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์นี้อยู่ใกล้ๆ กันค่ะ



ลองเข้าไปดูใกล้อีกนิด



หน้าทางเข้าค่ะ



ใครอ่านจีนได้ คงจะเข้าใจสิ่งที่สลักไว้นะคะ



เข้ามาในพิพิธภัณฑ์แล้วค่ะ



ส่วนหน้าของพิพิธภัณฑ์นี้จะแสดงถึงความโหดร้ายที่นาซีได้กระทำต่อชาวยิวและยิปซี



ภาพเหล่านี้หลายคนคงจะเคยเห็นกันแล้ว



เครื่องทรมานสารพัดที่จะสรรมาทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน



ศักดิ์ศรีความเป็นคนต้องถูกย่ำยีจากสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวกัน



สิ่งมีชีวิตที่กำลังทำหน้าที่แขวนคอ คงจะคลอดออกมาจะกระบอกไม้ไผ่ จึงได้ทำร้ายเพศแม่ที่ไร้ทางสู้ได้ขนาดนี้



ลองเข้ามาเปรียบเทียบความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในเอเชีย จากคนผิวเหลืองด้วยกัน ลองอ่านนี่ดูค่ะ



มาอ่านบทนำกันค่ะ ความเจ็บปวดกำลังจะถูกนำมาถ่ายทอดให้โลกได้รับรู้แล้ว



รูปแบบไกลๆ เห็นแล้วเริ่มสะท้อนใจค่ะ



มาดูใกล้ๆ... นี่คือสิ่งที่มนุษย์จำเป็นต้องกระทำต่อกันในช่วงศึกสงครามหรือ



แทงข้างหลังคนที่ไม่มีทางสู้ ช่างสมเป็นทหารกล้าโดยแท้



สิ่งนี้ทำแล้วได้อะไร



ถ้าใครสักคนที่ลุกขึ้นมาปกป้องบ้านเมืองตัวเอง ขณะที่คุณคือผู้รุกรานแผ่นดินของเค้า คุณถือสิทธิ์อะไรที่ทำแบบนี้



ถ้าคนเหล่านี้เป็นทหารผู้รักษาแผ่นดิน ทุกคนย่อมถือว่าเป็นผู้กล้า มีศักดิ์ศรี และแม้จะเป็นชาวบ้านธรรมดาสามัญ แต่ก็ถือเป็นเจ้าของแผ่นดินที่กำลังถูกเหยียบย่ำอยู่



ในความโหดร้ายก็มีความปราณีที่เพื่อนมนุษย์จะพึงมีต่อกันซ่อนอยู่



แต่ก็คงจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนลืมสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะความโหดร้ายไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่เห็น ยังมีการจับคนเป็นๆ มาทดลองราวกับสัตว์ก็ไม่ปาน



ภาพจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างทดลอง



ศพแล้วศพเล่าที่วางซ้อนกันราวกับไม่ใช่ร่างกายมนุษย์



นี่คือสิ่งที่หลงเหลือจากสงคราม



และนี่คือโครงกระดูกของคนคู่หนึ่งซึ่งคงฝากชีวิตไว้ด้วยกัน ที่แม้ความตายก็ไม่อาจพรากพวกเขาออกจากกันได้



แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่ทำได้ คือ การปล่อยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไป เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ



ร่องรอยเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้โลกได้รับรู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นสงครามที่ใช้อาวุธ หรือ สงครามเย็นก็ตาม บทสุดท้ายของคำว่าสงคราม ก็ลงเอยที่จุดเดียวกัน เพราะสงครามไม่เคยให้อะไร นอกจากความสูญเสีย และความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

ขอร่วมไว้อาลัยต่อผู้ที่จากไปในสงคราม และทุกครอบครัวที่ต้องสูญเสียผู้เป็นที่รักในวันที่ 1931.9.18




 

Create Date : 18 กันยายน 2551    
Last Update : 18 กันยายน 2551 22:20:45 น.
Counter : 680 Pageviews.  

@ ^^ @ ร้านอาหารไทยในเสิ่นหยาง น่าจะเป็น 1 ใน 3 ร้านที่มี @ ^ ^ @

ร้านนี้เป็นร้านใน Chain ของสิงคโปร์ค่ะ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมไม่มีร้านอาหารไทยที่เป็นของคนไทยบ้างเลยนะ ร้านชื่อ Parkway cafe ค่ะ ร้านนี้จะเกาะติดแบบไปไหนไปด้วยกับ Isetan ได้พื้นที่ใหญ่บึ้ม ทั้งที่ชั้น 7 และร้านขนมที่ชั้น 2 แต่ยังไม่มีเปิดที่เซี่ยงไฮ้เลยซักร้านเดียว (ยังไงกันเนี่ย Isetan ที่เซี่ยงไฮ้เปิดก่อนนะ )

พ่อครัวเป็นคนไทยนะคะ ใครไปใครมาอยากสั่งอะไร ขอกระดาษกับปากกาเขียนสั่งได้เลยค่ะ พี่เค้าอัธยาศัยดี ทำอาหารอร่อยด้วย พนักงานที่นี่ก็น่ารักมากค่ะ แค่เค้าเห็นสามีจามแล้วไม่มีทิชชู่ เค้าก็รีบไปหยิบมาให้พร้อมกัน 2 คนเลยค่ะ

เริ่มกันที่อาหารจานแรกซึ่งคุณสามีอยากทานมาก และสั่งทานทุกครั้งที่มา

นี่...เลยค่ะ ผัดกะเพรา





ส่วนนี่เป็นของโปรดอิชั้นค่า ต้มยำกุ้ง สั่งทุกครั้งเหมือนกัน (แล้วทำมาเป็นนินทาสามีซะงั้น )





รสชาติของทั้ง 2 จาน ผ่านฉลุยค่ะ แม้ว่าต้มยำจะต้องบีบมะนาวเพิ่มทุกครั้ง แต่พนักงานที่นี่จะจำแม่นมากตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเลยว่าเราขอมะนาวมาบีบเพิ่ม พร้อมขอน้ำปลาพริกมาใส่กับแกงเขียวหวานด้วย หลังจากนั้นทุกครั้งทั้ง 2 อย่างนี่จะมาโดยไม่ต้องเอ่ยปากขออีกเลยค่ะ น่ารักมากๆ

นี่ค่ะ หน้าตาเขียวหวานที่ต้องเติมน้ำปลาไปหน่อยนึง สลักมางามเชียว...





อาหารบ้านมากๆ แต่อยากทานแทบขาดใจค่ะ (เว่อรไปมั้ยเนี่ย) ผัดผักบุ้งไฟแดง





ตอนสั่งจานต่อไปนี้ น้องที่มารับออร์เดอร์มีถามด้วยนะคะว่า จะสั่งเส้นหมี่หรือเส้นใหญ่ พอเห็นอิชั้นลังเลๆ เค้าเลยบอกว่า เอาเส้นใหญ่มั้ย อร่อยกว่านะคะ อืม...จะเชื่อคนจีนตอนสั่งอาหารไทยได้มั้ยเนี่ย แต่ก็ออกมาอร่อยนะคะ เส้นใหญ่ผัดขี้เมาค่ะ





จานต่อมาเป็นหมูสะเต๊ะค่ะ เครื่องไม่ครบแต่ก็ถือว่าใช้ได้ ไม้ใหญ่เบ้อเริ่ม ติดว่าน้ำจิ้มเค็มแทนที่จะออกหวานนะคะ อาจาดไม่มีตัดรสซะด้วย




จานนี้เป็นคอหมูย่าง ทานกับน้ำจิ้มแจ่วซึ่งรสชาติแปลกไป คงเพราะขาดวัตถุดิบค่ะ ว่ากันไม่ได้ บีบมะนาวไปหน่อยก็พอจะช่วยได้ แต่หมูอร่อยดีค่ะ





ถ้าทานครบ 138 หยวน (มั้งคะ... อ่านจีนไม่ออกน่อ น้องเค้าบอกมา) จะได้อาหารแถม 1 อย่างค่ะ เลือกระหว่างสลัดกับปอเปี๊ยะสด เราเลือกนี่ค่ะ





เจอคอหมูแล้วจะไม่สั่งส้มตำก็คงกระไรอยู่ใช่มั้ยคะ





มีคอหมูกับส้มตำแล้วก็ต้องนี่เลย.... ลาบหมูค่ะ (เละไปหน่อยเพราะยั้งใจไว้ไม่ทันตอนมาถึงค่ะ ดีว่าสามีทักไว้เมื่อทานไปคำที่ 3 )





เอ... ขาดอะไรน้า... อ๋อ นี่เอง... ไก่ย่าง (พ่อครัวบอกว่าไก่ไม่ได้ย่างจริงๆ หรอกค่ะ เอาไปทอดแทน แต่ก็อร่อยดี)





พอมาทานหลายๆ ครั้ง ก็ลงเอยที่ผัดกะเพรา ต้มยำกุ้ง จนชักเบื่อแล้ว พ่อครัวเลยออกมาแนะนำให้ทานอย่างอื่นดูบ้าง คุณสามีเลยสั่งหมูผัดขี้เมาไปค่ะ ต่างกันจังเลยอะ แต่สามีเค้าว่าอร่อยค่ะ





ส่วนจานนี้ไปแบบไม่ได้ตั้งใจเลยถ่ายด้วยมือถือสามีค่ะ รูปเล็กเชียว

เป็ดอบกาแฟ




เครื่องดื่มโปรดของอิชั้น หนิ่งเหมิงฉา (ชามะนาว) และ เครื่องดื่มของคุณซะมีที่รักและเคารพยิ่ง (ที่สำคัญเป็นคนจ่ายตัง ) น้ำชา (หลงจิ่ง) ค่ะ ไม่รู้ว่าจะก้มลงมาโพสท่าทำมั้ย... สงสัยจะอยากมีส่วนร่วมค่ะ





ถ้ามีใครอยู่เสิ่นหยางแล้วอยากทานอาหารไทย ร้านนี้แนะนำค่ะ รับรองว่าจะหายคิดถึงอาหารไทยได้แน่ๆ (คงไม่โดนปิดบล็อกฐานโฆษณาหรอกนะคะ)

ส่วนราคา ตามที่ได้ไปทานอาหารกันครั้งละ 3-5 อย่าง (เป็นต้มยำกุ้งกับกะเพราซะ 2 แล้ว ) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 150-220 หยวนค่ะ

อย่างต้มยำกุ้งจะมาเป็นถ้วยสำหรับคนเดียว (ที่เห็นในรูป) ราคาถ้วยละ 38 หยวน กะเพราหมูสับจานละ 38 หยวน ส่วนคอหมูย่างนี่ 48 หยวน อาหารร้านนี้ส่วนมากจะราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 30-38 หยวน เว้นแต่อาหารพิเศษบางอย่างที่จะแพงขึ้นนิดนึงค่ะ

เครื่องดื่ม น้ำอัดลมกระป๋องละ 8 หยวน น้ำชาร้อน จำไม่ได้ว่า 15 รึเปล่า ส่วนชามะนาว 18 หยวนค่ะ ถ้าจะให้ประหยัดก็ดื่มน้ำเปล่าใส่มะนาวเย็นๆ หรือ น้ำร้อนของร้านได้ค่ะ มีให้ฟรี

อ้อ...อาหารนอกเมนูอย่าง ไข่เจียว นี่ก็สั่งได้นะคะ เขียนภาษาไทยบอกพ่อครัวได้ เสียดายลืมเอามือถือวันที่ทานเลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้มื้อนั้นทั้งหมดเลย

อ้อ...ทานครบ 200 หยวน มีบัตรลดที่ร้านขนมตรงชั้น 2 แจกให้ 2 ใบ ใบละ 5 หยวนค่ะ (หมดอายุสิ้นเดือน แต่ไปจะเซี่ยงไฮ้แล้วเนี่ย ยังไม่ได้ใช้เลยด้วย
)


*** ปรับปรุงล่าสุด ณ วันที่ 6 มี.ค. 2013 ร้านได้ปิดตัวไปตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. นะคะ ตอนนี้เหลือร้านอาหารไทยที่อร่อยๆ อยู่แค่ร้าน Taiweitai ซึ่งยังไม่ได้ฤกษ์รีวิวเสียที ^_^"  ***




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 6 มีนาคม 2556 23:35:37 น.
Counter : 563 Pageviews.  

♥ ♥ ♥ ไม่รู้จะให้อยู่กลุ่มไหนดี กับแพนด้าพวกเนี้ย ♥ ♥ ♥

ปกติมีแต่บล็อกอาหารกับท่องเที่ยว ครั้นจะให้ไปอยู่บล็อกอาหารก็... นะ เลยเอามาไว้ที่บล็อกท่องเที่ยวแล้วกันค่ะ ก็ได้รูปนี้มาตอนท่องเที่ยวอยู่นี่เนอะ

เพื่อนที่ทำงานสามีเค้าเอารูปพวกนี้ส่งอีเมล์มาให้ค่ะ น่าจะก๊อปมาจากเว็บที่เขียนไว้ตรงมุมภาพ (แต่ตาคนแก่อ่านไม่ออกเลยค่ะ ) เค้าเขียนประกอบเป็นภาษาจีนมาค่ะ อ่านไม่ออกซักตัวเลยให้เพื่อนจีนช่วยแปลเป็นอังกฤษให้ ส่วนที่เป็นภาษาไทย อิชั้นมั่วเองค่ะ แหะๆ ผิดมั่งถูกมั่งขออภัยด้วยนะคะ เอาเป็นว่าดูรูปกันเพลินๆ ละกัน


这样应该能晾干吧? Help me, will I die?
ช่วยหนูด้วย! หนูจะตายมั้ยนี่





这里我老大哈 Hey! I am number one, I am the boss
เฮ้! รู้มั้ยใครหญ่ายยยยย





这里水大 Oh!, it's too deep.
เอ่อ...ลงมาลึกไปป่าวเนี่ย





左勾拳,右勾拳,一句话惹毛我的有危险 Left , Right, I know kungfu, Becarefull, I fight
ฮึ้ด...ซ้าย, ขวา ชั้นรู้กังฟูนา...สู้นะเฟ้ยยยยย





这pose如何? Pose the photo
ท่าหนูแจ่มมั้ยฮ้า.....





这样盯着人家吃饭不大礼貌吧? I wll eat, don't take the photo
นี่...เค้าจะกินน่ะ หยุดถ่ายก่อนได้ป่าว





咋这沉呢,赶紧减肥!必须地! Hey! you are too heavy. I can not lift you
นี่! หนักขนาดนี้ชั้นจะยกยังไงไหวฟะ!





这就够给你们面子的了 Today, enough photo
ถ่ายอยู่ได้ พอแล้วนะวันนี้





找得到我不? Where am I ?
อ๊ายยยย ชั้นอยู่ไหนเนี่ย





有点儿不好意思哈 . I am so shy เค้าอายนะตัวเองงงงง





糟,卡住了 . I know gymnastic
นี่...เล่นยิมนาสติกก็เป็นน้า...




我交枪,我投降 Stop, Lift your hands. Don't move
หยุดนะ อย่าขยับ ยกมือขึ้น!





托马斯全旋,服不? I know gymnastic, Is it the best ?
หนูก็เล่นได้ ยิมนาสติกน่ะ เจ๋งมั้ยล่า...





是说粒粒皆辛苦吧? Feed me the food. I don't have.
ขออาหารมั่งสิฮ้า ของหนูไม่เหลือแล้ว




啥也别说了,整吧 wake up, let's play
ตื่นสิเฟ้ยย! ไปเล่นกันเถอะ




没被发现吧?I am here , Do you know?
หนูแอบอยู่นี่ จ้างให้ก็หาไม่เจอ




貌似你的比较好喝啊 Hey your milk is more than me!
นี่! ชั้นว่านมเธอมันเยอะกว่าของชั้นนะ (ยะ)





快看,这里关了好多人呐 Look, more people in the glass box
ดูสิ...มีคนอยู่ในตู้กระจกเยอะแยะเลย





今天的作业也太多了 Do not disturb, I have more homework.
การบ้านเยอะ อย่ากวนจายยยยยย





脚怕凉,屁股就不怕? Your feet is OK?
เท้าหนูเป็นไรมั้ยจ๊ะ





黑眼圈是不是小点了,最近睡眠老好了! Look at my eyes(The black color is small) I have enough sleep
หนูนอนเยอะนะ ดูรอยคล้ำใต้ตาหนูสิคะ เล็กกว่าของคนอื่นเค้า เห็นปะ





哥们儿这回玩大了 Oh it is too dangerous(Too high)
โอ้โฮเฮะ... สูงแฮะ อันตรายวุ้ย





都别理我,烦着呢 So sad, do not disturb
หมีกำลังเศร้า ห้ามรบกวน





长江长江,熊猫一号就位待命,over! I am ready, over
นี่ๆ พร้อมแล้ว ทราบแล้วเปลี่ยน




猜猜我的头在哪边 Where is my head?
หัวอะ...หัวหนูอยู่หนายยยย





不就是昨晚喝多了嘛,还真不让进门了? Please, do not rest me here, Can I entry ? โปรดอย่าทิ้งหนูไว้อย่างนี้ ขอหนูเข้าไปหน่อย





别拍我! No photo
อ๊ายยย ห้ามถ่ายนะ




哎?板凳呢? Where is my chair ?(Under the tree)
เก้าอี้ไปไหนแล้วอะ




哎,怎么灰头土脸的 Big face
ไม่กล้าแปลค่ะ ภาษาจีนมันยาวซะ เพื่อนแปลแค่หน้าใหญ่มาแค่เนี้ย




阿sir,我知道错了,再给次机会吧 Dear Sir! I did something wrong. I will not do again
นายขา...หนูรู้ว่าหนูผิด หนูจะไม่ทำอีกแล้วค่า...





ctrl+c,ctrl+v Copy





90度 90 degree







 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2551 14:59:24 น.
Counter : 686 Pageviews.  

@ @ เบื่อเที่ยวเสิ่นหยางแล้ว ชิมอย่างเดียวก็แล้วกัน @ @

ได้ไปลองร้านอาหารท้องถิ่นซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารแนะนำของเสิ่นหยาง นั่นคือ ร้าน Li lian gui ตอนที่อ่านจากแผ่นพับร้านอาหารแนะนำของโรงแรม Intercontinental และดูจากเว็บไซต์ของโรงแรมที่มี Chief Concierge มาแนะนำ เค้าก็เขียนไว้ว่า Li lian gui smoked meat restaurant อิชั้นก็เข้าใจว่าชื่อร้านคงมาจากเจ้าของร้าน ที่เป็นผู้หญิงที่ชื่อ Lilian เหมือนร้านทาร์ตไข่เจ้าดังในเซี่ยงไฮ้แน่เลย

พอไปคุยกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ Concierge เสร็จ ก็เก็บเอาหน้าแตกๆ มาปะต่อกัน เพราะได้ความมาว่า ร้านนี้มาจากชื่อคนจริงๆ นั่นแหละ แต่เค้าเป็นผู้ชายแซ่ หลี่ ชื่อว่า เหลียงกุ้ย Li3 Lian2 Gui4 ไม่ใช่ ลิเลียนกุ่ย

ร้านนี้หาไม่ยากเลยถ้าไปที่ Zhong jie ถูก (ที่เสิ่นหยางนี่เรียกถนนว่า Jie ไม่ได้เรียกว่า Lu เหมือนเซี่ยงไฮ้ คำว่า Lu จะใช้กับซอยเท่านั้น)

มาดูหน้าร้านกันดีกว่าค่ะ



จะอยู่เยื้องๆ กับห้างชื่อ Happy family



หันกลับมาดูหน้าร้านกันชัดๆ ว่าเปิดปิดกันกี่โมง



ร้านนี้ถ้าพูดจีนไม่ได้ อาจจะขลุกขลักในการสั่งอาหารได้ โชคดีที่พนักงานของโรงแรมโทรไปบอกเค้าไว้ก่อนแล้ว เค้าเลยให้น้องพนักงานเสิร์ฟคนนึงมาคอยดูแลเราโดยตรงเลย (พูดอังกฤษไม่ได้ แต่ดูแลเราดีมากๆ )
ลองดูอาหารบางรายการบนผนังก่อน



อาหารจานเด่นของร้านนี้ คือ แป้งทอดจานนี้



ทานกับหมูรมควัน (ในเว็บแนะนำของโรงแรมเค้าบอกว่าเป็น Bacon แต่มันไม่มีมันเลยอะ ) ต้นหอมซอยและซ้อส แก้ติดคอด้วยแกงจืดไข่


จานนี้เค้าเอาซุปมาทำเป็นเจลลี่ ข้างในเป็นเนื้อหมูบ้างหูหมูบ้าง



เวลาทานให้เอาหมูหรือเนื้อที่เราชอบใส่ลงในแป้ง ใครใคร่ใส่ต้นหอมก็ใส่ได้เลยค่ะ แต่อิชั้นขอบาย



แต่จานนี้พอดีเหลือบไปเห็นโต๊ะข้างๆ สั่ง เลยบอกน้องเค้าว่า หว่อเย่าอิยั่งเตอะ ก็ได้ออกมาแบบนี้เลยค่ะ อร่อยมาก แต่จำชื่อไม่ได้ซะที ขนาดสั่งไป 2 ครั้งแล้วนะนี่



ร้านนี้คนแน่นตลอดเวลา แต่ไม่แนะนำให้ไปตอนเที่ยงค่ะ ต่อให้คุณได้โต๊ะ คุณก็จะไม่ได้นั่งทานแบบสบายๆ เพราะจะมีคนมายืนจิกรอโต๊ะคุณ ทำให้ต้องรีบๆ ทาน อาจจะไม่รู้สึกอร่อยได้ค่ะ




 

Create Date : 19 มิถุนายน 2551    
Last Update : 19 มิถุนายน 2551 11:54:28 น.
Counter : 466 Pageviews.  

1  2  3  4  

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.