พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 

พาทัวร์ทั่วกุ้ยหลิน

กุ้ยหลินเป็นเมืองที่จัดว่ามีธรรมชาติสวยมากเมืองหนึ่งของจีนเค้าค่ะ แม้แต่คนจีนด้วยกันก็ยังอยากมาเลย

มากุ้ยหลินทั้งที โปรแกรมบังคับก็ต้องเป็นนั่งเรือท่อง 2 แม่น้ำ 4 ทะเลสาบ ที่เรียกว่า Dreams on water เป็นการล่องเรือกระจกช่วงกลางคืนเพื่อดูแสงสีริมน้ำ และสถาปัตยกรรมจีน ถ้าไปเองคุณอาจจะไม่ได้อรรถรสในการชมเพราะไกด์ประจำเรือพูดแต่ภาษาจีนค่ะ

รูปนี้เป็นเจดีย์กลางน้ำ จริงๆ เป็นเจดีย์คู่ แต่จับภาพก่อนแค่หนึ่งค่ะ


รูปนี้เข้าใจว่าเป็นโรงแรมนะคะ


กำลังจะลอดใต้สะพานแล้ว ระหว่างลอดลองมองขึ้นไปข้างบนนะคะ จะมีรูปสลักหรืออักษรอยู่ด้วยในบางสะพาน



รูปนี้ก็น่าจะเป็นโรงแรมค่ะ


ดูช่องที่เราจะลอดไปสิคะ คนขับเรือเค้าฝีมือดีจริงๆ ห่างจากสะพานไปประมาณข้างละแค่ฝ่ามือเดียวเอง


มีน้ำพุเต้นระบำด้วยค่ะ


พอตอนเช้าเราก็ไปล่องเรือกันอีก แต่คราวนี้เป็นแม่น้ำลี่ หรือ ลี่เจียง (Lijiang) ไม่มีรูปเรือที่ไปให้ดูนะคะ การล่องเรือจะรวมอาหารเที่ยงแบบเป็นชุดพร้อมน้ำดื่มและเบียร์สำหรับ 6 ที่นั่งแล้ว (ถ้าไปกัน 2 คนก็ต้องไปแชร์กับคนอื่นค่ะ) แต่ไม่มีเครื่องดื่มอื่นๆ นะคะ ควรซื้อติดไปถ้าคุณอยากดื่มน้ำอัดลม เพราะบนเรือกระป๋องละ 20 หยวนค่ะ

รูปที่เห็นเป็นเหมือนคนอยู่บนเขานั้น มีตำนานเล่าว่า ผู้หญิงคนนี้อุ้มลูกมายืนคอยสามีจนกลายเป็นหินแบบนี้ล่ะค่ะ น่าสงสารจัง



ด้านหน้าก็เป็นเรือล่องแม่น้ำเหมือนกันค่ะ เลยถ่ายห้องครัวที่ทำอาหารกลางวันมาให้ดู เรือเกือบทุกลำก็จะทำครัวกันแบบนี้ล่ะค่ะ ควันงี้ฉุยเชียว


แพที่เข้ามาเทียบเรือท่องเที่ยวนี้ เป็นแพขายของค่ะ เสี่ยงชีวิตมากๆ เพราะต้องเอาเข้ามาเทียบกับเรือใหญ่ ถ้าหยุดไม่ทันหรือชนเข้าล่ะก็
ไม่อยากจะนึกเลยค่ะ



วิวที่ให้อารมณ์เหมือนภาพวาดมาก ถ้าไม่มีเจ๊ข้างๆ แกเบียดมาเก็บรูปเหมือนกัน
เขาแต่ละลูกมองแล้วจะคล้ายโน่นคล้ายนี่ตามแต่จินตนาการ แต่ที่เห็นชัดๆ ก็แอปเปิ้ลลูกที่อยู่ไกลๆ นั่นล่ะค่ะ



หน้าผาตรงนี้มีรูปม้าเยอะมากค่ะ ถ้าเข้าไปใกล้ๆ จะมองเห็นชัดกว่านี้



ท่าเรือตรงหยังซั่ว (Yangshuo) ที่เราจะลงไปเดินตลาดขายของกัน


มีทั้งร้านอาหาร Western และจีน เพราะเน้นนักท่องเที่ยวค่ะ คนขายขลุ่ยจะเป่าโชว์ เพลงเพราะมากเลยค่ะ แต่พอซื้อมาเป่าไม่เห็นออกเลย คราวหน้าคงต้องให้เค้าสอนเป่าก่อนซื้อนะเนี่ย


ระหว่างทางจะกลับเข้ากุ้ยหลินจะมีถ้ำชื่อ Reed flute cave ที่นี่ต้องเดินขึ้นบันไดไปสูงพอสมควร ถ้ามีผู้สูงอายุหรือคนที่เข่าไม่ค่อยดี ไม่อยากแนะนำค่ะ ด้านในก็มีการแต่งไฟให้ชมหินงอก หินย้อยแต่ละจุด (ไม่มีรูปนะคะ เพราะติดนางแบบนายแบบหมดเลย)


ตรงนี้คือ Elephant trunk hill ค่ะ เป็นรูปช้างก้มลงดื่มน้ำ มีเรื่องเล่ากันว่า ช้างตัวนี้สวรรค์ส่งให้ลงมาที่โลกมนุษย์ ครั้นพอเรียกให้กลับก็ไม่ยอมกลับ ร้อนถึงสวรรค์ต้องส่งเทพลงมาตาม สุดท้ายก็เกิดมีเรื่องกันเข้า เทพเลยเอาดาบปักลงที่คอช้างระหว่างที่ก้มลงดื่มน้ำ จึงต้องติดอยู่ที่นี่จนกลายเป็นภูเขาหินไป ส่วนที่เห็นเป็นเหมือนด้ามดาบนั้นจริงๆ แล้วเป็นเจดีย์ ชื่อ Puxian ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นมีเขาลูกเล็กๆ คล้ายลูกช้างอยู่รายรอบเขาลูกนี้ เค้าว่าเป็นลูกๆ ของช้างตัวนี้ที่กำลังร้องไห้ที่พ่อถูกฆ่าตายค่ะ (จริงเท็จประการใด หากมีผู้รู้ก็ขอเชิญมาช่วยชี้แจงด้วยนะค้า)


ข้างๆ ช้างนี้จะมีจุดที่เค้าเรียกว่า Love island ก็อยู่เกือบจะตรงข้ามกับช้างเลยค่ะ จุดสังเกตคือ จะมีรูปหน้าชายหญิงกำลังจุ๊บกันอยู่


รูปนี้ที่ Fubo hill ด้านหน้าจะมีรูปปั้นของแม่ทัพที่ชื่อว่า Fubo



ด้านในของพาร์คนี้เคยเป็นที่หลบภัยจากสงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่นมาก่อน สังเกตได้จากหม้อข้าวที่สามารถหุงเลี้ยงคนได้ถึงหนึ่งพันคน และมีรูปพระพุทธรูปแกะสลักอย่างสวยงามอยู่บนผนังถ้ำหลายองค์ เป็นหนึ่งในจุดชมวิว และที่ว่ายน้ำเล่นของคนกุ้ยหลินเช่นกัน มีเรื่องเล่าว่ารูปร่างของเสาหินที่ถูกตัดขาดออกไปนั้นเกิดจากการทดสอบดาบของ Fubo นี่เอง จึงเรียกว่า Sword testing stone


ตลาดที่กุ้ยหลินค่ะ มีทั้งของแห้งของสดตั้งวางขาย ส่วนมากของสดจะอยู่ในร่ม ละแวกนี้จะมีวัดอยู่ด้วย เห็นว่ามีคนไทยไปทำบุญอยู่เหมือนกัน เลยมีโอกาสได้ซื้อปลาในตลาดไปปล่อยในวัดด้วย


นี่เป็นแพที่ใช้คนถ่อพาล่องแม่น้ำลี่อีกรูปแบบหนึ่งค่ะ น้ำไม่ลึกเท่าไหร่ นั่งแล้วเย็นสบายแถมมีน้ำกระเซ็นให้เย็นใจอีกเป็นระยะๆ ราคาคิดเป็นชั่วโมง ตามแต่จะต่อรองค่ะ


นี่เป็นแพแบบแต่งสวยงามค่ะ


คนที่นี่เค้าใช้นกแบบนี้จับปลาค่ะ งงมั้ยคะ เค้าจะเอาเชือกผูกคอนกไว้ เวลาที่จิกปลาขึ้นมาได้ เค้าก็จะกระตุกไม่ให้ปลามันลงไปในคอนก ใจร้ายเนอะ คิดได้ไงเนี่ย

ลองดูด้านหลังสิคะ เห็นภูเขา Snoopy มั้ย



แล้วก็มาจนถึงหมู่บ้านชนกลุ่มน้อย


มีสาวๆ รอเลือกคู่อยู่อีกฝั่งของคูน้ำ หนุ่มไม่โสดอย่าเผลอไปรับเข้าเชียว เดี๋ยวจะได้ภรรยามาอีกคนนะคะ

เคยดูกันมั้ยคะ หนังเรื่องนี้ เค้าว่า ชื่อ เพลงรัก ลมสวาท อะไรประมาณนี้ล่ะค่ะ



นางเอกของเรื่องที่ชื่อว่า หลิวซันเจี๋ย (ใช่มั้ยหว่า เกิดไม่ทันค่า ฟังไกด์เค้าเล่ามาอีกที) เค้ามาร่วมแสดงและแจกลายเซ็นอยู่ที่นี่ค่ะ


มีการแสดงพื้นบ้านบนเวทีและกายกรรมค่ะ


เวลาไปเที่ยวเมืองใดๆ ของจีนก็ตาม ก็ให้ทำใจเรื่องการพาไปซื้อของหน่อยนะคะ เพราะเป็นสิ่งที่ไกด์ถูกบังคับให้ทำตามนโยบายรัฐบาลค่ะ แม้จะจ้างไกด์พาเที่ยวแบบส่วนตัว บริษัทของเค้าก็จะบังคับให้ไกด์พาเราไปอยู่ดี แค่ไปเดินดูเฉยๆ ก็ได้ เพราะไกด์เค้าต้องไปลงชื่อไว้เป็นหลักฐานตามร้านต่างๆ (ที่เป็นของรัฐ อย่างร้านไข่มุก ยาจีนพวกเห็ดหลินจือ น้ำมันทาแก้ปวดเมื่อย โสมต่างๆ) ก็เลยได้เห็ดหลินจือสกัด หยก ไข่มุก และบัวหิมะมาแจกญาติพี่น้องซะหลายเลยค่ะ ส่วนบัวหิมะนี่ซื้อเยอะหน่อยเพราะที่ปักกิ่งกับกุ้ยหลินนี่เป็นศูนย์ส่งเจ้าเป่าฟูหลิงไปขายทั่วจีนค่ะ


วันต่อมาเราก็ไปที่สวนสัตว์กันค่ะ ชื่อว่า 7 star park ต้อนรับกันด้วย Camel hill เหมือนอูฐมั้ยล่ะคะ


แพนด้าตัวนี้ชื่อ เหมยเหมยค่ะ เพิ่งตายไปเมื่อปีก่อนนี้เอง

นกยูงที่เชื่องมาก ไม่กลัวคนเลยค่ะ

เสียดายไม่รำแพนเนาะ

รูปนี้เป็นแพนด้าแดง กว่าจะถ่ายด้านหน้าแบบนี้ได้ เหนื่อยแทบแย่ เพราะไม่เคยอยู่นิ่งๆ เลยค่ะ

เสือค่ะ แต่อ้วนมาก นอนรอให้คนมาถ่ายรูปด้วยอย่างเดียวเลย

สวนสัตว์ที่นี่เค้าดีตรงที่ไม่ค่อยมีรั้วกั้นค่ะ ปล่อยสัตว์เหมือนอยู่ในป่ากันเอง เว้นแพนด้า (ที่อยู่ในห้องแอร์) กับ เสือ (ถ้าปล่อยมาก็ขอวิ่งก่อนล่ะค่ะ) เทียบคุณภาพกับสวนสัตว์ในเซี่ยงไฮ้แล้วคนละเรื่องกันเลยค่ะ ในเซี่ยงไฮ้เห็นแล้วอยากจะเดินไปปล่อยให้มันออกมาจากสวนสัตว์ซะให้ได้ ทั้งสกปรก และสัตว์ก็ผอมโซมากๆ

วิวภายในสวนค่ะ เย็นสบายตาดีจัง


จอมยุทธที่ไหนเขียนไว้ก็ไม่ทราบ อ่านก็ไม่ออกเสียด้วย ลืมถามไกด์

เที่ยวสวนสัตว์แล้วเราก็ไปขึ้นเขากัน ชื่อว่า Yao mountain ค่ะ ขาขึ้นมีกระเช้าให้ค่ะเพราะถ้าเดินคงได้แค่ตรงเชิงเขานี่ล่ะ ไม่ทันได้ชมวิวสูงของกุ้ยหลินแน่


ส่วนขาลง ใครกล้าพอก็ลงด้วย Slider นี่ล่ะค่ะ


ไกด์เค้าบอกว่า บนยอดเขานี้มีเจ้าแม่กวนอิมไว้เพื่อให้ช่วยคุ้มครอง ท่านจึงต้องอยู่มุมที่สูงสุดของเมือง


ไกด์สาวน้อยพาลงเขาแล้วค่ะ (น่ารักมั้ยล่ะคะ อายุเค้าเพิ่งจะยี่สิบนิดๆ เอง เป็นคนเซี่ยงไฮ้แต่ไปทำงานที่กุ้ยหลิน)

ไปต่อด้วยไร่ชาค่ะ


เตาที่เห็นเค้าเอามือไปนวดใบชานั่น ร้อน 180 องศาเซลเซียส (เท่านั้นเอ๊งงงง) ฉะนั้นใครอยากดื่มชาดี ขออย่าบ่นว่าแพงเลยค่ะ


ผู้เชี่ยวชาญกำลังสอนวิธีชงชาที่ถูกต้องกับชาแต่ละประเภทค่ะ เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่า จะชาขาว ชาเขียว ชาแดง ชาดำ ก็มาจากต้นเดียวกันนี่ล่ะ ต่างกันที่เด็ดใบมาจากไหนของต้นชาและเอามาผ่านกรรมวิธีใดเท่านั้นเอง

รูปนี้เป็นโรงแรมชื่อ Lijiang water fall ค่ะ เค้าจะปล่อยน้ำตกลงมาจากชั้นบนของโรงแรมทุกวันในเวลาประมาณ 2 ทุ่ม มีคนมารอถ่ายวีดีโอหรือรูปกันตรงลานด้านหน้าเยอะพอสมควรค่ะ ด้านข้างโรงแรมนี้จะเป็นถนนคนเดินที่มีร้านอาหารดังประจำกุ้ยหลินที่ชื่อว่า Ju Fu lin (ตามบล็อกเรื่องอาหารในกุ้ยหลินค่ะ) ด้วยค่ะ


เอาละ...สงสัยว่าจะเหนื่อยทั้งคนทำ ทั้งคนอ่านบล็อกเลยมั้ยคะ ต้องขอโทษด้วยหากว่ามันจะดูยาก และไม่สวยเหมือนบล็อกอื่นๆ ซักนิดนึง (เอ๊ะ....รึไม่นิดนะ) แบบว่ามือใหม่หัดทำ แต่ใจรักอยากจะแบ่งปันประสบการณ์เผื่อว่าใครจะอยากไปเที่ยวที่กุ้ยหลินกันค่ะ

ขอปิดท้ายด้วยรูปเจดีย์คู่ตอนกลางวันนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาชมค่ะ






 

Create Date : 15 ตุลาคม 2549    
Last Update : 28 มีนาคม 2550 17:41:53 น.
Counter : 1850 Pageviews.  

ชวนชิมอาหารที่กุ้ยหลิน

หน้านี้ไม่รูปเลยค่ะ เพราะรูปอาหารทั้งหมดมันติดอิชั้นไปล่วยยยย กลัวคุณๆ ที่อ่านจะต้องปวดลูกกะตา เดี๋ยวถ้าหาวิธีตัดต่อรูปได้จะเอามาลงนะคะ (กว่าจะเอาชื่อไปแปะในรูปกับย่อส่วนได้นี่ก็เล่นไปหลายชั่วโมงเหมือนกันนา.... ดังนั้นรบกวนใจเย็นๆ นะค้า)

อาหารที่กุ้ยหลินนั้น ส่วนใหญ่เน้นเป็นสัตว์น้ำค่ะ เพราะมีแม่น้ำใหญ่ คือ แม่น้ำลี่ (Lijiang) อาหารที่นี่รสจะจัดกว่าทางตอนเหนือ ทั้งเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง คนไทยเราจึงน่าจะทานได้ง่ายกว่า

พวกหอย ปลานี่จะสดมากค่ะ ใช้เครื่องปรุงเครื่องเทศไม่มากนัก

ร้านที่นิยมไปกันชื่อว่าร้าน .... Ju fu lin (ถ้าจำผิดต้องขออภัยเพราะตอนที่ไปยังไม่กระดิกเรื่องภาษาจีนเลยค่า) เอาเป็นที่ตั้งร้านดีกว่า อยู่บนถนนคนเดิน เป็นถนนข้างโรงแรม Li Jiang waterfall ค่ะ (โรงแรมนี้จะมีโชว์น้ำตกช่วงหัวค่ำประมาณสองทุ่ม)

จริงๆ มีร้านในตัวเมืองที่อร่อยอีก 2-3 ร้าน แต่พอดีตอนนั้นอย่าว่าแต่พูดหรืออ่านจีนเลยค่ะ ฟังยังไม่รู้เรื่องเลยซักกะนิดเดียว เลยจับความชื่อร้านมาไม่ได้ แล้วก็ลืมถามไกด์ด้วย เพราะคิดว่ายังไงซะก็มีร้านในดวงใจอยู่แล้ว

หารูปอาหารมาโชว์ได้เป็นบางส่วนจากทั้งหมดที่ทานไปนะคะ


ที่ร้าน Ju fu lin นี้ไปซะหลายรอบค่ะ เมนูเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

มีโชว์ร้องเพลงและแสดงดนตรีจีนในร้านค่ะ


นี่เป็นเมนูอีกวันนึงค่ะ ร้านเดิม (แบบว่า มันใกล้โรงแรมค่ะ อยู่แค่ด้านหลังของ Lijiang waterfall ที่ว่าเอง)


มื้อนี้เป็นร้านในเมืองค่ะ ทำปลาอร่อยมาก อาหารอย่างอื่นก็โอเค แต่ที่เด็ด เห็นจะเป็น เผือกหิมะค่ะ (เรียกงี้รึเปล่าน้อ) ที่กุ้ยหลินนี่ขึ้นชื่อเรื่องเผือกค่ะ จานที่เห็นนี่เป็นเผือกเคลือบน้ำตาลร้อนๆ มา ก่อนทานต้องจุ่มน้ำเย็นในถ้วยก่อน ไม่งั้นปากพองแน่ๆ ค่ะ


ตอนกลางคืนเค้าจะมีตลาดบนถนนที่อยู่ข้างสะพานข้ามแม่น้ำลี่ ข้าวของอะไรซื้อได้หมดค่ะ ยกเว้นของรับประทานทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกผักดองที่คล้ายกิมจิ เนื่องจากอิชั้นลองมาแล้ว และต้องนอนซมอดเที่ยวไปถึง 2 วันจนบินกลับเซี่ยงไฮ้ค่ะ




 

Create Date : 14 ตุลาคม 2549    
Last Update : 28 มีนาคม 2550 17:42:16 น.
Counter : 359 Pageviews.  


L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.