พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 

^ ^ Sheraton Hua Hin ชอบสระว่ายน้ำ แต่ไม่ได้ถ่ายมา ^ ^"

ความที่อยากว่ายน้ำแบบที่มีคนไม่แออัดมาก (เวลาลงสระแล้วน้ำล้น คนจะไม่ได้แตกตื่น ) สระว่ายน้ำที่ให้ความรู้สึกส่วนตัวได้ทั้งๆ ที่มีคนอื่นอยู่ด้วยส่วนใหญ่จะเป็นสระแบบฟรีฟอร์ม และสระที่เชอราตันนี้ก็สนองความต้องการได้ดีที่สุด เลยตัดสินใจไปที่นี่อีกเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา

ที่แปลกของทริปนี้ คือ เอากล้องไป แต่ไม่พกติดตัว สรุปคือ จะมีรูปถ่ายแค่ในห้องพักวันแรกเท่านั้น (แล้วจะเอากล้องไปทำไมน้า...) จริงๆ แล้วเหตุผลหลักๆ คือ พักนี้ธัยรอยด์กำเริบมาก มือสั่นตลอดเวลา ถ่ายรูปไปก็ไม่สวยอยู่ดี เลยขี้เกียจถ่ายค่ะ แต่ที่ห้องพักนี่ ใช้เวลาได้เต็มที่ เลยมีรูปมาแค่นี้เอง

ดูห้องพักกันเลยดีกว่า ถ่ายจากในห้องกลับไปที่ประตูทางเข้า




เตียง




โซฟาข้างห้องน้ำ




โต๊ะทำงานและทีวี




ดูมินิบาร์กันดีกว่า รูปนี้ถ่ายหลายรอบ แต่ดีสุดเท่านี้เองเพราะมือสั่นมากค่ะ ^ ^"




มีอะไรในตู้เย็นมั่งน้อ...




ไหน...ดูห้องน้ำหน่อยซิ...




ไล่ไปทางซ้าย... ไม่มีสายชำระอีกเช่นเคย




เถิบมาทางใกล้ประตูหน่อย... เย้ย.... กระจกเยอะจริงๆ คนอ้วนเค้ากลัวกระจกน่อ




หันไปทางขวา




ออกไปหาเสื้อคลุมกับสลิปเปอร์ใส่กันดีกว่า




เอาของมีค่าใส่ตู้ซะ...




ครบถ้วนสำหรับห้องพักแล้ว สำหรับสระอันกว้างใหญ่นั้งคงได้แต่แนะนำให้หาดูเอาจากบล็อกอื่นแทนค่ะ




 

Create Date : 04 กันยายน 2552    
Last Update : 7 กันยายน 2552 12:25:42 น.
Counter : 501 Pageviews.  

@^ ^@ นอนเล่นเย็นใจที่ Marriott Huahin ห้อง Beach front @^ ^@

เร่ร่อนไปมาตลอดปีนี้ สามีเพิ่งจะมีเวลาได้พักผ่อน จะไปไกลถึงทางใต้ก็ใช่ที่ เพราะคุณพี่เค้าอยากจะนอนริมทะเลให้ฉ่ำอุรา ไม่อยากต้องเสียเวลาเดินทาง รอขึ้นเครื่อง คิดแล้วหัวหินน่าจะเหมาะสุด

แต่จะพักที่ไหนดีน้อ... เชอราตันก็ดี โซฟิเทลก็น่าสน แต่พอดีมีน้องที่น่ารักคนนึงอยู่ที่แมริออท คงต้องไปนอนดูซักครั้งหลังจากที่เคยนอนตอนที่เป็นรอยัลการ์เด้นมาแล้ว

ลืมถ่ายหน้าห้องหรือหน้าโรงแรมมาจนเป็นปกติเลยค่ะ เข้าห้องเลยดีกว่า ทำไมเบลอแบบนี้เนี่ย...





แวะเข้าไปดูห้องน้ำก่อนดีกว่า แหะๆ รู้สึกว่าจะเหมือนของเดิมแฮะ ไม่มีสายชำระด้วยค่ะ





ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าเหมือนเดิมมั้ย เพราะนานมาแล้ว แถมไม่ได้ถ่ายเก็บไว้ซะด้วย




นี่ก็ไม่แน่ใจ แต่ก็สวยแบบเวียนหัวนิดๆ ค่ะ กระจกเยอะเกิ๊นนนน





ตู้เสื้อผ้าพร้อมอุปกรณ์ครบครัน





มี Slipper ให้ แต่ไม่มีฟองน้ำให้ใส่เดินหาดน้อ.....





ดูอาหารการกินกันหน่อยซิ





ตู้เย็น





ราคาของทุกอย่างในห้องนี้





เข้าไปในห้องกันดีกว่า





ด้านซ้ายของห้องค่ะ





ด้วยว่าเป็นห้องมุมที่ติดหาดจึงมีหน้าต่างและประตู ทั้ง 2 ด้านค่ะ





มองย้อนกลับไปหน้าประตูห้อง





วิวจากห้องในวันที่ไปถึงค่ะ





เตียงชายหาดที่อยู่หน้าประตูห้องฝั่งติดหาดค่ะ





ออกไปทานเจ๊เขียวกัน กุ้งแช่น้ำปลาอร่อยเหมือนเดิม แถมมะระไม่ขมด้วย ปูม้านึ่งเย็นชืด





แกงส้มไม่เปรี้ยวสมใจ





ข้าวผัดปูอร่อยธรรมดา





แต่ปูนิ่มทอดกระเทียมและกุ้งอบวุ้นเส้นอร่อยดี





กลับมาพนักงานก็จัดเตียงเรียบร้อยพร้อมนอน





บรรยากาศหน้าห้องตอนค่ำ มีบาร์เครื่องดื่มอยู่ข้างๆ เลยค่ะ





ตื่นนอนด้วยวิวนี้ค่ะ





ตอนหกโมงเช้าได้





สระว่ายน้ำที่ไม่มีโอกาสได้ลง เพราะคนเต็มสระเกือบตลอดเวลา ยกเว้นช่วงมื้อเช้า เพราะติดกับห้องอาหารเช้าพอดี





อาหารเช้าที่ถ่ายไม่ทัน เพราะวัฟเฟิลอร่อยมากกกกก





หน้าหาดยามเช้า สงบดีจริงๆ





สาวน้อยรอรินน้ำให้คนอาบ





แมนดาราสปา





จะเลี้ยวไปไหนล่ะนั่น




ระหว่างนั่งรอล้างเท้า





ถ่ายยังไงเนี่ยติดพุงเฉยเลย





ไม่กล้าอาบแบบนี้ค่ะ หวิวมากกกกก





มื้อเที่ยงที่ Ciao café พนักงานที่นี่น่ารักมากๆ ค่ะ ทักทายดีกับแขกไม่ว่าจะไทยหรือเทศ





อุปกรณ์การกิน





ขนมปังสามรส นุ่มอร่อย แต่ทานมากไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวจะอิ่มซะก่อน





จานแนะนำวันนี้ค่ะ Lobster linguini ถ่ายไม่ทันคุณสามีคลุก Parmesan cheese ลงไปซะแล้วววว




พิซซ่า Ciao อร่อยดีค่ะ





สั่งไปแค่ 2 อย่าง ถึงอย่างนั้นก็ทานพิซซ่าไม่หมดค่ะ เอากลับมาทานต่อที่ห้องอีก 4 ชิ้น





มื้อเย็นที่ Marriott café





เรียกน้ำย่อยด้วยขนมปัง เนยสมุนไพรสีเขียวนั่นอร่อยมากค่ะ ส่วนบาร์บีคิวยังไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่





ต่อด้วย Caesar salad





และซุปมะเขือเทศ





จานหลักไม่ทันได้ถ่าย เพราะมัวแต่คุย เป็นข้าวราดแกงมัสมั่น อร่อยมาก (ของสามี) และ สเต็คปลา (overcooked) ของอิชั้นเอง เลยถ่ายของหวานเป็น Crème brulee แบบที่ยังไม่แข็งตัว (เหมือนตักคัสตาร์ดครีมทานเลยค่ะ) และน้ำตาลที่โรยข้างบนน้อยไปนิดทำให้หน้าไม่กรุบกรอบแบบที่ควรจะเป็น แต่รสชาติดีมากๆ ถ้าแช่ให้แข็งอีกนิดจะเลิศเลยค่ะ




และ Lemon pie อร่อยค่ะ แย่งสามีทานเกือบหมด





กลับมาก็ได้เจอห้องแบบนี้ค่ะ





น่าร้ากกกกกก เพิ่งครบรอบ 5 ปีเองเหรอเนี่ย ทำไมเหมือนซัก 20 ปีแล้วล่ะ...





ตื่นเช้ามาก็เจอวิวนี้ อากาศดีจัง





มองจากหาดเข้ามาที่ห้องค่ะ





8-9 โมงนี่คนยังไม่มาอาบแดดกันที่หน้าห้อง ดีจังงงงง





วิวด้านหน้า





วิวจากกระจกด้านข้าง





แต่ชอบวิวข้างหน้ามากกว่านะคะ





อยู่แค่ 4-5 วัน น้ำหนักขึ้นมาเยอะเลยค่ะ สามีบอกว่าทานกันจนไม่มีโอกาสที่ท้องจะร้องได้เลย ยิ่งคืนที่ออกไปตลาดหัวหินด้วย ทั้งเจ๊กเปี๊ยะ โกทิ ข้าวโพดปิ้ง มะม่วงน้ำปลาหวาน กะปิหวาน กะปิโหว่ และไอติมท้องจะแตกตายก่อนถึงโรงแรมด้วยซ้ำไป ยืนยันความอืดได้จากรูปค่ะ




ถือว่าอิ่มกาย อิ่มใจในระยะทางที่ไม่ไกลกรุงเทพเลยค่ะ หลังจากที่ต้องระเหเร่ร่อนมาทั้งปี ต้องขอบคุณน้องรัก ณ แมริออท ที่ช่วยทำให้วันครบรอบแต่งงานของพี่สมบูรณ์ โดยไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล และขอบคุณพนักงานแมริออทที่ให้บริการอย่างดีตลอดช่วงเวลาที่ไปพักค่ะ




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2551 9:04:18 น.
Counter : 1057 Pageviews.  

@ ^ ^ @ พาชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษาที่พัทยาค่ะ

เนื่องจากช่วงที่ผ่านมานี้ต้องอยู่ที่ศรีราชาเป็นหลัก เมื่อได้ข่าวว่ามีการจัดนิทรรศการนี้ขึ้นที่พัทยาช่วง 17-25 พฤศจิกายน 2550 เวลา 09:00 – 20:00 ทุกวัน เพื่อให้พสกนิกรได้ร่วมชื่นชมในพระราชประวัติ พระอัจฉริยภาพ พระราชกรณีกิจ เรียนรู้ในพระราชดำริ และพระราชภารกิจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เราจึงได้รีบขับรถไปพัทยากันแต่เช้า เป้าหมาย คือ ที่นี่ค่ะ



อาคารกรีฑาในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออกนี้ ตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท ถ้าวิ่งจากพัทยาใต้มุ่งหน้าไปทางสัตหีบ จะผ่านโลตัส ให้คอยมองทางซ้ายไว้ จะมีป้ายบอกทางไปตลอดค่ะ พอถึงแยกไฟแดงเล็กๆ ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายเข้าไป วิ่งตรงไปเรื่อยๆ ผ่านหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ ก็จะเห็นป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายเข้าอาคารกรีฑานี้ค่ะ

ความจริงแล้วนิทรรศการนี้เค้าได้จัดกันมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. แล้วค่ะ โดยเริ่มจัดที่ขอนแก่น สงขลา เชียงใหม่ แล้วมาที่พัทยา แต่จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 1-10 ธ.ค. 2550 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานีอีกครั้งหนึ่งค่ะ (คาดว่าน่าจะใหญ่กว่าที่พัทยา และคงมีภาพถ่ายใหม่ๆ ของในหลวงช่วงหลังที่เสด็จออกจากโรงพยาบาลศิริราช และเสด็จเยี่ยมสมเด็จพระพี่นางฯ เพิ่มเติมมาอีกเรื่อยๆ ค่ะ)

ภาพที่นำมาให้ชมกันนี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของนิทรรศการทั้งหมดนะคะ อยากให้ได้ไปชมกันเองมากกว่า มีทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพระองค์ท่านและพระราชกรณียกิจมากมายที่ไม่สามารถจะบรรยายได้หมด ส่วนตัวแล้วก็คงจะไปที่อิมแพ็คอีกครั้งหนึ่งค่ะ เพราะงานที่นั่นคงจะใหญ่ และมีรายละเอียดเพิ่มเติมมากกว่านี้แน่นอน

ว่าแล้วก็มาเข้าชมนิทรรศการกันเลยดีกว่าค่ะ



ก่อนจะไปถึงทางเข้างานจะมีเจ้าหน้าที่แจกเอกสารประกอบการเข้าชมนิทรรศการ ถึงแล้วค่ะประตูทางเข้า ตรงนี้ถ้ามีใครอยากจะเข้าห้องน้ำ แนะนำให้เดินเลี้ยวขวาไปเข้าให้เรียบร้อยก่อนนะคะ จะได้เดินชมนิทรรศการได้อย่างสบายกาย สบายใจ



มีแผนผังของงานให้อ่านดูก่อนค่ะ



ด้านหน้าสุดของนิทรรศการค่ะ



โถงที่ 1 จะเป็นพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจอันโดดเด่นของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี 8 พระองค์แรกค่ะ

โถงที่ 2 เป็นพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ต้องชื่นชมผู้จัดก็คือ ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดอารมณ์ บรรยากาศของพระตำหนักวิลล่าวัฒนา ถึงจะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็ประทับใจมากๆ ค่ะ ใครอยากทราบว่าเป็นอะไรก็คงต้องไปดูกันเองนะคะ



พระบรมฉายาลักษณ์ที่เห็นเพียงครั้งเดียว ก็คุ้มค่าแก่การมานิทรรศการนี้แล้วค่ะ









จากนั้นก็จะมาถึงห้องแสดงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก



เอ... กรอบรูปตรงกลางบนผนังห้องหายไปไหนคะ



ไม่เชื่อว่ากรอบรูปหายไป ดูพร้อมกันชัดๆ อีกทีค่ะ



โถงที่ 3 เป็นพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านในด้านต่างๆ ค่ะ

เอ๊...ฝักบัวรึเปล่าเนี่ย



ไม่ใช่ค่า... เป็นลำโพงที่เอาไว้ให้เราเข้าไปยืนฟังเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงค่ะ



ฝั่งตรงข้ามเป็นพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านด้านจิตรกรรม



ด้านนี้เป็นกีฬาค่ะ เรือใบมดจำลอง



ต่อไปเป็นด้านการถ่ายภาพ




ภาพนี้คงไม่ต้องบรรยายเลยใช่มั้ยคะ



แม่ฟ้าหลวงของชาวไทย เราจะไม่มีวันมีพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐที่สุดในโลกได้ หากปราศจากพระองค์ท่าน


ไปดูพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่านดีกว่าค่ะ มีหลายเล่มทีเดียว



โถงที่ 4 เป็นแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนของพระองค์ท่าน



น้องๆ ยุวมัคคุเทศก์กำลังอธิบายเรื่องโครงการแก้มลิงค่ะ



ผู้จัดเค้าใส่ใจกระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เสมอค่ะ อย่างตรงนี้เดินขึ้นไปแล้วเหมือนยืนอยู่บนน้ำเลยค่ะ มีปลาต่างๆ มาว่ายอยู่ใต้เท้า



ขึ้นเครื่องบินไปทำฝนหลวงกันมั้ยคะ



โถงที่ 5 เป็นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงค่ะ (แหะๆ โถงนี้เข้าไปแล้วทำตัวลำบากนิดหน่อยค่ะ รู้สึกเหมือนถูกดุอย่างไรก็อย่างนั้น)

โถงที่ 6 เสด็จฯ เยี่ยมเหล่าทหารหาญ มีรถจิ๊ปของพระองค์ท่านจำลองไว้ด้วย


และลองสังเกตรูปข้างบนนี้ดีๆ นะคะ มีใครเห็นอะไรผิดสังเกตบ้างมั้ยคะ
อยากรู้เฉลย รอไว้ไปถามน้องๆ ยุวมัคคุเทศก์ดูค่ะ


โถงที่ 7 เสด็จฯ เจริญสัมพันธไมตรีต่างประเทศ



โถงที่ 8 สถิตในดวงใจ ไทยทั้งผอง


โถงนี้ขออนุญาตเตือนค่ะ โปรดเตรียมกระดาษเช็ดหน้าเข้าไปด้วย


โถงที่ 9 ๘๐ พรรษา ถวายพรพระภูมินทร์
เป็นจุดที่ให้เราเข้าไปร่วมถวายพระพรพระองค์ท่านด้วยวิธีต่างๆ กันไปตามความชอบค่ะ มีทั้งเขียนในคอมพิวเตอร์ เขียนบนใบโพธิ์ เขียนลงสมุด สุดแต่ว่าใครจะสะดวกแบบไหน (และคิวทางไหนสั้นกว่า) ค่ะ



ถึงทางออกแล้วค่ะ แต่ภาพที่น่าประทับใจไม่ได้มีเพียงแค่ด้านในนะคะ




ด้านนอกก็ยังมี


ต้องขอบคุณผู้จัดงาน ผู้ให้การสนับสนุนต่างๆ ที่ได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ นี้ขึ้น โดยไม่คิดค่าเข้าชม ทั้งๆ ที่ค่าใช้จ่ายในการจัดงานแบบใส่ใจรายละเอียดมากมายขนาดนี้คงไม่น้อยเลย

และเหนือสิ่งอื่นใดในฐานะที่เป็นพสกนิกรภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะร่วมน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมกราบถวายพระพรแด่พระองค์ท่าน ขอคุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครองให้พระองค์ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน พระพลานามัยสมบูรณ์ และทรงเป็นร่มเกล้าฯ ของชาวไทยตลอดไป ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2550 20:13:06 น.
Counter : 2186 Pageviews.  

^ ^ @@ พาเพื่อนไปเที่ยวสวนเสือศรีราชา (Sriracha Tiger zoo) @@ ^ ^

หลังจากผลัดเพื่อนร่วมงานต่างชาติของคุณฝาละมีมาหลายสัปดาห์ด้วยเหตุว่า อากาศแปรปรวน รถป่วย คนป่วยบ้าง ฯลฯ ทำให้แผนเที่ยวเกาะล้านต้องพับไปด้วยคลื่นลมแรง และฝนตกเกือบทุกวัน แผนเที่ยวสวนเสือจึงผุดขึ้นมาแทนที่ค่ะ

ค่าเข้าสวนเสือศรีราชานั้น สำหรับคนไทย ราคา 120 บาท ส่วนต่างชาติ ราคา 350 บาทค่ะ ที่เคยบ่นๆ ว่าในเซี่ยงไฮ้นั้น อะไรๆ สำหรับคนต่างชาติมักจะโดนคิดราคาแพงกว่าคนจีน 3 เท่า มาคราวนี้เจอคนไทยเอาคืนบ้าง แต่...เอ่อ คราวนี้มันเงินอิชั้นนะค้า.....

มาว่ากันเรื่องการเข้าไปเที่ยวที่นี่กันดีกว่า
ถ้าคุณมีเวลาน้อย แนะนำให้ไปแต่เช้าประมาณ 9 โมงนะคะ เพื่อที่คุณจะได้ชมโชว์หลักๆ ทั้ง 4 โชว์ของที่นี่ อันได้แก่ โชว์ช้าง โชว์จระเข้ แข่งหมู และโชว์เสือ (Circus) ได้หมดก่อนเที่ยง อากาศก็จะไม่ร้อนมากด้วยค่ะ เพราะถ้าคุณไปแบบอิชั้น คือ ถึงสวนเสือตอน 11 โมงกว่า กว่าจะได้เริ่มดูโชว์จริงๆ ก็เป็น 11:40 เลยค่ะ เป็นโชว์ช้าง หรือ จะไปดูแข่งหมูก่อนฆ่าเวลาระหว่างรอโชว์ช้างก่อนก็ย่อมได้ค่ะ แต่คุณจะเสียเวลาช่วงเที่ยงไปประมาณเกือบชั่วโมง และยังต้องหามื้อเที่ยงทานกันในนั้น ซึ่งเพื่อนๆ ชาวจีนที่ได้ลองชิมเนื้อจระเข้ย่างแล้ว บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เนื้อแมวอร่อยกว่า

ส่วนอิชั้นนั้นเตรียมของว่างแห้งๆ ที่ถ่อไปซื้อจากหน้าร้านเปรมสุข ตรงบางพระมา เพราะเพื่อนจีนกลุ่มนี้อยากทานอาหารแบบไทยๆ ดูบ้าง (ทั้งๆ ที่สั่งอาหารไทยในร้านที่พัทยาทานกันทุกมื้อเย็นมาเป็นเดือนอยู่แล้วเนี่ยนะ!!!) เลยเอาพวกหมี่ผัดปู ห้อยจ๊อ แฮ่กึ๊น (2 อย่างหลังนี่มันไท้ ไทยนะคะ แต่ทำเล่นไป คนจีนเซี่ยงไฮ้ไม่รู้จักมาก่อนเลยค่ะ คงเพราะเราเอามาจากทางกวางตุ้งแน่ๆ เลย) ไปให้ชิม เพราะมื้อเที่ยงจริงๆ วางแผนให้เค้าไปทานกันที่ร้านโบราฌในบางแสนค่ะ

เกริ่นนำเยอะไปหน่อย เข้าไปดูในสวนเสือกันเลยดีกว่าค่ะ

จากที่บอกไว้ตอนต้น ไปถึงเอาตอนสิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว จึงได้แต่เดินดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยเปื่อย แล้วพอใกล้ๆ 11:30 ขบวนของเราก็มุ่งหน้าไปที่ส่วนของการแสดงช้างค่ะ

พอ 11:40 ปั๊บ ก็มีน้องช้างเดินจูงหางเรียงแถวกันออกมาแบบนี้ค่ะ


ออกมาแนะนำตัวว่าเชือกไหนชื่ออะไร แต่...คนเก่งๆ อย่างอิชั้น จำได้แค่ น้องไมโลตัวเดียวเองค่ะ




นี่ล่ะค่ะ สุดหล่อ และฉลาดเลิศ น้องไมโล ค้าบบบบ



เสียว น้องไมโลทรงตัวไม่อยู่จัง




น้องไมโลโชว์บั้นท้ายอันน่าระทึกใจ (ว่าวันนึงบั้นท้ายอิชั้นจะเจริญรอยตาม
)



ถ้าเกิดเหยียบพลาดไป อู๊ย..... ไม่อยากจะนึกเลยค่ะ

>


ท่าเนี้ยเค้าแกล้งเดินย้วยไปย้วยมา ให้คนนอนหัวใจวายเล่นๆ ค่ะ




นั่งเก้าอี้ก็ได้นะเนี่ย



แค่นั่งดูง่ายไปใช่ม้า แถมเล่นฮูล่า ฮูปโชว์ซะเลยยยยย



เวลาควาญเค้าขี้เกียจเดิน เค้าก็ใช้แรงงานช้างแบบนี้ล่ะค่ะ




คุณเพื่อนคนจีนเค้าไม่เคยให้อาหารช้างแบบนี้มาก่อนค่ะ



ชอบใจกันใหญ่เลย



พอดูโชว์ช้างเสร็จก็เที่ยงพอดี เพื่อนจีนเห็นป้ายเนื้อจระเข้ย่าง 5 ไม้ 100 บาท ก็ปรี่เข้าไปซื้อทันทีเลยค่ะ ผลคือน้ำย่อยเริ่มทำงาน เลยต้องหาที่นั่งจัดการของว่าง รองท้องกันก่อนค่ะ เสร็จแล้วก็ไปต่อที่แข่งหมู เวลา 12:30

Pig racing นั้น ไม่ได้มีแต่วิ่งแข่งอย่างเดียวนะคะ มีการโชว์บวกเลขของแม่หมูด้วยค่ะ แต่รูปเบลอมาก เอารูปตอนลูกหมูวิ่งแข่งกันดีกว่านะคะ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีค่ะ สำหรับโชว์นี้




พอบ่ายโมงตรง เราก็ไปที่โชว์จระเข้กันค่ะ สาวน้อยคนนี้ใจกล้ามากๆ



นอนทับบนจระเข้ยังกล้าน้อยไปเหรอคะ นี่เลย.... เอาหัวแหย่เข้าไปในปากจระเข้ซะเลย



หนุ่มน้อยคนนี้ก็ใจกล้าไม่แพ้กันค่ะ แต่สงสัยว่า เค้าดูไม่ค่อยถูกกับจระเข้ซักเท่าไหร่ จากการที่จระเข้ไล่งับเค้าตลอดการแสดง ทำไม้ ทำไมยังกล้าทำท่านี้อีกน้อ (เพื่อนจีนคนนึงทำท่าเหมือนหัวใจจะวาย เพราะพอน้องเค้าดึงตัวออกมา จระเข้ก็งับเสียงดัง ปับบบบ เลยค่ะ เฉี่ยวผมน้องเค้าไปไม่ถึงคืบเอง - -“) สามีอิชั้นเค้าข้องใจมากว่า นักแสดงโชว์นี้มีประกันชีวิตมั้ย ได้ค่าจ้างกันเท่าไหร่ ถึงได้ยอมเสี่ยงขนาดนี้




โชว์สุดท้ายของเราเป็น Circus ค่ะ มีหมู กับ เสือ เท่านั้น (แต่ไม่ได้แสดงพร้อมกันนะคะ ไม่งั้นน้องหมูหมดคอกแน่ๆ)
น้องหมูวิ่งทะลวงกระดาษค่ะ


ง่ายไปอีกเหรอคะ อะ..คราวนี้ โชว์หมูหัน เอ๊ยยย ม่ายช่าย หมูลอดห่วงไฟ ค่ะ ถ้าพลาดทีมงานก็คงได้อิ่มกับหมูหันแน่ๆ ล่ะค่ะ (คิดน่ากลัวไปมั้ยเนี่ยเรา)



ต่อด้วยโชว์เสือค่ะ ถ่ายรูปยากจริงๆ ไหวทุกรูปเลยค่ะ



จบแล้วค่ะ คุณเสือยกมือไหว้ขอบคุณผู้ชมค่ะ




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2550 15:56:02 น.
Counter : 3018 Pageviews.  

:: ^_^ กระบี่ หลังสงกรานต์ @ Krabi La Playa ^_^ ::

พักร้อนของคุณฝาละมีคราวนี้เราเลือกเอาช่วงหลังสงกรานต์ เพราะจะได้ไม่ต้องเที่ยวแบบแออัด จองห้องพักแบบ Pool deluxe ที่โรงแรม Krabi La Playa เอาไว้ วันก่อนเดินทางก็ต้องโทรไปยืนยันห้องพักซะหน่อย ประสาคนรอบคอบ แต่กลับปรากฏว่า เสียห้องที่จองไว้ไป เพราะเกิดปัญหาที่ห้อง Pool deluxe ห้องอื่น ทำให้ต้องย้ายแขกที่พักห้องนั้นมาครอบครองห้องที่อิชั้นอุตส่าห์จองล่วงหน้าไว้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ ห้องที่ทางโรงแรมหาให้ได้ดีที่สุด ณ เวลาที่มา คือ ห้อง Deluxe ชั้นบนสุด Room division MGR บอกว่า เป็นห้องที่วิวดีสุดในกระบวน Deluxe ทั้งหมด คิดหนักนะคะนี่ จะหาโรงแรมใหม่ก็ไม่ทันเพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางแล้ว (สงสัยอยู่เหมือนกันว่า ถ้าไม่โทรไปจะได้รู้เรื่องนี้ตอนไหนนะนี่) ถามคุณฝาละมีเค้าก็ว่า ตามใจ แล้วก็โยนภาระมาให้อิชั้นหัวฟูในวันก่อนเดินทางแค่วันเดียว ตั๋วเครื่องบินก็ออกเรียบร้อยแล้ว จะเอายังไงดีล่ะเนี่ย

ด้วยความขี้เกียจบวกกับเวลาที่ฉุกละหุก ก็จำใจต้องยอมพักห้อง Deluxe ที่โรงแรมจัดให้ เพราะคุณชายเค้าลางานได้แค่ช่วงนี้เท่านั้น ทั้งที่พ้นสิ้นเดือนเม.ย.ไป ค่าห้องในกระบี่ก็จะลดกระหน่ำ Rainy sale แค่อีกอาทิตย์เดียวเท่านั้นเอง เอาละ เมื่อต้องทำใจ จำใจ จำยอมแล้ว ก็ต้องจำทน เดินหน้าไปขึ้นเครื่อง

วันแรกที่ไปถึงสภาพห้อง Deluxe ที่เค้าบอกมาว่า วิวสุดสวย ก็เป็นเช่นนี้ค่ะ



ตั้งแต่เข้าพักโรงแรมมา แม่บ้านโรงแรมนี้เก่งที่สุดค่ะ สามารถทำเตียงให้เหมือนยังไม่ได้ทำมาก แปลกแต่จริงวันอื่นๆ ก็ไม่เป็นนะคะ เป็นเฉพาะวันแรก (สงสัยจะรีบทำห้องให้เช็คอิน เลยลืมดึงให้ตึงค่ะ)



ห้องน้ำเก๋ค่ะ ไม่ใช่เพราะสามารถเปิดหน้าต่างแบ่งปันกลิ่นกิจธุระยามเช้าได้แบบนี้นะคะ



แต่ที่ว่าเก๋ คือ โรงแรมแบบนี้ ใช้ Dispenser สำหรับแชมพูและสบู่ค่ะ นัยว่าเพราะลดต้นทุนขวดแชมพูและสบู่ที่แขกชอบเก็บกลับไปกัน ลดเกรดโรงแรมลงไปหน่อยนึง แต่ที่น่ารำคาญ คือ กว่าที่จะกดให้ได้แชมพูและสบู่ในปริมาณที่ต้องการได้ เล่นเอากล้ามแทบขึ้นเลยค่ะ



สำหรับคนที่ติดสายชำระ (แบบคุณฝาละมีอิชั้น ขนาดต้องสั่งจากเมืองไทยไปติดที่บ้านเช่าในเซี่ยงไฮ้ เออ..นะ ทีอยู่ฝรั่งเศสเป็นปีได้ ไม่เห็นต้องติดล่ะ) แนะนำให้หลีกเลี่ยงโรงแรมนี้ค่ะ เพราะจนถึงตอนนี้คุณฝาละมีก็ไม่คิดจะกลับไปพักที่นี่อีก แม้ว่าจะได้สิทธิ์อัพเกรดห้อง Pool deluxe ฟรีในคราวหน้า (ท่าทางจะหงุดหงิดเอาเรื่องแฮะ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเรื่องไม่ได้ห้องที่จองไว้ ไม่มีสายชำระ หรือ น้ำฝนรั่วที่เพดานห้อง)



วิวจากระเบียงห้องที่ได้รับการยืนยันจากคนโรงแรมนี้ ว่าสวยที่สุด



มองเห็นสระว่ายน้ำที่ต่อไปถึงสระฝั่งห้องที่เป็น Pool deluxe ซึ่งแทบจะไม่มีใครลงมาเล่นน้ำกันเลย (ประทานโทษ แล้วเข้าไปพักทำไมกันคะเนี่ย) เคืองจัง (พาลไปมั้ยเนี่ยเรา) คงต้องขยายความว่า ห้อง Pool deluxe นี่มีความพิเศษตรงที่สามารถลงเล่นน้ำจากระเบียงห้องได้เลยค่ะ ในบางห้องจะมี Whirlpool ให้ด้วย คนที่ชอบว่ายน้ำน่าจะเหมาะกับห้องนี้ที่สุด แต่ปรากฏว่า แทบไม่เห็นใครลงสระนั้นเลยค่ะ
สระว่ายน้ำที่นี่มีจริงๆ 3 สระค่ะ ไม่แออัดดี



พระอาทิตย์ตกแล้วค่ะ



ว่ากันเรื่องโรงแรมเยอะแล้ว มาถึงอาหารการกินกันบ้างดีกว่านะคะ มากระบี่แล้วขาดนี่ไม่ได้เลยค่ะ มื้อแรก ร้านนี้มาตามที่คนท้องถิ่นแนะนำค่ะ ครัวธารา (หลังสึนามิ) ในร้านมีรูปเหตุการณ์สึนามิให้ดูระหว่างรออาหารด้วย
มาถึงกระบี่แล้วต้องลองนี่เลยค่ะ หอยชักตีน (ชื่อไม่เพราะเลยนะเนี่ย ว่ามั้ยคะ)



ต่อด้วยแกงส้มปลากะพงขาวยอดมะพร้าว รสจัดจ้าน หน้าตาเหมือนแกงเหลือง แต่อร่อยมากค่ะ ต่อด้วยหอยลายผัดน้ำพริกเผา (เอ...แต่จำได้ว่าสั่งหอยหวานไปน้า...)



มีแกงส้มก็ต้องเคียงด้วยปลาทรายทอดกรอบถึงจะเข้ากั๊น เข้ากัน



ออกจากร้านอาหารก็ผ่านร้านโรตีค่ะ จริงๆ มีสองร้าน แต่ทานที่ร้านนี้ทุกวันหลังมื้อเที่ยงเลยค่ะ (คนทำซ้วย..สวย ตาว้าน หวาน เผื่อทานแล้วจะสวยแบบคนทำบ้าง)




อิ่มหนำสำราญแล้วก็ไปเดินชมวิวหาดนพรัตน์ธาราย่อยอาหารกันซักหน่อยนะคะ



ต่อด้วยวิวอ่าวนาง ไม่มีคนเลย ถ้ามาช่วงสงกรานต์คงจะไม่ได้ภาพแบบนี้แน่ๆ เลย



กลับมานอนเล่น รอให้ถึงเวลามื้อค่ำ ทานที่โรงแรมค่ะ



รุ่งเช้าก็ออกทัวร์สี่เกาะค่ะ (แอบนินทา...มากระบี่ 3 ครั้ง แต่กว่าจะพาคุณชายไปทัวร์เรือแบบนี้ได้ ก็เพิ่งครั้งนี้ล่ะค่ะ หืดขึ้นคอ เพราะเค้าออกจะกลัวน้ำหน่อยๆ - ถ้าฉีดวัคซีนแล้วจะหายได้เหมือนโรคกลัวน้ำมั้ยนะ)



น้ำเขียวใสแจ๋ว



รูปนี้เกิดขึ้นเพราะละอองน้ำกระเด็นใส่ค่ะ เหมือนๆ จะสวยเลยนะเนี่ย



ถึงตรงที่เกาะที่ทะเลแหวก มาสายไปหน่อยค่ะ ทะเลแหวกไปแล้ว น้ำกำลังขึ้นเชียว (แล้วจะพาชั้นมาทำไมจ๊ะซีโต้ทัวร์)



มากระบี่ทั้งทีรูปนี้ไม่ถ่ายไม่ด้ายยยยยย เกาะไก่ค้าบ...


มื้อเที่ยงวันที่ไปกับทัวร์ เป็นข้าวผัดกุ้ง 3 ตัว พร้อมไข่ดาวและน้ำเปล่าคนละ 1 ขวดค่ะ มีผลไม้เป็นสับปะรดและแตงโม ของหวานเป็นเค้กเมืองตรัง (มั้ง..เพราะไม่ได้ทานค่ะ)
แวะจุดสุดท้ายของทัวร์นี้ที่ถ้ำพระนางตรงโรงแรมรายาวดีค่ะ



กลับจากทัวร์ก็หิวซ่ก เพราะทานข้าวผัดไปแค่ครึ่งกล่อง กับ เป๊ปซี่กระป๋องละ 50 บาท (ราคาบนเกาะ)
เลยต้องออกไปที่หาดนพรัตน์ธาราอีกรอบ เพราะยังมีร้านที่คนท้องถิ่นแนะนำอีกร้านที่ยังไม่ได้ลองค่ะ ร้านชื่อ ชวนชิม ร้านนี้มี กั้ง ปู และ Lobster ว่ายน้ำโชว์อยู่หน้าร้านให้เห็นเลยค่ะ ทำให้ความอยากทานลดลงไปเยอะ เลยถามเค้าว่ามีแบบที่เพิ่งตายเองบ้างมั้ย ถ้ามีก็เอามาทำ น้องเค้าอุตส่าห์ไปหาแบบที่เพิ่งตายมาให้จนได้ค่ะ ขุดมาจากใต้น้ำแข็งกันเลย (ใครจะว่าโง่ มาถึงถิ่นแล้วไม่ทานของสดๆ เป็นๆ ก็ขอโง่นะคะ ไม่อยากเอาชีวิตใครมาแลกกับความอร่อยแค่มื้อเดียวน่ะค่ะ) แต่กั้งร้านนี้แพงกว่าที่กรุงเทพอีกค่ะ เลยกลับมาทานที่บ้านดีกว่าน่อแค่พันสองเอง ร้านนี้ตั้งพันห้าต่อกก.
ผลก็ออกมา หน้าตาประมาณนี้ค่ะ
ปูทะเลนึ่ง และต้มยำค่ะ (ดูเหมือนเจ้า Lobster นี่มันจะเด่นกว่านะคะเนี่ย)


Lobster อบเนย


เอาปูชัดๆ อีกทีค่ะ ใหญ่สุดวันนี้เค้ามีแค่ 6 ขีด เพราะเรามาเอาบ่ายสามเกือบบ่ายสี่แล้ว (มื้อไหนก็ไม่ค่อยแน่ใจค่ะ)



มื้อเย็นเดินออกมาซื้อไก่ทอดแบบที่มีหอมเจียวโรยกับข้าวเหนียวทานพร้อมโรตีค่ะ ถ่ายรูปไม่ทันเพราะเดินแทะมาตั้งแต่ที่ร้านค่ะ มันหอมยั่วน้ำลายมากกกกกกก เหลือกับมาทานกับส้มตำปูม้าที่ซื้อจากร้านชวนชิมแค่ไม่กี่ชิ้นเองค่ะ


วันต่อมา ตอนแรกกะไว้ว่าจะไปพีพี เพราะคุณฝาละมียังไม่เคยไปค่ะ แต่จากที่เมื่อวานฟ้าฝนดูไม่ค่อยจะเป็นใจเท่าไหร่ ค่ะ ฝนตก เพดานห้องพักรั่ว และเห็นครึ้มในช่วงเช้า เลยตัดสินใจนอนเล่นอยู่โรงแรมจะดีกว่า
พอช่วง 11 โมงก็เริ่มหิว นึกถึงร้านที่อยู่ตรงทางผ่านจากโรงแรมไปหาดนพรัตน์ธารา ชื่อ วังทรายซีฟู้ด เห็นรถจอดเต็มทุกวัน ท่าทางน่าอร่อย แต่ที่แปลก คือ ในโรงแรมไม่มีใครแนะนำร้านนี้เลยค่ะ
สั่งมา 4 อย่าง ทานหอยนางรมสดเป็นออร์เดิร์ฟหมดไปก่อนจะถ่ายรูปค่ะ ไม่ใช่สดหรืออร่อยจนห้ามใจไม่อยู่นะคะ แต่หน้าตามันไม่น่าจะต้องถ่ายมามากกว่าค่ะ เป็นหอยนางรมสดแกะแล้วตัวเล็ก 4 ตัว เครื่องเคียงเยอะดี แต่ความจืดของหอยทำให้เซ็ง และที่เซ็งกว่านั้นคือ พนักงานเสิร์ฟบริการแบบที่สามีอิชั้นต้องเกรงใจมากค่ะ ขนาดยกเอาถังน้ำแข็ง เป๊ปซี่มาไว้ข้างๆ ตัวเลย บอกว่า รอให้มาทำให้ คงอิ่มข้าวไปก่อนแล้ว เพราะจะถามตอบอะไรแต่ละที ก็ได้น้ำเสียงเฉยชา สั่งกั้งก็ไม่มี(ถูกกว่าที่ร้านชวนชิม พันถ้วนต่อโลค่ะ) สั่งหอยหวานก็ไม่มีค่ะ อาหารหลักที่สั่งจึงมีแค่ 3 อย่าง คือ ห่อหมกทะเลในมะพร้าวอ่อน ปลากะพงนึ่งมะนาว หอยแมลงภู่อบ
รูปที่พอจะมีอารมณ์ถ่ายมาก็เลยมีเพียงแค่รูปเดียวค่ะ



มาถึงบางอ้อเอาวันกลับ ได้คุยกับ RM ที่มาส่งขึ้นรถว่า ร้านนี้ไม่ค่อยมีใครอยากแนะนำแขกให้ไป เพราะเค้าขายวิวค่ะ
แต่ก็....อืม...เห็นจะจริง


พูดถึง RM (Room division manager) ของโรงแรมนี้ จัดว่า ตอบสนองต่อปัญหาได้ค่อนข้างเร็ว แม้จะแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไม่ได้ แต่ก็รับฟังปัญหา คำติชม และ หาวิธีอื่นมาคลายความตึงเครียดได้ดี ชื่นชมความตั้งใจในการทำงานค่ะ กะว่ารอให้คุณฝาละมีหายเคืองและมีเวลาพอจะหยุดงานได้เมื่อไหร่ จะลองกล่อมให้ไปพักที่นี่อีกครั้งแน่ๆ

มื้อเย็น (กว่ามื้อเมื่อกี๊) เดินออกมาซื้อไก่ทอดแบบที่มีหอมเจียวโรยกับข้าวเหนียวทานพร้อมโรตีค่ะ ถ่ายรูปไม่ทันเพราะเดินแทะมาตั้งแต่ที่ร้านค่ะ มันหอมยั่วน้ำลายมากกกกกกก

รุ่งขึ้นมื้อเช้าก็ทานที่โรงแรมตามปกติค่ะ ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะลืมถือกล้องลงไปทุกวัน อาหารเบสิคอย่างพวกไส้กรอก เบคอน แฮม ไข่ คอร์นเฟล็ค โยเกิร์ต สลัดผัก มีทุกวัน แต่จะมีเปลี่ยนพวกข้าวและแป้งๆ ค่ะ อย่างวันแรกเป็นข้าวสวย กับข้าว 2 อย่าง และแพนเค้ก วันที่ 2 เป็นข้าวผัด และ French toast วันที่ 3 เป็นข้าวต้มไก่ และวัฟเฟิล ค่ะ ถือว่าใช้ได้ทีเดียว

ส่วนมื้อเที่ยง เราคิดถึงร้านครัวธาราค่ะ รู้สึกว่าเป็นร้านที่อาหารอร่อย พนักงานน่ารัก อัธยาศัยดี ขายแบบเต็มอกเต็มใจ
เมนูสั่งลาก็มี ส้มตำปูม้า (ปูเล็กว่าที่ร้านชวนชิม แต่ก็ถูกกว่ากันครึ่งนึงค่ะ) ต้มยำกุ้ง หอยแครงลวก และกุ้งผัดมะขาม


และเหมือนเคยค่ะ ออร์เดิร์ฟ หอยนางรมสด ตัวละแค่ 40 บาท ซึ่งมาหลังสุด แต่สดจี๋ หวานจ๋อย คุ้มค่าที่รอคอยค่ะ (รู้งี้สั่งซะตั้งแต่วันแรกก็ดี มัวแต่เห็นว่าเป็นร้านเล็กๆ เลยคิดเอาเองว่าไม่สดแน่ๆ)


ขออีกที สำหรับเมนูโปรดของมื้อนี้ค่ะ กุ้งขนาดกลางทอดมากรอบๆ ผัดกับซ้อสมะขาม


ขอปิดท้ายด้วยรูป (ที่คิดเอาเองว่า) สวยๆ ค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามานะคะ




 

Create Date : 25 เมษายน 2550    
Last Update : 25 เมษายน 2550 22:39:00 น.
Counter : 1115 Pageviews.  

1  2  

Valentine's Month


 
L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.