ข้อมูลสำหรับเตรียมตัวไปเซี่ยงไฮ้
เรื่องภูมิอากาศ ได้แจงไปแล้วในบล็อกแรกนะคะ มาเตรียมตัวกันก่อนเที่ยวเซี่ยงไฮ้เนาะ มาที่วิธีวางแผนเที่ยวกันเลยดีกว่าค่ะ ด้วยว่าเซี่ยงไฮ้นั้นเป็นเมืองอกแตก (คล้ายๆ กรุงเทพบ้านเรานี่ล่ะค่ะ ที่แบ่งเป็น ฝั่งธนฯ ฝั่งกรุงเทพ) ของเค้าจะแบ่งเป็น ฝั่งผู่ชี (Pu xi) ซึ่งรีวิวไปตามถนนหลักๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่กิน ที่เที่ยว และที่ช้อปฯ ในบล็อกก่อนๆ และฝั่งผู่ตง (Pu dong ไม่ใช่ปูดองนะค้า ) ลองดูจากแผนที่ ของ lonelyplanet พอเป็นไอเดียก่อนค่ะ //www.lonelyplanet.com/mapshells/north_east_asia/shanghai/shanghai.htm อันว่าฝั่งผู่ตงนั้นเป็นฝั่งเมืองใหม่ ที่เที่ยวหลักๆ เห็นจะเป็น หอไข่มุก (Pearl tower 东方明珠塔 = dong1 fang1 ming2 zhu1 ta3) ออกเสียงว่า ตง ฟาง หมิง จู ถ่า (ผิดพลาดอย่างไร รบกวนผู้รู้ภาษาจีนช่วยแจ้งแก้ไขด้วยนะคะ) รูปข้างล่างนี้เพิ่งได้มา จากการที่น้องรักซึ่งไปด้วยกันลงทุนเอนนอนกับพื้นเพื่อเก็บภาพหอไข่มุกทั้งหมดมาให้ได้ ด้วยกล้องกิ๊กก๊อกของอิชั้นเองค่ะ มาดการถ่ายภาพนี้ของน้องเค้าทำให้คนแถวนั้นต้องเหลียวกลับมามองซ้ำ เพราะทุ่มทั้งตัว (ลงกับพื้นและหยาดน้ำลายคนจีน) ^_^" ตึก SWFC ที่เพิ่งเปิดใหม่ เพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมช่างถ่ายภาพถึงต้องใช้ขาตั้งกล้อง ขนาดกลั้นหายใจถ่ายแล้ว ภาพยังไม่นิ่งเลยค่ะ ^ ^" นอกจากจะได้ชมวิวสูงของเซี่ยงไฮ้แล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติของเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Municipal history museum 上海市政历史博物馆 = Shang4 hai3 shi4 zheng4 li1 shi3 bo2 wu4 guan3) ออกเสียงว่า ชั่ง ไห่ ชึ เจิ้ง ลิ ฉึ โป๋ อู้ ก่วน ให้ชมได้อีกด้วยค่ะ ถ้าซื้อตั๋วเข้าทั้งชั้นล่าง-บนและพิพิธภัณฑ์พร้อมกัน ราคาจะเป็น 100 หยวน ***** อัพเดทราคาล่าสุด ณ วันที่ 7/12/09 (คาดว่าปรับล่วงหน้ารอรับ Expo 2010 ^ ^" ) ค่าเข้าชมหอไข่มุก จากเดิม 100 RMB เป็น 150 RMB เข้าได้ถึงชั้นบน รวมพิพิธภัณฑ์แล้ว (ถ้าจะเข้าพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว 35 RMB ซื้อแยกได้ ในวันที่อากาศไม่ดี ไม่ต้องขึ้นไปเห็นแต่หมอกให้เสียดายตังค่ะ ^_^ ) ถ้าถามว่าความน่าสนใจของพิพิธภัณฑ์นี้มีแค่ไหน ตอบตามความรู้สึกส่วนตัวได้เพียงว่า ชอบที่นี่ เพราะมีเรื่องราวให้ศึกษา เห็นเป็นรูปธรรมถึงวิถีชีวิต พัฒนาการของคนและเมืองเซี่ยงไฮ้ได้ชัดเจนดีค่ะ รูปนี้เป็นช่วงที่ฝรั่งครองเมือง คนจีนส่วนใหญ่ที่จะอยู่บริเวณนี้ได้ ต้องเป็นขุนนาง หรือ พ่อค้าใหญ่ ไม่งั้นก็เป็นคนลากรถเท่านั้น ^ ^" รูปนี้เด็กน้อยกำลังมาซื้อของในร้านซ้อสกับแตงดอง ต่อไปจะเป็น Shanghai Ocean Aquarium (上海海洋水族馆 shang4 hai3 hai3 yang3 shui3 zu2 guan3) ที่นี่จะเป็นคล้ายพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ แต่อย่าไปเทียบกับพวก Underwater world เข้านะคะ อกจะหักเปล่าๆ ถามว่าคุ้มค่ามั้ยกับค่าเข้าราคา 120 หยวน (ส่วนเด็กและคนชราที่เกิน 70 ปี เหลือ 80 กับ 70 หยวนค่ะ) ถ้าไม่เคยไปที่ไหนเลย ก็ลองเข้าไปดูได้ค่ะ แต่ถ้าเคยไปที่อื่นๆ มาบ้างแล้ว ก็...อาจจะเสียดายตังค่ะ (ไม่แน่ใจว่าล่าสุดพัฒนาแล้วรึเปล่านะคะ เพราะสิ่งต่างๆ ในเซี่ยงไฮ้นี่เปลี่ยนทุกวันค่ะ) ที่เที่ยวด้านบนนี้สามารถขึ้นรถไฟใต้ดินสาย 2 ไปลงที่สถานี Lujiazui ได้เลยค่ะ และถ้าอยากเข้าชม Super brand mall (正大广场 - zheng4 da4 guang3 chang3) ห้างขนาดมหึมาในเซี่ยงไฮ้ (แต่สู้ของบ้านเราไม่ได้ค่ะ แหะๆ เลือดชาตินิยมขึ้นมือที่พิมพ์) มีโลตัส ตามสไตล์ของซีพี ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของ (เรื่องภายในเค้า เอาเป็นว่าอยากรู้มากกว่านี้ไปถามเจ้าสัวเองนะคะ) มีร้านอาหารเยอะแยะไปหมด ส่วนร้านรวงก็เป็นสไตล์ห้างทั่วๆ ไป ระดับของที่ขายก็ประมาณในซีคอนสแควร์ล่ะค่ะ พวกแบรนด์ที่ขายในพารากอนเนี่ย ต้องไปหาที่ Plaza 66 กับ Shanghai center ฝั่งผู่ชีโน่นแน่ะค่ะ เมื่อหันหลังให้หอไข่มุกและ Aquarium ก็จะเห็นตึกหน้าตาแบบนี้ เอาชัดๆ อีกทีนะคะ ที่หน้าตึกจะเห็นธงชาติไทยอยู่ด้วย แล้วก็จะมีตึก Jin Mao tower (金茂大厦 - jin1mao4da4sha4) ที่นี่เป็นที่ตั้งของโรงแรมดังเป็นแหล่งที่คนชอบไปถ่ายรูปอีกแห่งหนึ่งค่ะ (อ่า...ถ้าจำไม่ผิดเจอกาแฟแก้วละประมาณเกือบ 60 หรือ 70 หยวน (ราคาปี 2004) ถึงกับลืมถ่ายรูปค่ะ ก็ว่าเจอน้ำส้มกับน้ำองุ่นใน Plaza 66 แก้วละ 45 หยวนโหดแล้วนา สงสารคนจ่ายตังจัง) ปัจจุบัน (2009) มีตึกสูงที่สุดในจีน (สร้างข้างๆ กับจินเม่าเลย) และสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เปิดไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2008 ค่าขึ้นชมวิวมี 3 ราคา 100 RMB สำหรับชั้น 94, 110 RMB สำหรับชั้น 94 และ 97 , 150 RMBสำหรับชั้น 94, 97 และ 100 มองจากหอไข่มุก ก็คือตึกที่มีช่องสี่เหลี่ยมอยู่ข้างบนนั่นล่ะค่ะ ถ้านั่งรถไฟใต้ดินเลยไปอีกหน่อย ก็จะถึง Science & Technology museum (科技馆 - ke1 ji4 guan3) ถ้าชอบพวกประดิษฐกรรมต่างๆ หรือ แนววิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีล่ะก็ แนะนำให้ไปค่ะ แต่ถ้าไม่ได้มีเวลาเหลือเฟือและไม่ใช่คอวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว ก็...อาจจะเสียทั้งเวลาและตังค่ะ (เอ๊ะ..ยังไงกันนะ ตกลงจะชวนให้ไปเที่ยวหรือมาห้ามกันแน่นะ) ตอนนี้มีแหล่งช้อปปิ้งที่เค้าว่ากันเองว่า ย้ายมาจากตลาดเซี่ยงหยาง ลองดูได้ที่บล็อกนี้นะคะ ตลาดชื่อย้าว ยาว ที่เค้าว่า เค้าเป็นตลาดเซี่ยงหยางใหม่ สำหรับใครที่อยากจะไปเที่ยวนอกเมืองเซี่ยงไฮ้ โดยวิธีซื้อทัวร์ท้องถิ่น ขอเชิญอ่านที่กระทู้ได้เลยนะคะ //topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2008/04/E6563423/E6563423.html ส่วนสนามบินที่อยู่ฝั่งผู่ตงนั้น คงไม่ต้องรีวิวกันมากมาย มีลงไว้ในบล็อก //www.bloggang.com/viewblog.php?id=lastlove&date=25-06-2008&group=3&gblog=24 แล้วนะคะ เอาแต่คำเตือนไปละกันค่ะ เกทของเครื่องการบินไทยที่จะมากรุงเทพ เปลี่ยนทุกเที่ยวที่อิชั้นไป-กลับตลอดเวลาเกือบ 7 ปี เพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมก็โดนทุกคน ไม่แน่ใจว่าปรับปรุงรึยัง แต่เมื่อต้นธ.ค. ปี 2006 (ปีที่ 3 ของการใช้สนามบิน) อิชั้นก็ยังต้องลากกระเป๋าวิ่งหน้าเริ่ดเปลี่ยนจากเกทอื่น ไปเกท 19 (รู้สึกจะเป็นเกทประจำ) อยู่ดี ขอให้คอยฟังเสียงประกาศให้ดีๆ นะคะ ***** อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อกลางปี 2008 และ 2009 เกทเริ่มนิ่งขึ้นค่ะ ไม่ต้องวิ่งหน้าตั้งเปลี่ยนเกทเหมือนแต่ก่อน แต่ก็อย่าเพิ่งวางใจนะคะ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ ***** มีข้อมูลที่ได้มาเมื่อวันที่ 14/4/07 จากการแนะนำและจัดโปรแกรมเที่ยวให้พี่ในห้องบลูฯ คนนึง เค้าเขียนเมล์กลับมาเล่าว่า ได้รับประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับแท็กซี่ในเซี่ยงไฮ้ค่ะ ซึ่งคาดว่าจะเป็นแท็กซี่ป้ายดำแบบมีนายหน้าใส่สูทมาติดต่อ (ปกติพวกนี้จะมีเยอะที่สนามบิน) ตรงจุดลงรถ Maglev ที่สถานี Longyang ค่ะ ราคาค่าแท็กซี่ที่จ่ายไปคือ 300 RMB มีใบเสร็จให้ได้อีกต่างหาก ต้องขอบคุณที่พี่เค้ามา ณ ที่นี้ ที่กลับมาเล่าและฝากให้เตือนคนที่กำลังจะไปเซี่ยงไฮ้ด้วยค่ะ คำแนะนำสำหรับการเรียกแท็กซี่ในเซี่ยงไฮ้ จากประสบการณ์ที่อยู่มา มีประมาณนี้ค่ะ 1. ควรพูดจีนได้บ้าง (เอาแค่ไม่กี่คำ แค่พอให้คิดว่า เคยมา หรือ เคยอยู่มาแล้ว) จะให้ดีที่สุดควรออกเสียงสถานที่ที่จะไปให้ได้ 2. ควรเลือกเรียกแท็กซี่เฉพาะที่เป็นแท็กซี่ของบริษัท สังเกตง่ายๆ คือ ข้างๆ แท็กซี่พวกนี้จะมีเบอร์โทรเรียกศูนย์ เป็นเลข 5 ตัว ขึ้นต้นด้วย 1xxxx ค่ะ 3. ไม่ควรสนใจกับนายหน้าที่เข้ามาถาม เว้นแต่คุณจะสามารถต่อรองราคาเหมาให้เหลือได้ไม่เกิน 150-200 หยวน (ราคานี้เป็นราคาแพงสุดที่วิ่งข้ามเมืองจากสนามบินซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกสุดของเมืองไปทางตะวันตกของเมืองแล้วนะคะ ไม่มีแพงกว่านี้ ได้โปรดอย่าจ่ายเกิน เว้นแต่รถจะติดสาหัสเกินกว่าสองชั่วโมงขึ้นไป) 4. ควรมีตัวหนังสือภาษาจีน หรือ แผนที่ของโรงแรมที่คุณจะพักให้คนขับดู จะได้ไม่มีข้ออ้างเรื่องหลงทาง 5. คำถามสำหรับคุณที่ไปทำงาน ซึ่งย่อมต้องการใบเสร็จมาเบิกคืน ให้คุยกันก่อนตกลงเรื่องราคา ให้ออกเสียงตามนี้ค่ะ Ni3 you3 fa1 piao4 ma1? หนีโหย่วฟาเพี่ยวมา = Do you have any receipt? มันอาจจะช่วยให้คุณรอดพ้นจากการโกงได้บ้างไม่มากก็น้อยค่ะ เสียใจกับพี่ในห้องบลูฯ ที่ต้องได้รับประสบการณ์แย่ๆ จากแท็กซี่ป้ายดำในเซี่ยงไฮ้มานะคะ แต่ก็ยังคงยืนยันว่า แท็กซี่บริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแบบนั้นค่ะ มีข้อแนะนำมาเพิ่มเติมค่ะ (30/04/07) สำหรับการท่องเที่ยวในจีน โดยเฉพาะคุณๆ ที่พูดจีนไม่ได้เลย ด้วยว่าปฏิกิริยาที่คนจีนมักจะมีต่อคนต่างชาติ มี 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ หนีไปเลย กับ เต็มใจช่วยเหลือแบบสุดตัว ใครที่โชคดีได้เจออย่างหลัง ขอให้ยิ้มมากๆ พูดคำว่า Please บ่อยหน่อย (ถ้าเค้าพูดอังกฤษได้) สำคัญสุดอย่าลืมขอบคุณด้วยภาษาจีนว่า Xie xie ni! (ออกเสียงว่า เชี่ยะ เชี่ยะ หนี่ ซึ่งสุภาพกว่า Xie xie หรือ เชี่ยะ เฉี่ยะ เฉยๆ ค่ะ) แม้ว่าเค้าจะพูดอังกฤษได้ก็ตาม ทำแบบนี้รับรองว่า ไปไหนๆ ได้สบายมากค่ะ อิชั้นเคยถามทางกับคนจีนที่พูดอังกฤษไม่ได้อยู่หลายครั้ง (มีกระดาษที่พิมพ์ชื่อสถานที่เป็นภาษาจีนไปให้เค้าอ่าน) แล้วก็เดินหลงอยู่ดี เกือบทุกครั้งคนที่บอกทางนี่ล่ะค่ะ จะเดินตามมาบอกว่า ผิดทางแล้วนะ (ยะ ยัยเบ๊อะ ) แล้วก็จูงมือพาไปส่งถึงที่เลยค่ะ (ปกติถ้าเจอตามทางจะเลือกถามแต่ผู้หญิงค่ะ) แต่ถ้าเจอคุณตำรวจบนถนน หรือ เจ้าหน้าที่รถไฟใต้ดิน (ที่ไม่ใช่เจ๊ขายตั๋วนะคะ) นี่ยิ่งใจดีใหญ่เลยค่ะ แค่ไปถามๆ ทาง เค้าพูดอังกฤษไม่ได้ แต่ก็จะเอาแผนที่รถไฟใต้ดินออกมาชี้ๆ ให้ดู บางทีก็ให้แบบเล่มเล็กๆ พกพาได้ (สวยด้วย) อีกต่างหากค่ะ ใช้กิริยาแบบไทยๆ ของเรานี่ล่ะค่ะ ไม่ว่าเจ้าบ้านชาติไหนๆ ก็อยากจะให้ความช่วยเหลือทั้งนั้น ยกเว้นพวกที่ตั้งใจจะหลอกนักท่องเที่ยวนะคะ ภายใต้กิริยาที่ดูว่า ไร้มารยาท เช่น การขาก ถ่มน้ำลาย แย่งที่นั่ง แซงคิว พูดเสียงดัง เดินชนไหล่ ชอบเบียด ชอบจ้องหน้าคนต่างชาติ ฯลฯ ของคนจีนบางคนนั้น กลับเต็มไปด้วยน้ำใจที่ใสสะอาดค่ะ เพียงแต่สิ่งที่แสดงออกมาเป็นลักษณะปกติพื้นฐานของสังคมเค้าเท่านั้นเองค่ะ (พวกต้มตุ๋น โกง หรือ ชอบโก่งราคาของกับนักท่องเที่ยวไม่นับนะคะ) ขอบคุณที่แวะมานะคะ ส่วนฝั่งผู่ชีนั้น ได้ทำรีวิวแยกเป็นถนนสายหลักๆ ไว้ให้แล้วในบล็อกก่อนหน้านี้ รวมถึงร้านอาหารต่างๆ ด้วยค่ะ ปล. ความสะดวกในการคลิ้กดูข้อมูลผ่านลิ้งค์นั้น ต้องขอบคุณน้อง BFR ที่ช่วยสอนให้อิชั้นทำค่ะ ไม่อย่างนั้นคงจะต้องใช้วิธีก๊อปฯ ไปแปะบน Address bar เหมือนแต่ก่อนค่ะ
Create Date : 25 มีนาคม 2550
Last Update : 8 ธันวาคม 2552 14:26:51 น.
26 comments
Counter : 11401 Pageviews.
โดย: บุ๋ม+ (Htervo ) วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:0:39:06 น.
โดย: sueko (sueko ) วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:13:00:56 น.
โดย: นิด IP: 203.146.239.195 วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:17:01:41 น.
โดย: L@st love วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:14:13:45 น.
โดย: นิด (nid-jung@hotmail.com) IP: 203.146.239.195 วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:15:23:52 น.
โดย: L@st love วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:17:11:50 น.
โดย: L@st love วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:17:18:19 น.
โดย: นิด IP: 203.146.239.195 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:14:39:02 น.
โดย: L@st love วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:17:49:54 น.
โดย: นิด IP: 203.146.239.195 วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:9:02:14 น.
โดย: L@st love วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:10:39:18 น.
โดย: Poo IP: 58.10.189.32 วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:10:46:34 น.
โดย: L@st love วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:11:36:50 น.
โดย: L@st love วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:11:46:30 น.
โดย: bobew IP: 125.27.147.9 วันที่: 5 มกราคม 2551 เวลา:21:56:39 น.
โดย: ออย IP: 58.9.61.30 วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:19:15:22 น.
โดย: wan IP: 202.28.179.3 วันที่: 24 เมษายน 2551 เวลา:17:59:29 น.
โดย: L@st love วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:43:58 น.
โดย: หลิน IP: 117.47.46.189 วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:0:40:07 น.
โดย: แนนซี่ IP: 203.170.144.1 วันที่: 26 ธันวาคม 2551 เวลา:15:26:59 น.
โดย: กุ๊ก กิ๊ก IP: 58.8.79.76 วันที่: 13 มกราคม 2552 เวลา:23:41:02 น.
โดย: polya IP: 218.26.84.5 วันที่: 21 มกราคม 2552 เวลา:20:33:42 น.
โดย: L@st love วันที่: 23 มกราคม 2552 เวลา:21:10:51 น.
โดย: เกียร์ IP: 180.180.5.205 วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:12:07:56 น.
โดย: noon IP: 58.8.136.144 วันที่: 20 มิถุนายน 2553 เวลา:1:27:21 น.
Location :
Shenyang China
[Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [? ]
ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้ หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ) ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น "ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
หวัดดีตอนดึกๆค่ะ คิดถึงจังเลยค่า.....บุ๋มเพิ่งกลับมาจากเที่ยวเหมือนกัน เห็นข้อความเลยรีบแวะมาชมก่อนเลยค่ะ
ข้อมูลยังคงคุณภาพเหมือนเดิมเลย...อืมมม หากมีโอกาสไปเซี่ยงไฮ้ คงต้องมาเซพข้อมูลของคุณไปทั้งหมดเลยหล่ะค่ะ ยังงัยก็ไม่หลงแน่ๆ ...
อย่าลืมรักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ ....