พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 
ข้อมูลสำหรับเตรียมตัวไปเซี่ยงไฮ้

เรื่องภูมิอากาศ ได้แจงไปแล้วในบล็อกแรกนะคะ
มาเตรียมตัวกันก่อนเที่ยวเซี่ยงไฮ้เนาะ


มาที่วิธีวางแผนเที่ยวกันเลยดีกว่าค่ะ ด้วยว่าเซี่ยงไฮ้นั้นเป็นเมืองอกแตก (คล้ายๆ กรุงเทพบ้านเรานี่ล่ะค่ะ ที่แบ่งเป็น ฝั่งธนฯ ฝั่งกรุงเทพ)
ของเค้าจะแบ่งเป็น ฝั่งผู่ชี (Pu xi) ซึ่งรีวิวไปตามถนนหลักๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่กิน ที่เที่ยว และที่ช้อปฯ ในบล็อกก่อนๆ และฝั่งผู่ตง (Pu dong ไม่ใช่ปูดองนะค้า )
ลองดูจากแผนที่ ของ lonelyplanet พอเป็นไอเดียก่อนค่ะ //www.lonelyplanet.com/mapshells/north_east_asia/shanghai/shanghai.htm

อันว่าฝั่งผู่ตงนั้นเป็นฝั่งเมืองใหม่ ที่เที่ยวหลักๆ เห็นจะเป็น หอไข่มุก (Pearl tower 东方明珠塔 = dong1 fang1 ming2 zhu1 ta3) ออกเสียงว่า ตง ฟาง หมิง จู ถ่า (ผิดพลาดอย่างไร รบกวนผู้รู้ภาษาจีนช่วยแจ้งแก้ไขด้วยนะคะ)



รูปข้างล่างนี้เพิ่งได้มา จากการที่น้องรักซึ่งไปด้วยกันลงทุนเอนนอนกับพื้นเพื่อเก็บภาพหอไข่มุกทั้งหมดมาให้ได้ ด้วยกล้องกิ๊กก๊อกของอิชั้นเองค่ะ มาดการถ่ายภาพนี้ของน้องเค้าทำให้คนแถวนั้นต้องเหลียวกลับมามองซ้ำ เพราะทุ่มทั้งตัว (ลงกับพื้นและหยาดน้ำลายคนจีน) ^_^"




ตึก SWFC ที่เพิ่งเปิดใหม่




เพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมช่างถ่ายภาพถึงต้องใช้ขาตั้งกล้อง ขนาดกลั้นหายใจถ่ายแล้ว ภาพยังไม่นิ่งเลยค่ะ ^ ^"




นอกจากจะได้ชมวิวสูงของเซี่ยงไฮ้แล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติของเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Municipal history museum 上海市政历史博物馆 = Shang4 hai3 shi4 zheng4 li1 shi3 bo2 wu4 guan3) ออกเสียงว่า ชั่ง ไห่ ชึ เจิ้ง ลิ ฉึ โป๋ อู้ ก่วน ให้ชมได้อีกด้วยค่ะ ถ้าซื้อตั๋วเข้าทั้งชั้นล่าง-บนและพิพิธภัณฑ์พร้อมกัน ราคาจะเป็น 100 หยวน


***** อัพเดทราคาล่าสุด ณ วันที่ 7/12/09 (คาดว่าปรับล่วงหน้ารอรับ Expo 2010 ^ ^" ) ค่าเข้าชมหอไข่มุก จากเดิม 100 RMB เป็น 150 RMB เข้าได้ถึงชั้นบน รวมพิพิธภัณฑ์แล้ว (ถ้าจะเข้าพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว 35 RMB ซื้อแยกได้ ในวันที่อากาศไม่ดี ไม่ต้องขึ้นไปเห็นแต่หมอกให้เสียดายตังค่ะ ^_^ )

ถ้าถามว่าความน่าสนใจของพิพิธภัณฑ์นี้มีแค่ไหน ตอบตามความรู้สึกส่วนตัวได้เพียงว่า ชอบที่นี่ เพราะมีเรื่องราวให้ศึกษา เห็นเป็นรูปธรรมถึงวิถีชีวิต พัฒนาการของคนและเมืองเซี่ยงไฮ้ได้ชัดเจนดีค่ะ

รูปนี้เป็นช่วงที่ฝรั่งครองเมือง คนจีนส่วนใหญ่ที่จะอยู่บริเวณนี้ได้ ต้องเป็นขุนนาง หรือ พ่อค้าใหญ่ ไม่งั้นก็เป็นคนลากรถเท่านั้น ^ ^"



รูปนี้เด็กน้อยกำลังมาซื้อของในร้านซ้อสกับแตงดอง




ต่อไปจะเป็น Shanghai Ocean Aquarium (上海海洋水族馆 – shang4 hai3 hai3 yang3 shui3 zu2 guan3) ที่นี่จะเป็นคล้ายพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ แต่อย่าไปเทียบกับพวก Underwater world เข้านะคะ อกจะหักเปล่าๆ ถามว่าคุ้มค่ามั้ยกับค่าเข้าราคา 120 หยวน (ส่วนเด็กและคนชราที่เกิน 70 ปี เหลือ 80 กับ 70 หยวนค่ะ)

ถ้าไม่เคยไปที่ไหนเลย ก็ลองเข้าไปดูได้ค่ะ แต่ถ้าเคยไปที่อื่นๆ มาบ้างแล้ว ก็...อาจจะเสียดายตังค่ะ (ไม่แน่ใจว่าล่าสุดพัฒนาแล้วรึเปล่านะคะ เพราะสิ่งต่างๆ ในเซี่ยงไฮ้นี่เปลี่ยนทุกวันค่ะ)


ที่เที่ยวด้านบนนี้สามารถขึ้นรถไฟใต้ดินสาย 2 ไปลงที่สถานี Lujiazui ได้เลยค่ะ และถ้าอยากเข้าชม Super brand mall (正大广场 - zheng4 da4 guang3 chang3) ห้างขนาดมหึมาในเซี่ยงไฮ้ (แต่สู้ของบ้านเราไม่ได้ค่ะ แหะๆ เลือดชาตินิยมขึ้นมือที่พิมพ์) มีโลตัส ตามสไตล์ของซีพี ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของ (เรื่องภายในเค้า เอาเป็นว่าอยากรู้มากกว่านี้ไปถามเจ้าสัวเองนะคะ) มีร้านอาหารเยอะแยะไปหมด ส่วนร้านรวงก็เป็นสไตล์ห้างทั่วๆ ไป ระดับของที่ขายก็ประมาณในซีคอนสแควร์ล่ะค่ะ พวกแบรนด์ที่ขายในพารากอนเนี่ย ต้องไปหาที่ Plaza 66 กับ Shanghai center ฝั่งผู่ชีโน่นแน่ะค่ะ

เมื่อหันหลังให้หอไข่มุกและ Aquarium ก็จะเห็นตึกหน้าตาแบบนี้


เอาชัดๆ อีกทีนะคะ ที่หน้าตึกจะเห็นธงชาติไทยอยู่ด้วย


แล้วก็จะมีตึก Jin Mao tower (金茂大厦 - jin1mao4da4sha4) ที่นี่เป็นที่ตั้งของโรงแรมดังเป็นแหล่งที่คนชอบไปถ่ายรูปอีกแห่งหนึ่งค่ะ (อ่า...ถ้าจำไม่ผิดเจอกาแฟแก้วละประมาณเกือบ 60 หรือ 70 หยวน (ราคาปี 2004) ถึงกับลืมถ่ายรูปค่ะ ก็ว่าเจอน้ำส้มกับน้ำองุ่นใน Plaza 66 แก้วละ 45 หยวนโหดแล้วนา สงสารคนจ่ายตังจัง)

ปัจจุบัน (2009) มีตึกสูงที่สุดในจีน (สร้างข้างๆ กับจินเม่าเลย) และสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เปิดไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2008 ค่าขึ้นชมวิวมี 3 ราคา
100 RMB สำหรับชั้น 94, 110 RMB สำหรับชั้น 94 และ 97 , 150 RMBสำหรับชั้น 94, 97 และ 100

มองจากหอไข่มุก ก็คือตึกที่มีช่องสี่เหลี่ยมอยู่ข้างบนนั่นล่ะค่ะ




ถ้านั่งรถไฟใต้ดินเลยไปอีกหน่อย ก็จะถึง Science & Technology museum (科技馆 - ke1 ji4 guan3) ถ้าชอบพวกประดิษฐกรรมต่างๆ หรือ แนววิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีล่ะก็ แนะนำให้ไปค่ะ แต่ถ้าไม่ได้มีเวลาเหลือเฟือและไม่ใช่คอวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว ก็...อาจจะเสียทั้งเวลาและตังค่ะ (เอ๊ะ..ยังไงกันนะ ตกลงจะชวนให้ไปเที่ยวหรือมาห้ามกันแน่นะ) ตอนนี้มีแหล่งช้อปปิ้งที่เค้าว่ากันเองว่า ย้ายมาจากตลาดเซี่ยงหยาง ลองดูได้ที่บล็อกนี้นะคะ ตลาดชื่อย้าว ยาว ที่เค้าว่า เค้าเป็นตลาดเซี่ยงหยางใหม่


สำหรับใครที่อยากจะไปเที่ยวนอกเมืองเซี่ยงไฮ้ โดยวิธีซื้อทัวร์ท้องถิ่น ขอเชิญอ่านที่กระทู้ได้เลยนะคะ //topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2008/04/E6563423/E6563423.html

ส่วนสนามบินที่อยู่ฝั่งผู่ตงนั้น คงไม่ต้องรีวิวกันมากมาย มีลงไว้ในบล็อก //www.bloggang.com/viewblog.php?id=lastlove&date=25-06-2008&group=3&gblog=24 แล้วนะคะ

เอาแต่คำเตือนไปละกันค่ะ เกทของเครื่องการบินไทยที่จะมากรุงเทพ เปลี่ยนทุกเที่ยวที่อิชั้นไป-กลับตลอดเวลาเกือบ 7 ปี เพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมก็โดนทุกคน ไม่แน่ใจว่าปรับปรุงรึยัง แต่เมื่อต้นธ.ค. ปี 2006 (ปีที่ 3 ของการใช้สนามบิน) อิชั้นก็ยังต้องลากกระเป๋าวิ่งหน้าเริ่ดเปลี่ยนจากเกทอื่น ไปเกท 19 (รู้สึกจะเป็นเกทประจำ) อยู่ดี ขอให้คอยฟังเสียงประกาศให้ดีๆ นะคะ ***** อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อกลางปี 2008 และ 2009 เกทเริ่มนิ่งขึ้นค่ะ ไม่ต้องวิ่งหน้าตั้งเปลี่ยนเกทเหมือนแต่ก่อน แต่ก็อย่าเพิ่งวางใจนะคะ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ *****

มีข้อมูลที่ได้มาเมื่อวันที่ 14/4/07 จากการแนะนำและจัดโปรแกรมเที่ยวให้พี่ในห้องบลูฯ คนนึง เค้าเขียนเมล์กลับมาเล่าว่า ได้รับประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับแท็กซี่ในเซี่ยงไฮ้ค่ะ ซึ่งคาดว่าจะเป็นแท็กซี่ป้ายดำแบบมีนายหน้าใส่สูทมาติดต่อ (ปกติพวกนี้จะมีเยอะที่สนามบิน) ตรงจุดลงรถ Maglev ที่สถานี Longyang ค่ะ ราคาค่าแท็กซี่ที่จ่ายไปคือ 300 RMB มีใบเสร็จให้ได้อีกต่างหาก ต้องขอบคุณที่พี่เค้ามา ณ ที่นี้ ที่กลับมาเล่าและฝากให้เตือนคนที่กำลังจะไปเซี่ยงไฮ้ด้วยค่ะ

คำแนะนำสำหรับการเรียกแท็กซี่ในเซี่ยงไฮ้ จากประสบการณ์ที่อยู่มา มีประมาณนี้ค่ะ

1. ควรพูดจีนได้บ้าง (เอาแค่ไม่กี่คำ แค่พอให้คิดว่า เคยมา หรือ เคยอยู่มาแล้ว) จะให้ดีที่สุดควรออกเสียงสถานที่ที่จะไปให้ได้

2. ควรเลือกเรียกแท็กซี่เฉพาะที่เป็นแท็กซี่ของบริษัท สังเกตง่ายๆ คือ ข้างๆ แท็กซี่พวกนี้จะมีเบอร์โทรเรียกศูนย์ เป็นเลข 5 ตัว ขึ้นต้นด้วย 1xxxx ค่ะ

3. ไม่ควรสนใจกับนายหน้าที่เข้ามาถาม เว้นแต่คุณจะสามารถต่อรองราคาเหมาให้เหลือได้ไม่เกิน 150-200 หยวน (ราคานี้เป็นราคาแพงสุดที่วิ่งข้ามเมืองจากสนามบินซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกสุดของเมืองไปทางตะวันตกของเมืองแล้วนะคะ ไม่มีแพงกว่านี้ ได้โปรดอย่าจ่ายเกิน เว้นแต่รถจะติดสาหัสเกินกว่าสองชั่วโมงขึ้นไป)

4. ควรมีตัวหนังสือภาษาจีน หรือ แผนที่ของโรงแรมที่คุณจะพักให้คนขับดู จะได้ไม่มีข้ออ้างเรื่องหลงทาง

5. คำถามสำหรับคุณที่ไปทำงาน ซึ่งย่อมต้องการใบเสร็จมาเบิกคืน ให้คุยกันก่อนตกลงเรื่องราคา ให้ออกเสียงตามนี้ค่ะ Ni3 you3 fa1 piao4 ma1? หนีโหย่วฟาเพี่ยวมา = Do you have any receipt? มันอาจจะช่วยให้คุณรอดพ้นจากการโกงได้บ้างไม่มากก็น้อยค่ะ

เสียใจกับพี่ในห้องบลูฯ ที่ต้องได้รับประสบการณ์แย่ๆ จากแท็กซี่ป้ายดำในเซี่ยงไฮ้มานะคะ แต่ก็ยังคงยืนยันว่า แท็กซี่บริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแบบนั้นค่ะ

มีข้อแนะนำมาเพิ่มเติมค่ะ (30/04/07)
สำหรับการท่องเที่ยวในจีน โดยเฉพาะคุณๆ ที่พูดจีนไม่ได้เลย ด้วยว่าปฏิกิริยาที่คนจีนมักจะมีต่อคนต่างชาติ มี 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ หนีไปเลย กับ เต็มใจช่วยเหลือแบบสุดตัว

ใครที่โชคดีได้เจออย่างหลัง ขอให้ยิ้มมากๆ พูดคำว่า Please บ่อยหน่อย (ถ้าเค้าพูดอังกฤษได้) สำคัญสุดอย่าลืมขอบคุณด้วยภาษาจีนว่า Xie xie ni! (ออกเสียงว่า เชี่ยะ เชี่ยะ หนี่ ซึ่งสุภาพกว่า Xie xie หรือ เชี่ยะ เฉี่ยะ เฉยๆ ค่ะ) แม้ว่าเค้าจะพูดอังกฤษได้ก็ตาม

ทำแบบนี้รับรองว่า ไปไหนๆ ได้สบายมากค่ะ อิชั้นเคยถามทางกับคนจีนที่พูดอังกฤษไม่ได้อยู่หลายครั้ง (มีกระดาษที่พิมพ์ชื่อสถานที่เป็นภาษาจีนไปให้เค้าอ่าน) แล้วก็เดินหลงอยู่ดี เกือบทุกครั้งคนที่บอกทางนี่ล่ะค่ะ จะเดินตามมาบอกว่า ผิดทางแล้วนะ (ยะ ยัยเบ๊อะ ) แล้วก็จูงมือพาไปส่งถึงที่เลยค่ะ (ปกติถ้าเจอตามทางจะเลือกถามแต่ผู้หญิงค่ะ)

แต่ถ้าเจอคุณตำรวจบนถนน หรือ เจ้าหน้าที่รถไฟใต้ดิน (ที่ไม่ใช่เจ๊ขายตั๋วนะคะ) นี่ยิ่งใจดีใหญ่เลยค่ะ แค่ไปถามๆ ทาง เค้าพูดอังกฤษไม่ได้ แต่ก็จะเอาแผนที่รถไฟใต้ดินออกมาชี้ๆ ให้ดู บางทีก็ให้แบบเล่มเล็กๆ พกพาได้ (สวยด้วย) อีกต่างหากค่ะ

ใช้กิริยาแบบไทยๆ ของเรานี่ล่ะค่ะ ไม่ว่าเจ้าบ้านชาติไหนๆ ก็อยากจะให้ความช่วยเหลือทั้งนั้น ยกเว้นพวกที่ตั้งใจจะหลอกนักท่องเที่ยวนะคะ

ภายใต้กิริยาที่ดูว่า ไร้มารยาท เช่น การขาก ถ่มน้ำลาย แย่งที่นั่ง แซงคิว พูดเสียงดัง เดินชนไหล่ ชอบเบียด ชอบจ้องหน้าคนต่างชาติ ฯลฯ ของคนจีนบางคนนั้น กลับเต็มไปด้วยน้ำใจที่ใสสะอาดค่ะ เพียงแต่สิ่งที่แสดงออกมาเป็นลักษณะปกติพื้นฐานของสังคมเค้าเท่านั้นเองค่ะ (พวกต้มตุ๋น โกง หรือ ชอบโก่งราคาของกับนักท่องเที่ยวไม่นับนะคะ)

ขอบคุณที่แวะมานะคะ ส่วนฝั่งผู่ชีนั้น ได้ทำรีวิวแยกเป็นถนนสายหลักๆ ไว้ให้แล้วในบล็อกก่อนหน้านี้ รวมถึงร้านอาหารต่างๆ ด้วยค่ะ

ปล. ความสะดวกในการคลิ้กดูข้อมูลผ่านลิ้งค์นั้น ต้องขอบคุณน้อง BFR ที่ช่วยสอนให้อิชั้นทำค่ะ ไม่อย่างนั้นคงจะต้องใช้วิธีก๊อปฯ ไปแปะบน Address bar เหมือนแต่ก่อนค่ะ



Create Date : 25 มีนาคม 2550
Last Update : 8 ธันวาคม 2552 14:26:51 น. 26 comments
Counter : 9771 Pageviews.

 

หวัดดีตอนดึกๆค่ะ คิดถึงจังเลยค่า.....บุ๋มเพิ่งกลับมาจากเที่ยวเหมือนกัน เห็นข้อความเลยรีบแวะมาชมก่อนเลยค่ะ


ข้อมูลยังคงคุณภาพเหมือนเดิมเลย...อืมมม หากมีโอกาสไปเซี่ยงไฮ้ คงต้องมาเซพข้อมูลของคุณไปทั้งหมดเลยหล่ะค่ะ ยังงัยก็ไม่หลงแน่ๆ ...

อย่าลืมรักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ ....


โดย: บุ๋ม+ (Htervo ) วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:0:39:06 น.  

 
คิดถึงเซี่ยงไฮ้ค่ะ แต่ไปครั้งหน้า คงเลือกไปช่วงฤดูหนาว ช่วงร้อนนี่ตับแตกมาก


โดย: sueko (sueko ) วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:13:00:56 น.  

 
เจ๊หลีตามมาแอบอ่านหน้านี้ด้วยคน อย่าบอกคุณ L@st loveนะคะ


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 29 เมษายน 2550 เวลา:8:24:28 น.  

 
สวัสดีค่ะ ดิฉันได้เข้ามาอ่าน Blogคุณหลาย ๆ ครั้งแล้วค่ะ ตอนนี้ใกล้จะต้องย้ายตามสามีไปอยู่เมืองเซี่ยงไฮ้เดือนหน้านี้แล้ว ใจก็ยังหวั่น ๆ อยู่เลยค่ะ ไม่เคยย้ายครอบครัวไปไหนเลย ไม่รู้จะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง อยากได้คำแนะนำจากคุณๆค่ะ รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ


โดย: นิด IP: 203.146.239.195 วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:17:01:41 น.  

 
คุณนิดคะ

วิธีเตรียมตัวย้ายถิ่นฐานสำหรับแม่บ้านอย่างเราๆ นี่ หลักๆ เลย เป็นเรื่องของการทำรายการสิ่งต่างๆ ที่ต้องเตรียมค่ะ ส่วนสิ่งต่างๆ ที่ว่า ก็มีคร่าวๆ ดังนี้

- ของที่คุณจะขนไปด้วย ไม่ว่า เสื้อผ้า หนังสือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ อาหารแห้ง ฯลฯ

- ของที่คุณจะต้องซื้อจากเมืองไทยเพื่อขนไปด้วย ทั้งเครื่องใช้ อาหาร หนังสือ ฯลฯ

- พบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ และเตรียมยาที่จำเป็น ถ้ามีอะไรที่ต้องรับการดูแลพิเศษ ขอให้แพทย์ที่เมืองไทยเขียนกำกับไว้เป็นภาษาอังกฤษไว้เลยค่ะ

- ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเมืองที่คุณจะไปจากเว็บต่างๆ ในที่นี้คือ เซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีชื่อเว็บไซต์ให้คุณลองไปอ่านได้ในบล็อกแล้วนะคะ

- เอกสารสำคัญทั้งหมด ขอให้ติดตัวไปด้วย เพราะคุณอาจจะต้องใช้ Statement หรือ ทะเบียนสมรสตัวจริง ในการยื่นขอวีซ่าไปประเทศต่างๆ อย่าง ฝรั่งเศส อังกฤษ อเมริกา ฯลฯ ที่เซี่ยงไฮ้ค่ะ ขอให้ทำสำเนา 2 ชุด แยกเก็บเอกสารตัวจริงไว้ต่างหาก สำเนาที่เหลือแยกกันเก็บไว้ที่คุณและสามีคนละชุดค่ะ

- ปกติถ้าบริษัทสามีคุณจ้างบริษัทย้ายของให้ สิ่งสำคัญที่คุณต้องมีในมือ คือ รายการของทั้งหมดที่คุณให้เค้าจัดส่งค่ะ จะแยกของ โดยเป็นห้องๆ เช่น ของในห้องนอน ห้องครัว หรือ แยกตามความต้องการของคุณก็ได้ค่ะ (แต่แยกเป็นห้องๆ ดูจะง่ายกว่านะคะ) และต้องตรวจสอบของทั้งหมดให้เร็วที่สุดหลังจากการขนย้าย เพราะจะมีเรื่องของการประกันเข้ามาเกี่ยวข้องค่ะ

- ถ้าบริษัทสามีคุณมีที่พักชั่วคราวให้ ก่อนที่จะหาที่พักถาวรได้ แนะนำให้คุณแยกของที่จะต้องใช้ในช่วงเดือนแรกออกมา แล้วขนไปเองค่ะ (เสื้อผ้า ยา อาหารบางอย่าง) ส่วนของอื่นๆ ก็อาจจะรอไว้ก่อน จนกว่าคุณจะได้ที่พักถาวรค่ะ

- เตรียมหนังสือคำศัพท์ภาษาจีนแบบที่มีทั้งภาษาอังกฤษ ไทย จีน (มีรูปด้วยจะดีมาก) กรณีที่คุณพูดจีนไม่ได้นะคะ

- เตรียมขนมไทย (แห้งๆ) หรือ ของฝากไทยๆ เพื่อที่คุณและสามีจะได้ไปผูกมิตรกับเพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมงานได้ค่ะ

และสำคัญที่สุด คือ การเตรียมใจ เมื่อพบกับวัฒนธรรมที่แตกต่างค่ะ การเรียนรู้ที่จะปรับตัวอย่างรวดเร็วให้อยู่ได้ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป จะทำให้การย้ายไม่น่ากลัวหรือน่ากังวลอีกต่อไปค่ะ (จริงๆ ต่อไปคุณอาจจะติดใจ อยากย้ายเรื่อยๆ เพื่อหาประสบการณ์อีกต่างหากนะคะ )

ไม่แน่ใจว่าจะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้ง่ายขึ้นหรือไม่ ถ้ามีข้อสงสัยยังไงก็เข้ามาถามได้นะคะ ถ้าตอบได้ก็ยินดีค่ะ

ขอให้สนุกกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้นะคะ (เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาค่ะ น่าจะทำให้คุณไม่รู้สึกเบื่อกับการอยู่ที่นั่นนะคะ)


โดย: L@st love วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:14:13:45 น.  

 
สวัสดีคะ คุณ L@st love,
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดี ๆ เยอะแยะเลยค่ะ ช่วยให้เตรียมตัวได้ง่ายขึ้น แต่อยากรบกวนขอถามเพิ่มเติมค่ะ
- เครื่องใช้ อุปกรณ์ อะไรควรขน อะไรควรซื้อที่โน้น ยกตัวอย่างได้บ้างมั๊ยค่ะ คือ นิดไปดูบ้านกะservice apt. มาค่ะ(ยังไม่ได้ตัดสินใจ) เดี๋ยวจะไป ดูอีกครั้งกลางเดือนนี้ค่ะห้องครัว ก็มีอุปกรณ์นิดหน่อย ไปซื้อเพิ่มเติมที่โน้น หรือ ขนไปดีค่ะ (ชอบทำกับข้าวค่ะ)
- เรื่องเสื้อผ้า ช่วงที่ไปคงต้องเตรียมเสือ้กันหนาวไว้เยอะหน่อย ซื้อที่เซี่ยงใฮ้จะแพงมั๊ยค่ะ
- ช่วยแนะนำเรื่องที่พักหน่อค่ะ จะเลือก บ้านหรือ service apt. ดีค่ะ( มีลูกชาย 3 ขวบไปด้วยค่ะ) คือบ้านที่ดูไว้ถูกใจมากค่ะ แต่ไกลเมื่องหน่อย(ไม่มีรถยนต์) แต่ถ้า apt. ก็อยู่ใก้ลกะห้างคาร์ฟูสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ค่ะ ขอความคิดเห็นด้วยค่ะ
ขอบคุณมากมากค่ะที่ตอบคำถามให้นิด ทำให้รู้สึกอุ่นใจมีที่ปรึกษาค่ะ


โดย: นิด (nid-jung@hotmail.com) IP: 203.146.239.195 วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:15:23:52 น.  

 
เครื่องครัว แนะนำให้เอาอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วขนไปให้หมดค่ะ ไม่ว่าจะเครื่องปั่น ที่ตีไข่ อะไรที่มีอยู่ขนไปเถอะค่ะ เพราะเครื่องไฟฟ้าที่เป็นแบรนด์สากลจะแพงกว่าบ้านเราค่ะ ส่วนแบรนด์จีนนี่ไม่รับประกันคุณภาพนะคะ

แต่ถ้ายังไม่มีหม้อต้มสุกี้กับหม้อตุ๋นนี่ แนะนำให้ไปซื้อที่โน่น ถูกกว่าแน่นอนค่ะ

เสื้อผ้าหน้าหนาว ไม่ต้องขนไปมากค่ะ ที่โน่นมีดีๆ ถูกๆ เยอะแยะเลยค่ะ ราคามีตั้งแต่ถูกมากกกกกก จนถึงแพงมากกกก (แบรนด์นำเข้าทั้งหลายซึ่งราคาแพงกว่าที่ขายในไทยค่ะ)

ที่พักนี่ แล้วแต่ความชอบ และปัจจัยแวดล้อมต่างๆ นะคะ ที่เคยอยู่นี่ก็เป็นบ้านแถวชานเมืองเหมือนกันค่ะ เพราะสามีไปทำงานสะดวก ใกล้คาร์ฟูร์ ตลาดสด สถานีรถไฟใต้ดินค่ะ ลองเข้าไปดูบล็อกเรื่องบ้านที่เคยอยู่ ในกลุ่ม แม่บ้านมือใหม่ ดูนะคะ น่าจะพอเป็นไอเดียได้บ้าง

ส่วนอพาร์ทเมนท์นี่ เพื่อนๆ ที่รู้จักเค้าก็อยู่กันนะคะ มีหลายที่ที่กว้างขวาง มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันค่ะ แถมเดินทางสะดวกมากๆ (ค่าแท็กซี่เข้าออกจากชานเมืองนี่ บางทีแพงกว่าค่าอาหารที่เราเข้าไปทานในเมืองบางมื้ออีกค่ะ )

ลองอ่านในบล็อกเรื่องการเลือกบ้าน และบ้านที่เคยอยู่ดูก่อนนะคะ ถ้ามีอะไรก็ทิ้งข้อความไว้ได้เลยค่ะ

ยินดีอย่างยิ่งค่ะถ้าการตอบคำถามจะทำให้คุณนิดรู้สึกว่า ไปอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องกังวลนะคะ ที่เซี่ยงไฮ้ยังมีเพื่อนๆ อีกหลายคนที่น่าจะคุยๆ กันได้อยู่

เอาใจช่วยค่ะ


โดย: L@st love วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:17:11:50 น.  

 
กลัวหาบล็อกไม่เจอ เลยเอาลิ้งค์มาให้ค่ะ

วิธีเลือกที่พักค่ะ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=lastlove&date=13-10-2006&group=3&gblog=6

ตัวอย่างบ้านที่เคยอยู่ค่ะ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=lastlove&date=02-01-2007&group=2&gblog=4

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=lastlove&date=10-01-2007&group=2&gblog=1

อ้อ... เห็นคุณนิดบอกว่าชอบทำกับข้าว อย่าลืมครกนะคะ สำคัญมาก ยิ่งถ้าชอบทำอาหารไทยด้วยแล้ว เวลาไม่มีจะรู้สึกขาดๆ อะไรไปเลยค่ะ


โดย: L@st love วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:17:18:19 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งนะค่ะสำหรับคำตอบ และคำแนะนำมากมาย เดี๋ยวมีเวลาจะพยายามเข้าไปดูข้อมูลตามที่แนะนำ ความจริงก่อนหน้านี้ นิดก็ได้เข้ามากอ่านใน Blog ของคุณบ่อย ๆ หลายครั้งแล้ว ก็ไม่กล้าเขียนมาถาม แต่พอได้ถามเข้ามา ก็ดีใจที่ช่วยตอบให้ ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์และคำแนะนำมากมาย ทำให้คลายกังวลได้มากเลยค่ะ ไว้มีอะไรจะเขียนมาถามอีกนะคะ
ปล..อืมม..ถ้าจะส่งอีเมล์ไปหาจะสะดวกมั๊ยค่ะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: นิด IP: 203.146.239.195 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:14:39:02 น.  

 
คุณนิดคะ พอดีไม่ได้เข้ามาดูซะหลายวัน

เรื่องอีเมล์นี่ พรุ่งนี้รอรับนะคะ


โดย: L@st love วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:17:49:54 น.  

 
ขอบคุณค่ะ..อืม.. ไม่แน่ใจว่าส่งอีเมลล์มาทางไหน ยังไม่เห็นเลยค่ะ ส่งมาที่ nid-jung@hotmail.com นะคะ หรือโพตส์ไว้ก็ได้ค่ะ จะเข้ามาดูบ่อย ๆ
..วันนี้มีคำถามเพิ่มค่ะ อย่างผ้าปูที่นอน หมอน เราควรเตรียมไปเพิ่มมั๊ยค่ะ (ทาง apt. ) เค้ามีเปลี่ยนให้อาทิตย์ล่ะ 3 ครั้งค่ะ
..อาหารเครื่องปรุง ที่เป็นซอง ๆ และเป็นขวด(ที่เคยแนะนำเช่น น้ำจิ้มไก่ กระทิที่เป็นกล่องUHT ) รวม ๆ กัน ขนไปสัก 1 ลัง จะมีปัญหามั๊ยค่ะ คือเอาเข้าได้มั๊ยค่ะ
..ที่เซียงไฮ้ ถ้าจะซื้อยาแก้ปวดแก้ไข้ แก้ไอ ของเด็ก และผุ้ใหญ่ หาซื้อง่ายเหมือนบ้านเรามั๊ยค่ะ
..อาหารสด เช่น พริกขี้หนู ขมิ้น ตะไคร้ ใบมะกรูด หาซื้อยากมั๊ยค่ะ (เรื่องกินนี้สำคัญมัก ๆ )
..เดี๋ยวนึกอะไรออก จะเข้ามาใหม๋ค่ะ


โดย: นิด IP: 203.146.239.195 วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:9:02:14 น.  

 
ส่งอีเมล์ไปทาง nid-jung@hotmail.com ค่ะ เขียน Subject ไว้ว่า From L@st love นะคะ (กลัวว่าจะโดนลบเพราะนึกว่าเป็น Junk น่ะค่ะ)

ผ้าปูที่นอน หมอนนี่ ขึ้นกับว่าคุณพักอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์อะไรนะคะ แต่ละที่ก็ต่างกันไปค่ะ ส่วนที่เคยพักอยู่ถ้าเป็นที่ Somerset Grand shanghai มีครบหมดทุกอย่างค่ะ ไปแต่ตัวกับเสื้อผ้าเราแค่นั้น แต่ถ้าเป็นอีกที่นึง คือ Shanghai Garden เค้ามีให้ก็จริง แต่หมอนเค้าบางค่ะ (เลยตัดสินใจซื้อเพิ่มเอง เพราะจะต้องย้ายเข้าบ้านซึ่งเค้าไม่ได้มีพวกนี้ให้ค่ะ) แล้วถ้าคุณติดหมอนข้าง แนะนำให้นำติดไปพร้อมปลอกด้วยนะคะ ที่นั่นหาซื้อยากมาก

เครื่องปรุงต่างๆ เอาเข้าไปได้ค่ะ แหม...ท่าทางเราจะคอเดียวกันนะคะ เตรียมน้ำจิ้มไก่ กะทิแบบนี้ (แนะนำให้ใช้แบบซองดีกว่าค่ะ ไม่หนักด้วย ผสมออกมาได้แบบเดียวกับแบบกล่องเลยค่ะ)

แต่ปัญหามันมีอยู่ว่า เวลาผ่านศุลกากรจีนนี่ ของพวกนี้บางอย่างมันจะอันตรธานไประหว่างการตรวจสิคะ แถมโดนเก็บภาษีเครื่องกระป๋องบางอย่างด้วยค่ะ เก็บภาษีเนี่ย ไม่เคือง เพราะเข้าใจ แต่ของที่หายไป มันแค้นค่ะ แล้วจะเลือกหายเฉพาะของที่คนจีนรู้จักด้วยนะคะ พวกมะขามเปียก น้ำตาลปึก น้ำพริกแกงไม่หาย หายเฉพาะน้ำจิ้มไก่ ผงทำเยลลี่รสต่างๆ ข้าวเกรียบแบบที่ยังไม่ทอด น้ำพริกเผา ซ้อสพริก ฯลฯ (พวกที่หายไปนี่ขายกันไม่ต่ำกว่า 20 หยวนในเซี่ยงไฮ้ค่ะ ซื้อบ้านเราไม่กี่สิบบาทเอง)

สรุป คือ เอาเข้าได้ค่ะ แต่จะถึงมือเราแบบครบถ้วนรึเปล่า ไม่รับรองนะคะ แนะนำให้คุณทำลิสต์ของไว้เลยแล้วแจ้งกับทางบริษัทที่ทำ Relocation ไว้ก่อน ทำเป็นรายการอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการสูญหายระหว่างการตรวจของศุลกากรค่ะ - -"

ที่เซี่ยงไฮ้มียาแก้ปวด แก้ไอขายค่ะ แต่รสชาติยาแก้ไอที่เซี่ยงไฮ้นี่เป็นเอกลักษณ์มากเลยนะคะ เคยทานตอนนอนโรงพยาบาลครั้งนึง ไข้ที่จะลดมันแทบพุ่งขึ้นไปอีกเลยค่ะ ขอแนะนำว่าปลอดภัยไว้ก่อน ซื้อจากไทยไปเถอะค่ะ (เพื่อนที่เคยอยู่เซี่ยงไฮ้เคยฝากซื้อตอนที่กลับเมืองไทยด้วยเหมือนกันค่ะ ทั้งๆ ที่เค้าพูดจีนได้ดีกว่าอิชั้นค่า...แสดงว่ารสชาติที่เด็กจะทานได้มันคงหายากค่ะ) อ้อ...อย่าลืมพวกยาแก้ปวดท้องต่างๆ นะคะ พวกยาธาตุน้ำขาว น้ำแดง ฯลฯ

อาหารสด พริกขี้หนูหาได้ง่ายค่ะ บางทีก็เผ็ด บางทีก็ไม่เผ็ดเท่าไหร่ ขมิ้น (ตั้งแต่อยู่มาไม่เคยเห็นนะคะ) ส่วนตะไคร้ ใบมะกรูดนี่แล้วแต่ดวงนะคะ แต่จะมีซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายของพวกนี้ค่ะ ชื่อ Pines จริงๆ Supermarket ใน Parkson สาขา Huaihai ที่อยู่ตรงสถานี Shanxi Nan lu ก็มักจะมีขายนะคะ ถ้าเจออย่าลังเลที่จะซื้อนะคะ เพราะระบบ Inventory ที่นั่นเอาแน่ไม่ค่อยได้ค่ะ ของหมดแล้วอาจจะหายยาวไปเลย แม่บ้านบางคนก็อาศัยวิธีไปติดต่อร้านอาหารไทยที่สนิทๆ กันค่ะ แล้วแบ่งซื้อมา

ปล. ตะไคร้ กะเพรานี่ ถ้าคุณหากระถางปลูกได้ มันก็ขึ้นงามดีนะคะ เว้นแต่ฤดูใบไม้ร่วงและหนาว (ที่คุณกำลังจะไปนี่ล่ะค่ะ) มันจะกลายเป็นต้นไม้แช่แข็งค่ะ ต้องเอาไว้ในบ้านเท่านั้น










โดย: L@st love วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:10:39:18 น.  

 
ระหว่าง Hongkong plaza apartment vs. Somerset grand apartment ที่ไหนน่าจะพักสบายและช้อปปิ้งสะดวกกว่ากันคะ จะไปอยู่เซี่ยงไฮ้7 วัน เดือน พ.ย. นี้ ช่วยแนะนำด้วยคะ


โดย: Poo IP: 58.10.189.32 วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:10:46:34 น.  

 
ที่ฮ่องกงพลาซ่าจะอยู่ตรงแหล่งช้อปฯ และสถานีรถไฟใต้ดินเลยค่ะ คนพลุกพล่านตลอดเวลา ถ้าจะไปเที่ยวก็ถือว่าค่อนข้างเหมาะนะคะ ส่วนข้างในไม่เคยเข้าไปค่ะ เลยไม่ทราบว่าห้องเป็นยังไง

แต่ที่ Somerset นี่จะอยู่ใกล้กับซินเทียนตี้กว่าหน่อยนึงค่ะ เวลาจะไปไหนมาไหน ถ้าไม่ไปด้วยแท็กซี่ก็ต้องเดินมาขึ้นรถไฟสถานีเดียวกันกับฮ่องกงพลาซ่า คือ Huangpi Nan (south) lu นะคะ ลักษณะห้องก็สไตล์โรงแรมปกติ Facilities ครบครันค่ะ (ลองดูรูปนะคะ ที่ถ่ายไว้คือ ฝั่งที่เป็นเซอร์วิสอพาร์เม้นท์ เป็นแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำค่ะ)

ห้องนอน


ห้องน้ำ


Living room


ห้องนอน 2


ห้องน้ำ 2






โดย: L@st love วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:11:36:50 น.  

 
อ้าว... ดันเอารูปครัวไปใส่ใน Living room ซะงั้น

เอาใหม่นะคะ

Living room


โดย: L@st love วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:11:46:30 น.  

 
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ของคุณ l@st love นะคะ
เพิ่งกลับมาจากเซี่ยงไฮ้เมื่อปีใหม่นี้ค่ะ ประทับใจมากกก
โดยเฉพาะอาหารการกิน (ตามรอยคุณ l@st love เลยค่ะ) และรองเท้าบู้ท สอยมาได้สองคู่ค่ะ ใส่สบายนิ่มสุด ๆ


โดย: bobew IP: 125.27.147.9 วันที่: 5 มกราคม 2551 เวลา:21:56:39 น.  

 
กำลังหาข้อมูล จะไปเที่ยวกันเองอยู่ สงกรานต์นี้ 2551 มาเจอเวปนี้ ดีมากๆๆๆ เลยค่ะ

ขอบคุณนะค่ะ


โดย: ออย IP: 58.9.61.30 วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:19:15:22 น.  

 
พอดีว่าจะไปเรียนคอร์สสั้นๆที่เซี่ยงไฮ้นะค่ะประมาณครึ่งเดือน อยากสอบถามรายละเอียดเรื่องการเตรียวตัวและที่เที่ยวนะค่ะ หาซื้อหนังสือแนะนำที่เที่ยวที่เซี่ยงไฮ้ยากมากเลย มีเล่มเดียวเอง ช่วยแนะนำหน่อยได้มั้ยค่ะ
mail ค่ะ wan267@hotmail.com


โดย: wan IP: 202.28.179.3 วันที่: 24 เมษายน 2551 เวลา:17:59:29 น.  

 
***ข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ ปัจจุบันสายการบินไทยจะอยู่ที่ Terminal 2 ค่ะ (ซึ่งเพิ่งเปิดเมื่อเดือนมี.ค. 2008 นี้เอง) หากจะต้องไปรอรับใครที่สนามบินผู่ตง ขอให้ไปรอที่ Terminal 2 ด้วยเช่นกัน จะได้ไม่คลาดกันนะคะ ส่วนรถบัสเข้าเมืองก็ลงมาชั้นล่างเหมือน Terminal 1 ค่ะ รายละเอียดจะเขียนอีกที่ในบล็อกหลังรีวิวโรงแรม Sofitel Hyland Shanghai นะคะ***



โดย: L@st love วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:43:58 น.  

 
กำลังจะไป เซี่ยงไฮ่คร่า

ดีใจจัง ได้ข้อมูล เพิ่มเติม ขอบคุณมากนะจ้าาา


โดย: หลิน IP: 117.47.46.189 วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:0:40:07 น.  

 
จะไปเซี่ยงไฮ้ค่ะ ไม่รู้ว่าที่โน่นมีปลั๊กเสียบแบบใหนค่ะ
จะได้เตรียมไปถูกค่ะ


โดย: แนนซี่ IP: 203.170.144.1 วันที่: 26 ธันวาคม 2551 เวลา:15:26:59 น.  

 
ขอบคุณที่ให้ข้อมูลที่ดีมาก และเป็นประโยชน์มากที่สุดเลยค่ะ เราก้อจะย้ายไปอยู้ พค.ปี 52 นี้ค่ะ กลัวไม่มีเพื่อนมาก ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ช่วยให้เราเตรียมตัวได้เยอะเลย กุ๊กกิ๊กจ้ะ


โดย: กุ๊ก กิ๊ก IP: 58.8.79.76 วันที่: 13 มกราคม 2552 เวลา:23:41:02 น.  

 
ตอนนี้พักอยู่ที่ Taiyuan,China แืต่กำลังจะไปเที่ยวที่ เซี่ยงไฮ้่นะค่ะ
ใครรู้บ้างว่าจะหาซื้อเครื่องเทศ หรืออาหารแห้งของไทยได้ที่ใหน??? ในเซี่ยงไฮ้
Thank you.


โดย: polya IP: 218.26.84.5 วันที่: 21 มกราคม 2552 เวลา:20:33:42 น.  

 
เครื่องเทศ อาหารแห้งของไทยหาได้ง่ายค่ะ จะมีที่ City supermarket สาขาที่อยู่ในห้าง Printemps (Ba1 li2 chun1 tian1) South Shanxi Road (Shan3 xi1 Nan2 lu4) หรือ จะข้ามไปฝั่งตรงข้ามก็มี Parkson ค่ะ (จริงๆ สาขาอื่นก็มี แต่เอาแน่เอานอนไม่ได้กับระบบ Inventory ของเค้าค่ะ สู้ไปสาขาที่มีของแน่นอนไม่ได้

แต่ถ้าเป็นเครื่องเทศสดที่หายากหน่อย ก็ไปที่ Pines ได้นะคะ ส่วนพวกพื้นๆ เช่น เครื่องแกง ซ้อสต่างๆ กะทิ ฯลฯ โลตัสที่ Superbrand mall นี่เยอะเชียวค่ะ


โดย: L@st love วันที่: 23 มกราคม 2552 เวลา:21:10:51 น.  

 
กะลังจะไปวันนี้ค้า เดี๋ยวเก็บรูปสวยๆมาฝากกกก แล้วไปแชร์กันได้ที่ //www.moohin.com ค่ะพอดีเกียร์ทำเว็บท่องเที่ยวอันดับ 1 อยู่ เผื่อว่าเพื่อนๆจะไปแชร์ประสบการณ์กันได้ เพราะเกียร์เขียนเรื่องเองค้า


โดย: เกียร์ IP: 180.180.5.205 วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:12:07:56 น.  

 
อยากได้E-mailเจ้าของblogหน่อยค่ะ พอดีว่าจะไปเรียนซัมเมอร์ที่เซี่ยงไฮ้เดือนหน้าค่ะ แต่ว่าเคยแต่ไปเที่ยว ยังไม่เคยไปซัมเมอร์ที่ไหนเลย

นี่เมลที่เล่นMSNของนุ่นนะคะ np_n4@hotmail.com


โดย: noon IP: 58.8.136.144 วันที่: 20 มิถุนายน 2553 เวลา:1:27:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.