-*- อันนี้ไม่ได้ตั้งใจดอง แต่ลืมจริงๆ...Yu Yuan เซี่ยงไฮ้ค่ะ -*-
ด้วยว่าเซี่ยงไฮ้นั้นเป็นเมืองที่มีความหลากหลาย ทั้งสถาปัตยกรรมเก่าและใหม่ ดังนั้นอวี้หยวนจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเซี่ยงไฮ้ เพราะเป็นบ้านของขุนนางที่สร้างขึ้นเพื่อให้พ่อแม่ได้อยู่ แต่ความที่ใช้เวลาสร้างนานไปหน่อย สุดท้ายพ่อแม่ก็ไม่ทันได้เห็นบ้านและสวนสวยแห่งนี้ของลูกชายตนเอง วิธีเดินทางมาอวี้หยวนนั้น ปกติก็เป็นแท็กซี่สถานเดียวค่ะ แต่ก็จะเรียกจากสถานีเมโทรใกล้ๆ ได้ ดังนี้คือ เมโทรสาย 1 ให้ขึ้นจากสถานี Huangpi Nan lu สาย 2 ขึ้นจากสถานี Henan zhong lu ได้ค่ะ เวลาจะไปก็บอกกับแท็กซี่ว่า Wo qu Yu Yuan หว่อชู่ (ชวี่) อวี้หยวน ถ้าเค้าถามว่าจะจอดตรงไหน ปกติก็มักจะให้จอดตรง Shanghai Lao fandian ชั่งไห่เหล่าฟั่นเตี้ยน (ไม่แน่ใจว่าซ่อมเสร็จรึยังนะคะ ครั้งล่าสุดไปเมื่อตอนสิ้นปี เห็นปิดอยู่) แต่มันอยู่ตรงทางเข้าอวี้หยวนพอดี เห็นหน้าโรงแรมแบบนี้แล้วก็เดินไปทางซ้าย จะเห็นทางเข้าอยู่ขวามือ ถัดจากร้าน Starbucks (ตรงอวี้หยวนนี่มีสตาร์บัคส์ 2 ร้านนะคะ) พอเข้าไปก็จะเจอสารพัดร้านรวงให้เสียตัง ตั้งแต่ร้านของกระจุกกระจิกจีนๆ ร้านขนม ไล่ไปจนถึงร้านอาหารจีน และร้านไอศครีม Haagen Dazs และ Starbucks (ซึ่งเกี่ยวกันกับอวี้หยวนมากๆ เลยค่ะ ) ระหว่างทางก่อนจะข้ามสะพานซิกแซกหรือเดินข้างๆ ไปเสียตังเข้าตัวสวนอวี้ ก็จะเห็นร้านเสี่ยวหลงเปาเจ้าดัง (ที่คนอื่นเค้าชื่นชมว่าอร่อยกัน) นะคะ ชื่อร้าน หนานเสียงหม่านโถวเตี้ยน ค่ะ พอเข้าไปในเขตบ้านแล้ว ก็จะได้เห็นสถาปัตยกรรมแบบเก่าที่สวยงาม พร้อมการจัดสวนหิน สวนไม้ดอก ไม้ประดับ ตลอดจนบ่อปลาที่ขุดไว้เป็นทางยาวค่ะ นี่ก็อีกมุมหนึ่งค่ะ มุมนี้เป็นสัญลักษณ์ของอวี้หยวนเลยค่ะ มีเรื่องเล่า (ที่แอบฟังไกด์จีนเล่าให้ฝรั่งฟัง) ว่า มังกรบนกำแพงนี่สังเกตให้ดี จะเห็นได้ว่ามีเล็บเพียงแค่ 3-4 เล็บทุกตัว เพราะเค้าเปรียบมังกรคือ ฮ่องเต้ ถ้ามีไม่ครบ 5 เล็บ ก็จะทำร้ายเจ้าของบ้านไม่ได้ และเค้ายังมีรูปปั้นเทพต่างๆ อยู่บนหลังคาบ้านบางจุด เพื่อคุ้มครองป้องภัยไม่ให้มาถึงผู้เป็นเจ้าของบ้านอีกด้วยค่ะ ในบริเวณด้านข้างสวนจะมีวัดที่เรียกว่า City god temple (Chenhuangmiao) อยู่ด้วยนะคะ เดินชมได้ ส่วนรอบๆ อวี้หยวนนั้นจะมีร้านขายของจีนๆ หลากหลายรายล้อมอยู่ ดูจากบรรยากาศใน Yuyuan Bazaar ค่ะ ลองดูแผนที่ที่ติดอยู่ตรงทั้งทางเข้าและทางออกของสวนนะคะ มีร้านขายของแถว Chenghuangmiao มากมายรวมถึงศูนย์อาหารชื่อ Shanghai Chenghuangmiao xiao shi guang chang และมีตลาดขายส่งของจีนๆ อยู่บน Fuyou เลยค่ะ ตลาดนี้เป็นตลาดที่ส่งของให้กับตลาดเซี่ยงหยางในอดีต และอีกหลายๆ ตลาดในเซี่ยงไฮ้ค่ะ โดยจะอยู่ในตึก 2 ตึก ตึกแรกชื่อ Fu yuan shang sha อยู่ฝั่งซ้ายของถนนค่ะ เดินไปอีกหน่อยจะถึงเวิ้งที่ขายของจีนๆ อีกเช่นกัน ในนี้จะมีของเล่นเด็ก ปลอกหมอนปัก ที่หุ้มไวน์ กระเป๋าผ้าไหมใบน้อยๆ ฯลฯ ขายในราคาถูกมากๆ เอาตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงของเซี่ยงไฮ้มาให้ดูด้วยนะคะ ว่าเวิ้งนี้ภายในเวลาเพียง 1 ปี เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร รูปนี้ เมื่อพ.ย. 2005 ค่ะ ส่วนนี่ พ.ย. 2006 ค่ะ เดินไปอีกหน่อยก็จะเจออีกตึกหนึ่งอยู่ทางขวามือ ชื่อ Fuyou men shang sha ใหญ่กว่าตึกแรก และมีของให้เลือกเสียตังได้หลากหลายกว่า รูปนี้ถ่ายพ.ย. 2005 ค่ะ ส่วนนี่พ.ย. 2006 ค่ะ เปลี่ยนไปเยอะเลย จริงมั้ยคะ แต่สิ่งที่น่าตกใจบนถนน Fuyou กลับไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงของตึกค่ะ เจ้าตู้นี้ต่างหากที่ติดเด่นเป็นสง่าบนกำแพงริมถนนสายวัฒนธรรมนี้ ออกมาจากอวี้หยวน ถ้าไปทางซ้ายก็จะเป็นถนน Huaihai (หวยไห่) แต่ถ้าไปข้างหน้าก็จะไปถึงถนน Qipu lu (ชีผู่ลู่) ซึ่งเป็นตลาดขายส่งสินค้าเน้นเสื้อผ้า รองเท้า สินค้าแฟชั่นต่างๆ ที่ถนนหวยไห่นั้นได้กล่าวถึงไปบ้างแล้วในบล็อกซินเทียนตี้นะคะ จะมีก็แต่ที่บ้านของดร.ซุนยัดเซ็นเท่านั้นที่ยังไม่ได้บอกทางและรายละเอียดไว้ แนะนำให้นั่งแท็กซี่ไปจะสะดวกสุด เพราะแม้ว่าจะไปด้วยเมโทรแต่ก็ต้องลงที่ปากซอยแล้วเดินเข้าไปไกลพอสมควร ยิ่งช่วงหน้าร้อนด้วยแล้ว ลืมเรื่องเดินไปได้เลยค่ะ ถ้ามาจากทางอวี้หยวน จะเห็นป้ายนี้อยู่ทางซ้ายมือค่ะ ส่วนค่าเข้าเมื่อธ.ค. 2005 แค่ 8 หยวนค่ะ ปัจจุบันเห็นมีข่าวว่าขึ้นแล้ว จะเข้าชมได้เป็นรอบๆ โดยมีเจ้าหน้าที่พาชมและอธิบายให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษและจีนค่ะ ห้ามถ่ายรูปภายในเด็ดขาด ภายในจะเป็นห้องนอน ห้องครัว ห้องหนังสือ แสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของดร.ซุนยัดเซ็นซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดของจีนสมัยนั้นค่ะ ถ้าเลือกมาทางบ้านดร.ซุนยัดเซ็น ตอนออกมาคุณก็อาจจะนั่งเมโทรเพื่อไปลงเดินเล่นแถว Xujiahui ที่มีสารพัดห้าง และร้านขายของในสถานีรถไฟใต้ดินมากมายค่ะ ส่วนด้านบนก็จะมีโบสถ์สวยๆ ให้ถ่ายรูป (ลองดูในบล็อกที่เที่ยวแถว Xujiahui นะคะ) และอาจจะต่อด้วยการไปวัดหลงหัว Longhua si ถ้าเวลายังไม่เกินบ่ายสามโมงเย็นเพราะวัดจะปิดสี่โมงเย็นค่ะ แต่ถ้าคุณชอบช้อปปิ้งของถูกมากกว่า (แต่คุณภาพก็ตามราคานะคะ ทำใจกันก่อน) ก็ไปที่ชีผู่ลู่แทนได้ค่ะ นั่งแท็กซี่จากอวี้หยวนไปเหมือนกัน ระยะทางพอๆ กันกับบ้านดร.ซุนยัดเซ็นเลยค่ะ แต่ถ้าคุณพักอยู่แถวๆ Nanjing dong lu อยู่แล้ว ถ้าอากาศเย็นๆ อาจจะเดินตามถนน Henan zhong lu มาก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นหน้าร้อน แท็กซี่สถานเดียวค่ะ เดี๋ยวจะเป็นลมซะก่อนช้อปฯ เพราะถนนในเซี่ยงไฮ้นั้นยาวเหยียดพาดจากตะวันออกไปตะวันตกหรือไม่ก็เหนือไปใต้ค่ะ ตึกรวมร้านขายส่งละแวกนั้นค่ะ นอกเหนือจากทำใจเรื่องคุณภาพแล้ว ก็ต้องทำใจเรื่องจำนวนคนด้วยค่ะ ร้านรวงภายใน ตอนนี้คิดว่าสถานที่ที่น่าจะไปในเซี่ยงไฮ้ก็ได้เขียนถึงครบแล้ว หวังว่าคงช่วยให้เพื่อนๆ ไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ได้สะดวก และสนุกมากขึ้นนะคะ
Create Date : 21 พฤษภาคม 2550
Last Update : 2 มิถุนายน 2550 12:37:08 น.
23 comments
Counter : 6198 Pageviews.
โดย: ตรีนุช3903 วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:42:11 น.
โดย: DAN_KRAB วันที่: 22 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:34:35 น.
โดย: Htervo วันที่: 23 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:26:50 น.
โดย: ปลาทอง9 วันที่: 25 พฤษภาคม 2550 เวลา:4:14:57 น.
โดย: L@st love วันที่: 26 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:47:41 น.
โดย: L@st love วันที่: 26 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:57:32 น.
โดย: ปลาทอง9 วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:25:13 น.
โดย: Htervo วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:32:23 น.
โดย: ปลาทอง9 วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:10:40 น.
โดย: Htervo วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:09:50 น.
โดย: ปลาทอง9 วันที่: 30 พฤษภาคม 2550 เวลา:2:53:32 น.
โดย: Htervo วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:25:36 น.
โดย: ปลาทอง9 วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:23:15:29 น.
โดย: เบญ (BFR ) วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:4:02:08 น.
โดย: L@st love วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:8:56:40 น.
โดย: Htervo วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:14:38:25 น.
โดย: ปลาทอง9 วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:16:11:06 น.
โดย: Htervo วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:1:57:23 น.
โดย: เบญ (BFR ) วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:2:35:58 น.
โดย: BFR วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:2:51:17 น.
โดย: L@st love วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:9:08:54 น.
โดย: qinglin (ย่าชอบเล่า ) วันที่: 25 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:33:35 น.
Location :
Shenyang China
[Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [? ]
ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้ หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ) ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น "ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
ดิฉันยังไม่เคยไปเลยค่ะ ไว้ถ้าได้ไปคงต้องมาอ่านละเอียดๆอีกที
(แต่ไม่รู้จะได้ไปเมื่อไหร่หน่ะสิคะ)
ปีนึงอะไรๆเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันเนอะคะไม่น่าเชื่อ
แต่ที่แน่ๆ คนเมืองนี้เยอะจริงๆเลยนะคะ