พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 
ร้านอาหารถนนหนานจิง (เซี่ยงไฮ้) East to West

ไหนๆ ก็แบ่งโซนเที่ยวด้วยถนนอยู่แล้ว เพื่อให้ง่ายต่อการหาที่ให้อาหารพยาธิในท้องคุณๆ ก็จะแบ่งโซนร้านอาหารด้วยถนนเช่นกันค่ะ

แต่ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า บางร้านที่ไม่มีรูป หรือ มีแต่รูปหน้าร้านนั้นเป็นเพราะนึกจะมาถ่ายรูปเก็บไว้เขียนเล่าอะไรๆ ก็ตอนเกือบจะต้องกลับเมืองไทยแล้วค่ะ ทั้งๆ ที่บางร้านไปบ่อยมาก แต่พอถึงคราวใกล้เวลากลับก็อยากจะไปชิมร้านอื่นๆ ที่ยังไม่เคยไปแทน รูปก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ล่ะค่ะ

เรามาเริ่มจากถนนหนานจิงด้านตะวันออกเลยนะคะ แถวนี้จะมีร้านอาหารเยอะมาก รวมถึงมีพวกฟู้ดคอร์ทด้วยค่ะ คุณๆ ที่อยากลองทานอาหารจีนแบบเซี่ยงไฮ้ในราคาประหยัด ตรงถนนคนเดินนี้จะมีร้านชื่อ ต้าเหนียงสุยเจียว (Da niang xui jiao) ขายพวกเกี๊ยว บะหมี่ และอาหารจีนที่เป็นจานเดียวอื่นๆ ค่ะ (เคยลงไปดูที่ร้านซึ่งอยู่ชั้นใต้ดิน แต่ไม่ได้ทานเพราะคนเยอะจนไม่มีที่นั่งค่ะ)


ถ้าชอบอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงก็แนะนำร้านชื่อ Xin wang (Xin wang cha can ting) เป็นร้านที่ขายพวกหมูกรอบ หมูแดง เป็ดย่าง เกี๊ยวน้ำ (สไตล์ฮ่องกง) มะเขือยาวอบหมูสับ บะหมี่ต่างๆ รสชาติสู้ฮ่องกงไม่ได้ แต่พอกล้อมแกล้มแก้อยากได้ค่ะ


เป็ดย่างค่ะ


หน้าตาอาหารค่ะ หมูกรอบ เกี๊ยวน้ำ ไก่ย่าง (ขายเป็นชิ้นค่ะ)


อาหารที่อร่อยของเค้ากลับไม่ใช่ติ่มซำหรือหมูกรอบอย่างที่ควรจะเป็นค่ะ แต่เป็นจานนี้ มะเขือยาวอบกับหมูสับค่ะ (ไปกี่ทีคุณฝาละมีต้องสั่งทุกทีไป เพราะหาทานที่อื่นไม่ได้) ส่วนอีกจานก็เป็นปลาหมึกน้อยผัด รสชาติธรรมดาค่ะ ทานหนเดียวพอแล้ว (คอเลสเตอรอลมันสูงน่อ)



แล้วก็จะมีร้าน Yoshinoya, Ajisen สำหรับคนที่ชอบอาหารชุด และชอบอาหารเส้นๆ แต่ Ajisen ที่เซี่ยงไฮ้ไม่ได้มีแต่บะหมี่นะคะ มีอาหารอื่นให้เลือกรู้สึกว่าจะมากกว่าที่เมืองไทยอีกค่ะ แต่ราคาแพงกว่านิดหน่อย


ถ้าคุณเดินมาจนถึงห้างชื่อ Raffles city ในนั้นจะมีร้านสารพัดให้เลือกทานได้ ถ้าอยากทานอาหารไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ล่ะก็ เชิญได้ที่ร้าน Banana leaf ค่ะ มีน้ำตกหมู เขียวหวานไก่ (หน้าตาไม่ค่อยเหมือนบ้านเราเท่าไหร่ แต่รสดีค่ะ) สะเต๊ะ (สไตล์สิงคโปร์มาเลย์มากกว่า) ที่นี่มีเพลงแสดงสดโดยชาวฟิลิปปินส์ด้วยค่ะ


แต่ก่อนในห้างนี้เคยมีโคคา เพราะในหนังสือแนะนำที่กินในเซี่ยงไฮ้ต่างก็มีที่อยู่ให้ แต่พอไปถึงหาจนทั่วห้างก็ไม่เจอ ถามเค้าก็ว่าเคยมี แต่ตอนนี้ไปแล้ว แหม..อุตส่าห์เช็คกับป้ายหน้าห้างแล้วนะ ก็เห็นยังติดอยู่เลย ไม่งั้นจะได้ไปช่วยอุดหนุนของไทยซะหน่อย


ถ้าดูจากป้ายจะเห็นว่ามีร้านหย่งเหอต้าหวังด้วย (Yong he da wang) ร้านนี้จะมีน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ และอาหารชุด รวมถึงเสี่ยวหลงเปาขายด้วยค่ะ


ชุดน้ำเต้าหู้ในร้านค่ะ


อาหารในร้าน จริงๆ แล้วมีพวกข้าวด้วยนะคะ


ถ้าเดินต่อเรื่อยๆ มุ่งหน้าถนนหนานจิงด้านตะวันตก คุณก็จะพบกับห้างร้านสารพัด แต่ถ้าคุณไม่อยากเสียแรงเดินเยอะ ก็นั่งรถไฟใต้ดินจากสถานี People’s square ไปลงทีสถานี Shimen yi ออกทางออกที่ 1 ได้ค่ะ


พอออกมาแล้วแนะนำให้เดินย้อนกลับอีกนิดหน่อย เพื่อไปชิมซาละเปาทอดที่ร้านชื่อ Yang’s fry dumpling (xiao3 yang2 sheng1 jian1 guan3 เสี่ยวหยางเชิงเจียนก่วน)
อยู่ตรงถนน Wujiang ที่แยกออกมาจากถนนหนานจิง


นี่ป้ายหน้าร้านพร้อมราคาค่ะ 4 ลูกแค่ 2.5 หยวน คนนึงทานได้ 8 ลูกก็เก่งมากแล้วค่ะ (ยังไม่เคยเห็นใครทานได้ขนาดนั้นนะคะ) ต้องสั่งและจ่ายตังให้เสร็จที่หน้าร้านค่ะ จะได้รับใบเสร็จมาก็ยื่นให้พนักงานในร้านได้เลย ถ้าจะมาร้านนี้ควรเตรียมของ 2 สิ่งมาเอง คือ กระดาษทิชชู่ และน้ำดื่ม ถ้าไม่อยากเตรียมให้ลำบาก ร้านข้างๆ ก็มีน้ำผลไม้ ทั้งปั่นและไม่ปั่นขายค่ะ


หน้าตาซาละเปาทอดที่ว่า ข้างในมีซุปเหมือนเสี่ยงหลงเปา แต่ลูกใหญ่กว่าและเอาไปทอด


น่าทึ่งนะคะหมูตู้มขนาดนี้ แป้งบางเฉียบ แถมสุกทั้งลูกด้วย



ปรับปรุงข้อมูล ณ วันที่ 16/10/2011 ปัจจุบันร้านเสี่ยวหยังเชิงเจียนก่วน ได้ย้ายมาเปิดที่ชั้น 2 ของห้าง Huangpu Hui (หวงผู่ฮุ่ย 湟普汇) ถนน Wujiang เหมือนกัน แต่อยู่ทางทิศตะวันตกของถนน (ไม่มีระบุทิศไว้ที่ชื่อถนนนะคะ) เวลาเดินออกจากสถานีรถไฟใต้ดินสาย 2 มาให้เดินมุ่งหน้าทิศตะวันตก ขณะที่ร้านเดิมนั้นจะขนานกับถนนหนานจิงมุ่งหน้าไปทางตะวันออก ส่วนราคาของเชิงเจียนเปาขึ้นเป็น 12 RMB/4 ลูกค่ะ

รูปถ่ายหน้าร้านค่ะ




ที่หน้าห้างหวงผู่ฮุ่ยนั้น มีจุดสังเกต คือ ร้านเบเกอรี่ที่มีเลข 85 ใหญ่ๆ และร้าน Costa coffee (ตามรูปข้างล่าง) แต่สาขานี้เปิดตามเวลาของห้างค่ะ
มุมที่ถ่ายห้างนี้มาเป็นสี่แยกเล็กๆ ตัวห้างอยู่ที่ 12 นาฬิกา ฝั่งขวามือ 15 นาฬิกาจะเป็นโรงแรม Ruitai
ส่วนซ้ายมือที่ 9 นาฬิกาเป็นห้างชื่อ In Point ค่ะ จุดสังเกต คือ ที่ In Point มีจุดสังเกต คือ ร้าน Krispy Kreme อยู่ตรงกลางเลย



จริงๆ ถ้าใครจะไปที่ People's Square อยู่แล้ว ก็มีอีกสาขาที่ถนน Huanghe นะคะ
(เดินจากสถานี People's Square ทางออก 8) สาขานี้เจ็ดโมงเช้าก็เปิดแล้วค่ะ


จากตรงร้านซาละเปาทอด เดินอีกนิดนึงก็จะถึงสามแยกถนน Nanjing กับถนน Jiangning ตรง3 แยกนี้ ฝั่งตรงข้ามจะมี 2 ห้างใหญ่อยู่ตรงมุมถนนเลย ชื่อว่า Citic square และ Westgate mall

ในทั้งสองห้างนี้ก็มีของอร่อยค่ะ เอาที่ Westgate mall ก่อน (เพราะถึงก่อนนี่นา)


ขึ้นไปชั้นบนๆ จะมีร้านอาหารชื่อ Yuan Yuan ขายอาหารเซี่ยงไฮ้


ร้าน Crystal jade (fei3 cui4 jiu3 jia1) ร้านเดียวกับสาขาที่ซินเทียนตี้ค่ะ (เอ่อ...จะโดนฟ้องมั้ยคะ ถ้าจะบอกว่าอร่อยกว่าที่สยามพารากอนด้วยแหละ แถมถูกกว่าให้ก็เยอะกว่า แต่บริการที่พารากอนดีกว่าหน่อยนึง)




เสี่ยวหลงเปาที่แป้งบางกว่าร้านหนานเสียงในอวี้หยวนค่ะ


ส่วนทาง Citic square จะมีร้านหลากหลายชาติให้เลือกมากกว่า เช่น ไก่คุณลุงเคน แต่เป็น Kenny Rogers นะคะ ไม่ใช่เคนตักกี้ เมืองไทยไม่มีน่อร้านนี้ ชิมซะก็ได้ค่ะ มีอาหารชุดด้วยเหมือนกัน แต่อุปทานรึเปล่าก็ไม่ทราบรู้สึกว่าที่อื่นมันอร่อยกว่าน้า....




ที่ชั้นสองจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ Kissho ร้านนี้มีอาหารชุดเทปปังยากิช่วงเที่ยงให้ทานค่ะ ราคาไม่แพงด้วย


พอขึ้นมาอีกชั้นเดินไปทางด้านหลังห้างจะมีร้านอาหารจีนชื่อว่า China moon ร้านนี้ขายอาหารสไตล์กวางตุ้ง มีบุฟเฟ่ท์ติ่มซำช่วงบ่ายสองถึงสี่โมงเย็น อร่อยดีค่ะ เสียแต่เค้าดึงของไว้พอสมควร (เอ...คล้ายๆ ร้านไหนในเมืองไทยมั่งน้า)


ออกจาก Citic square ก็จะผ่านห้างใหญ่สไตล์พารากอนบ้านเรา (แต่เค้าสร้างมาก่อนนะคะ เลยดูกลายเป็นเล็กไปเลย) ชื่อ Plaza 66 ขายของพวกแบรนด์ดังๆ ทั้งหลาย ส่วนอาหารและเครื่องดื่มในนี้กรุณาอยู่ให้ห่างๆ เพราะเฉพาะน้ำส้มคั้นแก้วเดียว อิชั้นโดนไป 45 หยวนค่ะ ร้านตรง Hall ข้างล่างเลยด้วย วิธีจัดร้านของเค้าจะเป็นลักษณะ แบรนด์นำเข้าอยู่ชั้นล่างสุด แบรนด์ในประเทศแต่เน้น High-end อยู่ชั้นสอง แบรนด์ปานกลางอยู่ชั้นบนๆ ขึ้นไป ส่วนแบรนด์ล่างๆ เหรอคะ โน่นแน่ะค่ะ... นอกห้างสถานเดียว


เดินต่อไปก็จะถึงแหล่งช้อปปิ้งอีกแห่ง แต่มันไม่ได้เป็นห้างนะคะ มีโรงแรมอยู่ด้วย คือ Ritz-Carlton ตรงนี้จะเรียกว่า Shanghai center มีแบรนด์ดังๆ อย่าง Gucci Piaget Marc Jacobs เปิดอยู่ ในนั้นจะมีทั้งโรงแรม ร้านอาหาร (ใครชอบ Tony roma’s, Mrs. Fields, Starbucks ที่นี่ก็มีค่ะ แต่ขอบอกว่าแพงกว่าไทยพอควรนะคะ แล้วก็มีร้านอาหารสไตล์อเมริกัน แต่ดันมีอาหารชุดเอเชียที่อร่อยใช้ได้เลยชื่อร้าน Element fresh แนะนำชุดไก่ค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวัง) ซุปเปอร์มาร์เก็ต (City ที่มีของนำเข้าจากทวีปต่างๆ มารวมไว้) คลินิกชื่อ worldlink (เหมาะสำหรับผู้ที่มีประกันเบิกได้เท่านั้นค่ะ เพราะแพงมั่กๆ) รวมถึงมีโรงเรียนสอนภาษาอยู่ในตึกนี้ด้วย


ออกเดินต่อไปทางตะวันตกเรื่อยๆ ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กับ Shanghai center จะมีร้านติ่มซำอยู่ร้านนึงทำเป็นเหมือนศาลา แต่จริงๆแล้วเป็นห้องกระจกตั้งอยู่ริมถนนจนเกือบสุดสี่แยกไฟแดง ร้านนี้ชื่อ Bi feng tang เป็นร้านที่มีสาขาอยู่ทั่วเซี่ยงไฮ้ ราคาถูก (ถ้าเทียบกับร้านอื่น) คุณภาพก็พอใช้ได้ค่ะ


ร้านตรงนี้น่าจะบรรยากาศดีที่สุดในกระบวนสาขาทั้งหมดทั่วเซี่ยงไฮ้ค่ะ


ที่ฝั่งเดียวกันกับร้าน Bi feng tang นั้นจะเป็นตึกชื่อ Shanghai Kerry centre ซึ่งมีสำนักงานของการบินไทยตั้งอยู่ที่ชั้นล่าง ติดๆ กันจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ Itoya มีอาหารชุดราคาไม่แพงแต่อิ่มแทบตายอยู่ด้วย เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน แต่ช่วงเที่ยงๆ คนจะแน่นมากค่ะ แนะนำให้ไปประมาณก่อนเที่ยงนิดๆ และร้านปิดช่วงบ่ายสอง

ถ้าเดินออกจาก Kerry centre แล้ว ฝั่งตรงข้ามจะมีถนนคนเดินเล็กๆ ที่ขายแต่อาหารอย่างเดียว ด้านหน้าจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ Sakae sushi ที่จะมีอาหารชุดมื้อเที่ยงราคาถูกให้ทาน แต่ต้องเที่ยงเป็นต้นไปนะคะ ก่อนเที่ยงสองนาทีก็ไม่ได้เชียวล่ะ (ทั้งๆ ที่ป้ายบอกว่า 11 โมงแท้ๆ)


ถนนคนเดินเล็กๆ ที่ว่าค่ะ ร้านอาหารตรงนี้เปลี่ยนบ่อยมาก เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป เหมือนกับความเปลี่ยนแปลงในเซี่ยงไฮ้ค่ะ รวดเร็วจนแทบตามไม่ทัน


ถัดจากร้าน Sakae นี่ก็จะเป็นร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ที่เค้าว่ากันว่าดีที่สุดในเซี่ยงไฮ้ (เค้าว่าไว้ในป้ายโฆษณาค่ะ ไม่ใช่อิชั้นว่าเอง) มีชุดอาหารเช้าให้ในราคาถูกด้วย


เดินถัดมาตรงเยื้องๆ กับ Kerry centre จะมีร้านอาหาร ชื่อ Always ฝรั่งชอบไปทานกันเพราะมีอาหารชุดถูกๆ ขาย รสชาติก็งั้นๆ ค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ทำงานแล้วต้องรีบไปมากกว่า


สิ่งที่น่าสนใจนั้นอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามค่ะ มีร้านเสื้อผ้าอยู่ติดๆ กันหลายร้าน ในร้านพวกนี้มักจะมีเสื้อผ้าสวยๆ เนื้อดี การตัดเย็บประณีตอยู่ค่ะ ถ้าตาดีๆ ไปถูกช่วง อาจจะได้ของลดราคาสวยๆ ติดไม้ติดมือมาได้ค่ะ


พอข้ามถนนมาก็เดินต่อไปอีกหน่อยจะผ่านร้านอาหารอีกร้านนึง ชื่อ Shanghai renjia ซึ่งมีหลายสาขาทั่วเซี่ยงไฮ้เหมือนกัน แล้วแต่ละร้านก็จะไม่เหมือนกันเลย ไม่ว่าจะเมนูหรือการบริการ (ตาดีได้ ตาร้ายโดนคนจีนเม้งล่ะเอ้า) สาขานี้ไม่เคยทานค่ะ เดี๋ยวจะไปเล่าของสาขาบนถนนหวยไห่แทนนะคะ


เดินต่อไปอีกหน่อยก็จะถึงห้างโซโก้ค่ะ คนจีนเค้าเรียกกันว่า จิ่วกวง


ที่นี่มีของอร่อยเยอะ ไม่ว่าจะเป็นร้าน Loong Kee (อย่าอ่านว่า ลุงขี้ นะคะ ได้โปรด)


ที่ขายอาหารสไตล์ฮ่องกง ทั้งหมูหัน หมูแดง หมูกรอบ เป็ดและห่านย่าง มีซุปให้ถ้าสั่งอาหารชุดค่ะ อย่าไปช่วงเที่ยงเพราะคนจะแน่นมาก ต้องรอคิวนานโขอยู่


หรือจะเป็นร้าน Beard papa ที่เพิ่งเปิดในสยามพารากอนบ้านเรา แต่ที่เซี่ยงไฮ้ถูกกว่าค่ะ ลูกละ 6 หยวนเท่านั้น ถ้าซื้อ 6 ลูกได้แสตมป์หนึ่งดวง สะสมครบ 5 ดวงได้ฟรีอีกหนึ่งลูก (อืม... ชักจะเริ่มเข้าใจแล้วว่า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจาก 49 กิโล มาเป็น 70 กิโลกรัมเนี่ย มันมาได้ยังไง ขนาดเพิ่งเขียนไปได้ถนนเดียวนะนี่)


มาอัพเดทรสใหม่ของร้านนี้ค่ะ รสเกาลัด ราคาลูกละ 9 หยวนค่ะ แล้วก็มีรสคาปูชิโน่ทั้งแบบเคลือบและไม่เคลือบช็อคโกแล็ตเลยค่ะ


ซื้อมาทานซะให้สะจายยยย (ชาตินี้คงจะได้ผอมร้อกกก)


อีกฝั่งนึงนั้นจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งมีอาหารเป็นชุดๆ ราคาแค่ 30-35 หยวนเองค่ะ มื้อเที่ยงคนแน่นมาก ส่วนร้านชื่อ Red ข้างๆ นั้นคนแน่นช่วงเที่ยงเพราะมีอาหารชุดราคาประหยัดด้วยเหมือนกันค่ะ

แล้วอีกอย่างที่ขอแนะนำคือ ขนมปังร้าน Yamazaki ธรรมดาใช่มั้ยคะ หลายคนคงคิดงั้น ก็ในเมืองไทยก็มี แต่ที่เมืองไทยยังไม่มี ขนมปัง Double soft ค่ะ ตัวนี้อร่อยมากๆ ขนมปังเนื้อหนานุ่มสุดๆ เอากลับมาปิ้งข้างนอกให้เกรียมนิดๆ ทาเนยโรยน้ำตาล เชื่อเถอะค่ะว่าหมด 2 แผ่นยักษ์ได้สบายๆ มีคนโดนหลอกให้อ้วนวิธีนี้มาหลายรายแล้ว

สำหรับคุณแม่บ้าน ขอแนะนำว่าให้เดินเข้าไปในซุปเปอร์ที่นี่เสียแต่โดยดีค่ะ เพราะข้างในมีของดีๆ ให้เลือกซื้อเยอะมาก โดยเฉพาะคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น มีทั้งก้ามปูอลาสก้า (แกะแล้ว) ไข่หอยเม่น ไข่กุ้ง ไข่แซลมอน ปลาไข่ ปลาดิบ ปลาซาบะดอง ปลาหมึกยักษ์หวาน รวมถึงอาหารปรุงสำเร็จอย่างไก่เทอริยากิ โคโรเกะ ฯลฯ บรรยายไม่หมดค่ะ แล้วราคาก็ไม่แพงเลย อย่างไข่หอยเม่น 48 หยวน ประมาณสองร้อยกว่าบาท แต่เยอะนะคะ ทานคนเดียวต้องเลี่ยนมากแน่ๆ พวกเครื่องปรุงเครื่องเทศทั้งญี่ปุ่นและไทยหาได้ที่นี่ค่ะ

เอาละ แค่นี้ก็คงพอแก้หิวสำหรับคุณๆ ที่หาร้านอาหารทานเวลาไปเซี่ยงไฮ้ได้แล้วนะคะ ขอไปพักนิ้วก่อน เพราะที่ถนนหวยไห่น่ะ มีมากกว่านี้เยอะเลยค่ะ




Create Date : 14 ตุลาคม 2549
Last Update : 16 ตุลาคม 2554 21:54:49 น. 3 comments
Counter : 13123 Pageviews.

 
ของทานเยอะจริงๆเลยค่ะ เห็นเป็ดมันแขวนอยู่แล้ว หิว ทันทีเลยอ่ะค่ะ


โดย: Htervo วันที่: 18 ตุลาคม 2549 เวลา:11:41:43 น.  

 
อยากไปอย่างนี้มั่งจังค่ะ มันเข้าถึงดี


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 28 ตุลาคม 2549 เวลา:8:00:44 น.  

 
ขำ "มีคนโดนหลอกให้อ้วนวิธีนี้มาหลายรายแล้ว"

รู้เค้าหลอก แต่เต็มใจให้หลอก
เค้าไม่หลอก หลอกตัวเองก็ได้
555

ข้อมูลมีประโยชน์มากค่ะ


โดย: Find_Story IP: 118.174.37.108 วันที่: 7 มีนาคม 2553 เวลา:0:33:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.