พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 
พาเที่ยวแถว People's square (พาช้อปฯ ซะเยอะ พาชมซะบ้าง :P )



เขียนถึงความเป็นอยู่ การช้อปฯ และชิม มาก็หลายบล็อกแล้ว เรื่องเที่ยวกลับไม่ค่อยมีเลย เดี๋ยวจะเสียคอนเซ็ปท์ของบล็อกไปซะก่อน คราวนี้มาเริ่มที่ A must to go ในเวิ้ง People’s Square อย่างพิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ Shanghai museum หรือ Shanghai Bo2 wu4 guan3 (ชั่งไห่โป๋อู้ก่วน) กันก่อนนะคะ *****อัพเดทข้อมูล ปัจจุบันไม่ต้องจ่ายค่าเข้าชมอีกแล้ว เริ่มมาตั้งแต่เดือนมี.ค. 2008 ค่ะ)*****


ระหว่างทางเดินไปพิพิธภัณฑ์ ก็เห็นครอบครัวคนจีนที่มักจะพาลูกหลานมาวิ่งเล่นในสวนสาธารณะซึ่งมีอยู่ทั่วเซี่ยงไฮ้ เด็กๆ ก็ดูจะมีความสุขกับการวิ่งไล่จับนก (ช่วงนั้นไข้หวัดนกกำลังระบาด แต่พ่อแม่เค้าก็ไม่ยักห้ามค่ะ)


เข้ามาในพิพิธภัณฑ์ก็มุ่งขึ้นไปที่ชั้น 2 ได้เลยค่ะ จะแบ่งเป็นโซนๆ ไป มีทั้งเครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย อาวุธ อุปกรณ์เครื่องใช้ อาวุธ ประติมากรรมต่างๆ ในสมัยโบราณให้เลือกชมได้ตามอัธยาศัยค่ะ ที่นี่เค้าจะไม่แบ่งตามราชวงศ์เหมือนพิพิธภัณฑ์อื่นๆ นะคะ แต่แบ่งตามตัวของที่โชว์



มีรูปจำลองเพื่อให้เห็นวิถีชีวิตคนสมัยก่อน


รูปวาดก็มีนะคะ


หลักฐานที่แสดงว่า พระพุทธศาสนา เคยรุ่งเรืองในเมืองจีนเมื่ออดีต


ถ้าศรัทธาไม่พอคงทำแบบนี้ไม่ได้แน่คะ


นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว ก็ยังมี Shanghai Urban planning exhibition centre (Shanghai Chengshi Guihua Zhanshiguan) หรือ ผังเมืองของเซี่ยงไฮ้ กับ Grand theatre ซึ่งเจ้า 2 ตึกนั้นมีความคล้ายคลึงกัน ถ้ามองเผินๆ จะเป็นตึกสีขาวๆ มีรูปทรงเหลี่ยมๆ ขนาดไล่เลี่ยกัน แล้วยังอยู่มุมถนนใกล้กันอีก จุดสังเกตคือ Grand theatre ด้านบนจะเป็นเส้นตรงตัดแบบนี้



ขณะที่ Urban planning นั้นจะเป็นแบบนี้



เข้าไปในผังเมืองของเค้า แล้วอยากให้ผู้ที่รับผิดชอบด้านผังเมืองของกรุงเทพมหานครเรามาดูบ้างจังค่ะ ค่าเข้าก็แค่ 30 หยวนเองค่ะ มาเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นแรกเลยนะคะ ชั้นนี้จะเป็นภาพรวมของเซี่ยงไฮ้ในอนาคตแบบคร่าวๆ



เจ้าสวนสนุกที่เห็นว่าจะขึ้นตรงริมแม่น้ำหวงผู่เนี่ยจะสร้างเสร็จราวๆ ปี 2010 ค่ะ



ชั้นสองจะมีภาพเปรียบเทียบระหว่างเซี่ยงไฮ้ในอดีตกับปัจจุบัน ดูสิคะกว่าจะเป็น Pudong (ผู่ตง) โซนธุรกิจใหม่ของเซี่ยงไฮ้ได้ ต้องลงทุนกันขนาดไหน



ถนนคนเดินสุดฮิต... หนานจิงตงลู่ (Nanjing dong lu) ใครจะมองออกว่ามันจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้



รูปจำลองของสวนอวี้ หรือ อวี้หยวน Yu Yuan (Yuan = Garden)


ส่วนชั้นสามนี่ถือเป็นไฮไลท์เลยค่ะ เพราะจะแสดงผังเมืองเซี่ยงไฮ้ในปี 2020 ใครอยากจะรู้ว่าจุดที่เราอยู่ (ในเซี่ยงไฮ้) นั้นอนาคตจะถูกเปลี่ยนเป็นอะไร ก็แวะไปดูกันได้ค่ะ


พอจะมองเห็นหอไข่มุกที่เป็นตุ่มสีแดงๆ อยู่ลิบๆ มั้ยคะ แสดงให้เห็นว่าเมืองเซี่ยงไฮ้จะขยายไปจากเดิมที่เป็นอยู่มากกกกกก และถ้าดูดีๆ ที่สะพานด้านหน้า เป็นความชาญฉลาดทางวิศวกรรมของเค้าที่นักการเมืองไทยควรจะมาศึกษาไว้ เวลาได้เป็นรัฐบาล จะทำโครงการทางด่วนหรือสะพานอะไร จะได้รู้จักคิดหาทางที่จะประหยัดพื้นที่ เงินเวนคืน ฯลฯ มากขึ้น ไม่ใช่จ้องแต่จะหาทางโกงกินเป็นกันอย่างเดียว


ชั้นสี่ ชั้นนี้ยิ่งน่าตกใจค่ะ เค้าวางแผนเรื่อง การโทรคมนาคม ไว้ค่อนข้างละเอียด ว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไง ยืนอ่านๆ แล้วก็นึกถึงบ้านเรา มัวแต่ทำอะไรกันอยู่ ในยุคที่การสื่อสารโทรคมนาคมเปรียบได้ดั่งอาวุธแบบนี้ เรากลับปล่อยให้อาวุธมันกลับมาทิ่มแทงลูกหลานในครอบครัวเราด้วยการปล่อยให้ติดเน็ท ติดมือถือ ติดเกม แทนที่จะเอาเครื่องมือเหล่านี้ติดตัวไว้หาความรู้เพื่อไปต่อสู้กับโลกภายนอกและอนาคตที่ต้องแก่งแย่งกันมากขึ้น


อีกหน่อยเค้าจะมี TV digital ที่สามารถควบคุมได้ด้วยเสียง มี VDO on demand รวมถึงทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Billing service หรือ E-business ได้ง่ายๆ เพียงแค่ click เดียว

จำลองอาคารทั้งหมด (รวมถึงที่ยังไม่ได้สร้างด้วย) ที่เป็นสัญลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ไว้ในจุดเดียว



ออกจากผังเมืองแล้วก็เดินไปทางซ้ายมือ จะถึงถนนหนานจิงตะวันออก (Nanjing dong lu) ซึ่งเป็นถนนคนเดินแล้วค่ะ



ขอเพิ่มเติมความเห็นนิดนึงว่า ศักยภาพทางวัตถุของไทยคงไม่มีวันเทียบเท่าจีนได้ เพราะประเทศเราไม่ได้มีเงินทองมากมายขนาดนั้น แต่ศักยภาพของบุคคล วัดกันตัวต่อตัว มั่นใจได้เลยว่า คนไทยไม่ได้ด้อยกว่าใคร เสียแต่เราไม่เคยดึงออกมาใช้ในทางที่ถูกที่ควร

สมองที่จะคิดหาทางโกง ถ้าเอามาใช้เพื่อพัฒนาประเทศ บ้านเราก็คงจะไปได้ไกลกว่านี้มาก หากไม่คอยปัดแข้งปัดขา ขวางความเจริญเพราะผลประโยชน์
สมองที่จะเอาชนะเกม มีกิ๊ก หลอกฟันสาวทางเน็ท ถ้าเยาวชนของเราเอามาใช้ศึกษาความรู้ที่มีอยู่ทั่วโลกทางอินเตอร์เน็ท ก็คงไม่ต้องมีเรื่องท้องระหว่างเรียน ทำแท้ง หรือ มีเด็กถูกทิ้งมากมายขนาดนี้ ครอบครัวก็ไม่ต้องมีการหย่าร้างกันเพราะสามีไปนอนกับผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักกันทางเน็ท หรือ ผู้หญิงถูกมอมยา ปล้นทรัพย์เพราะนัดพบชายที่ไม่รู้จักทางเน็ทด้วยเช่นกัน

เอ... ขึ้นต้นด้วยเรื่องเที่ยว ไหงจบด้วยเรื่องเครียดแบบนี้น้า.... เอาเป็นว่า ขอจบการพาเที่ยว People’s square เท่านี้ก่อนนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาชมค่ะ



Create Date : 11 มกราคม 2550
Last Update : 15 ธันวาคม 2552 10:57:11 น. 6 comments
Counter : 2150 Pageviews.

 
ตามมาเที่ยวอีกแล้วค่ะ
แวะมาลาไปโรงเรียนวันจันทร์หน้าแล้วหล่ะค่ะ
คงไม่ได้เข้าบล๊อกบ่อยแล้ว คงต้องตั้งใจเรียนให้มากขึ้นค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ยังคิดถึงเหมือนเดิมเลยค่ะ


โดย: Htervo วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:20:15:34 น.  

 
น่าไปเที่ยวนะคะ รูปเยอะดีจัง


โดย: smo วันที่: 22 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:02:14 น.  

 
สุดยอดเลยนายๆที่นี้มันประเทศอะไรเราก็อยากไปบ้างจังไรเลยอิอิอิ นายเยี่ยมมาก


โดย: toon IP: 125.25.204.118 วันที่: 29 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:25:05 น.  

 
สวัสดีคะพี่
พอดี ไม่ได้เป็ฯสมาชิก ได้เข้ามาอ่านมีคตวามรู้มากคะ ตอนนี้ย้ายมาอยู่เซี้ยงไฮ้ เพระ คุณสามี ได้งานที่นี่อะคะ มีคว่ามรูหลายอย่างที่ได้จากพี่แต่ถ้าอยากมีเรื่องที่อยากทราบถามพี่ ได้ไหมคะ แต่รบกวนขอเป็นอีเมล์ และเบอร์โทรที่ เซี้ยงไฮ้ได้ไหมคะ ขอบคุณมากๆเลยคะ
อีเมล์กวางนะคะ kwanggung@hotmail.com
อ้อชื่อกวางนะคะ


โดย: kwang IP: 58.41.37.233 วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:19:44:53 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องกวาง

ดีใจที่ข้อมูลเป็นประโยชน์นะคะ พอดีตอนนี้พี่ไม่ได้อยู่ที่เซี่ยงไฮ้แล้ว ถ้าต้องการทราบอะไรถามที่หน้าบล็อกได้เลยค่ะ เพราะพี่ไม่ค่อยสะดวกในการใช้อีเมล์ส่วนตัวตอบค่ะ


โดย: L@st love วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:0:26:14 น.  

 
จะไปเซี่ยงไฮ้สองสามวัน เลยลองหาข้อมูลดู เจอบล๊อคกับข้อมูลที่คุณ L@st Love ตอบไว้ในพันทิป ก็เลยก๊อปเก็บไว้ดูเป็นแนวทาง แล้วก็เลยแวะมาขอบคุณค่ะ



โดย: Chiyuri IP: 119.165.108.201 วันที่: 15 มีนาคม 2555 เวลา:22:37:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.