จักรยานปฏิวัติเมือง รวมเรื่องของทางจักรยานและการออกแบบเมือง

เราจะช่วยเมืองได้อย่างไร

สวนรับน้ำฝน


เราไม่อาจจะให้บ้านเมืองกลับคืนไปในสมัยที่โคราชยังไม่มีทางรถไฟผ่านเข้ามาในพื้นที่ มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียวขจีของร่มไม้ รายล้อมด้วยเทือกสวน ป่าหมาก ของชาวบ้าน  เพราะโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว อะไรที่เสียไปแล้วเราเรียกคืนกลับมาไม่ได้อีก  แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะยอมจำนนไม่คิดจะทำอะไรหรือแก้ไขให้มันดีขึ้นมาบ้างเลยในปัจจุบัน




น่าสนใจว่าบ้านอื่นเมืองอื่นที่เขามีวัฒนธรรมความเป็นเมืองสูงกว่าเรานั้น เขามีชีวิตอยู่กันอย่างไร เขาลำบากลำบนเพราะปัญหาน้ำท่วมเมือง(แค่ฝนตกหนักสักชั่วโมง)อย่างที่เราเห็นและเป็นอยู่หรือไม่  ขอบคุณเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตและGoogleที่ทำให้การสืบค้นอะไรในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป



ผมค้นพบว่าในบ้านเมืองที่กฏหมายการผังเมืองเขาดีและมีมาตรฐานนั้น ทุกชีวิตในเมืองต้องมีความรับผิดชอบร่วมกับปัญหาของสาธารณะด้วย เช่น ปัญหาการจัดการน้ำผิวดินของเมือง เขาจะมีข้อบังคับว่าใครจะสร้างอาคารอะไรเพิ่มขึ้นมาอีก บุคคลผู้นั้นจะต้องมีการแสดงให้เห็นด้วยว่าได้มีการจัดการที่ดีที่จะลดและชะลอนำ้ผิวดินไม่ให้ก่อปัญหาให้เมืองเพิ่มมากขึ้นไปอีก

เทศบาลของเขาจะมีมาตรการส่งเสริมให้ชาวบ้านชาวเมืองร่วมด้วยช่วยกันสร้างสวนรับน้ำฝนเพื่อช่วยลดภาระและชะลอน้ำผิวดินก่อนที่จะระบายลงสู่ท่อระบายสาธารณะของเมือง  โครงการหนึ่งที่น่าสนใจและควรเอามาใช้กับโคราชก็คือ การจัดทำ"สวนรับน้ำฝน"


"สวนรับน้ำฝน" คือการสร้างพื้นที่ที่สามารถรับน้ำที่เกิดจากฝนที่ตกลงมายังที่ดินของแต่ละคน มีการจัดการที่ทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาไหลมารวมกันในพื้นที่ที่จัดสวนเอาไว้เพื่อพักและชะลอน้ำไว้ก่อนที่จะไหลออกไปสู่ทางระบายน้ำของเมือง  โดยสวนที่ว่านี้จะมีการจัดทำระบบผิวพื้นให้สามารถซึมซับน้ำได้รวดเร็วในระดับหนึ่ง และเมื่อน้ำท่วมมาถึงระดับที่กำหนดก็จะมีการระบายออกไปในอีกทางหนึ่งเพื่อให้ไหลไปสู่ทางระบายน้ำสาธารณะ  ระหว่างที่น้ำถูกกักไว้ที่สวนรับน้ำฝนนี้ พืชพรรณที่ปลูกเอาไว้ก็จะเป็นเหมือนตะแกรงกรองฝุ่น กรองคราบต่างๆกักเอาไว้ไม่ไหลออกไปสร้างปัญหาให้กับทางระบายน้ำสาธารณะให้อุดตัน





สวนที่ว่านี้จะเห็นได้ดังภาพด้านบน ที่เป็นภาพตัดของสวน ซึ่งคือการขุดดินเดิมให้ลึกลงไปแล้วปกคลุมหลุมด้วยวัสดุที่สามารถดูดซับน้ำได้รวดเร็ว ทำเป็นหนองรับน้ำแล้วก็ปลูกพืชพรรณที่เหมาะสมกับพื้นที่ลงไป 





น้ำฝนที่ตกลงมาจะถูกลำเลียงผ่านร่องน้ำและเส้นทางน้ำมาสู่สวนรับน้ำฝนที่กำหนดเอาไว้ เพื่อรวมน้ำทั้งหมดไว้ตรงนี้ก่อนที่จะส่งออกไปนอกบริเวณที่ดิน


เทศบาลบ้านเค้าก็จะจัดทำคู่มือการสร้างสวนรับน้ำฝนแบบง่ายๆแจกจ่ายให้ประชาชนเอาไปอ่าน เอาไปทดลองทำ วันว่างคนในครอบครัว เพื่อนๆก็มาช่วยกันทำสวนรับน้ำฝนอย่างสนุกสนาน  ได้ทั้งความผูกพันทางสังคมและได้ช่วยเหลือเมืองเรื่องการจัดการน้ำผิวดิน


พืชพรรณที่เอามาปลูกก็แล้วแต่ความต้องการของเจ้าของ จะเป็นไม้ดอก ไม้ใบก็ว่ากันไป  ผมว่าถ้าโคราชบ้านเราส่งเสริมกันอย่างจริงจัง ปลูกตะไคร้ ใบโหระพาหรือว่าอะไรที่เป็นพืชสวนครัวช่วยลดค่าใช้จ่ายแถมยังได้ช่วยลดปัญหาเมืองได้อีกด้วย





น่าจะดีกว่ามานั่งก่นด่าว่า"ใครผิด"อยู่ไม่น้อย





 

Create Date : 04 สิงหาคม 2558   
Last Update : 5 สิงหาคม 2558 0:22:58 น.   
Counter : 1283 Pageviews.  

ความเข้าใจทำไมน้ำท่วมโคราช

ทำไมน้ำท่วมโคราช



ภาพ : Djjeapzy Happytime



ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ  ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหลาย ทั้งพ่อค้าแม่ขายที่saveone ทั้งคนทำงานที่รถติดแหง่กอยู่บนถนนในหลายพื้นที่  ในกระแสโซเชี่ยลก็เพลิดเพลินกับการกระหน่ำแชร์รูปภาพน้ำท่วมในที่ต่างๆ แล้วมโนกันไปตามใจฉันว่ามันเพราะอะไรน้ำถึงได้ท่วมโคราชง่ายดายปานฉะนี้

และแน่นอน จำเลยที่หนึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเทศบาลนครในฐานะผู้รับผิดขอบโดยตรง หลากหลายข้อความตามอารมณ์เมามันแล้วแต่จะเสกสรรค์ว่าเทศบาลนั้นไร้สมรรถภาพ และทำอะไรก็ผิดไปเสียหมด  แต่ในขณะที่ผู้รู้หน้าคีย์บอร์ดเหล่านั้นพิมพ์ถ้อยคำลงไปแล้วรอดูว่าใครจะมาlikeกันกี่มากน้อย บุคลากรทั้งหลายของเทศบาลก็วิ่งวุ่น อลหม่านอยู่กับการแก้ปัญหาให้ทุเลา ทำในทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างที่ใครก็คงไม่อยากมาลงมือทำหากว่ามันไม่ใช่"หน้าที่"ที่ต้องรับผิดชอบ

ในเวลาที่มีปัญหามาสู่เมือง สิ่งสำคัญที่ทุกคนในเมืองต้องกระทำเป็นเบื้องแรกคือเราต้องเข้าใจในบทบาทของคนที่เขารับผิดชอบและต้องมีกำลังใจให้คนเหล่านั้นเขาผจญกับปัญหาให้ลุล่วงผ่านไปให้ได้(แม้จะทำไม่ทันใจคนอยากได้ไปบ้างก็ตาม) ไม่ใช่การตำหนิติเตียนว่าโน่นนี่จนคนทำงานหมดกำลังใจ และที่สำคัญเราต้องตอบตัวเราเองให้ได้ด้วยว่า ตัวเรานั้นมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาที่ว่านั้นหรือไม่ หรือว่าเราเป็นผู้เพิ่มปัญหานั้นให้มันซับซ้อนขึ้นเสียเอง  หากเป็นกรณีหลังนั่นหมายความว่าเราคือพลเมืองที่เป็นภาระของเมืองอย่างแท้จริง



ภาพ : อภินันท์  สีม่วงงาม

ลองมาทำความเข้าใจกันดูหน่อยไหมว่าทำไม เมืองโคราช จึงถูกน้ำท่วมได้ง่ายดายหนักหนา ภาพที่ท่านเห็นนี้คือเมืองโคราชในมุมสูง เส้นสีเหลืองที่เห็นในภาพคือแนวเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เส้นสีขาวทั้งหลายคือถนน ตรอก ซอย ที่เกิดจากการพัฒนาบ้านเมือง(สังเกตได้ว่ามันจะมีความถี่มากในเขตเทศบาลเพราะบ้านเมืองตั้งถิ่นฐานหนาแน่น) เส้นสีแดงคือแขนงของร่องน้ำและลำคลองที่มีอยู่ในพื้นที่ ส่วนเส้นสีดำคือระดับความสูงของพื้นที่ต่างกันในแต่ละเส้นๆละ 5 เมตร

เมื่อเห็นภาพนี้และเข้าใจความหมายของแต่ละเส้นที่ปรากฎในภาพ เราจะรู้ได้ทันทีว่าเหตุที่น้ำท่วมโคราชนั้น มันเป็นเพราะการพัฒนาที่ผิดที่ผิดทาง ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจในลักษณะของพื้นที่และความเป็นไปของธรรมชาติในพื้นที่เลย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ผูกพันเกี่ยวเนื่องมายาวนานตั้งแต่สมัยก่อน ปรากฎเป็นภาระลำบากของเมืองขึ้นเรื่อยๆในยุคต่อๆมา และในยุคของเราหากทุกคนยังไม่พยายามเข้าใจถึงต้นเหตุแล้วคิดแก้ปัญหากันไปตามใจอย่างที่เคยเป็นมา ลูกหลานยุคต่อไปจากเรานี้จะยิ่งทวีความลำบากมากขึ้นเพราะปัญหาจะมากขึ้นซับซ้อนขึ้นและแน่นอนความเสียหายก็จะยิ่งมากขึ้นด้วย

โดยลักษณะภูมิศาสตร์ที่เป็นเนินสูงในด้านล่างตามภาพที่ว่ามาแล้ว เมื่อมีฝนตกน้ำจะไหลไปตามร่องน้ำต่างๆจากบริเวณเนินมทส. หรือสวนสัตว์ เพื่อไหลไปรวมกับลำน้ำในแนวนอน(คือลำตะคอง)ที่อยู่ในที่ต่ำกว่า  แต่ในการพัฒนาเมือง เราตัดถนนมิตรภาพและถนนสายอื่นๆขวางแนวการไหลของร่องน้ำเหล่านี้กลายเป็นเหมือนเขื่อนกั้นน้ำไม่ให้ไหลต่ำลงไป แน่นอนเมื่อมันไหลไม่ได้น้ำเหล่านี้ก็ยกตัวสูงขึ้นกลายเป็นน้ำท่วม น้ำขังอย่างที่เราประสบอยู่ทุกวันนี้อย่างไรเล่า  




ภาพ : อภินันท์  สีม่วงงาม

ลองมาดูภาพนี้กัน จำลองให้เห็นระดับสูงต่ำของพื้นที่เมืองด้วยสีต่างๆ สีเขียวที่เห็นในภาพคือบริเวณที่มีความสูงมากที่สุดของเมืองแล้วไล่ระดับต่ำลงไปตามสีต่างๆที่จางลง จนกระทั่งถึงสีน้ำเงินเข้มคือบริเวณที่ถือว่าต่ำสุดของเมืองนี้ซึ่งในสมัยโบราณเรียกขานกันว่า"ทุ่งทะเล"หรือ"หัวทะเล" ซึ่งเป็นบึงรับน้ำขนาดใหญ่มีพื้นที่มากกว่า 4,000 ไร่  แต่ในปัจจุบันถูกรุกล้ำทำเป็นพื้นที่หาประโยชน์ ที่ไม่เคยเป็นโฉนดก็กลายเป็นโฉนดให้พัฒนาได้ (ใครอยากมีปัญหาชีวิตก็จงลองไปค้นหาดูว่ามันกลายเป็นโฉนดได้อย่างไร) จนพื้นที่รับน้ำกว้างใหญ่ในอดีตเหลืออยู่เพียงแค่ 400 ไร่เท่านั้น ความสามารถในการรับน้ำที่น้อยลงไป การพัฒนาใหม่ที่เพิ่มขึ้นแบบตรงกันข้ามกันเป็นสิบ เป็นร้อยเท่า ตรงไหนเคยเป็นที่ลุ่มก็หาดินมาถมปลูกสร้างอาคารกันไป ใครสร้างทีหลังก็ถมสูงให้มันหนีน้ำห่างจากคนสร้างทีแรก เป็นแบบนี้ทั่วไป เมื่อถึงหน้าฝนมา น้ำทั้งหลายมันก็ได้แต่งงเพราะไม่รู้จะไปหาที่รับน้ำตรงไหน จะแปลกอะไรล่ะที่มันจะท่วมกันสนุกใจอย่างที่เห็นในปัจจุบัน



 ภาพ : อภินันท์  สีม่วงงาม

ภาพนี้จะเห็นได้ชัดเจนขึ้นว่าเราสร้างถนนขวางทางน้ำที่จะไหลลงไปหาลำตะคอง แล้วยังมีการพัฒนาบรรดาอาคารต่างๆทั้งหลายเกิดขึ้นมาตามเวลาที่ผ่านไปอีก เหมือนทยอยสร้างเขื่อนขวางน้ำไว้เรื่อยๆ น้ำไม่ท่วมมันจะไปเหลืออะไรล่ะพี่น้อง




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2558   
Last Update : 3 สิงหาคม 2558 16:16:19 น.   
Counter : 25047 Pageviews.  

Spiral Town

  Spiral Town เมืองก้นหอย


จากรายงานของ UN-Habitat หน่วยงานด้านการอยู่อาศัยของสหประชาชาติ บอกไว้ว่าในปี 2030 ประชากรในโลกไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จะอาศัยอยู่ในเมือง  ทำให้บรรดานักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเมืองหลายกลุ่ม หลายคน วิตกกังวลว่าอนาคตโลกจะอยู่กันอย่างไร เพราะการที่โลกมีพื้นที่ที่มีความเป็นเมืองมากขึ้น ก็หมายความว่ามันต้องแลกมากับระบบธรรมชาติทั้งหลายและปัญหาด้านสังคมอีกมากมายที่เมืองต่างๆต้องเผชิญกับมัน ทั้งเรื่องสลัม ทั้งน้ำเน่า น้ำเสีย น้ำไม่พอใช้ ปัญหาขยะ ฯลฯ

ดร.เฟรดดี้ เชื่อว่าช่วงเวลานี้จำเป็นที่มนุษย์ต้องมีความคิดใหม่และตอบคำถามที่ว่า "จะเป็นอย่างไรถ้าเราคิดให้แตกต่างเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในอนาคตของเมืองเก่าทั้งหลายที่มีอยู่"

แนวคิด "เมืองก้นหอย" เป็นหนึ่งในหนทางหนึ่งในความพยายามที่จะเปลี่ยนวิธีการคิดและออกแบบเมืองอย่างที่เคยเป็นมา

เมืองโดยทั่วไปที่เรารู้จักกันนั้นจะมีพื้นที่เนื้อเมืองเป็นจุดศูนย์กลาง ใช้ย่านพาณิชยกรรม ย่านการค้าที่สำคัญเป็นศูนย์กลางเมืองแล้วค่อยๆลดความหนาแน่นกระจายออกไปจนกลายเป็นพื้นที่ชนบทอยู่โดยรอบ  แนวคิดเมืองก้นหอยจะตรงกันข้ามคือความพยายามที่จะสร้างพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ที่เป็นใจกลางเมืองแล้วรอบข้างจึงค่อยๆกระจายเป็นเหล่าตึกคอนกรีต (โปรดดูภาพประกอบ)

โดยโครงสร้างของเมืองนี้จะมีความสูงประมาณ 300 เมตร โดยมีรถไฟรางเบาใช้ความลาดชันประมาณ 5% เป็นพาหนะในการขนส่งคนเชื่อมต่อกันจากด้านล่างของเมืองมาถึงด้านบน  เป็นเหมือนการเปลี่ยนกระบวนทัศน์เดิมที่เคยพัฒนาเป็นแบบตามแนวเส้นตรง คือจับมันมาวนซ้อนกันเสียคล้ายกับรูปก้นหอย มีองค์ประกอบต่างๆของเมืองอยู่ภายในด้านนอกห่อหุ้มด้วยระบบธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว ทำให้เกิดการเติบโตต่อเนื่องของต้นไม้พืชพรรณแทนที่จะเป็นการถูกทำลายหายไปด้วยความเป็นเมืองอย่างแนวคิดดั้งเดิม







แปลและเรียบเรียงจาก//www.schindler.com/content/dam/web/hk/PDF/JSG%20Vertical%20World%202014.pdf

เข้าถึงเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2558




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2558   
Last Update : 31 กรกฎาคม 2558 10:09:50 น.   
Counter : 879 Pageviews.  

ทางลอดที่โคราช ...เหตุไรจึงไม่น่าจะให้สร้าง

มันมีประเด็นว่า กรมทางหลวงเค้าอยากจะสร้างทางลอดให้รถผ่านเมืองโคราชได้ง่ายๆ แต่ในแง่มุมของนักผังเมืองนั้นมีความเห็นกับประเด็นนี้อย่างไร ฝากให้ผู้ผ่านไปมาได้รับรู้เรื่องราวครับ

//www.archkorat.com/board/index.php?showtopic=515




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2552   
Last Update : 16 สิงหาคม 2552 0:47:21 น.   
Counter : 910 Pageviews.  

เนเธอร์แลนด์แดนสวรรค์ของจักรยาน ตอนที่6

มาดูวิถีชีวิตวัฒนธรรมจักรยานของเค้ากันต่อครับ นี่เป็นบรรยากาศในเมืองอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงเค้าครับ ที่นี่ค่าครองชีพมหาโหดครับ มากกว่าบ้านเราสักสองสามเท่า แต่ที่บ้านเราเทียบไม่ติดก็คือชีวิตพอเพียงด้วยจักรยานนี่แหละครับ







ร้านซ่อมจักรยานครับ หลบอยู่ในซอกหลืบแบบนี้แหละ เรียกร้องความสนใจด้วยตุ๊กตาสีเหลืองแล้วก็รูปซุปเปอร์แมน ก็เป็นสีสันของเมืองดี









นี่บรรยากาศของจตุรัสกลางเมืองหลวงของเค้านะครับนี่ ช่างเหมือนกับกรุงเทพมหานครของเราอย่างไรอย่างนั้น เพียงแต่เปลี่ยนรถยนต์ในกรุงเทพเป็นจักรยานเท่านั้นเอง (พยายามคิดให้เหมือนนะเนี่ย)









ระบบขนส่งมวลชนของที่นี่คือรถราง และรถไฟที่มีประสิทธิภาพ ส่วนบรรดารถรับจ้างทั้งหลายอย่างที่เห็นนั่นคือสามล้อบ้านเค้าครับ เจ้าคันนี้เห็นผมทำท่ายึกยักถ่ายแล้วถ่ายอีกก็เลยถามว่าผมจะใช้บริการไหม พอดีไม่มีเวลาก็เลยตอบปฏิเสธไป







อีกรูปแบบนึงของจักรยานครับ เรียกว่าจักรยานครอบครัวก็ได้ สำหรับใครที่มีลูกเล็กๆ ก็เอาเด็กๆนั่งกระบะหน้าแล้วก็ขี่ไป เป็นที่สนุกสนานชอบใจของเด็กๆเค้าแหละ ทัศนคติการใช้จักรยานก็ได้ส่งเสริมให้เกิดในจิตใจกันมาตั้งแต่เด็ก



นี่คือที่กั้นสำหรับกั้นบริเวณให้รถเข้าออกได้ไม่ได้ตามการใช้ประโยชน์พื้นที่ ถือว่าเป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุดก็ว่าได้ ในเวลาที่เป็นการเดรียมงานหรือมีกิจการอะไรที่ต้องใช้รถขนถ่ายก็ปล่อยให้รถเข้ามา ถึงเวลาที่คนเดินกันเยอะ ขี่จักรยานกันมากก็เอาเจ้านี่ตั้งขึ้นมากั้นไม่ให้รถเข้าซะเลย ดังนั้นถ้าหากมีรถยนต์ส่วนตัวอยู่ประเทศนี้แล้ว อย่าหวังว่าจะมีความสะดวกเท่ากับจักรยาน แล้วใครจะอยากใช้รถยนต์ล่ะครับ รถยนต์ก็เลยถูกใช้งานเฉพาะที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น ไม่ได้ใช้แบบทุกธุระที่เดินทางอย่างบ้านเรา









บ้านนี้เมืองนี้ใครที่ขี่จักรยานไม่ได้ก็จะเป็นแต่คนขาด้วนเท่านั้น เพราะมองไปไหนก็มีแต่จักรยาน ใครไม่มีจักรยานเป็นของตนเอง ก็ไม่ยากเย็นอะไร หาจักรยานเช่ามีให้เห็นอยู่ทุกหัวมุมเมือง อย่างในภาพที่เห็นนี้ชั้นใต้ดินของตึกนี้กลายเป็นที่จอดจักรยานสำหรับให้เช่าเป็นร้อยเป็นพันคัน ช่างสะดวกสบายดีแท้




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2552   
Last Update : 11 สิงหาคม 2552 23:13:05 น.   
Counter : 1514 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

bicycleman
Location :
นครราชสีมา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




บุคคลหนึ่งที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร วันหนึ่งค้นพบว่าเรากำลังตกอยู่ในอิทธิพลของเจ้าเครื่องจักรบริโภคน้ำมันที่ชื่อว่ารถยนต์ จนหลงลืมทำลายเมืองและวิถีวัฒนธรรมเพื่ออำนวยความสะดวกให้มัน ตั้งแต่นั้นก็มุ่งมั่นที่จะปฏิวัติเมืองด้วยจักรยาน จึงสร้างบล็อคนี้มาเพื่อหาแนวร่วม
[Add bicycleman's blog to your web]