จักรยานปฏิวัติเมือง รวมเรื่องของทางจักรยานและการออกแบบเมือง

เสียดายสีแดง

ทำไมไม่ชอบสีน้ำตาล

พื้นที่สีต่างๆในผังเมืองนั้นเป็นการกำหนดการควบคุมเป็นย่าน กิจกรรมอะไรที่เคยมีอยู่แล้วล้วนไม่ได้รับผลกระทบกับข้อกำหนดใหม่ที่จะออกมาควบคุม เช่น อาคารสูงกว่าข้อกำหนดใหม่ที่เป็นอาคารเดิม เขาก็ยังคงอยู่ของเขาได้ต่อไป แต่อาคารที่จะสร้างขึ้นมาใหม่จะต้องอยู่ใต้ข้อบังคับของผังเมืองนั้น หรือกิจการใดที่เคยมีอยู่ก็ยังมีอยู่ต่อไปแม้ว่ากิจการนั้นจะถูกห้ามในข้อกำหนดใหม่ในผังเมือง แต่เมื่อไรที่อาคารนั้นเลิกกิจการไป จะกลับมาทำกิจการเดิมที่ถูกห้ามไว้อีกไม่ได้

การผังเมืองเป็นเรื่องของประโยชน์สาธารณะ เป็นเรื่องของการร่วมกันพัฒนาโดยมีค่าเฉลี่ยคือประโยชน์ของทุกคน(หมายความว่าบางคนต้องยอมเสียประโยชน์ที่ตนเองได้มากกว่าคนอื่นให้ลงมาอยู่ในค่าเฉลี่ยคือได้เท่าๆกัน)
โปรดอย่าได้นำเรื่องประโยชน์เฉพาะตน เฉพาะกลุ่มมาเปรียบเทียบแล้วอ้างว่าไม่ให้ความเป็นธรรม(เช่น การมีที่ดินแปลงใหญ่ อยู่ในพื้นที่ที่ควบคุมการพัฒนาเพื่อประโยชน์ของคนทั้งหมด แม้ที่ดินแปลงใหญ่นั้นจะทำอะไรได้มากกว่าที่ข้อกำหนดบังคับอยู่ แต่ก็ต้องยอมอยู่ใต้ข้อกำหนดเพราะหากปล่อยให้พัฒนาไปตามใจจะกลายเป็นการรุกล้ำประโยชน์ของคนที่เขามีที่แปลงเล็กกว่าควรจะได้รับ)




เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆในเขตคูเมืองที่เคยเป็นพื้นที่สีแดงนั้น แต่ที่ดินในพื้นที่เป็นแปลงเล็กแปลงน้อยเมื่อจะสร้างตึกสูง(ตามข้อกำหนดผังเมืองสีแดงสร้างสูงได้ไม่จำกัด) ก็ต้องไปดูกฎหมายอาคารซึ่งจะควบคุมเรื่องระยะร่นและพื้นที่ว่าง(อาคารสูงกว่าสามชั้นต้องมีระยะร่นอย่างน้อยสามเมตรในบริเวณที่ทำช่องเปิด เป็นต้น) ปรากฎว่าสร้างสูงไม่ได้ หรือสร้างได้ก็ไม่เกินสามชั้น  ถ้าอยากสร้างสูงกว่านั้นจะทำอย่างไรก็ต้องรวบรวมที่ให้เป็นแปลงใหญ่ด้วยการกว้านซื้อเพิ่ม(ใครมีทุนมากก็ได้ไป) แล้วคนที่ไม่อยากย้ายออกจากพื้นที่ที่เคยอยู่เดิมจะทำอย่างไร หากเพื่อนบ้านเขาขายที่ดินให้นายทุนใหญ่ไปหมดแล้ว โครงการสร้างอาคารสูงมาอยู่ข้างบ้าน ตนเองจะยังยืนยันอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร(ความเป็นส่วนตัวที่เคยมีหายไปหมดแล้ว)ก็ต้องขายที่ไปให้นายทุนเงินหนาเค้าสร้างตึกสูงแข่งกัน  




ที่มา :  //www.scgexperience.co.th/home-consult/dreamdriverblog/new-home/




แล้วพื้นที่เมืองเก่านั้นถนนเส้นใหญ่ กว้างสักแค่ไหนกันเชียว ทุกวันนี้ที่เป็นแค่อาคารธรรมดาดั้งเดิม รถก็ยังติดขัดกันมหาศาล ลองจินตนาการว่ามีคอนโดหรูร้อยยูนิตเกิดขึ้นกลางเมือง เวลาที่รถเข้า-ออก มันจะไปรบกวนคนอื่นที่เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นสักขนาดไหน  นักลงทุนที่สร้างคอนโดได้กำไรใส่บัญชีไปแล้วจะมาช่วยแก้ไขปัญหาจราจรให้เมืองหรือไม่? ผมเห็นแต่ได้กำไรแล้วก็หนีหายจ้อย ปล่อยให้เมืองเผชิญปัญหากันไป  

ลองไปถามคนเชียงใหม่ดูสิ......ว่าเขารู้สึกยินดีกับตึกสูงในเมืองกันสักแค่ไหน?






เมืองไม่ได้มีที่ดินเอาไว้เพื่อให้นักลงทุนพัฒนาเป็นสินค้าทำกำไรไปทุกแปลงหรอกนะครับ  มันต้องมีการเก็บรักษาเป็นพื้นที่ทรงคุณค่าทางความทรงจำบ้าง หรือเป็นพื้นที่ธรรมชาติเพื่อสร้างสมดุลให้เมือง(เพื่อไม่ต้องรับภัยพิบัติธรรมชาติมากเกินไป)  มิฉะนั้นคนโคราชก็จะสนุกสนานกับการสู้ภัยน้ำท่วมกันทุกปี...จะเอาอย่างนั้นใช่ไหม?

ดูอย่างสิงคโปร์เขามั่งปะไร ประเทศเล็กๆที่รู้จักใช้การผังเมืองเพื่อรักษาความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนกว่าห้าล้านของเขาเอาไว้ ด้วยการแบ่งแยกพื้นที่ชัดเจนว่าตรงไหนคือพื้นที่อนุรักษ์ ตรงไหนคือพื้นที่พัฒนา ตรงไหนคือพื้นที่เพื่อการค้า การอยู่อาศัย ทั้งที่สิงคโปร์เองก็เป็นชนชาติหัวการค้าไม่เป็นรองใคร เขาก็ยังไม่เห็นจะเอาที่เสียทุกแปลงไปพัฒนาขายให้เมืองไร้สติเหมือนอย่างที่นายทุนโคราชหลายคนอยากให้เป็น

ชีวิตไม่ได้มีไว้เพื่อหาเงินอย่างเดียวหรอกครับ  ทำอะไรเพื่อเมือง เพื่อคนอื่นบ้างก็ได้







Create Date : 26 สิงหาคม 2558
Last Update : 26 สิงหาคม 2558 21:43:23 น. 0 comments
Counter : 1450 Pageviews.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

bicycleman
Location :
นครราชสีมา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




บุคคลหนึ่งที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร วันหนึ่งค้นพบว่าเรากำลังตกอยู่ในอิทธิพลของเจ้าเครื่องจักรบริโภคน้ำมันที่ชื่อว่ารถยนต์ จนหลงลืมทำลายเมืองและวิถีวัฒนธรรมเพื่ออำนวยความสะดวกให้มัน ตั้งแต่นั้นก็มุ่งมั่นที่จะปฏิวัติเมืองด้วยจักรยาน จึงสร้างบล็อคนี้มาเพื่อหาแนวร่วม
[Add bicycleman's blog to your web]