Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2565
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
12 กรกฏาคม 2565
 
All Blogs
 
SPITI (ปี 3) ขึ้นดอย ลงดอย



Hikkim - Komic - Kaza



ทุกครั้งที่คิดถึงหุบเขาสปิติ นอกเหนือไปจากความหนาวเย็นแล้วก็ยังมีอีกสิ่งที่ชอบ
เป็นพิเศษก็คือกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่เห็นได้ชัดในยามค่ำคืน เพราะเป็น
หนึ่งในพื้นที่
ปลอดมลภาวะทางแสงไฟรบกวน


สำหรับบ้านของนาวัง เขาได้สร้างห้องน้ำสำหรับแขกผู้มาเยือนแยกไว้ด้านนอก มันตั้ง
ห่างจากตัวบ้านเพียงไม่กี่ก้าว ก็ต้องเดินถือไฟฉายฝ่าความมืด
ออกมาปะทะกับอากาศ
เย็นเฉียบที่พัดวาบมาสัมผัสตัวให้ขนลุกได้ทุกครั้ง ที่มีความ
จำเป็นจะเดินออกมา 

ช่วงหลังสี่ทุ่มดาวหายไปอยู่หลังเมฆกันหมด สภาพอากาศค่อนข้างทะมึนทึม  ถ้าเป็น
พื้นที่ด้านล่างก็คงคาดว่าน่าจะมีฝนตกลงมาในไม่ช้า แต่กับแถวนี้สบายใจ
ได้เลยว่า
ไม่มีทางเปียกปอนแน่ ๆ มากสุดก็แค่เป็นละอองฝน










Thukje che! (ทุกเจ เช) แปลว่า ขอบคุณ

เราตื่นมาในช่วงหกโมงเช้า ส่วนครอบครัวก็น่าจะลุกขึ้นมาล่วงหน้าพักนึงเพื่อต้มน้ำ
ทำอาหารสำหรับมื้อเช้าก่อนแล้ว ก็ได้ลงไปร่วมวงกับพวกเขาอีกครั้ง พบว่าเมื่อคืนนี้

น้องเจนซิน ลูกสาวคนโตหลับที่ห้องรับแขก (จุดเดียวกับที่ล้อมวงกินข้าวกัน) บนเบาะ
นั่งแนวยาวที่ปูฟูกไว้ ถึงจะฟังดูแปลก ๆ แต่ว่าห้องที่ว่ามีความอุ่นมากกว่าพื้นที่อื่นภาย
ในบ้านเลยนะ เพราะมีเตาไฟที่ก่อไว้ในนั้นซึ่งจะมีปล่องระบายควันเป็นท่อยาวปล่อย
ออก
ไปด้านนอกตัวบ้าน


น้องยังคงวุ่นวายกับการบ้านเช่นเคย และเช้านี้โดนแม่บังคับให้ดื่มชากับกินอาหารไปด้วย
ไม่งั้นคงถือดินสอกับสมุดอยู่อย่างนั้น คือต้องคิดเผื่อด้วยว่าบรรยกาศความเป็นอยู่ของคน
แถวนี้ไม่มีใครนอนดึกเกินสองทุ่มหรอก กระแสไฟฟ้าอาศัยจากโซล่าร์เซลเป็นหลัก แถม
เมื่อวานนี้แดดหมดไวอีกด้วย   

 


จบมื้อเช้าพี่เซริ่งก็จัดหาเสบียงสำหรับติดตัวให้ก่อนเดินทางไกลให้ เป็นปาราทาใส่มันฝรั่ง
บดสองแผ่น หลังจากเรากลับขึ้นไปจัดกระเป๋าและเตรียมออกเดินทาง ก็ต้องตาม
หานาวัง
ก่อนเพื่อให้ค่าที่พักเป็นการตอบแทน ถึงเป็นเงินจำนวนหนึ่งที่ฟังดูไม่มาก
มายนัก 

เขาปลีกตัวไปอยู่แถวที่นาและกำลังยืนพูดคุยกับชายคนหนึ่ง เมื่อเราเข้า
ไปบอกลาตาม
มารยาท พร้อมยื่นส่งเงินที่พับเตรียมไว้ให้ นาวังยกมือขึ้นมาทำท่าปฏิเสธ
เพราะข้อความ
ที่พระเขียนกำกับมาในกระดาษแผ่นนั้นคือห้ามคิดเงิน ท้ายที่สุดก็ได้แค่ย้อน
กลับมาอำลา
ครอบครัวนี้ไปด้วยความประทับใจเป็นพิเศษ





⭗ ตัวอักษรภาษาฮินดีที่พระจัมปาเขียนอธิบายเพิ่มเติมไว้ ไม่รู้มีใจความว่าอะไร (อ่านไม่ออก)




⭗ Link : google map

ที่ตั้งของหมู่บ้านทางตอนบน อยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่าสี่พันเมตร 
มีชุมชนขนาดเล็กเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง Komic  Hikkim และ Langza  


 
หลังก้าวออกมาจากที่พักตอนเจ็ดโมงครึ่ง พร้อมฝนที่ปรอยลงมาเบา ๆ  
เมื่อคืนนี้
ฝนคงตกลงบนภูเขาเป็นที่เรียบร้อย ดูจากร่องรอยของความขาวโพลนจับเกาะหนา
มากขึ้น  
 ช่วงนี้ยังถือว่าไม่หนาวเกินไปอยู่ในระดับที่มนุษย์เมืองร้อนผู้อาศัยบนพื้นที่สูงจาก
ระดับน้ำทะเลไม่กี่เมตรอย่างเราพอรับไหวอยู่ 


โดยตำแหน่งของหมู่บ้าน Komic ที่หมายถัดไป อยู่ห่างไปจาก Hikkim เกือบ 4 กิโลเมตร เส้นทาง
ที่เดินไปไม่ได้ใช้เส้นถนนเหมือนใน google map นะ   เราใช้วิธีลัดเนินไปตามรอยทางเล็ก ๆ แทน





⭗ ร่องรอยเส้นทางสำหรับการเดินลัด หากอยากเลี่ยงถนนเส้นหลักที่ตัดไว้สำหรับรถวิ่ง



⭗ สายยางสีดำขนาดยาวใช้เชื่อมต่อน้ำที่ละลายจากบนเขา ส่งผ่านลงยังจุดพักน้ำของหมู่บ้าน




⭗ หมู่บ้าน Hikkim จากระยะไกล 


    จุดหมายถัดไปของการเดินเท้าก็คือบ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง Komic หมู่บ้านที่อยู่สูงที่สุด 
ถึงครั้งก่อนจะเคยมาเยือนและค้างแรมมาแล้ว แต่ก็อยากแวะมาดูความเปลี่ยนแปลงสักหน่อย
จำได้ว่ามีอาคารหลังใหม่ที่กำลังขึ้นโครงไม้ไว้...ป่านนี้
คงสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อย

เดินลัดไปตามรอยเส้นเล็ก ๆ สำหรับทางเท้า ที่จริงก็มองไม่ยากเท่าไหร่ มีเด็กนักเรียนสวนผ่านมา
สองราย โรงเรียนของพวกเขาน่าจะอยู่ที่หมู่บ้าน
Hikkim  พวกเขาช่วยชี้ทางไปหมู่บ้านเป้าหมายให้ 
คล้ายกับช่วยยืนยันแบบกลาย ๆ ว่าพี่เดินลัดมาถูกทางแล้ว


ย่ำเท้าขึ้นเนินไปได้สักพัก ก็เริ่มเห็นกลุ่มธงมนตราบนเขาที่ปักล้อมไว้คล้ายซุ้มบนจุดสูงสุดของที่นี่

เหมือนเป็นสัญญาณแจ้งว่าท่านกำลังเข้าสู่ที่ตั้งของหมู่บ้านนี้ในไม่กี่อึดใจ  เราได้ขึ้นมาถึงที่ Komic 
ตอนเก้าโมง และใช้เวลากับที่นี่เพียงแค่บนเนินที่ตั้งของ Tangyud Monastery เท่านั้น ครั้งนี้ไม่ได้

แวะลงไปเที่ยวตรงส่วนของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณด้านล่างนะคะ เห็นชาวบ้านกำลังวุ่น ๆ อยู่กับการ
เก็บเกี่ยวกันอยู่ในนา 





⭗ วัดของพุทธวัชรยาน นิกายสาเกียปะ ที่ตั้งอยู่เหนือหมู่บ้าน
บันไดที่ทอดยาวเชื่อมลงไปยังด้านล่างถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
(เมื่อปี 2015 ทางลงไปยังหมู่บ้านยังทุลักทุเลอยู่มาก)  



⭗ จุดปักป้ายหน้าหมู่บ้าน ถ้ามาด้วยรถโดยสารบริเวณนี้คือจุดลงรถ  ป้ายของ Komic มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
มันอาจใช้เพื่อเป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยว  ข้อมูลอย่างระดับความสูงและยังคงจำนวนประชากรเท่าเดิม (114 คน)
ดูเหมือนว่า พักหลังมานี้มีตัวเลือกสำหรับที่พักมากขึ้นกว่าหนึ่งแห่ง น่าจะเป็นเพราะหมู่บ้านสูงที่สุดแห่งนี้ เริ่มกลายเป็น
หนึ่งในเป้าหมายของผู้มาเยือนต่างถิ่นแล้ว




⭗ สภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน Komic (2019) ในช่วงกลางเดือนกันยายน
นอกเหนือจากผืนนา ก็มีสิ่งปลูกสร้างของที่อยู่อาศัยเพียงแค่นี้
 



⭗ อาคารหลังสีฟ้าขาว ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นที่พักและร้านน้ำชาสามารถแวะมานั่งพักจิบชาหรือทานอาหารได้ 
ผู้แลฯ บอกว่า เดี๋ยวนี้ทางวัดไม่ได้ทำกิจการเปิดที่พักให้นักท่องเที่ยวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว 


 

       

⭗ คำบรรยายจากลำดับภาพจากซ้ายไปขวา (คลิกภาพเพื่อขยาย)
  • โรงเรือนสำหรับปลูกพืชผัก ของกลุ่ม Spiti Ecosphere เป็นโครงการพัฒนาของพื้นที่ ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญ
    ในการผลิตอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่ไม่สามารถปลูกอะไรได้และกินระยะเวลานานหลายเดือน
    จนกว่าหิมะจะละลาย 
     
  • อาณาบริเวณลานกว้างด้านบน  อาคารสีแดงมุมซ้ายเป็นที่ตั้งของวัด(หลังใหม่)
    อาคารฝั่งขวาสีฟ้าขาวเปิดเป็นร้านน้ำชาและที่พัก
     
  • ประวัติความเป็นมาของ Tangyud Monastery ที่ติดไว้หน้าอาคารหลังใหม่ที่ทาเป็นสีแดง





⭗ Tangyud Monastery หลังเก่า เป็นวัดนิกายสาเกียปะ (Sakya)
ที่หุบเขาสปิติ มีวัดนิกายสาเกียปะเพียงแค่สองแห่งคือที่ Kaza และ Komic 
ในช่วงเวลานี้ยังคงไม่เจอกับพระหรือผู้อยู่ประจำวัดเช่นเคย จากการมาเยือนคราวก่อน
ก็พอทราบว่าพอถึงช่วงฤดูหนาวจะมีพระอยู่ประจำไม่กี่รูป ส่วนที่เหลือจะลงไปประจำที่ Kaza  



      


         


⭗ คำบรรยายจากลำดับภาพจากซ้ายไปขวา (คลิกภาพเพื่อขยาย)
 
  • มุมภาพภายในอาคารผ่านประตูทางเข้า รอบนี้เข้ามาได้เพราะประตูถูกเปิดทิ้งไว้
     
  • กระถางโลหะสำหรับใส่กำยาน ที่วางไว้ด้านบนขอบระเบียงอุโบสถเหนือบันไดทางขึ้นของวัดเก่า
     
  • ตาข่ายสำหรับเล่นวอลเลย์บอลที่ขึงไว้ตรงลานด้านหน้า  หากเป็นช่วงฤดูร้อนจะใช้เป็นหนึ่งในกิจกรรม
    ของผู้มาเยือนที่อาจจะแวะมาเดาะวอลเลย์บอลร่วมกับเหล่าพระ-เณร  สำหรับในตอนนี้มองหาผู้คนแทบ
    ไม่เจอค่ะ เลยไม่มีโอกาสไปท้าดวล 
     
  • ด้านหน้าร้านน้ำชา มีถังสีฟ้าบรรจุสำหรับน้ำดื่มให้เติมฟรี สถานีเติมน้ำเหล่านี้จะติดตั้งอยู่ตามวัดต่าง ๆ
    ในสปิติซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งโครงการรณรงค์การลดขยะจากขวดน้ำพลาสติกของกลุ่ม Spiti Ecosphere เช่นกัน  
     

เกือบชั่วโมงกว่าที่ใช้เวลากับ Komic หลังจากเต็มอิ่มแล้ว ก็เริ่มมองหาพื้นที่ถัดไปที่น่าจะเดินเชื่อมถึงได้
คนดูแลร้านน้ำชาเกริ่น ๆ ถึงหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ไกลจากนี้ แต่ก็ไม่ได้รู้ลึกในรายละเอียดเท่าไหร่นัก เราเลย
เปลี่ยนใจที่จะเดินกลับไปตั้งหลักที่ Kaza แทนละกัน ไม่กล้าเสี่ยงเดินแบบไม่รู้ทิศ  ที่นั่นมีท่ารถโดยสาร
คิวรถจะวิ่งออกไปตามหมู่บ้านช่วงบ่ายสี่เป็นต้นไป  และที่ตลาดก็มีบะหมี่เนื้อแกะให้ได้กิน เมนู non-veg
หากินลำบากมากจนไม่มีให้เลือกได้เวลาอยู่ไกลจากตัวเมืองเช่นตามหมู่บ้านห่างไกลแบบนี้ 




⭗ ทางเดินย้อนกลับไปยัง Hikkim และ Kaza ผ่านเส้นถนนสายหลัก




สามหมาภูเขา และการเดินทาง(ย้อน)กลับ

ในช่วงขากลับจะเป็นเส้นทางเดิม และแน่นอนว่าจะต้องผ่านบ้านนาวังอีกรอบ 
ฟังดูไม่น่ามีอะไรน่าตื่นเต้นนักหรอก เว้นแต่จะมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นมาหนึ่งถึงสองสามราย
ที่เป็นหมาประจำถิ่น 

เจ้าขาว เป็นตัวแรก ๆ โผล่มาทักตั้งแต่เราเดินมาถึง Komic เข้าใจมันได้กลิ่นโรตีที่พกติดไว้ในเป้เล็ก
เลยแบ่งโรตีให้ไปบางส่วน จนถึงช่วงเดินกลับที่มันยังตามเราพร้อม ๆ กับเจ้าดำ โดยสองตัวนี้มันพากัน
เดินไปพร้อม ๆ กับเราหรือบางครั้งก็ดูเหมือนกำลังนำทางล่วงหน้าให้อีกด้วย  คิดว่าพวกมันคงตามเรา
ไปสักระยะหนึ่งเท่านั้นแหละ


เมื่อเริ่มพ้นเลย Hikkim ไป มีเจ้าหมาสีน้ำตาลที่เจอมันตรงกลางทางเข้ามาสมทบเพิ่มขึ้นอีก
คงไม่ใช่เหตุบังเอิญ  ระยะทางจากหมู่บ้านต้นทางจนมาถึงที่นี่ก็ดูไกลเกินกว่าที่หมาสักตัวจะออกแรง
ตามมาเพื่อขออาหาร  น่าสงสัยว่าพวกมันคงตามคนที่มาจากพื้นที่ข้างล่าง และรอเวลาเดินกลับพร้อม
ใครสักคนบนเส้นทางเดิม นี่อาจเป็นกิจกรรมออกกำลังกายสนุก ๆ ของกลุ่มหมาภูเขาพวกนี้มากกว่า 
ถ้าข้อสันนิษฐานนี้ไม่เป็นจริง พวกมันจะรู้เส้นทางลงได้ไง? เพราะปริศนาเส้นทางเดินลัดขึ้นจากเนิน
เขาที่เราคลำทางพลาดในคราวก่อน ก็ได้ถูกเฉลยแล้วโดยเจ้าหมาสามตัว


   


⭗ เดินกลับ Kaza พร้อมสามหมา




⭗ หลังคาสีเหลืองของ Sakya Tangyud Monastery สาขา Kaza คือปลายทางที่รออยู่ด้านล่าง 



⭗  อีกหนึ่งทางเลือกบนเส้นถนนสำหรับรถวิ่ง ที่มีระยะทางอ้อมโลกมาก ๆ  บ่ายนี้อากาศดูขมุกขมัว
จากกลุ่มเมฆฝนบนท้องฟ้าที่ปกคลุมภูเขา มองจากตรงนี้จะเห็นแม่น้ำสปิติที่ไหลเป็นเส้นแขนงเล็ก ๆ
และกระจุกที่ตั้งหมู่บ้าน Rangrik ฟากตรงข้าม




⭗ ระหว่างตัดสินใจเลือกเส้นทางเดินกลับไปยัง Kaza เจ้าดำก็นำทางไปไกลลิ่วแล้ว

​​​​​​

⭗  และสุดท้ายเราก็เลือกย้อนลงมาทางเนินเขานี่แหละ ถือว่าได้แก้ตัวจากตอนก่อนที่หลงไปละกัน
สรุปว่า เส้นทางบนเนินเขาหลังวัดยังคงเชื่อมต่อกับหมู่บ้านด้านบนได้อยู่ แต่ก็ไม่แนะนำให้ไปตามรอยนะ
เสี่ยงเอาเรื่อง  --  อ่ะแฮ่ม  และนี่ก็ไม่ใช่ภาพสุดท้ายของ จขบ. เช่นกัน  107 
 


Create Date : 12 กรกฎาคม 2565
Last Update : 31 กรกฎาคม 2565 20:48:03 น. 12 comments
Counter : 654 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**, คุณอุ้มสี, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณhaiku, คุณSweet_pills, คุณtoor36, คุณtuk-tuk@korat, คุณโอพีย์, คุณmultiple, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณRain_sk, คุณkae+aoe


 

ปล. รอบนี้ไม่ได้แวะกลับไปเที่ยว Langza
(หมู่บ้านฟอสซิล) นะคะ



โดย: กาบริเอล วันที่: 17 กรกฎาคม 2565 เวลา:13:02:11 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 17 กรกฎาคม 2565 เวลา:14:33:16 น.  

 
ตามมาอ่านต่อ


โดย: อุ้มสี วันที่: 17 กรกฎาคม 2565 เวลา:17:41:16 น.  

 
Thukje che!

ไม่คิดเงินด้วย ประทับใจจริงๆ เราก็ไม่คิดว่าเขาจะไม่คิดเงิน ถ้ารู้คงมีของไปฝากหน่อย

มีเจอเจ้าถิ่นต้อนรับด้วย เข้าใจวิเคาระห์นะครับสำหรับเรื่องหมา


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 18 กรกฎาคม 2565 เวลา:21:25:51 น.  

 
ตามเจ้าถิ่นเขารู้ทางดีเนาะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 19 กรกฎาคม 2565 เวลา:11:16:06 น.  

 
Kaza -Hikkim - Komic

4000 เมตร จากระดับน้ำทะเล อะจ๊ากกก
นี่มันสูงเกินภูเขาทั่วไป อีกนิดก็จะเอื้อมมือแตะสวรรค์ได้แล้วมั้งเนี่ย 555

แล้วก็ อ.เต๊ะ พยายาม มองหา ว่าใช่งานตะพาบหรือเปล่า ช่วงนี้
เค้ากำลัง เร่งลุยงานตะพาบโจทย์ ภูเขากะทะเลอยู่ด้วย
ดูแล้วไม่น่าใช่เนอะ 555

มาดูที่พักญาติพระ นี่ ดีกว่าโฮมสเตย์ ที่ปักป้ายอยู่แน่นอน
เพราะ ฟรี แถมอาหาร 3มื้อด้วย เสียแต่ห้องน้ำอยู่นอกบ้าน
แต่ไม่มีผลกับน้องฟ้าแน่นอน อิอิ

ตัวอักษรภาษาฮินดีที่พระจัมปาเขียนอธิบายเพิ่มเติมไว้
อ.เต๊ะ พอจะเดาได้ ใจความน่าจะบอกว่า
ให้เสบียง เธอไปเยอะๆนะ พี่นาวัง เพราะเธอชอบ หลงทาง ประจำเย้ย 555

จริงๆแผ่นแป้ง กับมันที่ใส่เป้ไปนี่ สำหรับการเดินทางปีนป่ายที่ต้องใช้พลังงานสูงนี่เหมาะมาก
ถ้าไปกินมัง น่าจะหมดแรงซะก่อนนะ เดาเอา
เพราะปีนเขา 4 โลนี่ โอ๊ย อ.เต๊ะ ขอขี่หลังตัวที่คล้ายๆวัวขนฟูๆไปดีกว่า เรียกชื่อน้องไม่ถูก แฮ่

แล้วก็วิวบนนั้น น่าจะสวยมาก อ.เต๊ะ เลยต้องไปหาคลิปวีดีโอดู
ไปเจออันนึง
https://www.youtube.com/watch?v=ZtNLXxyIpCU

น่าประหลาดใจมาก เพราะในคลิปนั้น มันมีเจ้าหมาสีน้ำตาล
ไปกับ นักท่องเที่ยวด้วยอะ อ.เต๊ะ จำกลิ่น เอ๊ย จำหน้ามันได้555

แสดงว่าแก็งหมาภูเขานี่ น่าจะเป็นไกด์ประจำอยู่เส้นทางนี้แหงๆ
พอ นักท่องเที่ยวมา มันก็จะคอยอำนวยความสะดวก
แบบว่า เหมือนเพื่อนเที่ยว friendlyมากๆ
แหมถ้ามันพูดได้ จะเริ่ด มากเลยนะเนี่ย จะได้คุยเจ๊าะ แจ๊ะ กันไปตลอดทาง 555

ปล.ดูวิวในคลิปที่ว่าแล้ว ไม่สงสัยเลยว่าทำไมน้องฟ้า ถึงชอบที่นี่
บรรยากาศ ขุนเขาสูงเสียดฟ้า ข้างล่างมีลำธารหิมะละลายน้ำใสๆ
ยิ่งดูภาพจากกล้องโดรนในคลิป แล้วนี่ น่าอเมซิ่ง จิงเกอเบลล์มากเลย

ส่วนเรื่องkeyboard ไฟดูด นี่ คอมตั้งโต๊ะ ของ อ.เต๊ะ
เคสมันก็ชอบดูดเหมือนกัน อ.เต๊ะ รำคาญมาก เลยใช้ท่าไม้ตาย
ไปซื้อแท่งทองแดง มาปักดิน เดินสายไฟมาที่เคสคอม
ต่อเหมือน เครื่องทำน้ำร้อนเลยละ อาการไฟดูดหายเป็นปลิดทิ้งเลยจ้า

อ้อเกือบลืม รูปที่ถาม เกือบถูก
มันคือ พวงมาลัยหุ้มหนัง รถอ.เต๊ะ เองจ้า
หนังไม่ได้ขาดน้า เป็นงี้มาตั้งแต่ซื้อแล้ว 555






โดย: multiple วันที่: 30 กรกฎาคม 2565 เวลา:20:24:03 น.  

 
อัพห่างจากตอนที่แล้วเยอะมากกกก จนลืมแล้วว่าไปถึงไหนแล้ว
ต้องย้อนกลับไปอ่านใหม่เลยนะนั่น
อ้อ จำได้แล้ว ถึงบ้านพักที่มีน้องทำการบ้านเลขนี่เอง ^^

เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ หลวงพี่และครอบครัวนาวังนี่ใจดีมาก
แต่โน้ตภาษาฮินดีที่พระจัมปาเขียนนั่น
ลองเอากูเกิลส่องที่ภาพแล้วยังแปลไม่ได้แฮะ
สงสัยกูเกิลยังอ่านภาษาฮินดีที่เป็นลายมือยังไม่ได้มั้ง

สายยางส่งน้ำนั่นน่าสนใจจัง
ต่อมาจากบนเขา น่าจะยาวหลายกิโลเลย
ตอนแรกยังแอบสงสัยอยู่เลยว่าเค้าเอาน้ำมาจากไหน
มาจากสายยางบนเขานี่เอง

ที่นี่ไม่ใช่แค่คนที่ใจดี หมาก็ใจด้วยแฮะ!
ไม่รู้หลวงพี่แอบสั่งหมาไว้เปล่านะ แฮ่

เหวย! ถ้าภาพสุดท้ายหักมุมว่าเป็นภาพสุดท้ายของ จขบ.
แล้วที่เราอ่านบล๊อกนี้มาเป็นปี ๆ มันคืออัลไล!



ป.ล. "ปาราทาใส้มันฝรั่งบดสองแผ่น"
ไม่แน่ใจว่าหมายถึง ปาราทาใส่มันฝรั่งบด หรือ ปาราทาไส้มันฝรั่งบด อะ ^^"

ป.ล. (จากบล๊อกนู้น) เห็นคำว่าวัยรุ่น 90s แล้วสะเทือนใจ๊~สะเทือนใจ 55


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:17:25:54 น.  

 
++++ Aloo Paratha (ปาราทา มันฝรั่ง)

ขอใช้คำว่า 'ใส่' มันฝรั่งบด ก็แล้วกัน ตอนพิมพ์
น่าจะสับสนพอดี คือนึกถึงขั้นตอนที่เขานวดโด
จนคลึงเป็นแผ่นพักไว้ เอามันฝรั่งต้มที่บดแล้ว
ไปผัดน้ำมันใส่เกลือหัวหอมกับเครื่องเทศ
มาวางโรยแล้วพับหรือม้วนแป้งปิด จากนั้น
ก็จะรีดทับให้มันแบนและจมเป็นเนื้อเดียวกัน
ก่อนนำไปลงกระทะจนสุก

ไม่น่าจะเป็นรูปแบบของการยัด'ไส้' โนะ


โดย: กาบริเอล วันที่: 1 สิงหาคม 2565 เวลา:15:25:26 น.  

 
เชื่ออยู่นะว่าสุนัขนำทางได้ดีจริงๆ พวกมันมีสัญชาตญาณ บางอย่าง
ที่นี่คืออินเดียหรือครับ ภูเขาและทุ่งดูโหดมากเลย หากมาที่นี้ช่วงหิมะตก
ทิวทัศน์คงสวยกว่านี้มาก คงน่าจะนำสกีมาด้วยเหมาะแน่ๆ
.
.
.
อ่านบล็อกนี้จบ.. ความยากรู้เรื่องบล็อกก่อนนี้มากๆเดี๋ยวต้องหาเวลามาอ่านครับ


โดย: กระดิ่งลมเอะโดะ สีแดงยามค่ำคืน วันที่: 2 สิงหาคม 2565 เวลา:9:56:08 น.  

 
(นึกภาพตาม) ปาราทา มันคือเป็นของกินประเภทเดียวกับโรตีสินะ


ป.ล. ผลรางวัลที่ 1 เล่มอื่นนี่เค้าพิมพ์ภาพซะดำปี๋เลย ต้องส่องอยู่นานกว่าจะเห็นความสวย ^^"

Jurassic Park ภาคแรกนี่ดูตอนเด็กสนุกมาก (ถึงไม่ใช่เด็กก็สนุกนะ)
แต่เวลามันก็ผ่านมานานแล้วอะ คนเห็นไดโนเสาร์ 3D จนชินแล้ว
"วัยรุ่น 2022" แบบคุณฟ้า ดูแล้วอาจไม่อินก็ได้


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 3 สิงหาคม 2565 เวลา:13:35:01 น.  

 
สุดๆ ไปเลยค่ะ


โดย: kae+aoe วันที่: 25 สิงหาคม 2565 เวลา:8:22:00 น.  

 
@กระดิ่งลมเอโดะ สีแดงยามค่ำคืน : พูดถึงสกี
มีคนเล่นอยู่นะ อันนี้มาจากภาพถ่ายของบล็อกเกอร์อินเดีย Himanshu Khagta ที่น่าเป็นอีกคนหนึ่งที่เข้าไปฝังตัวทำโปรเจคเก็บภาพที่นั่นบ่อย ๆ : https://m.facebook.com/photo.php?fbid=2009748029129362&id=439759459461568&set=a.440526082718239


โดย: กาบริเอล วันที่: 5 กันยายน 2565 เวลา:19:32:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#18


 
กาบริเอล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




ชอบต้นไม้, แมว, หนังสือ
และออกเดินทางท่องเที่ยวบ้าง

ไม่ชอบพบปะผู้คนมากนัก
เป็นมนุษย์จำพวก introvert

การเขียนบล็อก
คืออีกพื้นที่บอกเล่าผ่านตัวอักษร
และตัวตนของเราก็อยู่ในสิ่งที่เขียนค่ะ

ขอบคุณ Bloggang
สำหรับพื้นที่แบ่งปันตรงนี้นะคะ

....

เริ่มต้นลงบันทึกอย่างเป็นทางการ
ณ วันที่ 16 ม.ค. 2014

(C) ขอสงวนลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย 
ห้ามนำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไข 
โดยไม่แจ้งที่มา ก่อนได้รับอนุญาต


New Comments
Friends' blogs
[Add กาบริเอล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.