Group Blog
 
<<
กันยายน 2563
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
9 กันยายน 2563
 
All Blogs
 
Ladakh แบบเบา ๆ : อาหารท้องถิ่นของลาดัก

สวัสดีค่ะ วันนี้ขอคั่นรายการมาที่เรื่องของกินบ้าง หลังจากเคยเขียนถึงชีสแข็งที่ชื่อ Churpi ไปแล้ว ก็ได้กลับมา
คิดทบทวนถึงอาหารท้องถิ่นอื่น ๆ ที่รู้จัก ว่ายังมีอีกหลายรายการนี่นา....โดยก่อนที่จะพาเข้าเรื่อง เราขอเกริ่นนำ
ด้วยคำศัพท์ซักคำเนาะ นั่นคือ  Karji   (คาร์จี) แปลว่า อาหาร...อนึ่งเจ้า
ตัว R เนี่ย...ออกเสียงคล้าย ๆ R แต่ให้
กัดฟันและฉีกปากมุมปากยิ้มไปด้วยนะ 11   

 

ในเอนทรี่นี้เราจะไม่พูดถึงรายการพื้นฐาน อย่างแกงถั่ว โรตี มาซาล่าชัย ที่เป็นกลิ่นอายแบบอินเดีย  หรือแม้แต่
อาหารจานด่วนที่รับอิทธิพลมาจากทางทิเบตนะคะ เพราะเท่าที่เห็น ในตัวเมืองเลห์เต็มไปด้วยร้านรวงต่าง ๆ ที่
ทำอาหารแบบนี้ขายกันเยอะมากอยู่แล้ว หากแวะตามร้านที่ตั้งขายรายทางระหว่างเดินทางไปยังพื้นที่นอกเขต-
เมืองรับรองว่าหาได้ง่ายมาก  ไม่ว่าจะเป็นอาหารนานาชาติ ร้านกาแฟ  ฯลฯ ที่มีตัวเลือกมากมาย เปิดบริการให้
บริการนักท่องเที่ยวต่างแดนได้มาแวะดื่มกินกันอย่างพรึ่บพรั่บ


แต่สำหรับโจทย์ของ อาหารลาดัก  ไหงกลับค่อนข้างมองหายากเล็กน้อยซะงั้น
พูดง่าย ๆ ว่าเปิดเมนูตามร้านทั่วไปก็แทบจะไม่พบ ดังนั้นจึงต้องมองหาร้านที่เปิดขาย
แบบเฉพาะเจาะจงเท่านั้น ...ดังเช่น




ป้ายร้าน De Kkhambir ที่ติดเด่นอยู่ตรงมุมด้านบน และที่ตั้งของโบสถ์คริสต์ Moravian Mission Church ฝั่งตรงข้าม




彡 De Khambir มีเมนูในเลือกค่อนข้างเยอะ ตัวร้านตั้งอยู่ชั้นสอง เยื้องกับโบสถ์ฯ ตรงถนน Zangsti
ไม่ไกลจาก Main Bazaar มากเท่าไหร่ 




彡 Alchi Kitchen รายการอาหารไม่ค่อยหลากหลายนะ เน้นหนักไปทางขนมปังอย่าง khambir เสียส่วนใหญ่ 
แต่มีความน่าสนใจตรงที่มีกิจกรรมเปิดสอนทำอาหารด้วย  สามารถ
แวะไปเยี่ยมชมหรืออัพเดทข้อมูลกิจกรรมได้
ที่เพจของทางร้าน : https://web.facebook.com/Alchi.Kitchen

(เอ่อ...แล้วอย่าไปสับสนกับ Amchi อามชิ ที่แปลว่า หมอ นะ -- เดี๋ยวจะเผลอไปโผล่ที่คลีนิคแพทย์แผนทิเบตโบราณแทน)




ใต้ร่มผ้าใบของร้านอาหารท้องถิ่น Ama Kitchen และอาคาร Central Asian Museum พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลห์ 




彡 Ama Kitchen ตั้งอยู่ข้าง ๆ  Central Asian Musuem เป็นร้านของชาวลาดักมุสลิม แน่นอนว่ามีรายการ
ประเภท Non-veg ด้วย บรรดาเมนูบางอย่างก็มีติดบอกไว้ที่หน้าประตูร้านค่ะ  และเผื่อใครคิดถึงข้าว...ร้านนี้มี
ทำเมนูข้าวหมก (Briyani) ขายด้วยแหละ

 




จุดสังเกตทางเข้าตรอกซอกซอยที่เชื่อมไปยังที่ตั้งของร้าน Rangzan



彡 Rangzan  ถือเป็นร้านแรกที่เราได้มาลองกินอาหารลาดักค่ะ ร้านไม่ได้ตั้งอยู่หน้าถนนคนเดิน
อาจหายากนิด ๆ  ถ้ามาจาก Main Bazaar ก็ต้องเข้าไปในตรอกที่มีป้ายติดว่า Alchi Complex
ซึ่งทางซ้ายมือของทางเดินเข้าจะเป็นร้านขายผ้าและจะมีป้ายบอกทางของทางร้านติดไว้




彡 Ladakhi Food Corner อยู่หัวมุมตลาดขายข้าวของทั่วไปที่ชื่อว่า Moti Market ร้านนี้ตั้งบนอาคารชั้นสอง


 

“ชื่ออาหารท้องถิ่น ที่ควรรู้”




ผงบาร์เลย์คั่วบดที่แต่ละบ้านจะต้องมีติดเอาไว้เป็นเสบียงหลัก  




⋄ Tsampa (ซัมป้า) ภาษาถิ่นเรียกว่า Ngamphe (งัมเฟ) บ้างก็มีชื่อเรียกอื่น ๆ อย่าง Sattu (สัตตุ)

เป็นผงข้าวบาร์เลย์คั่วบด ที่นิยมกินกับสารพัดสิ่งเช่น โยเกิร์ต, ชา, นม อาจกินยากหน่อยสำหรับคนทั่วไป
(แต่ถ้ากินเป็นแล้วคุณจะไม่อดตายเพราะมันพกพาง่ายกว่าอาหารอื่น ๆ) เราชอบโรยใส่นมร้อน ไม่ก็โยเกิร์ต
แบบเบา ๆ   ซึ่งก็ไม่ผิดนะ แต่ก็ถือว่าเป็นการกินที่ไม่ค่อยได้อารมณ์เท่าไหร่ 

วิธีกินให้อิ่มแบบจริงจังแบบต้นฉบับต้องตักผงที่ว่ามาคลุกเคล้าผสมกับน้ำชา และ เนย
ใส่ถมลงไปจนสามารถปั้นเป็นก้อนได้ แล้วจึงค่อยละเลียดกินถึงจะอิ่มจนอยู่ท้องค่ะ

ถึงจะเป็นเมนูง่าย ๆ แต่ Tsampa ค่อนข้างจะหายากและไม่มีใครนำมาขายเป็นอาหารเช้าเท่าไหร่ เพราะ
ผลตอบรับจากนักท่องเที่ยวไม่ค่อยดีนัก จึงมีเก็บไว้กินแค่ในครัวเรือนเท่านั้น แต่ว่าในตัวเมืองเลห์ยังมีร้าน
ที่สนับสนุนสินค้าท้องถิ่นอย่าง Dsomza นำมาจัดวางจำหน่ายเป็นถุงเล็ก ๆ ให้เห็นเป็นบางครั้ง

 

 



ขนมปังแบบลาดักที่เรียกว่า Khambir ถูกนำมาจิ้มกินกับโยเกิร์ตเป็นอาหารเช้า ส่วนถ้วยทางขวามือคือ ชาเนย  


 

⋄ Khambir (คัม-บีร์) เป็นขนมปังลาดักที่เป็นก้อนกลมและหนา ทำมาจากข้าวสาลี ในหนังสือบางเล่มเรียกว่า
Khambit (คัม-บิต) ซึ่งก็หมายถึงตัวเดียวกันค่ะ Khambir ค่อนข้างหาง่ายมีขายอยู่ทั่วไป หากไม่กินเป็นมื้อเช้า
แบบขนมปังเปล่า ๆ ก็อาจนำมาประยุกต์กินให้ร่วมสมัยขึ้น เช่นปิ้งกินกับแยม หรือจับผ่าครึ่งใส่ชีส และอบพร้อม
มะเขือเทศ แตงกวา ฯลฯ  เป็นอาหารแนวฟิวชั่นแบบง่าย ๆ

มีคาเฟ่เล็ก ๆ ที่จำหน่ายขนมปังลาดักชนิดนี้ในรูปแบบประยุกต์ก็คือ  Ladakhi Woman Cafe
ตั้งบนอาคารชั้นสองใกล้กับร้านกาแฟ ที่ชื่อว่า My Coffee ตรง Main Bazaar ถัดไปจาก Brazil Cafe  

นอกเหนือจากนี้ยังมีขนมปังอีกประเภทที่เป็นทรงกลมแบน (คล้าย อันปัน แต่ไม่มีไส้)
เรียกว่า Tagi Shatno ตัวแป้งค่อนข้างแน่นและหนา และเนื้อสัมผัสก็ไม่มีความนุ่มนวลเท่าไหร่ 

ส่วนกิจการร้านท้องถิ่นที่ผลิตขนมปังขาย หากอยากเห็นการอบการทำของเขาก็ลองไปตามหาดูได้จากตรอก
ที่อยู่ใกล้กับทางเข้า Central Asian Museum นะคะ โดยเฉพาะช่วงเช้า ๆ เนี่ย...มีคิวรอซื้อเยอะเอาเรื่องอยู่ 
ถ้าห่วงเรื่องสุขอนามัย ก็หาภาชนะไปใส่รองขนมปังที่ว่าเองด้วยนะ เพราะเค้ามักจะห่อใส่กระดาษหนังสือพิมพ์


 

 



Mok Mok เกี๊ยวนึ่ง เมนูจานด่วนที่หากินได้ตามร้านทั่วไป ภาพนี้ถ่ายจากร้าน Ama Kitchen
 

ถ้วยเล็กที่ใส่มะเขือเทศบดหยาบและปรุงรสกับส่วนผสมอื่น ๆ ที่ใช้กินแกล้มกับอาหารเพิ่มรสชาติ




⋄ Mok Mok (โมก โมก) เป็นเกี๊ยวนึ่งที่ใส่ใส้ผัก หรือเนื้อสัตว์ แถบนี้นิยมห่อแบบจับจีบพับปิดที่ขอบกินกับ
เครื่องเคียงที่ปรุงรสเปรี้ยวเผ็ดแทนซอส จาก มะเขือเทศ หอมใหญ่ ผักชี และอื่น ๆ ที่บดเข้าด้วยกัน (หาก
ไปกินที่ร้าน Ama Kitchen) เช่นเดียวกับเมนูข้าวหมก ที่จะนำเอาเครื่องปรุงรสจากมะเขือเทศบดมาเสิร์ฟ
แทนซอส 

แต่หากเป็นสูตรของร้าน Ladakhi Food Corner จะใช้ซอสอีกสูตรที่ทำมาจากเมล็ดแอพริคอตคั่วบดผสมลง
ไปรสชาติจะเปรี้ยว ๆ มัน ๆ (ถ้านึกไม่ออกก็ให้นึกถึงซอสที่มีส่วนผสมของมะพร้าวที่เอาไว้กินกับ Dosa (โดซ่า)
อาหารทางใต้ของอินเดีย)

เกี๊ยวนึ่ง Mok Mok เป็นชื่อเรียกในภาษาลาดัก ส่วนชื่อที่รู้จักกันโดยทั่วไปก็คือ Mo Mo ที่จริงแล้ว มันมีอยู่ตาม
ร้านอาหารจานด่วนทั่วไป ถ้าอยากกินกับเครื่องปรุงรสเผ็ด ๆ ระดับสะใจคนไทย...แนะนำให้กินที่ร้านทิเบตแทน
เพราะจะใช้ซอสพริกมาโรยปรุงรสกัน 

 

หน้าตาของ Thi Mok ที่ไม่ต่างไปจาก หมั่นโถว จากภาพคือ ทีโมกโปะผัดผักที่รับมาจากคุณป้าสองคนด้านหน้าค่ะ 
คือวันนั้นไปเที่ยวงาน Naropa Festival ชาวบ้านเขาก็เตรียมมานั่งปักหลักกันยาว เลยพกของกินไว้เป็นกรังเสบียงเต็มที่



⋄ Thi Mok (ที โมก) อันนี้ไม่ต้องสาธยายมาก เพราะมันก็คือ หมั่นโถว นั่นเอง
 


ก้อนแป้งสีน้ำตาลที่เรียกว่า Paba รับมาจาก คุณป้าสองคนข้างหน้า (อีกแล้ว 5555) สงสัยเห็นเรานั่งอยู่คนเดียวเลยกลัวเหงา



⋄  Paba (พาบา) แป้งโด / dough ที่มีส่วนผสมจาก ข้าวบาร์เลย์บด บัควีต แป้งโฮลวีต ถั่วดำและถั่วพื้นเมือง
จะกินเปล่า ๆ ก็ได้ ...แต่จากที่เคยไปพักในโฮมสเตย์นำเอา Paba มาให้จิ้มกินกับผลิตภัณฑ์นมที่อยู่ในรูปของ
buttermilk ซึ่งเรียกว่า Tara (ทารา) 
และในขณะเดียวกัน ทารา ที่ว่านี้หากนำเอาไปปรุงรสและผสมเครื่องเทศอื่น ๆ มันก็
จะถูกเรียกว่า Tangtur 








เท็นทุก จากร้าน De Khambir ที่นี่น่าจะใส่เครื่องเทศลงไปเยอะ สีสันก็เลยดูจัดจ้านกว่าที่อื่น ๆ (เฉพาะเมนูนี้) 




ซอสพริกที่มีไว้ให้ปรุงรส มีความเผ็ดกลาง ๆ ข้อสังเกตอีกอย่างแถวนี้ ใช้พริกป่นพริกแห้งเป็นสีเหลืองมากกว่าสีแดงนะ 



⋄ Thenthuk (เท็นทุก) เป็นซุปผัก ที่ใส่แผ่นแป้งตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม รสชาติมาตรฐานอาจจืดหรือเผ็ดร้อนก็
ไม่แน่ใจเท่าไหร่ เพราะเคยกินมาสามที่จากทั้งในร้านอาหารและโฮมสเตย์ โดยมากจะออกไปทางจืดมากกว่า
ถ้าหากชอบกลิ่นเครื่องแกงเบา ๆ แนะนำให้ลองกินที่ร้าน De Khambir ค่ะ 



 

สกู จากร้าน De Khambir  (ถ่ายไม่ชัดเท่าไหร่ ตอนนั้นคงหิวจัด 55)


⋄ Sku / Skew (สกู) ซุปผักน้ำข้นขลุกขลิกคล้ายราดหน้า(แต่ไม่หนืดเท่า) แผ่นแป้งมีการบิดม้วนแบบเล็ก ๆ
 




ชุ ทากิ จากร้าน Rangzan
 



การพับแผ่นแป้งสำหรับเตรียมทำ Chu Tagi ภาพนี้ถ่ายมาจากตอนที่ไปพักโฮมสเตย์นอกเมืองค่ะ  


⋄ Chu Tagi (ชุ ทากิ) ซุปผักที่ต้มใส่แผ่นแป้งที่ห่อม้วนและพับทบครึ่งเป็นรูปทรงเฉพาะ 

 

ในบรรดารายการอาหารอย่าง Thenthuk, Sku, Chu Tagi จะมีความคล้ายคลึงกัน แต่ข้อแตกต่างที่ชัดเจน
เมื่อมองด้วยสายตาก็คือรูปทรงของแผ่นแป้ง โดยกรรมวิธีการนวด จนกระทั่งตัดแบ่งเป็นแผ่น และจัดรูปทรง
จะจัดทำกันก็ต่อเมือมี
การปรุงในแต่ละครั้ง (พวกเขาจะไม่ใช้แผ่นแป้งสำเร็จรูป) ทำให้ต้องใช้เวลาในการตระ-
เตรียมอาหารค่อนข้างนาน จึงไม่แนะนำให้คิดไปสั่งกินตอนหิวนะคะ

ส่วนเรื่องสูตรการปรุงของแต่ละที่ แทบไม่เหมือนกันเลยค่ะ
ดังนั้นเรื่องมาตรฐานของรสชาติเราไม่ขอฟันธงนะว่าเมนูอะไรอร่อยกว่ากัน ส่วนตัวแล้วชอบเมนู Thenthuk
ของร้าน De Khambir เพราะมีการใส่เครื่องเทศลงไปให้ได้รู้สึกหายอยากอาหารรสจัดได้บ้าง แต่โดยมากแล้ว
อาหารลาดักมักจะเสิร์ฟในเมนูมังสวิรัติ  มีตัวเลือกที่เป็นเนื้อสัตว์ให้เลือกอยู่เพียงไม่กี่ร้าน เช่น Ama Kitchen
และ De Khambir

ข้อควรรู้อีกเรื่องนึงคือ...
บรรดาเนื้อสัตว์นำมาบริโภคเป็นอาหารนั้นจะมาจากโรงเชือดของชาวมุสลิม
ในทุกวันศุกร์พวกเขาจะหยุดงานหนึ่งวันเพื่อไปประกอบศาสนพิธี เพราะฉะนั้น
บรรดาเมนู non-vegetarian จึงต้องงดขายในวันดังกล่าวทุกพื้นที่ค่ะ

 

ส่วน "ชา" จะเรียกว่า Cha
หากอยากลองดื่มชาแบบท้องถิ่นเราแนะนำ ชาเนย (Butter tea) หรือในอีกชื่อที่เรียก Gur Gur Cha
(กูร กูร ชา)  ตามเสียงคันชักกระบอกชา ชาเนย ที่ลาดักค่อนข้างมีสีออกชมพู ๆ จำไม่ได้
เพราะอะไรถึง
เป็นแบบนั้น รสชาติเค็มมัน คล้ายซุปมากกว่าเครื่องดื่ม แก้หนาวได้ดี ส่วนตัวแล้ว เราชอบดื่มชาประเภทนี้
มากกว่า พวก Masala Chai ซะอีก ....ชัย / จัย  ในที่นี้จะมีความหมายว่า ชานมต้มแบบอินเดีย

 

นอกเหนือจากนี้ ยังมีอีกหลายรายการเลยที่เรายังไม่รู้จักหรือเคยลองกิน เพราะมีร้านที่เปิดเฉพาะค่อนข้าง
น้อยมาก  อาหารที่แนะนำมาก็น่าจะเป็นเมนูทั่วไปที่นิยมทำกินกันแบบแพร่หลาย คล้าย ๆ กับบ้านเราที่นำ
เอา ต้มยำ แกงแดง ต้มข่าไก่ ฯลฯ อะไรแบบนี้มานำเสนอ ให้นักท่องเที่ยวต่างแดนได้ลองชิมกัน ซึ่งถ้าจะ
เจาะลึกกันไปยาว ๆ ก็คงมีมากกว่านี้นั่นแหละ



สำหรับร้านอาหารและตัวอย่างของอาหารที่นำให้ชมกันในเอนทรี่นี้ อาจช่วยให้คนที่อยากทดลองกินเมนู
ประจำถิ่น  ที่ไม่คุ้นชื่อเหล่านี้ ตัดสินใจในการเลือกมาชิมกันได้ง่ายขึ้นนะคะ ในอีกกรณีหนึ่งถ้ามีโอกาสไป
พักตามโฮมสเตย์  เจ้าของบ้านอาจไม่ค่อยทราบว่านักท่องเที่ยวสามารถกินอะไรได้บ้าง อาหารที่พวกเขา
จัดเตรียมให้ก็คงจะดูกลาง ๆ  เข้าไว้ อย่าง แกงถั่ว ผัดผักแบบอินเดีย ข้าว จาปาตี ไข่เจียว ฯลฯ 

โอ้ แน่นอน มันน่าเบื่อจะตายไป  555

ถ้าลองเปลี่ยนไปถามถึงรายการอาหารท้องถิ่นดูบ้าง เจ้าบ้านอาจจะดีใจที่มีคนรู้จักก็ได้นะ  พวกวัตถุดิบที่
ใช้ทำแทบไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อน และต่างก็มีปลูกกันอยู่ในสวนผักตามบ้านอยู่แล้ว  ถ้าหากเกิดชอบใจกับ
อาหารหรืออยากพูดเป็นการให้กำลังใจคนทำ ก็สามารถพูดชมกลับไปได้ค่ะว่า  Karji Zhimpo Rak Le!   
(อาหารอร่อยค่ะ/ครับ)



 




Create Date : 09 กันยายน 2563
Last Update : 10 กันยายน 2563 8:27:53 น. 16 comments
Counter : 424 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtuk-tuk@korat, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน, คุณtoor36, คุณhaiku, คุณnewyorknurse, คุณKavanich96, คุณBrighten your day, คุณชีริว, คุณMax Bulliboo, คุณอุ้มสี, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก


 
พิซซ่าเอาสูตรมาจากแถวนี้แน่เลยค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 กันยายน 2563 เวลา:17:16:40 น.  

 


โดย: สมาชิกหมายเลข 2876811 วันที่: 9 กันยายน 2563 เวลา:17:50:10 น.  

 
ไปถึงถิ่นก็ต้องลอง ส่วนตัวผมถึงแม้บางอย่างสีสันไม่สวยดูไม่ค่อยน่ากิน แต่ถ้ามันร้อน ทำสดใหม่มันช่วยในเรื่องรสชาติได้มากครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 9 กันยายน 2563 เวลา:23:39:20 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 10 กันยายน 2563 เวลา:3:05:07 น.  

 
ว้าว ร้านท้องถิ่นอินเดีย อาหารไม่เคยเห็นอีกเพียบ
เหมือนคนต่างชาติมาเจอร้านอาหารไทยที่มีอย่างอื่นนอกจากต้มยำกุ้ง แกงมัสมั่น ผัดไทย แกงเขียวหวาน ฯลฯ
เมนูมังกินไม่ค่อยเปง อันที่เหมือนไส้หมูพะโล้ยังเป็นแผ่นแป้งเลย
ถ้ามีโอกาสกินร้านท้องถิ่นจริงคงจิ้มมั่วอุตลุด เหมือนตอนอ่านเมนูญี่ปุ่นไม่ออกแล้วจิ้มได้ซุปเครื่องในปลาไหล
ขอชาเนยมาซดสักแก้วแล้วกัน


โดย: ชีริว วันที่: 12 กันยายน 2563 เวลา:16:56:56 น.  

 
@ชีริว : อาหารท้องถิ่นของลาดักค่ะ...ไม่ใช่อาหารอินเดีย


โดย: กาบริเอล วันที่: 12 กันยายน 2563 เวลา:17:21:51 น.  

 
เดาว่า อาหารที่นั่นส่วนมากจะ ไร้เนื้อสัตว์ ถูกไหมคะ พี่เดาเอา...อยากลองชิมบ้าง แต่หากให้นั่งจำชื่อ..มันยากมากกว่ากินง่ะ วันนี้หมดเป๋าแล้ว รอรอบหน้านะ ไว้แวะมาใหม่จ้า อ่านแล้วได้ความรู้อย่างมากมายเลย อยากโฮมสเตย์บ้าง แต่อายุเกินว่ะ 555


โดย: Max Bulliboo วันที่: 13 กันยายน 2563 เวลา:6:16:01 น.  

 
แวะมาโหวต พี่เข้าไปหาอ่านเพิ่มเติม ..ลาดัก นี่น่าเห็นใจนะ โดนจีนกับอินเดีย แย่งกัน.. เมื่อไหร่จะได้ปกครองตัวเองแบบเต็มที่ซะทีก็ไม่รู้นะ พี่เข้าไปดูในยูทูป หูยยย อิเจ๊อินเดียทำทัวร์ลาดัก เจ๊แกพูดไว๊ไว ฟังลำบาก แต่น่าไปมาก...อยากไปซักหนนึงในชีวิตนี้ ฝันต่อไปๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ


โดย: Max Bulliboo วันที่: 15 กันยายน 2563 เวลา:6:50:17 น.  

 
อยากกินขนมปังที่นำมาจิ้มกับโยเกิร์ต
รสชาติจะเป็นยังไงหนอ
ขนมปังเค็มๆ ไหมน้องฟ้า
หรือรสชาติจืด
พอมาจิ้มกับโยเกิร์ตที่ออกเปรี้ยว
จะโอเค


โดย: อุ้มสี วันที่: 15 กันยายน 2563 เวลา:9:12:03 น.  

 
ถ้าเจอแกงถั่ว ผัดผักบ่อยก็เบื่อครับ มีอย่างอื่นกินบ้างก็ดีครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 15 กันยายน 2563 เวลา:9:56:09 น.  

 

@Max Bulliboo : ตอนนี้ลาดักมีสถานะเป็นดินแดนสหภาพแล้ว
ก็น่าจะดีกว่าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐ Jammu&Kashmir แหละนะ

พื้นที่ถูกเฉือนแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
Ladakh (อินเดีย) Baltistan (ปากีสถาน) และ Aksai Chin (จีน)
สำหรับทหารอินเดีย ลาดัก คือชายแดนและสมรภูมิรบดี ๆ นี่เองจ้า

ฟ้าสนใจเรื่องกลุ่มเคลื่อนไหวและนักพัฒนาฯ
ของเขามากกว่าน่ะ แปะลิงค์ไว้ละกัน : Sonam Wangchuk | The Next Learning Revolution: The Himalayan Institute of Alternatives

------------


@อุ้มสี : ตอนเลือกมากินคือไม่รู้จะเลือกอะไรค่ะพี่อุ้ม
ยังไม่ชินกับชื่ออาหาร ... โยเกิร์ตไม่หวานนะ ข้นดี มันเนย
น่าจะจัดเต็ม...ขนมปังตัวนั้นเนื้อหนาดีค่ะ ครึ่งชิ้นก็อิ่มแล้ว

ปล. ในรูปน้องเนปาลมานั่งกินเป็นเพื่อน
เลยมีนางแบบมาสาธิตวิธีกินให้ดู


โดย: กาบริเอล วันที่: 15 กันยายน 2563 เวลา:10:52:28 น.  

 

ลืมตอบเรื่องรสชาติ
ขนมปังตัวนั้นไม่ได้ถูกปรุงรสนะคะ
ใช้กินกันเป็นอาหารหลัก ...
แต่ที่เอามาจิ้มโยเกิร์ต เพราะดันไป
สั่งสองอย่างมากินพร้อม ๆ กันแล้ว
ไม่มีช้อนมาให้ตักค่า 555



โดย: กาบริเอล วันที่: 16 กันยายน 2563 เวลา:19:00:49 น.  

 
อ่านจบแล้วคิดเหมือนคุณ Max ว่าจำชื่ออาหารไม่ค่อยได้อะ
แบบว่าไม่คุ้นกับภาษาซักเท่าไหร่ ขนาดมีรูปประกอบยังงงเลย แหะ ๆ

เห็นของกินที่ใช้แป้งมาประกอบกับเครื่อง นึกถึงสาคู กุยช่าย อะไรทำนองนั้น
แต่ของเค้าใช้แผ่นหรือก้อนแป้งจิ้มหรือปาดเครื่องเอา แล้วกินได้เลยใช่มั้ย
น่าจะใช้ขั้นตอนการทำน้อยกว่าของเรา (หรือเปล่า ^^")


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 19 กันยายน 2563 เวลา:11:28:25 น.  

 
หากได้ไปเที่ยวที่นั่นคงกินแต่ข้าวไข่เจียวและจาปาตี
อีกอย่างที่น่าลองคือ เกี้ยวนึ่ง


โดย: สำรวจฟ้า วันที่: 24 กันยายน 2563 เวลา:9:04:28 น.  

 

@สำรวจฟ้า - คนที่โน่นไม่กินข้าวโปะไข่เจียวกันค่าา
(แต่ก็ไม่ค่อยสั่งมากินเท่าไหร่ เมนูไข่เจียว) ส่วนมากที่เจอ
จะเป็นไข่เจียวที่ทอดในกระทะแบนฟีลที่กินจะไม่ฟูและบันเทิง
แบบข้าวไข่เจียวบ้านเรา 555


โดย: กาบริเอล วันที่: 25 กันยายน 2563 เวลา:14:05:54 น.  

 

@ทุเรียนกวนฯ - ก็เป็นอาหารที่ปรุงไม่ซับซ้อนมากนะ
เน้นพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตแหละ low-carb / keto / atkins diet
ไม่ถูกใจสิ่งเน้


โดย: กาบริเอล วันที่: 25 กันยายน 2563 เวลา:14:17:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16


 
กาบริเอล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




ชอบต้นไม้, แมว, หนังสือ
และออกเดินทางท่องเที่ยวบ้าง

ไม่ชอบพบปะผู้คนมากนัก
เป็นมนุษย์จำพวก introvert

การเขียนบล็อก
คืออีกพื้นที่บอกเล่าผ่านตัวอักษร
และตัวตนของเราก็อยู่ในสิ่งที่เขียนค่ะ

ขอบคุณ Bloggang
สำหรับพื้นที่แบ่งปันตรงนี้นะคะ

....

เริ่มต้นลงบันทึกอย่างเป็นทางการ
ณ วันที่ 16 ม.ค. 2014

(C) ขอสงวนลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย 
ห้ามนำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไข 
โดยไม่แจ้งที่มา ก่อนได้รับอนุญาต


New Comments
Friends' blogs
[Add กาบริเอล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.