Breaking Dawn (Twilight Saga IV) Copyright for non-commercial use ONLY
 
 

Breaking Dawn (Twilight Saga IV) - Chapter 13.3

“ฉันโอเคจ้ะ” เธอกระซิบบอก ดวงตาเบิกกว้างจ้องไปที่เขา สีหน้าของเธอดูเหมือนกำลังอ้อนวอน ... ขออภัย และ หวาดกลัวไปพร้อมๆกัน “มันรสชาติดีเหมือนกันนะ”




ฉันรู้สึกเหมือนมีกรดในกระเพาะที่กำลังไหลวนเวียนไปทั่ว ฟันกระทบกันอย่างไม่สบอารมณ์




“ว้าว เยี่ยมไปเลย” ยัยผมบลอนท์เอ่ยซ้ำอย่างร่าเริง “นั่นเป็นสัญญาณที่ดีนะ”





Edward พึ่งจะวางมือลงบนแก้มของเธอ ใช้นิ้วมือลูบไล้ที่กระดูกที่เปราะบางของเธอเบาๆ





Bella ถอนหายใจ และเธอก็ก้มลงดูดมันอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะดื่มมันตามสัญชาตญาณซะแล้ว





“ท้องของเธอเป็นอย่างไรบ้าง มีอาการผิดปกติอะไรมั้ย” Carlisle ถาม





Bella ส่ายศีรษะเบาๆ “ไม่เลยค่ะ ไม่รู้สึกป่วยอะไรเลย” เธอกระซิบ





Rosalie กล่าวออกมาด้วยความยินดี “เยี่ยมไปเลย”





“ฉันคิดว่าเร็วไปหน่อยที่จะพูดแบบนั้นนะ Rosalie” Carlisle พึมพำ





Bella ดื่มเลือดไปอีกอึกใหญ่ แล้วเธอก็หันไปมอง Edward “นี่เราจะนับรวมครั้งนี้ด้วยมั้ย หรือว่าจะเริ่มนับหลังจากที่ฉันเป็นแวมไพร์แล้ว”





“ไม่มีใครนับหรอก Bella ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ไม่มีใครต้องตายเพราะสิ่งนี้” เขายิ้มให้เธออย่างแกนๆ “ประวัติของเธอยังคงขาวสะอาด”





พวกเขาทำให้ฉันงง





“ไว้ฉันจะอธิบายให้ฟังทีหลัง” Edward เอ่ยออกมา เบาจนกระทั่งเหมือนเสียงลมหายใจ





“อะไรเหรอ” Bella กระซิบถาม





“แค่พูดกับตัวเองน่ะ” เขาโกหกอย่างแนบเนียน





ถ้าเขาประสบความสำเร็จกับสิ่งนี้ ถ้า Bella มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ Edward ก็คงไม่สามารถที่จะหลีกหนีจากประสาทสัมผัสที่แสนจะเฉียบคมของเธอได้พ้นหรอก เขาก็คงต้องซื่อสัตย์กับเธอในทุกๆเรื่อง





Edward พยายามยิ้มให้เธอ





Bella ดื่มเลือดอีกสักสองสามออนซ์ แล้วก็เริ่มมองผ่านเราไปที่หน้าต่าง ราวกับว่าเราไม่ได้อยู่ที่นั่น หรืออาจจะแค่ “ฉัน” ก็ได้ ไม่มีใครอื่นในกลุ่มรู้สึกรังเกียจในสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ แต่ในทางตรงกันข้ามพวกเขาอาจจะกำลังต่อสู้กับตัวเองที่จะไม่แย่งถ้วยไปจากเธอก็ได้






Edward กรอกตาไปมา





หึ ใครจะไปทนอยู่กับเขาได้ มันแย่จริงๆที่เขาไม่ได้ยินความคิดของ Bella แล้วเขาก็คงจะรำคาญเช่นกัน





Edward หัวเราะเบาๆ Bella หันไปสบตาเขาทันที และเธอก็ยิ้มน้อยๆให้เขา ฉันเดาว่าเธอคงจะจับอะไรได้บางอย่างกระมัง





“มีอะไรตลกเหรอ” เธอหายใจ


“Jacob” เขาตอบเธอ





เธอมองมาที่ฉันและยิ้มให้ “Jake ออกจะเป็นคนเพี้ยนๆสักหน่อยน่ะ” เธอเห็นด้วย




เยี่ยม ตอนนี้ฉันเป็นตัวตลกไปแล้ว “แย่เลยเนอะ” ฉันเอ่ยอย่างแกนๆ





เธอยิ้มอีกครั้ง และเธอก็ดื่มไปอีกอึกหนึ่ง ฉันเหลียวไปมองเมื่อเห็นว่าถ้วยนั้นว่างเปล่า และทำให้มีเสียงเมื่อเธอพยายามดูดมันขึ้นมา





“ฉันทำได้” เธอเอ่ย ดูดีใจชอบกล เสียงของเธอดูชัดเจนขึ้น ไม่แย่เหมือนตอนแรกๆที่ฉันเจอเธอในวันนี้ “ถ้าฉันยังดื่มเลือดแบบนี้ได้ Carlisle คุณจะช่วยเอาสายน้ำเกลือออกไปได้มั้ยคะ”





“เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เลยล่ะ” เขาให้สัญญา “ฉันพูดตรงๆนะ มันไม่ได้ทำประโยชน์ให้เธอเท่าไรนักหรอก”





Rosalie วางมือไว้บนหน้าผาก Bella แล้วก็ยิ้มให้อย่างมีความหวัง





ใครๆก็เห็น เลือดถ้วยนั้นทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปทันที สีหน้าของเธอเริ่มกลับมา ฉันเริ่มเห็นแก้มสีชมพูระเรื่อ แล้วก็ดูเหมือนว่าเธอไม่ต้องการความช่วยเหลือจาก Rosalie อีกต่อไป เธอหายใจได้ง่ายขึ้น และหัวใจของเธอแข็งแรงมากขึ้น





ทุกอย่างกำลังเร่งตัวขึ้น





ดวงตาแห่งความหวังของ Edward เริ่มกลายเป็นจริง





“เธออยากทานอีกมั้ย” Rosalie ถาม





ไหล่ทั้งสองของ Bella ห่อตัวลง




Edward มองไปที่ Rosalie ก่อนที่เขาจะพูดกับ Bella “เธอไม่จำเป็นต้องรีบดื่มตอนนี้ก็ได้นะ”




“ใช่ ฉันรู้แล้ว แต่ฉัน.................อยากจะดื่มน่ะ” เธอยอมรับ




Rosalie ดึงมือของ Bella mจับผมของตัวเองอยู่ขึ้นมา “เธอไม่จำเป็นต้องอายเรื่องนี้หรอกนะ Bella ร่างกายของเธอต้องการอาหาร เราเข้าใจดีจ้ะ” ตอนแรกเสียงของเธอเหมือนกำลังจะปลอบประโลมเธอ แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว “ใครที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่สมควรจะอยู่ที่นี่หรอก”





เธอคงจะหมายถึงฉัน แน่สิ แต่ฉันไม่ยอมให้ยัยผมบลอนท์มาทำกับฉันแบบนี้หรอก ฉันดีใจที่ Bella รู้สึกดีขึ้น ดังนั้นทำไมฉันต้องจากไปล่ะ


Carlisle ดึงถ้วยจากมือ Bella “เดี๋ยวฉันกลับมานะ”





Bella จ้องมาที่ฉัน ในขณะที่เขาหายตัวไป



“Jake เธอดูโทรมมากๆเลย” เธอโวยวาย



“ดูสิ ว่าใครกำลังพูดอยู่”



“จริงๆนะ  เธอนอนหลับครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่น่ะ”



ฉันครุ่นคิดอยู่สักครู่ “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”



“อ้าว Jake นี่ฉันกำลังทำร้ายร่างกายเธอด้วยใช่มั้ย อย่าโง่น่า”




ฉันกัดฟันกรอด เธอยอมให้ตัวเองถูกฆ่าเพื่อรักษาชีวิตไอ้สัตว์ประหลาดนั่น แต่เธอไม่ยอมให้ฉันอดนอนสองสามคืนเพื่อเฝ้าดูเธองั้นเหรอ





“ได้โปรดไปพักเถอะ … นะ” เธอเอ่ยต่อไป “มีเตียงอยู่สองสามเตียงด้านบน เธอจะใช้เตียงไหนก็ได้นะ”





แต่สีหน้าของ Rosalie ไม่ได้บ่งบอกเลยว่ายินดีต้อนรับฉัน มันทำให้ฉันสงสัยว่าคนที่ไม่เคยหลับใหลอย่างเธอจะต้องการเตียงไปทำไมกัน หรือว่าเธอแค่ต้องการแสดงความเป็นเจ้าของสิ่งของบังหน้าเหล่านี้





“ขอบคุณมากนะ Bells แต่ฉันขอนอนที่พื้นดีกว่า เธอก็รู้นิ”




“โอเค”



แล้ว Carlisle ก็กลับมา และ Bella ก็เอื้อมมือไปหยิบถ้วยนั้นไว้ อย่างคนใจลอย ราวกับว่าเธอกำลังคิดถึงเรื่องอื่นอยู่ แล้วเธอก็เริ่มดูดมันอีกครั้ง



เธอดูดีขึ้นจริงๆ เธอดันตัวลุกขึ้นมานั่ง โดยที่ Rosalie ช่วยพยุงเธอเอาไว้ แต่ Bella ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเธอ แค่อีกเพียงไม่กี่อึดใน Bella ก็ดื่มถ้วยที่สองหมดแล้ว




“เธอรู้สึกยังไงบ้างตอนนี้” Carlisle ถาม


“ไม่ป่วยเลยค่ะ ออกจะรู้สึกหิวมากกว่า ฉันแค่ไม่แน่ใจว่า ฉันหิวหรือฉันกระหายกันแน่ คุณรู้มั้ย”



“Carlisle ดูเธอสิ” Rosalie พึมพำ “นี่เป็นสิ่งที่ร่างกายเธอต้องการแน่นอน เธอควรจะดื่มมากกว่านี้นะ”



“เธอยังเป็นมนุษย์นะ Rosalie เธอต้องการอาหารด้วยเหมือนกัน เราควรจะให้เธอทานอาหารสักหน่อยในขณะที่ดูว่ามันมีผลยังไงกับเธอบ้าง และเราก็จะลองเธอทานอาหารอีกครั้ง มีอะไรที่เธออยากทานบ้างมั้ย Bella”



“ไข่” เธอตอบทันที แล้วเธอก็หันไปยิ้มให้ Edward เธอดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา



แล้วฉันก็กระพริบตา เกือบลืมว่าฉันจะลืมตาขึ้นมาได้อย่างไร




“Jacob” Edward พึมพำ “นายควรจะไปนอนได้แล้ว อย่างที่ Bella บอกนั่นแหล่ะ  นายจะใช้เตียงไหนก็ได้ ถึงแม้ว่านายจะรู้สึกสบายกว่าที่จะนอนข้างนอกก็ตาม ไม่ต้องห่วงเรื่องอะไรทั้งนั้น ฉันสัญญาว่าฉันจะปลุกนายถ้าฉันต้องการความช่วยเหลือ”




“โอเคๆ” ฉันพึมพำ ตอนนี้ฉันเห็นแล้วว่า Bella คงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสองสามชั่วโมงเป็นแน่ ฉันคงจะมีเวลาที่จะไปนอนใต้ต้นไม้สักแห่งที่ไกลพอที่จะไม่ได้กลิ่นอะไร ไอ้ผีดูดเลือดนั่นคงจะปลุกฉันแน่นอนถ้ามีอะไรผิดปกติ เขายังติดค้างฉันอยู่




“ฉันจะบอกนายแน่นอน” Edward ตอบรับ




“ขอบคุณมากนะ Jacob” เธอยื่นมือออกไปบีบมือฉัน แล้วฉันก็รู้สึกได้ถึงแหวนแต่งงานของเธอบนนิ้วที่ผอมบางนั่น




“หาผ้าห่มให้เธอด้วย” ฉันเอ่ยออกมาในขณะที่เดินไปที่ประตู





ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่มาลงต่อให้นาน ช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นหลายๆอย่างในชีวิต
ทำให้ต้องวางแผนใหม่ทั้งหมด เลยอาจจะไม่มีเวลามาลงเรื่องนี้ต่อเนื่องเหมือนเคย

คาดว่ากว่าเราจะมีเวลาอีกครั้ง หนังสือเล่มนี้ก็คงถูกตีพิมพ์แล้ว
ก็ขออภัยทุกคนมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

แต่ยังไง Midnight Sun ยังมีต่อแน่นอนค่ะ แต่อาจจะไม่ค่อยมีเวลาอัพให้
จะพยายามอัพให้สัปดาห์ละสองถึงสามครั้งนะคะ

ขอบคุณทุกคนมากที่ให้กำลังใจมาโดยตลอดทั้งที่หน้าบอร์ด ทางหลังไมค์ และในอีเมล
ขอบคุณจริงๆค่ะ

287









 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2552   
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2552 20:09:37 น.   
Counter : 1629 Pageviews.  


Breaking Dawn (Twilight Saga IV) - Chapter 13.2








เขาเลิกคิ้วขึ้นโดยไม่ได้ละสายตาจากเธอเลย ฉันเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับเขา ไม่ใช่บางอย่างที่ควรจะเล่าให้ฉันฟังในเมื่อมีบางสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นมาก


 


 


 




Bella ไม่ได้เพิกเฉยเหมือนเขา มันดูเหมือนข่าวร้ายสำหรับเธอด้วยซ้ำ


 






“ทำไมกันล่ะ” เธอถอนหายใจ


 


 




ฉันไม่ต้องการที่จะเล่าเรื่องนิยายน้ำเน่าทั้งหมด ฉันเลยบอกเธอแต่เพียงแต่ว่า “เธอต้องการจับตาดู Seth ไว้น่ะ”


 


 


 






“แต่ Leah เกลียดพวกเรามากนะ” เธอกระซิบบอกฉัน




 






พวกเราเหรอ เยี่ยม ถึงแม้ว่าฉันจะเห็นว่าเธอกลัวก็ตาม


 


 


 




“Leah จะไม่กวนใครหรอก” ยกเว้นฉัน “เธออยู่ในกลุ่มของฉันแล้ว” ฉันอดหวาดกลัวกับคำพูดนั้นไม่ได้ “ดังนั้นเธอจึงต้องทำตามคำสั่งของฉัน”


 


 






Bella ไม่ได้เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด


 


 






“เธอกลัว Leah แต่เธอกลับเข้าได้ดีกับยัยผมบลอนท์จอมไซโคนั่นเหรอ”


 


 


 




มีเสียง หึ ของใครสักคนดังออกมาจากชั้นสอง เยี่ยม เธอได้ยินฉันด้วย


 


 




Bella คร่ำครวญใส่ฉัน “อย่าสิ Rose เป็นคนที่เข้าใจฉันนะ”


 


 


 


“ใช่สิ” ฉันเริ่มโวยวาย “ยัยนั่นเข้าใจว่าเธอกำลังจะตายและเธอไม่แคร์มันด้วยซ้ำ ตราบใดที่เธอได้ไอ้สัตว์ประหลาดตัวนั้นไปเลี้ยงน่ะ”


 


 


 






“อย่าทำตัวงี่เง่าน่ะ Jacob” เธอเอ่ยเสียงเบาราวกับกระซิบ


 




เธอดูอ่อนแอเกินกว่าที่จะโวยวายใส่ฉันได้ ฉันพยายามยิ้มให้เธอ "เธอพูดเหมือนกับว่ามันเป็นไปได้อย่างนั้นล่ะ"


 


 


Bella พยายามไม่ยิ้มตอบกลับมาให้ฉัน แต่ท้ายที่สุดเธอก็ไม่อาจฝืนทนได้ เธอแอบยิ้มที่มุมปากเล็กๆ


 


 


และแล้ว Carlisle กับยัยจอมไซโคนั่นก็มาถึง Carlisle ถือถ้วยสีขาวไว้ในมือ พร้อมกับหลอด


 


 


 


โอ้ ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้ว Edward ไม่ได้อยากให้ Bella คิดว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร เธอไม่อาจจะเห็นได้เลยว่าอะไรอยู่ในถ้วยใบนั้น แต่ฉันก็ยังคงได้กลิ่นมัน


 


 


Carlisle รั้งรอ มือของเขาจับถ้วยไว้ครึ่งหนึ่ง Bella มองมาที่ถ้วยอย่างหวาดกลัว


 


 


 


"เราจะลองวิธีอื่นก็ได้นะ" Carlisle เอ่ยเสียงเบา


 


 


"ไม่" Bella กระซิบบอก "ไม่ ลองดูนี่ก่อนค่ะ เราไม่มีเวลาแล้ว"


 


 


ในตอนแรก ฉันคิดว่าเธอกำลังจะบอกใบ้อะไรเราสักอย่าง ว่าเธอกำลังกังวลเรื่องตัวเอง แต่แล้วมือของเธอก็เอื้อมไปลูบท้องเบาๆ


 


 


Bella เอื้อมมือไปหยิบถ้วยมา มือของเธอสั่น และฉันยังได้ยินเสียงนั้นจากภายในร่างกายของเธอ เธอพยายามพยุงตัวเองขึ้นด้วยศอกข้างหนึ่งแต่เธอก็แทบจะยกหัวไม่ขึ้น ฉันรู้สึกร้อนวูบที่กระดูกสันหลังตัวเองเมื่อเห็นว่าสภาพของเธอย่ำแย่ขนาดไหน


 


 


Rosalie พยุง Bella ขึ้นมา และจับศีรษะเธอไว้ ราวกับว่าเธอเป็นเด็กแรกเกิด ยัยผมบลอนท์นั้นห่วงก็แต่ทารกในครรภ์เท่านั้น


 


 


"ขอบคุณจ้ะ" Bella กระซิบบอก สายตาของเธอมองกวาดโดยรอบ และยังคงมีสติอยู่บ้าง


 


 


"อย่าไปสนใจพวกเขาเลย" Rosalie พึมพำ


 


 


มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนยิ่งนัก ฉันควรจะไปซะเมื่อ Bella เสนอให้ฉันจากไป ฉันไม่สมควรจะอยู่ที่นี่ เพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ ฉันกำลังคิดจะปลีกตัวออกไป แต่แล้วก็คิดได้ว่านั่นจะยิ่งทำให้ Bella รุ้สึกแย่ขึ้นไปอีก เธออาจจะคิดว่ามันน่าขยะแขยงเกินกว่าที่ฉันจะทนอยู่ได้ ซึ่งก็เกือบจะจริงแล้ว


 


 


ในขณะที่ฉันยังคงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรนั้น Bella ก็ค่อยๆประคองแก้วไว้ และจับหลอดขึ้นมา


 


 


 


"Bella ที่รัก เราน่าจะหาทางที่ง่ายกว่านี้นะ" Edward เอ่ยบอกเธอ ในขณะที่เขาช่วยพยุงถ้วยใบนั้นไว้


 


 


"บีบจมูกเธอก็ได้นะ" Rosalie เสนอ เธอมองไปที่มือของ Edward ราวกับว่าต้องการจะสลัดมันออก ฉันหวังว่าเธอจะทำอย่างนั้น ฉันพนันได้เลยว่า Edward คงจะไม่ปล่อยให้ยัยนั่นลอยนวลแน่ ฉันอยากเห็นยัยนั่นเสียแขนไปสักข้างนัก


 


 


"ไม่ มันก็แค่นี้เอง" Bella สูดลมหายใจเข้าลึก "กลิ่นมันใช้ได้เลยนะ"


 


 


ฉันกล้ำกลืนความรู้สึกของตัวเองลงไป พยายามเก็บสีหน้าที่ขยะแขยงสิ่งนี้ของตัวเองเอาไว้


 


 


 


"นั่นเป็นเรื่องที่ดีจ้ะ" Rosalie พยายามกระตุ้นให้ Bella อยากรู้อยากเห็น "นั่นหมายความว่าเรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว ลองดูสิ"


 


 


Bella เอื้อมไปกัดหลอด และดูดมันขึ้นมา ในขณะที่เธอปิดตา จมูกของเธอย่นไปหมด


 


ฉันได้กลิ่นเลือดไหลขึ้นจากถ้วยในขณะที่มือของเธอสั่น เธอดูดมันไปอีกสักครู่แล้วก็คร่ำครวญอย่างเงียบๆ ในขณะที่เธอปิดตาอยู่


 


 


 


Edward และฉันก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน เขาแตะไปที่หน้าของเธอ ฉันรีบเก็บมือตัวเองไว้ด้านหลัง




 


 


"Bella ที่รัก"


 


 


TBC 


 



 








 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2552   
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2552 21:52:59 น.   
Counter : 396 Pageviews.  


Breaking Dawn (Twilight Saga IV) - Chapter 13.1

13. มันเป็นเรื่องดีที่ฉันมีท้องที่แข็งแรง


 


 


 




Carlisle กับ Rosalie หายตัวไปทางด้านบนอย่างรวดเร็ว ฉันได้ยินพวกเขาเถียงกันว่าควรจะอุ่นให้เธอดีหรือไม่ ฉันสงสัยว่าพวกเขาเก็บอะไรไว้บ้างในบ้านหลังนี้ ถุงเลือดจำนวนมากเหรอ แล้วอะไรอีกล่ะ ห้องทรมาน โลงศพ


 


 






Edward ยังอยู่ที่เดิม กุมมือของ Bella เอาไว้ สีหน้าของเขากลับกลายเป็นตายด้านอีกครั้ง เขาดูเหมือนไม่มีแรงที่จะหวังอะไรอีกต่อไปถึงแม้จะมีแสงแห่งความหวังปรากฏขึ้นริบหรี่ก็ตามที พวกเขามองหน้ากันและกัน ราวกับว่ากำลังพูดคุยกันอยู่ทางสายตา มันทำให้ฉันนึกถึง Sam กับ Emily ยิ่งนัก


 


 


 






ฉันพึ่งรู้ว่า Leah รู้สึกยังไงเมื่อได้เห็นภาพทำนองนี้  การที่ได้ยินความคิดของ Sam ในหัว การที่ได้รู้ว่า Sam รู้สึกยังไงกับ Emily ฉันก็รู้สึกสงสารเธอเหมือนกัน แต่ว่าพวกเราก็ไม่ชอบวิธีที่เธอรับมือกับมัน โดยพยายามทำให้ทุกคนรู้สึกโศกเศร้าเหมือนที่เธอรู้สึก


 


 


 






ฉันจะไม่โทษเธออีกแล้ว จะมีใครช่วยเรายับยั้งไม่ให้ความเศร้านี้แผ่กระจายออกไปได้อย่างไร จะมีใครไม่พยายามที่จะลดความเจ็บปวดของตัวเองโดยการทำให้คนอื่นรู้สึกเหมือนเราบ้าง 


 


 


 




และถ้านี่หมายความถึงเรื่องที่เราต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนแล้ว ฉันจะโทษที่เธอพรากอิสระของฉันไปได้อย่างไร ฉันก็คงจะทำแบบเธอเหมือนกัน ถ้ามีทางที่จะทำให้ฉันหลีกหนีจากความเจ็บปวดนี้ได้ ฉันก็จะเลือกมันอย่างไม่รีรอเช่นกัน 


 


 


 




Rosalie เดินลงมาข้างล่าง เคลื่อนกายอย่างรวดเร็วผ่านฉันไป รู้สึกได้ถึงกลิ่นไหม้ติดจมูก เธอหยุดอยู่ในครัว และฉันได้ยินเสียงเธอเปิดตู้


 


 


 






“ไม่ใช่ที่นั่น Rosalie” Edward พึมพำ 




 


 




Bella มองด้วยความสงสัย แต่ Edward แค่ส่ายหัวให้เธอ


 






Rosalie เร้นกายผ่านห้องไป แล้วหายตัวไปอีกครั้ง


 


 






“นี่เป็นไอเดียของเธอเหรอ” Bella กระซิบถาม เสียงของเธอดูแหบพร่า ราวกับว่าเธอพยายามเปล่งเสียงออกมาให้ดังที่สุดเพื่อจะให้ฉันได้ยิน คงจะลืมไปแล้วว่าความสามารถในการได้ยินของฉันดีขนาดไหน ฉันชอบเวลาเธอมักจะหลงลืมว่าฉันไม่ใช่มนุษย์ ฉันเคลื่อนกายเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น เพื่อที่เธอจะไม่ต้องเปล่งเสียงออกมาดังมากนั


 






“อย่ายกเครดิตเรื่องนี้ให้ฉันเลย ไอ้เจ้าแวมไพร์ของเธอนั่นแหล่ะที่เป็นคนโพล่งเรื่องนี้ออกมาจากหัวของฉัน” 


 


 




เธอยิ้มให้ฉัน “ฉันไม่คิดว่าจะได้พบเธออีกครั้ง”








“ฉันก็ด้วยเหมือนกัน"


 






ฉันรู้สึกแปลกเมื่อได้ยืนอยู่ตรงนี้ แต่พวกแวมไพร์ได้ย้ายเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดออกไปแล้ว เหลือแต่อุปกรณ์ทางการแพทย์เท่านั้น ฉันเดาว่าพวกเขาคงไม่รู้สึกอะไรหรอก ในเมื่อนั่งหรือยืนก็ไม่แตกต่างกันเท่าไรนักเมื่อคุณเป็นหิน แต่ก็ยกเว้นสำหรับฉัน เพราะว่าฉันรู้สึกเหนื่อยล้าเอามากๆตอนนี้


 






“Edward บอกฉันว่าเธอต้องทำอะไรเพื่อฉันบ้าง ฉันขอโทษนะ”


 






“ไม่เป็นไรหรอก มันก็แค่เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้นแหล่ะที่ Sam จะต้องการให้ฉันทำแบบนี้” ฉันโกหก


 




“แล้ว Seth ล่ะ” เธอกระซิบถาม


 




“เขาเต็มใจที่จะช่วยเธอ”


 






“ฉันเกลียดตัวเองที่ทำให้เธอเดือดร้อนอีกแล้ว”








ฉันหัวเราะออกมาเสียงดัง








เธอลอบถอนหายใจเล็กๆ “ฉันเดาว่าไม่มีอะไรใหม่ ใช่มั้ย”








“ไม่หรอก”


 






“เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ดูนี่หรอก” เธอเอ่ยออกมาโดยแทบไม่ได้ขยับปาก


 


 






ฉันจะไปก็ได้ จริงๆมันก็เป็นความคิดที่ดีนะ แต่ถ้าฉันทำอย่างนั้น ด้วยสภาพที่เธอเป็นอยู่ตอนนี้ ฉันอาจจะพลาดสิบห้านาทีสุดท้ายในชีวิตของเธอก็ได้


 






“ฉันไม่มีที่ไปอยู่แล้วนี่นา” ฉันบอกเธอ พยายามควบคุมน้ำเสียงของตัวเองให้ดูปกติ “ตั้งแต่มี Leah เข้ามาร่วมด้วย ฉันก็ไม่ค่อยอยากแปลงร่างเป็นหมาป่านักหรอก”


 


 






“Leah เหรอ” เธอถาม


 




“นายไม่ได้บอกเธอเหรอ” ฉันถาม Edward


 


 




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2552   
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2552 21:51:35 น.   
Counter : 517 Pageviews.  


Breaking Dawn (Twilight Saga IV) - Chapter 12.4

สายตาของ Carlisle เลื่อนไปทางประตู Edward เดินเข้ามาเป็นคนแรก ตามด้วย Rosalie หน้าของเขาดูแฝงไปด้วยความรู้สึกสนใจในอะไรบางอย่าง ในขณะที่ Rosalie สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น


 


 


 


Edward ปิดประตู


 


 


"Carlisle" เขาพึมพำ


 


 


"มีอะไรเหรอ Edward"


 


 


"บางที เราอาจจะกำลังมาผิดทางก็ได้ ฉันฟังคุณคุยกับ Jacob จนถึงเดี๋ยวนี้ และเมื่อพวกคุณกำลังคุยกันว่า ทารกในครรภ์ต้องการอะไร Jacob ก็เสนอความคิดที่น่าสนใจขึ้นมา"


 


 


 


ฉันเหรอ ฉันคิดอะไรกัน นอกจากความเกลียดชังอย่างชัดเจนที่มีต่อไอ้สัตว์ประหลาดนั่น อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้เป็นคนเดียวที่เห็นอย่างนั้น ฉันบอกได้เลยว่า Edward ก็ทำใจลำบากเหมือนกันที่จะเรียกสิ่งนั้นว่า "ทารกในครรภ์"


 


 


 


 


 


"เรายังไม่ได้คุยกันถึงเรื่องนั้นชัดเจนน่ะ" Edward เอ่ยต่อไป "เราพยายามจะให้ Bella ได้ในสิ่งที่เธอต้องการ แต่ร่างกายของเธอยอมรับก็แต่สิ่งที่พวกเราต้องการเท่านั้น บางทีเราก็น่าจะค้นหาก่อนว่าความต้องการของ ........​ ทารกในครรภ์ว่าคืออะไร บางทีถ้าเราสามารถให้ในสิ่งที่เขาต้องการได้ เราก็สามารถช่วยเธอได้ประสบผลสำเร็จมากขึ้น"


 


 


 


"ฉันตามเธอไม่ทัน Edward" Carlisle เอ่ยออกมา


 


 


"ลองคิดดูสิ Carlisle ถ้าสิ่งนั้นเป็นแวมไพร์มากกว่ามนุษย์​ คุณจะเดาไม่ได้เชียวหรือว่า สิ่งนั้นต้องการอะไร Jacob รู้น่ะ"


 


 


ฉันเหรอ ฉันหวนกลับไปคิดถึงบทสนทนาที่คุยกับ Carlisle ฉันนึกออกในเวลาเดียวกับที่ Carlisle เข้าใจพอดี


 


 


"โอ้" เขาเอ่ยขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ "เธอคิดว่ามัน....กระหายเลือดเหรอ"


 


 


 


Rosalie นึกออกทันที เธอไม่สงสัยอีกต่อไป ตาของเธอเบิกกว้างไปด้วยความตื่นเต้น "แน่สิ" เธอพึมพำ "Carlisle เรามีเลือดกรุ๊ป โอ เนคกาทีฟไว้สำหรับ Bella ฉันว่ามันเป็นไอเดียที่ดีนะ" เธอเอ่ยเสริมขึ้นมาโดยที่ไม่ได้มองที่ฉัน


 


 


 


 


"อืม" Carlisle เอามือเท้าคาง กำลังครุ่นคิด "ฉันสงสัยว่า ...​แล้ว ทางไหนเป็นทางที่ดีที่สุดที่เราจะจัดการ...."


 


 


 


 


 


 


Rosalie ส่ายหัว "เราไม่มีเวลาที่จะมามัวคิดให้มันยุ่งยากอีกแล้วนะ ฉันคิดว่าเราน่าจะใช้วิธีเดิมๆดีกว่า"


 


 


 


 


 


"เดี๋ยวรอก่อน"​ฉันกระซิบ "หยุดก่อน นี่เธอกำลังพูดถึงเรื่องที่จะให้ Bella ดื่มเลือดงั้นเหรอ"


 


 


 


"มันเป็นความคิดนายนิ" Rosalie ตวาดใส่ฉันโดยไม่มองหน้าฉันด้วยซ้ำ


 


 


 


 


ฉันไม่สนใจเธอ และจับตามองที่ Carlisle ประกายแห่งความหวังที่อยู่บนหน้า Edward ตอนนี้ได้ไปอยู่ในตาของ Carlisle แล้ว เขาเวม้ปาก กำลังคาดคะเนอะไรอยู่


 


 


 


 


"มันจะดู..." ฉันไม่อาจหาคำพูดที่เหมาะสมได้ 


 


 


 


"เหมือนปีศาจ" Edward เสนอขึ้นมา "น่ารังเกียจ น่าขยะแขยงเหรอ"


 


 


 


 


"มากเลยล่ะ"


 


 


 


 


 


"แต่ถ้ามันช่วยเธอได้ล่ะ" เขากระซิบบอกฉัน


 


 


 


 


ฉันส่ายหัวอย่างโมโห "นายจะทำอะไรล่ะ ต่อท่อใส่ตรงคอเธอเหรอ"


 


 


 


 


 


 


"ฉันคิดว่าฉันควรจะถามเธอก่อนว่าเธอคิดอย่างไร ฉันแค่ต้องการจะเสนอไอเดียนี้กับ Carlisle ก่อนเท่านั้นเอง"


 


 


 


 


Rosalie พยักหน้า "ถ้านายบอกเธอว่ามันอาจจะช่วยเด็กทารกในครรภ์ได้ เธอก็จะยอมทำตามทุกอย่างเองแหล่ะ แม้ว่าเราจะต้องให้อาหารเธอและลูกทางท่อก็ตาม" 


 


 


 


 


ฉันเข้าใจเดี๋ยวนั้นเอง เมื่อฉันได้ยินเสียงของเธอเรียกสิ่งนั้นอย่างทะนุถนอม .. ทารกเหรอ ...​ ยัยผมบลอนท์นี่คงจะยอมทำทุกอย่างเพื่อจะช่วยไอ้สัตว์ประหลาดนั่น สิ่งที่น่าแปลกใจก็คืออะไรเป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างยัยนี่กับสัตว์ประหลาดนั่น เธอต้องการเด็กคนนี้เหรอ


 


 


 


 


 


Edward พยักหน้า​ โดยที่ไม่มองหน้าฉัน แต่ฉันรู้ดีว่าเขากำลังตอบคำถามของฉัน


 


 


 


 


 


 


เฮ้อ ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าผู้หญิงที่แสนจะเย็นชาอย่างเธอจะมีความรู้สึกของเพศแม่สูงขนาดนี้ มากพอที่จะปกป้อง Bella Rosalie คงยอมต่อท่อจากคอของ Bella ด้วยตัวเองเลยทีเดียว


 


 


 


 


 


Edward เม้มปากเป็นแนวเส้นตรง ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันพูดถูกต้องอีกแล้ว


 


 


 


 


 


"อ๋อ เราไม่มีเวลาที่จะมานั่งปรึกษาอะไรกันแบบนี้แล้วนะ" Rosalie เอ่ยขึ้นมาอย่างไร้ความอดทน "คุณคิดว่ายังไง Carlisle เราพอจะลองได้มั้ย"


 


 


 


 


 


Carlisle สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วเขาก็เอ่ยขึ้นว่า "เราจะไปถามความเห็น Bella กัน"


 


 


 


 


 


ยัยผมบลอนท์นั่นยิ้มอย่างสมหวัง มั่นใจว่า Bella จะต้องเห็นด้วยกับเธออย่างแน่นอน


 


 


 


 


 


ฉันพยายามลากตัวเองขึ้นบันได เดินตามพวกนั้นไป แค่คิดถึงว่าสถานที่นี้กำลังจะเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดและเลือด ฉันก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังอยู่ในหนังสยองขวัญแล้ว


 


 


 


 


 


Bella นอนราบลงบนเตียงโรงพยาบาลนั่น เธอดูเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง ไร้สีสันใดๆจากผิวและสีหน้าของเธอ คุณอาจจะคิดว่าเธอตายแล้วถ้าไม่เห็นว่าหน้าอกของเธอขยับเล็กน้อย ลมหายใจที่แสนจะแผ่วเบานั่น แล้วสายตาของเธอก็มองเราด้วยความตื่นตระหนก


 


 


 


 


 


คนอื่นๆ อยู่ข้างกายเธอเรียบร้อย มันน่าสยดสยองที่จะเฝ้ามองสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้


 


 


 


 


 


 


"เกิดอะไรขึ้นเหรอ" Bella ถาม มือของเธอลูบที่ท้องเบาๆ ราวกับว่าต้องการจะปกป้องครรภ์นั่น


 


 


 


 


 


"Jacob มีความคิดบางอย่างที่น่าจะช่วยเธอได้น่ะ" Carlisle เอ่ยออกมา ฉันหวังว่าเขาจะไม่ให้ฉันมายุ่งกับเรื่องนี้เสียอีก แต่ฉันก็ไม่พูดอะไร น่าจะให้เครดิตแก่ไอ้ผีดูดเลือดสามีของเธอซะมากกว่า "มันอาจจะดูไม่น่าฟังเท่าไร แต่..."


 


 


 


 


 


"แต่มันจะช่วยทารกน่ะ" Rosalie เอ่ยขัดจังหวะออกมา "เราคิดว่า น่าจะเป็นการดีกว่าที่เราจะให้อาหารเขา"


 


 


 


Bella กระพริบตาช้าๆ แล้วเธอก็ไอออกมาเล็กน้อย "ไม่น่ายินดีงั้นเหรอ" เธอกระซิบ "นี่มันเรื่องดีนี่นา" เธอไออีกครั้ง


 


 


 


 


ยัยผมบลอนท์ทำเป็นหัวเราะไปกับเธอ


 


 


 


 


ถึงแม้ว่าเธอจะมีชีวิตเหลืออีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ถึงแม้เธอจะกำลังทุกข์ทรมาน แต่เธอก็ยังมีอารมณ์ขัน นี่แหล่ะ Bella


 


 


 


 


เธอพยายามที่จะลดความตึงเครียดลง เพื่อทำให้ทุกคนรู้สึกดีขึ้น


 


 


 


Edward ก้าวไปยืนข้างๆ Rosalie ไม่มีร่องรอยให้ความขบขันใดๆ ฉันรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย ที่เขาต้องเจ็บปวดมากมายกว่าฉันยิ่งนั้น เขาจับมือเธอขึ้นมา


 


 


"Bella ที่รัก เรากำลังจะขอร้องให้เธอทำสิ่งที่อาจจะดูประหลาดและน่ากลัวมากๆ" เขาเอ่ย "น่าขยะแขยงน่ะ"


 


 


อ๋อ อย่างน้อยเขาก็บอกเธอตรงๆ


 


 


 


 


 


 เธอหายใจเข้าไปช้าๆ "แย่ขนาดไหนเหรอ"


 


 


 


 


 


 


Carlisle ตอบแทน "เราคิดว่าทารกในครรภ์อาจจะต้องการอาหารที่ใกล้เคียงกับพวกเรามากกว่าเธอน่ะ เราคิดว่ามันกำลังกระหายเลือด"


 


 


 


 


เธอกระพริบตา "โอ้ โอ้"


 


 


 


 


 


 


"สภาพของเธอ ....​ทั้งคู่น่ะ .....​ย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว เราไม่มีเวลาอีกแล้ว ทางที่เร็วที่สุดที่จะทดสอบทฤษฏีนี้ได้......"


 


 


 


 


 


 


"ก็คือฉันต้องดื่มมันใช่มั้ย"​ เธอกระซิบ "ฉันทำได้นะ ฝึกซ้อมเพื่ออนาคตไง ใช่มั้ยล่ะ" เธอยิ้มบางๆให้ Edward แต่เขาก็ไม่ได้ยิ้มตอบ


 


 


 


Rosalie เคาะเท้าตัวเองอย่างอดใจไม่ไหว เสียงของมันน่ารำคาญอย่างมาก ฉันสงสัยว่าเธอจะทำยังไงเมื่อฉันผลักเธอไปติดกำแพง


 


 


 


 


 


"แล้ว ใครจะเป็นคนจับหมีให้ฉันล่ะ" Bella กระซิบ


 


 


 


 


 


Carlisle กับ Edward หันมาสบตากันชั่วครู่  Rosalie หยุดเคาะเท้า


 


 


 


"อะไรเหรอ" Bella ถาม


 


 


 


"มันจะได้ผลมากกว่าถ้าเราลองอะไรที่มันได้มาตรงๆน่ะ Bella" Carlisle เอ่ย


 


 


 


 


 


"ถ้าทารกในครรภ์นั่นต้องการเลือด" Edward ชี้แจง "เขาก็ไม่อยากดื่มเลือดสัตว์หรอกนะ" 


 


 


 


 


 


"มันไม่แตกต่างกันสักเท่าไรหรอก Bella อย่าไปคิดถึงมันเลย" Rosalie ปลอบใจเธอ


 


 


 


ตาของ Bella เบิกกว้างขึ้น "ใครล่ะ"​ เธอหายใจ แล้วเธอก็หันมามองที่ฉัน


 


 


 


 


"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นผู้บริจาคนะ Bells" ฉันบ่นออกมา "แล้วอีกอย่าง มันอยากได้เลือดมนุษย์ต่างหาก ฉันคิดว่าของฉันใช้ไม่ได้หรอกนะ"


 


 


 


"เรามีเลือดอยู่ในมือพอสมควรน่ะ" Rosalie บอกเธอ คุยกับเธอราวกับว่าฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้น "ก็สำหรับเธอน่ะ เผื่อไว้ ไม่ต้องกังวลไปหรอก ทุกอย่างจะต้องโอเค ฉันรู้สึกว่ามันจะเป็นเรื่องดี Bella ฉันคิดว่าร่างกายของเด็กคนนี้จะแข็งแรงขึ้นมาก"


 


 


 


มือของ Bella ลูบไปที่ท้องเธอเบาๆ


 


 


 


 


 


 


"อ๋อ" เธอเอ่ยเสียงเบา จนแทบไม่ได้ยิน "ฉันหิว เขาก็เลยหิวด้วย" เธอพยายามทำให้มันเป็นเรื่องตลกอีกครั้ง "ก็เอาเลยดีกว่า ลุยเลย สิ่งแรกที่ฉันต้องทำอยู่ดีเมื่อเป็นแวมไพร์"


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 





 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2552   
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2552 0:32:34 น.   
Counter : 403 Pageviews.  


Breaking Dawn (Twilight Saga IV) - Chapter 12.3


Blog นี้มีไว้เพื่อผู้ที่ชื่นชอบในนิยายเรื่องนี้เท่านั้น มิได้มีจุดประสงค์เพื่อการค้าแต่อย่างใด



“ทารกในครรภ์เข้ากับร่างกายของเธอไม่ได้ มันแข็งแรงเกินไป แต่เธอก็สามารถทนมันไปได้อีกสักพักล่ะ ปัญหาใหญ่กว่านั้นคือ มันไม่ยอมให้เธอได้รับสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเธอ ร่างกายเธอปฏิเสธสารอาหารทุกอย่าง ฉันพยายามที่จะให้อาหารเธอทางสายยาง แต่เธอก็ไม่ดูดซับมัน ทุกอย่างที่เกี่ยวกับอาการของเธอล้วนถูกเร่งปฏิกิริยามากขึ้น ฉันเฝ้าดูเธอ ไม่ใช่แค่เธอ แต่ทารกนั่นด้วย ที่กำลังจะอดตาย ฉันไม่สามารถหยุดมันได้ และไม่รู้จะทำให้มันชะลอลงยังไง ฉันแค่ไม่รู้ว่าทารกนั่นต้องการอะไรกันแน่” เสียงของเขาแตกพร่าตอนท้าย





ฉันรู้สึกเหมือนเดิมกับที่ฉันรู้สึกเมื่อวาน เมื่อฉันเห็นรอยดำคล้ำที่ท้องของเธอ ฉันรู้สึกโมโห และเริ่มเป็นบ้านิดหน่อย





ฉันกุมมือตัวเองไว้แน่น เพื่อไม่ให้มันสั่น ฉันเกลียดสิ่งนั้นที่มันกำลังทำร้ายเธอ ไม่สิ มันกำลังจะกินเธอมากกว่า มันแค่ต้องการหาอะไรบางอย่างที่จะฝังเขี้ยวของตัวเองลงไปได้ แล้วก็ดูดเลือดจนแห้ง ไอ้สิ่งนั้นมันกำลังพรากชีวิตของ Bella ไปทีละน้อย




ฉันสามารถบอกพวกเขาได้เลยว่ามันต้องการอะไร ความตายกับเลือดไง





ฉันรู้สึกเดือดพล่านไปหมด ฉันพยายามทำใจให้เย็นลง หายใจเข้าและออกอย่างสม่ำเสมอ






“ฉันพอจะรู้แล้วว่าทารกที่อยู่ในครรภ์ของเธอต้องการอะไร” Carlisle พึมพำ “ทารกในครรภ์ถูกปกป้องอย่างดี ฉันไม่สามารถฉายแสงอุลตร้าซาวด์เพื่อจะมองเห็นมันด้วยซ้ำ ฉันสงสัยว่ามีวิธีที่จะเอาเข็มสอดเข้าไปในรกได้มั้ย แต่ Rosalie ไม่ยอมให้ฉันลองมันหรอก ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม”






“เข็มเหรอ เพื่ออะไรกันล่ะ”






“ยิ่งฉันรู้เรื่องทารกในครรภ์มากเท่าไร ฉันก็ยิ่งสามารถคาดการณ์ว่ามันทำอะไรได้บ้าง ได้ดีขึ้นมากเท่านั้น ฉันแค่อย่างได้ตัวอย่างของเหลวจากรกเท่านั้น ฉันจะได้นับจำนวนโครโมโซมได้...”





“เดี๋ยวก่อน คุณหมอ คุณช่วยอธิบายเป็นภาษามนุษย์ให้ผมฟังได้มั้ย”





เขาหัวเราะออกมา แต่เสียงนั้นก็ดูอ่อนล้าเต็มที  “โอเค เธอรู้เกี่ยวกับชีววิทยามากขนาดไหน เธอรู้จักคู่โครโมโซมมั้ย”






“ฉันคิดว่าฉันพอรู้นะ เรามี 23 คู่ใช่มั้ย”






“ใช่แล้ว มนุษย์มีเท่านั้น”






ฉันกระพริบตา “คุณมีเท่าไรกันน่ะ”





“ยี่สิบห้า”





“นั่นมันหมายความว่าอย่างไร”






“ฉันคิดว่ามันหมายความว่า เผ่าพันธุ์ของเรานั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงน่ะสิ สัมพันธ์กันน้อยกว่าสิงโตกับแมวเสียอีก แต่สิ่งมีชีวิตสิ่งใหม่นี้ มันกำลังจะบอกเราว่า เรามีความเกี่ยวข้องกันทางยีนส์มากกว่าที่ฉันคิด” เขาถอนหายใจอย่างเศร้าโศก “ฉันไม่รู้ว่าจะเตือนพวกเขายังไงดี”





ฉันถอนหายใจด้วยเช่นกัน ฉันยังคงเกลียด Edward แต่ว่ามันยากที่จะรู้สึกกับ Carlisle แบบนั้นเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะว่าฉันไม่ได้รู้สึกอิจฉา Carlisle เลย





“มันอาจจะช่วยเราได้มาก ถ้าเรารู้ว่า ทารกในครรภ์มีความใกล้เคียงกับเรามากกว่าหรือเธอมากกว่า จะได้รู้ว่าเราคาดหวังว่าจะเจอกับอะไรเมื่อเธอคลอดออกมา” แล้วเขาก็ส่ายหัว “และอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ได้ ฉันคาดว่า ฉันพึ่งจะหวังว่าจะมีอะไรให้ฉันได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น อะไรก็ได้”





“สงสัยว่าโครโมโซมของฉันจะเป็นยังไง”





“นายมี 24 คู่ Jacob”





ฉันหมุนตัวกลับไป และจ้องมองเขา




เขาดูเขินๆ “ฉันก็แค่อยากรู้ ฉันเลยลองเก็บตัวอย่างของเธอเมื่อตอนที่ฉันทำการรักษาเมื่อเดือนมิถุนาที่ผ่านมาน่ะ”





ฉันครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง “ฉันไม่ถือหรอก ฉันไม่แคร์น่ะ”





“ฉันขอโทษ ฉันน่าจะถามก่อนนะ”






“ไม่เป็นไรหรอก หมอ คุณไม่ได้ต้องการจะทำร้ายอะไรฉันนี่นา”






“ไม่ ฉันสาบานได้เลยว่า ฉันไม่ได้ต้องการจะทำร้ายเธอ ฉันแค่....คิดว่าเผ่าพันธุ์ของเธอมันน่าสนใจมาก ฉันคิดว่าองค์ประกอบทางร่างกายของแวมไพร์เป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรแปลกใหม่สำหรับฉันเลยมานานนับทศวรรษ การกลายร่างจากมนุษย์ไปเป็นมนุษย์หมาป่าน่าสนใจกว่าเยอะ มันน่าอัศจรรย์ใจน่ะ”






“อะฮู้ว” ฉันทำเป็นหอน





Carlisle หัวเราะออกมา





แล้วพวกเราก็ได้ยินเสียง Edward จากในบ้าน และเราก็หยุดฟัง






“ฉันจะรีบกลับมา Bella ฉันอยากไปคุยกับ Carlisle สักแป๊ปหนึ่ง เอ่อ อันที่จริงแล้ว Rosalie เธอจะช่วยไปกับฉันได้มั้ย” เสียงของ Edward ดูแปลกออกไป เหมือนกับว่าเจือปนด้วยอะไรบางอย่างที่น่าตื่นเต้น ไม่ใช่ความหวัง แต่อาจจะเป็นความปรารถนาที่จะมีหวังอีกครั้ง




“อะไรเหรอ Edward” Bella ถามอย่างเหนื่อยอ่อน




“ไม่มีอะไรที่เธอต้องเป็นกังวลหรอกที่รัก แค่แป๊ปเดี๋ยวนะ ได้โปรดเถอะ Rose”





“Esme” Rosalie เรียก “คุณช่วยมาดู Bella ให้ฉันหน่อยได้มั้ย”




ฉันได้ยินเสียงกระซิบที่ราวกับสายลมของ Esme จากด้านล่าง




“ได้สิ” เธอเอ่ยออกมา



268










 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2552   
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2552 13:51:37 น.   
Counter : 482 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  

Valentine's Month


 
BaTT~TaBB
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add BaTT~TaBB's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com