LIE TO ME !!!


ไล ทู มี Thanks Image : TVSA



Lie to me เป็นซีรี่ย์ฝรั่ง เป็นเรื่องที่ชอบอีกเรื่องนึง ประมาณว่าเกี่ยวกับการจับโกหกมนุษย์ด้วยลักษณะท่าทางต่างๆ ของอิตาในรูปน่ะ เค้าเป็นเซียนจับโกหก ก็สนุกดีนะ ดูมีเหตุมีผลดีเหมือนกัน ดูแล้วก็นึกย้อนมาคิดถึงตัวเราเอง เป็นคนชอบจับผิดเหมือนกัน แต่บางทีก็เหมือนคนคิดมากมากกว่า เหอะๆๆ 


ที่คิดถึงซีรี่ย์เรื่องนี้ เพราะวันนี้คุณแฟนได้โกหกเราแบบไม่เนียน ทำให้เรารู้ว่าโกหก จริงๆ แล้วเบื่อมากที่ต้องถูกโกหก อยู่กันมารู้ไส้รู้พุงกันหมด แต่ก็ยังด้านหน้าโกหกเรามาได้ ทั้งๆ ที่ก็เคยถูกจับโกหกได้บ่อยๆ ไม่รู้สาวๆ ท่านอื่นเป็นเหมือนเราไม๊ การจับโกหกคุณแฟนได้นี่ มันไม่ใช่ว่าเราตั้งหน้าตั้งตาจับผิดนะ แต่มันเหมือนเป็นพรสวรรค์ที่ให้มาให้เรามีความรู้สึกไวในเรื่องของการพูดไม่จริง กับคนบางคนเท่านั้นแหละ กับเพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ ทั่วๆ ไปนี่เราก็ไม่ได้ไปรู้สึกรู้สาอะไร อาจเป็นเพราะว่ามันคือความคุ้นเคยมั้งนะกับแฟนเรา พอมีอะไรที่มันแปลกๆ ไป แล้วเราถามครั้งแรกถ้าโกหกแล้วเราจับไม่ได้ ก็ยากหน่อยที่เราจะรู้ แต่ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งเราเริ่มจับโกหกได้ ครั้งต่อๆ ไปที่จะโกหกเราได้มันก็ยากแล้วล่ะ


เรื่องของวันนี้ก็คือ เมื่อคืนเดินๆ อยู่แล้วเหลือบเห็นกระเป๋าตังค์คุณแฟน ก็แค่นึกอยากเปิดดูนานๆทีน่ะนะ ก็เลยหยิบมาพลิกไปพลิกมา ก็ปรากฎว่าเห็นเงินที่มันดูจะมีมากกว่าปกติที่กระเป๋าใบนี้พึงจะมี ^^ ปกติึุจะจ่ายตังค์ค่าไปทำงานวันต่อวัน ไม่ค่อยให้เป็นก้อนเพราะมันไม่ปลอดภัยอย่างแรง Smiley  แต่เมื่อคืนในใจก็คิดว่า ไม่เป็นไร กะว่าคงเอาไว้ใช้หลายวันมั้งเลยแอบเก็บไว้ซะเกินพิกัดเลย ปกติเราจะวางเงินไว้บนโต๊ะทำงาน บางวันไม่ได้เก็บใส่กระเป๋าตังค์ วางๆ แล้วเอาไรทับไว้ไม่ให้ปลิว


พอเช้ามาเมื่อคืนเราก็ไม่ได้นอนน่ะเลยเหมือนว่าตื่นเช้า Smiley ก็นั่งทำงานอยู่ยันเช้า พอได้เวลาคุณแฟนจะไปทำงานแหละ เราก็เลยว่าจะลงไปด้วย ไปซื้อกาแฟซักแก้ว ก็แต่ตัวเตรียมออกไปล่ะ ก็เห็นคุณแฟนเดินมาที่เดิมที่ประจำที่ต้องเดินมาในทุกๆ เช้า พอดีเมื่อวานไปซื้อของมาแล้วยังไม่ได้เก็บตังค์เข้ากระเป๋าเลยเอาวางไว้เหมือนเดิม ก็เห็นเค้าหยิบเอาแบงค์จากโต๊ะเรา เราก็เดินๆ มาแล้วแกล้งๆ ถามว่า
เรา - "เงินไม่เหลือเหรอ มะวาน"
คุณแฟน - ทำหน้านิ่งๆ หลบตาต่ำ ตอบเสียงงืมงำ "ไม่เหลือเลย"
เรา - "อ่าว แล้วในกระเป๋าเห็นมีตั้งหลายใบ"
คุณแฟน - ทำหน้าเหมือนถูกจับได้(ถึงรู้ว่าโกหก) "มีที่ไหน ไม่มีหรอก" แกล้งเปิดกระเป๋าตังค์ตัวเองให้ดู
เรา - "ก็เห็นอยู่ว่ามี"
คุณแฟน - เปิดไปจังหวะเจอพอดี "อ๋อ อันนี้เหรอ ของพี่ที่ออฟฟิตน่ะ เค้าฝากไว้"
เรา - "ฝากไว้ค่าอะไร ??"
คุณแฟน - "ค่าข้าวน่ะ เค้าฝากซื้อข้าวทุกวัน เค้าเลยเอามาฝากไว้หลายบาท พอหมดก็จะบอกแกว่าเงินนแกหมดแล้วนะ"
เรา -เงียบ แป๊บนึง แล้วพูดแซวไปอีกว่า "เม้มป่าว"
คุณแฟน - "เม้มอะไร ไม่มีหรก ได้เงินไปวันละร้อยก็แทบไม่พอ" เผลอพูดออกมาอ่ะนะ
เรา - "ร้อยที่ไหน ให้หยิบเองก็ร้อยกว่าทุกวันน่ะ เม้มแน่ๆ เลยเนี่ย ไม่พอเลยเม้มเหรอ ทำไมไม่บอกดีๆ ล่ะ"
คุณแฟน - เงียบ แล้วก็ชวนเราคุยเรื่องอื่น
เรา - พอเดินไปได้ซักพักแหละก็หยั่งเชิงกันอีกรอบ "ตกลง เม้มใช่มะเนี่ย"
แล้วอากัปกิริยา ช่วงนี้แหละที่มันส่งเสริมบุคลิกการโกหกของเค้าให้เรามั่นใจ


เห้อ..เราอ่ะเบื้อ...เบื่อ... ไม่ชอบเลยที่ต้องมาคอยรับรู้การโกหกของคนใกล้ตัว ก็ไม่รู้เม้มไปทำไมหรอกนะ เพราะปกติเวลามีเรื่องต้องใช้เงิน เช่นผ้าป่าทำบุญที่ออฟฟิตไรงี้ก็จะบอก แต่นี่โกหกไปซะอย่างนั้น เรื่องที่เจ้านายเค้าจะฝากเงินไว้ซื้อข้าวทีละหลายบาทมันเป็นไปไม่ได้ เพราะคุยโทรศัพท์กลางวันกันทุกวัน ก็รู้ก็ได้ยินได้ฟัง ใครฝากซื้อข้าวบ้าง อะไรยังไง ถึงได้มั่นใจว่าโกหกเราอีกแล้ว


แล้วแฟนเรานะเป็นคนที่จับไม่ได้คาหนังคาเขา มันไม่มีทางยอมรับหรอก ต้องไล่ต้อนจนจนมุมนั่นแหละถึงจะยอมรับ มีครั้งนึงตอนนั้นเล่นเกมออนไลน์ เป็นเกมกระดาน แต่ทำเล่นออนไลน์ที่เว็บนึง เวบนี้เราก็เล่น แฟนก็เล่น ตอนอยู่บ้านก็เล่นปกติดีไม่มีอะไร พอไปที่ทำงานตอนนั้นที่ทำงานไม่ได้เข้มงวดอะไร คิดว่าเราไม่รู้ว่าไอดีที่ลอยหน้าลอยตาป้อคนนั้นคนนี้อยู่ไม่ใช่เค้า วันนึงเราก็เอาไอดีเพื่อนไปเล่น แล้วก็สวมรอยเป็นสาวใสซื่อ แล้วก็ติดกับล่ะ ทำเป็นจะมาสอนเราเล่น อย่างนั้นอย่างนี้ เราก็ถามๆ เหมือนๆคนอื่นนๆเค้าคุยกันน่ะนะ ว่าอยู่ไหน ทำงานอะไร ขยันจังเลย มาถึงแถวๆ นี้แหละออกลายซะแระ ว่าตัวเองทำงานหนักเพราะจะต้องผ่อนบ้าน แต่ก็ยังไม่มีใครเลย แฟนก็ไม่มี อย่างโน้นอย่างนั้น


เรานี่ลมออกหูเลย ปริ้นท์สกรีน หน้าจอไว้เป็นหลักฐาน กลับมาได้ฮาเฮกัน เห็นบอกว่าไม่มีแฟนรึ โสดรึ !!!@@*%$$$... เกลียดคนที่โกหก และเจ้าชู้ สอพลอ ตอแหล อย่างนี้มากเลย แต่เมื่อก่อนความโมโห มันยังไม่มากมายเท่าทุกวันนี้ ทุกวันนี้ถ้าโกหกแล้วจับได้ นี่ก็ทะเลาะกันแรงเลยทีเดียว


นอกจากป้อสาวในเกมแล้ว จากเรื่องเก่าครั้งกระโน้น อันนี้สืบจากโทรศัพท์ (ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์มากๆ) เคยให้เอาเครื่องเราไปใช้อยู่ช่วงนึง แล้วบังเอิญช่วงนั้นมีเรื่อง ญๆ พอเอาให้ไปกลับมา เราก็เห็นว่าในโทรศัพท์มีคนโทรเข้ามา ซึ่งเป็นเบอร์ ญ คนนึง เช้ามาก่อนไปทำงานเราก็ถามว่า คนนั้นโทรมาเหรอ คำตอบที่ได้คือ เปล่าไม่ได้โทรมาหรอก (ก่อนโทรศัพท์จะมาถึงบ้าน เค้าได้ลบเบอร์โทรเข้าออกไป ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีเก็บไว้อีกที่ตะหาก ลบไปแล้วแต่เราก็เห็นได้จากตรงนี้แหละ) แต่ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้โทร คนอย่างนี้เหรอจะให้ใครเชื่อใจ


อีกอันเทคโนโลยีอีกแล้ว บังเอิญไปส่งเรื่องยกเลิกบริการของเบอร์เค้า โดยใช่้อีเมล์เค้าติดต่อแล้วไปเจอ อีเมล์ส่งออกฉบับนึงที่อีเมล์นั้นไม่คุ้นเคยในสายตาเรา ก็เลยถามไปว่าอีเมล์ใคร เค้าก็บอกว่าของเค้าเอง เอาไว้ติดต่อเรื่องงานที่ออฟฟิต ก็ถามว่า จริงหรือเปล่า เค้าก็คงรู้ว่าเริ่มสงสัย ก็บอกว่า จริงๆ เราก็เลยท้าชน ให้เอารหัสมาให้เรา จะหาว่าละลาบละล้วงก็คงได้ เพราะคำพูดคนบางคนเชื่อไม่เคยได้


สุดท้ายก็ให้รหัสเรามา เราก็เข้าไป รอบนี้ไม่แค่ลมออกหู แต่ความโมโหมันมาพร้อมความโกรธ และเกลียดอย่างรุนแรง เพราะในนั้น มีอีเมล์ส่งออกร้อยกว่าฉบับ แต่อีเมล์เรื่องงานมีอยู่ ห้า-หกฉบับ ที่เหลือเป็นอีเมล์ฟอร์เวิร์ด น่ารักๆ แนวๆที่เขาชอบส่งกัน ในอีเมล์นั้นมีคนที่ลาออกจากงานที่นั่นไปแล้ว (ญ สาว) มีเมล์ของผู้หญิงคนนึงที่เคยรับปากกับเราไว้ว่าจะไม่ติดต่อเขาอีก (แต่มาอยู่ในอีเมล์นี้ซะงั้น) นอกจาก ญ คนนี้ยังไม่พอ พ่วงเพื่อนของ ญ คนนี้มาด้วย (ไปรู้จักเขาแต่เมื่อไหร่กัน) ยังไม่พอมีอีเมล์ของน้องสาวของเพื่อนที่ทำงานด้วย (ไปคุ้นเคยเขาแต่เมื่อไหร่) ส่งอีเมลืหาเรา 1 บรรทัดไม่เคยถึงครึ่งนึงของบรรทัดนั้น ส่งหาคนอื่นเขียนได้เป็น20-30 บรรทัด


เราก็ไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้ทำเพื่ออะไร ทำเพราะอะไร ครั้งนั้นทะเลาะักันรุนแรงที่สุด บางคนอาจมองว่าเรื่องไม่เป็นเรื่อง มันดูเล็กน้อยมาก หากคนคนนั้นไม่ใช่คนที่ชอบโกหก แล้วยังเป็นคนที่ไม่เคยยอมรับผิด เดาว่าก็คงไม่เคยรู้สึกสำนึกผิดด้วย


ที่ผ่านมา 4 ปี ไม่เคยมีวันไหนที่จะเชื่อถือกันได้อย่างสนิทใจ แล้วเราผิดเหรอที่เชื่อไม่ลง ??


เราก็แค่คนโง่ๆ คนนึงที่มีความมั่นคงก็แค่นั้น แต่มันกินไม่ได้นะไอ้ความมั่นคงที่ว่า แต่ใครล่ะที่บอกว่า ความรักมันคือการให้ เราว่าเราให้มากเกินไปแล้วหรือเปล่ากับวันนี้ที่อยู่กับคำโกหก มากกว่าความสุขเหมือนคนอื่นๆ ที่เขารักกัน


บางวันก็คิดว่าจะเป็นไปได้ไม๊ที่คนคนนึงจะเปลี่ยนตัวเอง ให้ซื่อสัตย์กับใครได้สักคน ?? แอบหวังว่าคงเป็นไปได้กับคนคนนี้ รอ........ให้อภัย...........รอดูมา 4 ปี ให้อภัยเรื่อยมา ทั้งเรื่องผู้หญิง หรือการโกหก หรือการเฉื่อยชา ให้โอกาสแล้วนะ......







Create Date : 16 กันยายน 2553
Last Update : 16 กันยายน 2553 10:38:41 น. 3 comments
Counter : 367 Pageviews.

 
ถ้าสิ่งหนึ่งที่ให้อภัยกันไม่ได้ ก็ควราทำใจและยอมรับมันค่ะ

เครียดไปก็เท่านั้น ทำลายสุขภาพจิตป่าว ๆ


โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:11:23:25 น.  

 
ใจเย็นๆนะจ๊ะกระติ๊บ

นู๋แอนเชื่อว่าเค้าต้องมีข้อดี ไม่ังั้นกระติ๊บไม่อยู่กับเค้ามาได้ถึง สี่ปีหรอกใช่มั๊ย

เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ ชีวิตคู่ก็เงี๊ยไม่มีใครได้อะไรสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ คู่นู๋แอนก็เป็น อยู่ที่ว่าเราทั้งสองพร้อมที่จะปรับตัวเข้าหากันรึเปล่า หันหน้าคุยกันดีดี อาจจะมีทางออกนะคะ

โชคดีจ๊ะเพื่อน


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:15:15:00 น.  

 
สวัสดีค่ะกระติ๊บ

เป็นไงบ้างเอ่ย ร่มรึยังจ๊ะ เป็นห่วงน๊า

พรุ่งนี้ขอให้มีความสุขกับทุกสิ่งรอบๆตัวนะคะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:0:30:01 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
16 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.