โกรธโง่ๆ โมโหบ้าๆ

เดือนนี้ทั้งเดือนต้องทนทุกข์ทรมาณอยู่กับโรคภัยไข้เจ็บตลอดมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ไปหาหมอมาแล้วก็ได้แต่ดีขึ้นมาบ้างเท่านั้น แต่ความทรมาณร่างกายก็ยังผลุบๆโผล่ๆ มาให้รำคานในใจอยู่เรื่อยๆ ตั้งแต่เปิดปีใหม่มา ไปทำงานวันแรกแล้วก็หยุดออกนอกบ้าน ทำงานที่บ้านไป 2 อาทิตย์ กว่าจะได้ออกนอกบ้านไปอีกครั้ง ด้วยเพราะเกรงใจเจ้านายอยู่เหมือนกัน ถึงจะอยู่บ้านแต่ก็ทำงานก็เถอะ แต่สิ่งที่ได้พูดคุยกันไว้ในข้อตกลงเงื่อนไขในการทำงานของปีนี้ ก็ไม่อยากให้มันดูไร้ซึ่งความหมายที่ได้พูดตกลงกันไป

ในเมื่อบอสอยากให้เราเข้าไปนั่งทำงานที่ออฟฟิตบ้างในแต่ละสัปดาห์ จะด้วยเหตุผลประการใดๆ ก็แล้วแต่ข้อตกลงที่พูดกันไว้มันก็อยู่ในสิ่งที่ยังพอรับได้ และเราเองทำงานที่บ้านคนเดียวบางครั้งมันก็เงียบและเหงาเกินไป การได้ออกไปทำงานที่ออฟฟิตบ้างก็ดีเหมือนกัน เพราะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในแต่ละวัน มันช่วยเสริมสร้างก่อเกิดไอเดีย และความรู้สึกที่ไม่แตกต่างจากคนอื่นๆ ให้มันมากนัก อีกทั้งแต่ละวันที่ไปเจ้านายก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

จะแย่บ้างก็ตรงที่ จากร่างกายที่ไม่แข็งแรงดีด้วยโรคภัยไข้เจ็บมันทำให้กลางคืนกว่าจะหลับได้ลงมันช่างยากเย็น บางครั้งก็ต้องทรมาณกับการไอเนื่องจากความรู้สึกระคายเคืองในลำคอ จนตอนเช้าบางครั้งก็เพลียอย่างมากมาย แล้วต้องออกไปที่ออฟฟิตโดยนั่งรถ 4 ต่อ ข้ามสะพานลอยกับทางม้าลายอย่างละหนึ่ง กว่าจะถึงออฟฟิต ทำให้พออาการดีขึ้นมา ในตอนเช้าก็จำเป็นต้องไปทำงานด้วยแท๊กซี่ เพราะมันจำช่วยทำให้ภายในวันนั้นเราจะสามารถนั่งทำงานไปได้ตลอดรอดฝั่ง แต่ตอนเย็นก็นั่งรถเมล์ปกติ แต่ก็อย่างว่า ต้องนั่งรถ 4 ต่อ ข้ามสะพานลอยสองครั้ง มันก็ทำให้เหนื่อยหอบอีก

ซึ่งถ้าเป็นต่อไปอีกอย่างนี้ก็พอจะคาดเดาอนาคตได้ไม่ยากเลย ทำให้อดจะโกรธตัวเองไม่ได้ ที่ร่างกายมันช่างอ่อนแออะไรเช่นนี้ ที่ผ่านมาเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าโรงพยาบาลเลย นอกจากอุบัติเหตุ ไม่ค่อยได้เข้าเพราะอาการเจ็บป่วยอย่างนี้ แต่ทุกวันนี้ต้องไปหาหมออยู่เรื่อย พยายามคิดหาเหตุที่ก่อให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจจนจะเป็นบ้าเป็นหลังอยู่อย่างนี้ เพื่อที่หากว่าเหตุผลนั้นปัจจุบันมันยังเกี่ยวเนื่องอยู่อาจจะทำอะไรได้บ้าง อย่างเช่น สภาพแวดล้อมหรือการใช้ชีวิต หรือหากเป็นเพราะสิ่งที่เคยเป็นเคยทำในอดีตเพิ่งจะสำแดงอาการออกมา ก็จะได้วิเคราะห์และหาทางปฏิบัติตนได้ถูกอีกต่อไป

เดิมทีสมัยเรียนหนังสืออยู่ต่างจังหวัดครั้งที่ยังละอ่อนอยู่ ก็เป็นคนที่ทำนู่นทำนี่อยู่ตลอด เล่นกีฬา ทำงานช่วงวันหยุดที่ไม่มีเรียน พอเข้ามาเรียนต่อใน กทม ก็ทำงานอยู่เรื่อยๆ กับงานที่ต้องใช้แรงงานบ้าง สมองบ้าง จนเรียนจบออกมา ทำงานได้ไม่นานก็มาเจ็บออดๆ แอดๆ อย่างนี้ มันเพราะอะไรกันแน่ ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธและโมโหตัวเอง เดี๋ยวนี้กระทั่งกระเป๋าโน๊ตบุ๊คใบเดียว หิ้วแป๊บๆ ก็เหนื่อย ก็หายใจขัดๆ เคืองๆ

ที่มันร้ายจนทำให้เราแทบคลั่งเสียให้ได้ก็คือตอนจะนอนในแต่ละคืน ทำไมมันช่างยากเย็น แค่เพียงจะล้มตัวนอน ทางเดินหายใจ หรือทางเดินอาหารก็แล้วแต่ ที่มันทำให้อาการที่คอรู้สึกระคายเคืองจนทนไม่ได้ต้องไอออกมา แล้วก็นอนไม่ได้อีก ทั้งๆ ที่ยาก็ทานจนหมดไปแล้ว ทั้งยาแก้ไอและยาแก้แพ้อากาศ แต่เหมือนว่าในลำคอมันจะอักเสบอยู่อย่างนั้นตลอด น้ำอุ่น หรือน้ำมะนาว ก็กรอกไปไม่ใช่น้อย แต่ก็ยังทรมาณกับการระคายเคืองจนกลั้นไอในตอนกลางคืนไม่ได้อยู่อีก อกวิตกกังวลกับอาการที่มันเรื้อรังไม่ได้ หาหมอแต่ละครั้งก็ไม่ได้ว่าอะไรร้ายแรง เพียงแต่เพราะอาการป่วยที่เป็นก็เท่านั้น อยากเข้าใจว่าเราคิดไปเองเหมือนกัน

บางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะไปโทษเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาในช่วง 5 ปีนี้ กับคนที่มีชีวิตอยู่ด้วยหยาดเหงื่อมากกว่าหยดน้ำตา ก็กลายเป็น 5 ปีมานี้อยู่กับน้ำตามากกว่าสิ่งใด ทุกครั้งที่้เสียใจก็ร้องไห้ออกมา แต่เป็นคนที่หากร้องไห้อันเนื่องมากจากเสียใจแล้วล่ะก็ เป็นคนที่ร้องไห้ยาวนานมาก ก็อาจจะเหมือนคนหลายๆ คน ที่เวลาเสียใจมากๆ จนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว แสดงว่ามันก็คงจะเป็นอะไรที่ทรมาณหัวจิตหัวใจ เหลืออดเหลือทนมาก จนต้องร้องไห้ออกมาให้มันสาสมกับความรู้สึก บางคนก็พูดว่า หากเสียใจจนกลั้นน้ำตาไม่ได้ก็ร้องไห้เถอะ เพราะมันจะช่วยให้ดีขึ้นมาได้ แต่กับเราบางครั้งก็ช่วยไม่ได้ ยิ่งร้อง ก็ยิ่งร้อง เพราะเสียใจ และสมเพชตัวเอง

และก็มีคนอยู่เพียงคนเดียวที่ก่อให้เกิดความเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เหตุผลที่ยังคงอยู่ด้วยกันมาจนทุกวันนี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่มีเรื่องให้ขุ่นเคืองกัน ความเสียใจมันก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งบางครั้งก็ขาดสติทำอะไรลงไปโดยขาดความยั้งคิด ผ่านมาอีก 1 ปีนี้ ที่เราต้องพยายามอย่างมากที่จะปล่อยวางในเรื่องบุคคลที่ 3 ที่อาจจะมีประเด็นอยู่อย่างที่เรายังไม่อาจรู้ได้ แต่สำหรับเรา เมื่อไหร่ที่ไม่รู้ความจริง เราจะเงียบเสมอ แต่เมื่อรู้ความจริงมันยิ่งหนักหนา อาจเพราะต้องอดกลั้นอดทน เก็บกดเอาไว้ ไม่พูดหรือแสดงออกมาตราบใดที่ยังไม่ได้ความจริง เมื่อความจริงที่เราระแวงสงสัยโผล่ออกมามันจึงรุนแรงในทุกครั้งไป

หากเราขอพรใดๆ ได้เพียงแค่ข้อเดียว เราก็คงจะขอให้เราหลุดพ้นจากสิ่งนี้ ก็คือความทุกข์ข้องหมองใจ ที่มันทำร้ายจิตใจของเราอยู่เรื่อยมา เพราะจิตใจเราเองไม่แข็งแรงพอที่จะสร้างพรสิ่งนั้นให้เกิดขึ้นมา จึงทำให้พรนั้นมันไม่เกิดขึ้นมาได้สักที จึงต้องเป็นเหมือนกงเกวียนที่วกไปวนมาทำร้ายตัวเองอยู่เป็นประจำ สิ่งหนึ่งที่เราต้องการจากคนที่บอกเราว่าจะใช้ชีวิตไปด้วยกันจนแก่ ก็เพียงแค่ ความซื่อสัตย์ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง หากคนคนนึงมีสิ่งนั้นอยู่เสมอและตลอดไปมันก็คงจะดี แต่ใจคนมันยากแท้หยั่งถึง

หลายต่อหลายที่ร้องไห้จนกระทั่งคออักเสบอยู่เป็นนานสองนาน แ่ต่มันก็หายไปหลังจากนั้น 1-2 อาทิตย์ แต่อาการคออักเสบที่เป็นตอนนี้มันกลับไม่ยอมหายไปสักที เกลียดตัวเองที่มีความโกรธ ความโมโห ... ทุกครั้งที่ร้องไห้ ไม่ใช่เพียงเพราะเสียใจหรือสมเพชตัวเองเท่านั้น แต่มันพ่วงความรู้สึกที่เกลียดตัวเองที่มัน...อ่อนแอ...


Create Date : 21 มกราคม 2554
Last Update : 21 มกราคม 2554 17:02:39 น. 3 comments
Counter : 180 Pageviews.

 
ดูแลตัวเองให้มากๆ นะคะ
หาหมอ ทานยา เด่วอาการต่างๆก้อดีขึ้นเองค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: aimeramm วันที่: 21 มกราคม 2554 เวลา:20:47:39 น.  

 

เป็นกำลังใจให้ในทุกๆ เรื่องนะคะ
แล้วก็ขอให้หายไวๆ ด้วยนะ
เรื่องสุขภาพกายก็สำคัญมากนะคะ
ส่วนเรื่องของหัวใจก็ต้องเข้มแข็งให้มากๆ นะคะ

คิดถึงและเป็นห่วงเสมอนะคะ



โดย: Megeroo วันที่: 22 มกราคม 2554 เวลา:13:34:41 น.  

 
คุณกระติ๊บสวัสดียามค่ำคืนค่ะ คืนนี้นอนหลับฝันดีนะคะ ^^



โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:0:07:28 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
21 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.