หงุดหงิดในหัวใจ...จริงๆ

บางครั้งคนเราก็มีเรื่องให้หงุดหงิดในหัวใจได้ง่ายๆ เหมือนกัน แต่หลายต่อหลายครั้งที่เราไม่รู้จะจัดการกับมันยังไง ก็ได้แต่ปล่อยไปตามเวลา

เรื่องของเรื่อง วันนี้รู้สึกไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ประมาณกระอักกระอ่วนใจ ก็ไม่ใช่เรื่องของตัวเองโดยตรง แต่ก็รู้สึกแย่ยังกับเรื่องตัวเอง

เนื่องจากวันนี้ ตอนบ่้ายๆ เคลียร์งานเสร็จก็เลยโทรไปหาคุณแฟน ไม่ได้มีอะไรก็แค่จะโทรไปแซวๆ กันเล่นธรรมดาตามประสาเราๆ ไอ้เราก็นึกว่าทำงานอยู่ ที่ไหนได้ รับสายปุ๊บก็บอกเราว่ากำลังไปพันทิพ

อีกหนึ่งปัญหาที่เราไม่อยากให้คุณแฟนต้องมาแบกรับอะไรแบบนี้เลย จริงๆ คุณแฟนทำงานตำแหน่ง พนักงานบัญชี แต่ชอบถูกใช้ให้ทำนู่นทำนี่ที่ไม่ใช่หน้าที่ประจำ อย่างเช่น งานคนอื่น เอามาให้คุณแฟนทำ เพราะเหตุผลที่ว่า เป็นคนเก่า เข้ามาก่อนเขา (เขาที่ว่า ก็เข้ามาเป็นปีแล้วล่ะ เข้าทีหลังแต่เงินเดือนเยอะกว่า อ่ะนะ ธรรมดาของคนเส้นใหญ่ๆ) หรือโดนดุประจำที่คนอื่นเขาทำงานพลาด เพราะเหตุผลที่ว่า เราเข้ามาก่อน ไม่ช่วยดูแล อีกล่ะ (เขาที่ว่าก็เข้างานมาจะเกือบปีแล้วเช่นกัน)

บางทีเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไม คุณแฟนโดนตลอด สำนักงานบัญชีมาตรวจ อีกคนส่งบัญชีไปผิด โดนปรับ แต่คนที่โดนว่าคือ คุณแฟนแฮะ หาว่าไม่ช่วยดู แต่งานก็แบ่งกันไป รับผิดชอบโดยแบ่งกันชัดเจน แต่เวลาผิดมา ทำไมคุณแฟนโดนตลอด แรกๆ เราก็คิดว่าคุณแฟน คงทำงานไม่รอบคอบเองหรือเปล่าหว่า แต่ก็เห็นว่าแบ่งงานกันทำเป็นสัดเป็นส่วนแล้ว งานที่ไม่ใช่ของตัวก็ต้องไม่ควรไปโดนด่าเพราะคนอื่นทำงานผิดสิ

เวลาคอมพิวเตอร์พัง ไวรัสกิน ก็ให้คุณแฟนไปทำ ไปดู ปรินท์เตอร์ทีแรกแชร์ที่เครื่องคุณแฟน ใช้งานกันทั้งห้อง ไม่มีปัญหา แต่วันดีคืนดี คุณเด็กเส้นเอาไปต่อเครื่องตัวเอง แล้วปิดแชร์ คนอื่นใช้งานไม่ได้ ก็เช่นเดิม มาลงคุณแฟนอิชั้นอีก บางครั้งก็คิดว่า อาจะเป็นเพราะคุณแฟน เป็น a man คนเดียวในห้องหรือเปล่า ถึงได้ชอบรุมว่า รุมใช้กันจัง ตอนเที่ยงก็ต้องซื้อข้าวมาประเคนให้คุณๆ ในห้องทำงานเดียวกัน จริงๆ ทำขนาดนี้ควรเป็นที่รักเนอะ แต่ก็เปล่า....

วันนี้ก็เป็นเหมือนอีกหลายๆ วันที่โดนใช้ไปพันทิพ และก็แปลกที่เวลาให้ออกข้างนอก บางครั้งก็ไม่ให้เราเบิกเงินก่อนนะ ให้ออกเองก่อนประจำ หรือถ้าให้เบิกก็โคตะระจำกัด หลายต่อหลายครั้ง ต้องจกเงินจากเราไปให้ก่อน อนาถชีวิต...

วันนี้ได้รับคำสั่งให้ไปซื้อคอมฯ ประกอบที่พันทิพ และกำชับด้วยว่า ให้นั่งรถเมล์ไปนะ เราได้ยินคุณแฟนพูดละก็รู้สึกอนาถาชีวิตพิกล แต่ก็ไม่เป็นไรปกติคุณแฟนแกก็ชอบนั่งรถเมล์ ชอบของถูกอยู่แล้ว แกก็นั่งระเมล์ไปตามยถากรรมนั่นแหละ แต่ขากลับคงต้องนั่งแท๊กซี่ล่ะนะ เพราะมันก็ไกลอยู่ ถือขึ้นๆ ลงๆ รถก็คงลำบากน่าดู แถมต้องเข้าออฟฟิตก่อน ไม่งั้นต้องหอบคอมฯ กลับมาบ้านคงไม่ไหวมั้ง ไกลมากจากพันทิพ มานนทบุรี (ปอลอ เป็นพันทิพงามวงศ์วานว่าไปอย่าง)

รอบนี้ได้เงินมา 8 พัน สเป็คที่ได้รับอนุมัติก็แรม 1 กิ๊ก ฮาร์ดดิสก์เท่าไหร่จำไม่ได้ รู้แต่ว่าน้อยมากๆ และซีดีรอมไดรว์ แค่นั้นที่ทางออฟฟิตต้องการ (แอบมึนๆ ว่าทำไมไม่เอาดีวีดี RW นิ อีกไม่กี่บาท) ถึงพันทิพพี่แกก็ไปให้ร้านประจำประกอบ แต่ที่ร้านเค้าก็มีสเป็คคอมฯ ประกอบเอาไว้ให้นะ เผื่อเลือก คุณแฟนเธอก็เลือกชุดที่มันราคา เจ็ดพันหน่อยๆ ไป แล้วอ่ะนะ ปกติที่พันทิพเมื่อก่อนก็คือเค้าจะลงวินโดวน์ให้ แต่เดี๋ยวนี้ต้องชื่นชม หน่วยงานที่ดูแลด้านนี้ ทำให้วันนี้ที่คุณแฟนไปไม่มีร้่านที่ประกอบแล้วลงวินโดวน์ให้เลย

แล้วคุณแฟนก็ดูยุ่งยากใจ เพราะที่ออฟฟิตต้องการให้ลงวินโดวน์ และพวกโปรแกรมใช้ในสำนักงานมาด้วย (เราก็บ่นๆ ไปว่าทำไมไม่ให้เขามาซื้อเองนะ) ก็ได้แค่บ่นเพราะความเป็นจริงคือ เรามีหน้าที่รับคำสั่ง ก็ต้องมาให้เค้าอยู่อย่างนี้ร่ำไปสิ ระหว่ารอประกอบเครื่องคุณแฟนก็เดินเล่นในพันทิพไปคุยโทรศัพท์กะเราไป แล้วแกก็ไปเจอร้านนึง ลงวินโดวน์ให้ได้แฮะ ค่าลงประมาณ 4-5 ร้อยนี่แหละ แต่ปัญหาคือ เงินคงไม่พอ เพราะค่าประกอบคอมฯ ก็ 7 พันกว่า (อันนี้คือเลือกราคาต่ำสุดของร้านละนะ ที่จะเอาไปใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่เบื้องบนสั่งมา)

คุณแฟนก็เริ่มลนลานว่าทำไงหว่า เจอร้านที่ลงได้ แต่เงินไม่มีแล้ว ไม่งั้นกลับไปก็โดนว่าอีก เราก็บอกๆ ไปว่าก็ช่างเขาสิ ก็ต้องบอกเขาไปว่าเดี๋ยวนี้มันก็หาร้านรับลงยากนะ ทำไมไม่ซื้อลิขสิทธิ์ใช้ไปเลย หมดเรื่อง ทีนี้ร้านไหนเค้าก็ลงให้ทั้งนั้นแหละ แต่ก็นะ...เค้าก็ไม่ซื้ออยู่ดีนั่นแหละ สุดท้ายคุณแฟนก็ตัดปัญหา ว่าไม่ลง กลับไปก็คงบอกเค้าว่าเงินไม่พอลงนะ ให้เอาไปลงที่ช่างประจำแทนละกัน พอกลับมาเอาคอมฯที่ประกอบ เตรียมจ่ายตังค์ ก็ต้องสะดุดอีกรอบ

เพราะว่าต้องเอาบิลแวท ไปด้วย รวมแวทแล้วก็ 7พันเก้า .... เหลือร้อยเดียว...คงกลับไม่ถึงบริษัท เพราะตอนนั้นมันบ่ายแก่แล้ว ต้องกลับแท๊กซี่ล่ะ ไม่งั้นคงได้ถึงบ้าน สองสามทุ่มเลยเชียว แล้วตัวคุณแฟนเองก็ไม่ได้พกเงินติดตัวเยอะซะเท่าไหร่ วันๆ แกเอาไปแค่ค่ารถไปทำงานแล้วก็กินข้าว ไม่ได้เผื่อฉุกเฉิน

โชคดีที่คุณแฟนแกหน้ามึน ก็คุยกับทางร้านว่า เปลื่อนไม่เอาบิลแวทได้ไม๊ เงินไม่พอ ทางร้านก็ดีมากๆ เลยนะ ลดราคาให้อีก 200 บาท (อืมมม..ทำไมไม่ลดแต่แรกหว่า แต่ก็นะว่าเขาไม่ได้เค้าขายของก็ต้องเอากำไรสิ) แล้วคุณแฟนก็นั่งรถกลับออฟฟิต ...

เห้อ...เราเองก็ไม่อยากให้คุณแฟนต้องออกไปซื้อของพวกนี้ให้ออฟฟิตเลย เพราะซื้อมาทีไร พอมีปัญหาก็มาโทษว่าซื้อของไม่ดีมา แต่ก็ให้แต่คุณแฟนของเราไปซื้อ ก็อย่างว่า ผู้ชายคนเดียวในห้องนั้น มีอยู่ครั้งไปซื้อคอมฯ ใหม่มาให้ในออฟฟิต ให้คุณๆ เขาใช้ เสร็จมีปัญหาไวรัสรับประทาน แต่เครื่องคุณแฟนไม่เป็นไร ก็มาหาว่าคุณแฟนของเราแกล้งอีก (คุณแฟนเราเป็นพนักงานบัญชีนะ คอมฯ ก็รู้งูๆ ปลาๆ จะไปตรัสรู้ได้ไงว่าไวรัสมันจะมาจะไป)

จริงๆ คือแกบอกว่าสั่งสแกนเครื่องไว้ตอนเที่ยงทุกวัน ทำนู่นทำนี่ ไม่เข้าเวบอื่นๆ นอกจากเช็คเมล์ คือเค้าบอกมางี้ เราก็ไม่อยากเชื่อคุณแฟนหรอก แต่เห็นว่าช่วงหลังมานี้ ทาง HR เค้าตั้งเป็นข้อห้ามมา และแกเป็นคนไม่ชอบมีปัญหา ช่วงนี้ก็เลยจะพอเชื่อได้ มันก็เป็นผลดีอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เครื่องปลอดภัย แต่เห็นจะเป็นแกคนเดียว เพราะคนอื่นๆ ในห้องก็ยังใช้ตามใจฉันเช่นเคย ก็ธรรมดาตามประสาผู้หญิงละมั้ง อีกทั้งเค้าเส้นใหญ่ด้วย ก็คงไม่ได้แคร์อะไร

ก็เห็นแกบ่นๆ หลายครั้งแล้วว่าเวลาพวกคอมฯ หรือเครื่องใช้สำนักงานมีปัญหา ก็ชอบจะให้แกไปดู ไปดูซ่อมไม่ได้ก็ว่า ไม่ไปดูบอกว่าทำไม่เป็นก็ว่า อืมมม โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง แปลกดีเหมือนกัน มีบางคนที่ออฟฟิต รู้ว่าเราทำงานด้านคอมฯ ด้านทำเว็บไซต์ ก็มีแบบว่า บอกคุณแฟนให้เราไปช่วยทำเวบให้ ฟรีๆ (กุจะบ้าตาย)

เหมือนปีนี้คุณแฟนจะเจอแ่ต่เรื่องแย่ๆ ที่ออฟฟิต เราก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เราเองก็เหนื่อยๆ กับงานเหมือนกัน ก็คงได้แค่รับฟัง มากๆ เข้าเราเองสิเก็บกด เลยต้องมาแพล่มๆ อย่างนี้ไง คุณแฟนแกก็เคยบ่นๆ ว่าอยากเปลี่ยนงาน แต่เราว่าที่ไหนมันก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ แต่ใจจริงเราอยากไปอยู่ต่างจังหวัด (ตอนนี้ก็ต่างจังหวัด) คือต่างจังหวัดมากกว่านี้หน่อย แต่ก็อ่ะนะ เรามันพวกชอบความเงียบท่ามกลางความโกลาหล คือ ชอบอยู่เหมือนสันโดษ ในที่ซึ่งคนพลุกพล่าน

คงต้องรอมีทุนซักก้อน ไปหาอะไรทำที่ต่างจังหวัด ที่ไม่ต้องมาขึ้นๆ ลงๆ ตามใครๆ จริงๆ คิดถึงชีวิตปลูกผัก เลี้ยงปลา ไปชิลล์ๆ แต่เคยโดนคุณบอสดักเอาไว้ว่า เห้ย...น้องอายุแค่นี้จะรีบไปไหนน่ะ (อืมม..ก็จริงอ่ะนะ) เพราะชีวิตมันยังมีสีสันไม่หยุดหย่อนอยู่เลย อย่างเช่นครั้งก่อนที่เขียนบล๊อกเอาไว้ เกี่ยวกับโทรศัพท์...ลึกลับ ที่โทรมาตอนตี 1 หลังจากเรารับและวางโทรศัพท์ไว้เฉยๆ ผ่านไป 19 นาทีฝั่งนู้นก็กดวางสาย จริงๆ คือเราเป็นคนเก็บความสงสัยไม่ได้นาน

มันจะหงุดหงิดในหัวใจอย่างแรง เราก็เลยโทรกลับไปในกลางวัน วันต่อมา แต่ปรากฎว่าโทรไปแล้วไม่ติดแฮะ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กลางวันโต้งๆ คงไม่ใช่ว่าซื้อเบอร์ใหม่มาเพื่อเอาไว้มาโทรตอนตี 1หรอกนะ เราก็เป็นพวกจินตนาการไปไกลซะด้วย สุดท้ายเราก็ยังคงค้างคาใจว่า ใครกัน...โทรมาทำไม ... เพื่ออะไร ...

อันนี้วิเคราะห์เอาเอง...ว่าคงเป็นสุดที่รักคนใดคนหนึ่งของคุณแฟน ที่เรายังไม่เคยรู้จัก หรืออาจจะเป็นคนเดิมที่เราเคยรู้จัก ไปเจอเบอร์คุณแฟนในอินเตอร์เนต แล้วโทรมา...ผู้หญิง รักแล้ว ลืมยาก...เราก็อยากจะหวังแ่ค่ว่า สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่คุณแฟนเป็นในสายตาเราปัจจุบัน มันจะเป็นอย่างนั้น เราไม่อยากจะเจอเซอร์ไพรส์อะไรอีก เพราะถ้ามีเซอร์ไพรส์อีกครั้ง มันคงยากที่จะอยู่ด้วยกันต่อไปได้จริงๆ ..... หวังว่าจะเป็นเพียงเบอร์คนโรคจิตสักคน หรือหากเป็นสุดที่รักคนใดคนหนึ่งของคุณแฟน ก็ขอให้เป็นคนที่เพียงแค่ เคยเป็น ไม่ใช่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ... และหวังว่าคุณแฟนไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นเบอร์ของใคร...


Create Date : 15 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2553 9:09:30 น. 0 comments
Counter : 135 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
15 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.