วันๆ ที่แสนธรรมดา

เมื่อคืนนอนค่อนข้างดึก เพราะช่วยคุณแฟนเก็บนู่นเก็บนี่ เนื่องจากได้ฤกษ์อยากจัดที่จัดทางภายในบ้านกันใหม่ หลังจากที่แพ้ภูมิภูมิแพ้ จนต้องหอบข้าวของสำหรับทำงานเข้าไปสิงสถิตในห้องนอนเป็นเวลานาน แต่รู้สึกว่ามันไม่ดีขึ้นสักเท่าไหร่ ก็เกิดความคิดอยากจะให้ห้องนอนมันโล่งๆ อีกครั้ง

ด้วยเหตุนี้เลยต้องขนของออกมาจากห้องนอน มาไว้ที่ห้องคุณหมาแทน (แชร์กันโน๊ะเด็กๆ ) คุณแฟนก็มีกะใจจะเก็บข้าวของให้ ไอ้เราก็เลยต้องช่วย แต่กระนั้นก็ไม่เสร็จดี ด้วยว่าของที่เอาออกมาแล้วก็ไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน เต็มไปหมด ตอนเก็บๆ ของอยู่ ก็ได้ยินเสียงเด็กๆ อาคารถัดไปเล่นกันเจี๊ยวจ๊าวเช่นเคย เหอะๆๆ สงสัยจังพ่อแม่ไปไหนน้อ ปล่อยให้หนูๆ มาจ้อกันสนั่นหวัานไหวอยู่อย่างนี้ บางครั้งก็ฮาดีหรอก แต่บางครั้งก็เสียงมันดังอ่ะนะ กรี๊ดกร๊าดกันมากเกินไปนิดนึง

เมื่อวานขณะเก็บของกันอยู่ก็ได้ยินเสียงเด็กๆ ร้องเพลง เป็ด ว่า " ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ เป็นอาบน้ำในคลอง ตาก็จ้องแลมองเพราะในคลองมีหอยปูปลา ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ เป็ดอาบน้ำฝักบัว ปลาก็จ้องมองดู เป็ดอาบน้ำฝักบัว ก๊าบ ก๊าบ " เป็ดสมัยนี้มันทันสมัยจังน๊อะ มีอาบน้ำฝักบัวด้วย คุณแฟนได้ยินดังนั้นก็คงกลัวน้อยหน้า แล้วพูดขำๆ กับเราว่า " หมาก็อาบน้ำฝักบัวโฮ่ง โฮ่ง " ...

ฟังเด็กๆ ร้องเพลงเล่นกันละก็ให้ิคิดถึงตอนเป็นเด็ก ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เวลามีเพลงอะไรที่ได้หัดร้องมาจาก โรงเรียน ก็ชอบติดเอามาร้องที่บ้าน ร้องผิดร้องถูกแต่ก็สนุกดี ความเป็นเด็กเนอะ ไม่ค่อยได้คิดอะไรมาก มีความสุขแม้เพียงเรื่องเล็กน้อย สบายใจไม่ต้องมีอะไรให้คิดกังวล นอกจากการทำการบ้านไปส่งคุณครู เพราะถ้าผิดมาอาจจะมีโดนตี (สมัยนู้นต้องใช้ไม้เรียว ^^)

เราเองตอนเด็กๆ ก็ไม่ค่อยดื้อเท่าไหร่ ส่วนมากชอบเล่นคนเดียวอยู่ที่บ้าน เพราะไม่ค่อยชอบออกไปเล่นกับคนอื่นๆ กลัวโดนเค้าแกล้ง หุๆ เป็นคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจเท่าไหร่ มีพี่ชายอยู่คนนึง แต่เด็กๆ ก็ไม่ค่อยถูกกัน เคยวิ่งเล่นเอาขี้โคลนปากันอยู่บ่อยๆ จนคิดว่า มีพี่มันก็ไม่รัก แต่แม่ก็มักจะบอกเสมอว่ามีกันสองคน ไม่รักกันแล้วใครจะมารัก เราก็อือออตามคำแม่นะ แต่ในใจตอนนั้นจริงๆ ก็เฉยๆ เหอะๆๆๆ เด็กอ่ะน๊อะ ไอ้พี่มันก็ไม่ค่อยชอบเรา เพราะโดนเพื่อนล้อเวลาเราไปหาตอนกลางวัน ก็เลยดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นพี่ชายน้องสาวเหมือนในละครไทย

แต่พอโตๆ กันมาก็ไม่ค่อยทะเลาะกันนะ คงเพราะเราเริ่มเข้าใจคำว่า มีกันแค่สองคนเท่านี้ ที่แม่เคยพูดเอาไว้ อยู่ใครอยู่มัน ชีวิตใครชีวิตมัน แต่เราก็ยังเป็นพี่น้องกันอยู่เสมอ บางครั้งความคิดเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะกัน พูดจาแรงๆ ใส่กัน จนต้องโกรธกัน สุดท้าย ก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิม นี่แหละนะ สายเลือด

เราก็เลยเหมือนโตมาแค่คนเดียว บางครั้งก็เหมือนเป็นลูกคนเดียว เพราะพี่มันเคยไปผจญภัยใช้ชีวิตอยู่นอกรั้วของครอบครัวมาสักพัก แต่สุดท้ายเราก็ได้กลับมาเป็นครอบครัวกันเหมือนเดิม ต่างคนต่างโต ต่างมีมุมมองและแนวทางของตัวเอง จากเมื่อก่อนไม่ชอบเวลาเราไปหา เดี๋ยวนี้ก็อยากให้เราไปหา หรือบางครั้งผ่านมาทางนี้ก็แวะมาหาเรา เมื่อก่อนเคยฟังเพลง พี่ชายที่แสนดี ฟังแล้วมันซึ้งนะ บางครั้งต้องเสียน้ำตาเพราะอยากเป็นเหมือนในเพลง อยากมีพี่ชายที่คอยดูแลเราเสมอ แต่ก็นะ มันก็เป็นแค่เพียงบทเพลงที่น่าซาบซึ้งเท่านั้น ความเป็นจริง เราก็ยังเป็นในแบบของเรา

แต่เดี๋ยวนี้ไลฟสไตล์ชีวิตเราเริ่มจะคล้ายกันและ พวกทำงานที่บ้าน 555 เสียอย่างเดียวเรายังอิสระมีไม่มากพอ ที่จะได้ท่องเที่ยวไปตามที่อยากจะไป แต่ไอ้พี่มันไปของมันได้เรื่อยๆ ตั้งแต่เด็กนิสัยก็คล้ายๆ เดิม เพียงแต่เดี๋ยวนี้ไอ้พี่มันปากแม๋วขึ้น ชอบพูดทำร้ายจิตใจคนใกล้ชิด แต่กับคนนอกก็พูดกับเค้าดีทุกคน จ้าวอารมณ์ อย่างแรง บางครั้งก็คิดๆ ว่า วัยทองมันคงมาถึงเร็วกว่าปกติ แต่ก็อย่างว่าแหละ บางครั้งพูดใส่กันแรงๆ แต่สุดท้ายก็กลับมาพูดกันปกติเหมือนเดิม

แปลกดีที่เราชอบจะคิดถึงอดีตแล้วมันก็อดยิ้มไม่ได้ ทั้งๆ ที่ ณ ขณะนั้นเราคงยิ้มไม่ออก แต่เมื่อคิดถึงเรื่องสมัยเด็กทีไรก็ต้องอมยิ้มคนเดียวทุกที แต่ชอบเอามาเปรียบเทียบกัน แล้วบางครั้งก็แอบเสียใจ ที่บางอย่างเราทำพลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัย ...

ช่วงนี้การงานก็ค่อยได้หายใจหายคอ เพราะไม่มีงานเร่งที่เราต้องเคร่งเครียด แม้ขณะนอนยังฝันว่าทำงานอยู่ แต่ไม่รู้เืดือนหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะงานอย่างเรานี้มันค่อนข้างไม่มีความแน่นอน แต่เราก็เลือกเพราะมันคือสิ่งที่เรามีความสุขที่ได้ทำมากกว่าทางอื่นที่มีให้เลือก เก็บงานไปเืรื่อยๆ ตามแต่โอกาสและจังหวะที่ลูกค้ารีเควสมา เป็นอย่างนี้เรื่อยไปคงจะดี แต่ชีิวตมันไม่มีอะไรแน่นอน ...

เรื่องสุขภาพก็เหมือนจะแย่จังช่วงนี้ กลางคืนนอนไม่ค่อยจะได้ เดือดร้อนชาวบ้านเขา เพราะเราตื่นเค้าก็ไม่ค่อยได้นอน จนบางครั้งเค้าเองก็คงเหนื่อย ที่ต้องมาถ่างตาคอยไถ่ถาม คอยลูบหลัง ให้เวลาที่เราอึดอัดจนนอนไม่ได้ ทำให้บางวันก็ทำท่าเฉยชา ถึงจะเข้าใจว่าเค้าก็คงเหนื่อย แต่มันก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้นะ เพราะเราเองก็ไม่ได้อยากเป็น และเราก็เหนื่อยไม่แพ้กัน มันก็จริงที่เราทำงานที่บ้าน ถ้าอยากนอนก็นอนได้ แต่เวลาที่เรามีงานเร่งๆ มันก็ใช่ว่าจะหลับได้แม้กระทั่งกลางคืน ก็ไม่มีใครบังคับ เพียงแต่งานมันยังไม่สำเร็จลุล่วง มันก็จะเป็นกังวลในใจ นอนไปก็ไม่หลับ บ่อยครั้งที่ต้องทำงานข้ามวันข้ามคืน จนบางครั้งติดที่ไม่ได้นอนกลางคืน จนนอนไม่หลับเอาซะงั้น เมื่อพระอาทิตย์ไม่โผล่

บางวันก็คิดอยากจะแยกตัวไป ไม่อยากต้องเห็นใครมาทำหน้าเบื่อใกล้ๆ เรา เวลาป่วย นอกจากไม่สบายกายแล้ว บ่อยๆ ครั้งที่ใจมันก็รู้สึกห่อเหี่ยวเหลือเกิน อยากปลีกตัวไปอยู่คนเดียว ในที่ที่ไม่รู้จักใคร เพราะโตจนป่านนี้แล้ว จะไปให้พ่อแม่คอยดูแลเอาใจใส่เราเหมือนเดิมคงไม่ไหว ไม่อยากให้พ่อกับแม่ต้องมาเห็นเวลาที่มันแย่ๆ ไม่อยากให้ใครต้องมาคอยเป็นห่วงกังวล ยิ่งอิคุณแฟนมาเป็นอย่างนี้อีก ยิ่งไม่อยากจะอยู่ใกล้ใคร

เหอะๆๆ โธ่วุ้ย....ชีวิตเน่าๆ


Create Date : 13 ธันวาคม 2553
Last Update : 13 ธันวาคม 2553 17:18:26 น. 1 comments
Counter : 175 Pageviews.

 
สวัสดีจ๊ะกระติ๊บ อื้ม..การจัดๆย้ายๆของในบ้านเป็นงานที่เหนื่อยมากๆเลยเนอะ ตอนนี้บ้านนู๋แอนมีแต่ดินกับทรายหล่นเต็มไปหมดเลย รกมากๆ ทำไม่เสร็จซักที เฮ้อ..เบื่อจัง


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:11:00:10 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
13 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.