พยายามอยู่อย่างใจสงบ ... สะโง๊บบบ สงบ...

เป็นคนที่อารมณ์ร้ายมากมายเมื่ออยู่ที่บ้าน แต่กับนอกบ้านจะเป็นคนที่ใจเย็นได้สุดๆ ดูไม่ค่อยสมดุลสักเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะที่บ้านมีคนที่ยอมให้เราอยู่เรื่อย ถึงดูเป็นคนเอาแต่ใจบ่อยๆ แต่จะว่าไปก็อาจจะเข้าข้างตัวเอง เพราะเราคิดว่าเราก็พยายามทำในหน้าที่เราดีที่สุดเท่าที่ควรจะเป็นแล้ว แต่บางครั้งก็ไม่วายวีนแตกแหกกระเจิง

ซึ่งจริงๆ ก็เป็นในไม่กี่ปีมานี้เอง ตั้งแต่เจอะเจอกับคุณแฟนมา ซึ่งความเป็นมาของเราไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ แล้วส่วนนั้นเราก็ได้ไปเขียนระบายไว้ในกรุ๊ป He and I ค่อนข้างจะลึกซึ้งพอสมควร วันเวลาผ่านมา เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้มีเวลาหยุดคิดถึงเรื่องตัวเอง ก็มักจะย้อนกลับไปถึงความรู้สึกแย่ๆ ที่เกิดขึ้น และปัจจุบันที่ไม่ได้ดีขึ้นสักเท่าไหร่ในความรู้สึกที่มีอยู่ แล้วก็อารมณ์ร้ายๆ ของตัวเองที่มาๆ ไปๆ พอได้มานั่งคิด ก็พยายามจะดึงอุณหภูมิที่มันกำลังพุ่งสูงปรี๊ดแต่ละทีนั้น ให้มันเย็นลงมา

พยายามอยู่กับสิ่งที่เลือก อยู่กับปัจจุบัน คิดถึงปัจจุบันเพื่ออนาคต แต่คนละมันก็อย่างนี้แหละ ชอบคิดถึงอดีต เก็บความรู้สึกแย่ๆ ไว้นานๆ ทำไมก็ไม่รู้นะ อยากปล่อยมันไม่ยอมไปจาก เลยต้องมานั่งดึงความร้อนในใจให้ลงมาอยู่เรื่อยๆ อย่างนี้

ส่วนมากมันก็ต้องเริ่มที่ตัวเราเอง ทำใจให้สบาย อย่าไปคิดอะไรให้เครียด อย่าไปรับสิ่งที่จะทำให้เรากังวลเข้ามา หรือสิ่งที่จะทำให้ใจเราหมองหม่น อาจเหมือนว่า กำลังพยายามหนีปัญหา แต่มันก็ไม่ขนาดนั้น สำหรับตัวเราเอง เพียงแค่พยายามไม่ทำให้จิตใจมันเศร้าหมองลงไป ในแต่ละวัน แต่มันก็คงเป็นอะไรสักอย่าง ไม่รู้จะเรียกมันว่าไงเหมือนกัน แบบว่าบางครั้งเราพยายามจะทำให้ใจเราสงบ แต่กลับจะได้รับอะไรที่เราไม่อยากได้มาอยู่เรื่อย

อย่างเช่น เราพยายามหลีกเลี่ยงข่าวสารที่จะทำให้รู้สึกหดหู่ อิคุณแฟน ก็ชอบมาเล่าให้ฟังอยู่เรื่อย วันไหนคุยโทรศัพท์กันตอนเที่ยง ไอ้เราก็นั่งอยู่ร้านกาแฟ ก็กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ อิคุณแฟนก็กินข้าวเสร็จแล้วกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ (ฉบับเดียวกัน) แล้วก็พยายาม...(พยายาม!!!) อ่านข่าวใ้ห้เราฟัง แต่ละข่าว มีแต่ข่าวฆ่ากันตาย ยิงกันตาย ที่นั่น ที่นี่ .... จนหลายต่อหลายครั้ง ต้องบอกว่า "อิชั้นก็ถือหนังสือพิมพ์ ฉบับนั้นอยู่้เหมือนกัน" และก็กำลังเลี่ยงอ่านข่าวพวกนี้อยู่เนี่ย

แต่ก็นะ เดี๋ยวอีกวันสองวันก็อ่านให้ฟังอีก บางวันเราไม่ได้รับโทรศัพท์ตอนเที่ยง ก็ยังไม่วาย กลับมาบ้าน "น้องได้อ่านหนังสือพิมพ์ป่าววันนี้" ไอ้เราก็นึกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่เราไม่ควรพลาดหรือหว่า...ก็ตอบไปตามจริงว่า "ไม่ได้อ่าน" (เพราะไม่ได้ไปซื้อกาแฟ) อิคุณแฟนก็จะรีบต่อทันที เหมือนกำลังดูละครหลังข่าว แล้วกลัวขาดช่วงด้วยโฆษณายังไงยังงั้น แล้วเค้าก็เริ่มเล่า....แบลๆๆๆๆๆๆ แพล่มไป คนนั้นถูกฆ่า คนนี้ถูกยิง คนนั้นแย่งมรดกคนนี้ คนนี้ทำร้ายคนนั้น เห้อ....ฟังแล้วโคตรหดหู่!!!

ยัง...ยังไม่พอ เวลาที่อิคุณแฟนหาหนังมาดู หรือชวนเราดูหนัง บ่อยๆ เน้นว่าบ๊อยยย บ่อย มันจะต้องเป็นหนังผี หนังสยองขวัญ อย่าง SAW ไม่มีภาคไหนที่อิคุณแฟนพลาด ... อยากจะบ้าตาย ขอชีวิตที่สดใสให้อิชั้นสักนิดจะเป็นไรไปฟระ

นอกจากนั้น อิคุณแฟนก็เริ่มจะชอบเป็นชีวิตจิตใจ อีกเรื่องคือ เรื่องที่ไม่สบอารมณ์จากที่ทำงานแล้วเอามาคุยๆ บ่นๆ กับเรา บางครั้งก็เข้าใจนะ มีกันอยู่สองคนไม่คุยกับเราจะไปคุยกับใคร แต่บางครั้งมันก็เยอะเกินไป เพราะเราเองวันๆ เราก็เหมือนจะพูดกับคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ อิคุณแฟนกลับบ้านมาก็มาแพล่มๆ เรื่องที่ทำงาน ตอนคุยกันมื้อเที่ยงก็แพล่มๆ เรื่องที่ทำงาน ตอนนั่งรถกลับบ้านวันไหนที่นานเป็นพิเศษก็โทรมาแพล่มๆ เรื่องที่ทำงาน ... มากๆ เข้าเราก็เหนื่อยที่จะฟัง เพราะบางครั้งเราอยู่ในอารมณ์ที่หดหู่กับตัวเองมากๆ แบบว่าไม่รู้จะทำยังไงให้มันดีขึ้นมาได้ หรือบางอารมณ์กำลังเครียดกับงานสุดๆ แต่ก็เจอเรื่องของคุณแฟนเข้าไปอีก ยิ่งกว่าคนเมาเหล้าขาว ขวดแล้วขวดเล่าอีก

ล่าสุดเดี๋ยวนี้เรื่องฮอตฮิตก็คือเรื่องที่ สาวๆ ในที่ทำงานดูไม่ค่อยปลื้มอิคุณแฟนเราซักเท่าไหร่ ทั้งสารพัดใช้งาน โยนงาน โยนขี้ และล่าสุดมากๆ ก็เรื่อง Hr ที่อิคุณแฟนเพิ่งโดนตัดคะแนนไป ข้อหา ไม่ให้ความร่วมมือ ว่าด้วยเรื่องการไปสัมนาอะไรสักอย่างในช่วงเดือนมกราปีหน้า (ปล. คืนสุดท้ายของการสัมนา ให้เตรียมชุดแฟนซีไปด้วย..นะเออ) อิคุณแฟนก็กรอกเอกสารในช่องที่ไม่ไป ก็เลยโดนคุณ Hr ส่งใบเตือนมา พร้อมกับตัดแต้ม....ข้อหาไม่ให้ความร่วมมือที่ว่านี่แหละ และให้เซนต์รับทราบ ซึ่งแต้มที่ว่า มีผลต่อโบนัส...ฮิ้วววว!!!

เราก็ถามว่าทำไมอิคุณแฟนไม่ไปล่ะ หล่อนก็ตอบมาว่า "เดี๋ยวน้องไม่สบายตอนกลางคืน ใครจะดู ดู๊ ดู" ฟังแล้วก็โอเคอยู่หรอกนะ แต่อดแปลกใจไม่ได้ ปกติมีอะไรคุณแฟนก็ไปตลอดสองปีหลังมานี้ ส่วนมากจะมีแต่ข้อมาอ้างกับเราซะมากกว่า ว่าต้องไปอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งๆ ที่บางครั้งไปแล้วตัวเองต้องลำบากตอนกลับ อย่างเช่นมีอยู่ครั้ง หล่อนไปงานเลี้ยงอำลาเพื่อนร่วมงาน แล้วก็มาอ้างกับเราว่า ไม่ไปไม่ได้ เค้าบังคับอย่างนั้นอย่างนี้ (งานเลี้ยงอำลามันต้องบังคับกันด้วยเหรอ เราก็เพิ่งรู้) แล้วที่ที่ไปก็ไกลมาก ไปแถวบางขุนเทียน ซึ่งหากว่า เรามีรถส่วนตัว หรือมันใกล้บ้านเราก็คงไม่แปลก แต่นี่รถตัวเองก็ไม่มี ไปรถเพื่อนร่วมงาน แล้วงานที่ว่าก็จัดหลังเลิกงาน กลับบ้านก็ลำบากล่ะทีนี้ จากบางขุนเทียนมานนทบุรี ค่ำๆ มืดๆ

สุดท้ายก็ต้องรอกลับออกมาพร้อมคนมีรถสักคน ให้เค้ามาส่งที่ที่สามารถขึ้นรถกลับบ้านได้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราก็เพิ่งรู้ว่า บริษัทเค้าสามารถจะบังคับให้พนักงานไปทำอะไรอย่างนี้ได้ด้วยเหรอ แต่ก็นะเรื่องมันก็ปีกว่าได้แล้ว หลังจากนั้นมา ก็มีอีกหลายงานที่อิคุณแฟนพยายามจะไป ซึ่งก็ให้เหตุผลเดิมๆ ว่าผู้ใหญ่สั่งมา เราก็อยากรู้ว่าถ้าเค้าสั่งไปตายจะทำได้ไม๊ บางคนอาจมองว่าเราก็เกินไป บางครั้งก็อาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงปีใหม่ เราก็ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้ไปสังสรรค์ปีใหม่กับเพื่อนที่ไหน แต่อิคุณแฟนพร้อมจะไปลั้ลลาปาร์ตี้กับสาวๆ ที่ออฟฟิต แล้วเราเหรอ...ก็ต้องนั่งกินข้าวคนเดียวอยู่บ้านไง

ฟังดูเหมือนอะไรไม่รู้เนอะ เหอะๆๆ แต่ตอนนั้นเราก็ไม่อยากจะแคร์เท่าไหร่ ช่วงนั้นก็บ้าๆ อยู่เหมือนกัน จริงๆ อยู่ตรงนี้เราก็ไม่ได้มีเพื่อน หรือใครเลยที่พอจะออกไปเดินเล่น ดูหนัง กินข้าวได้ ส่วนมากเพื่อนก็อยู่ใน กทม ทั้งนั้น ครั้งนั้นเราก็เลยตัดสินใจ ไปนอนค้างกับเพื่อนให้รู้แ้ล้วรู้รอด เพราะมันมีปาร์ตี้มาบ่อยเหลือเกินกับอิคุณแฟน แล้วบังเอิญ คุณคนที่ชวนอิคุณแฟนไปปาร์ตี้ลั้ลลา ว่าด้วยเป็นคนที่คุณแฟนต้องตอบตกลงไม่กล้าขัดนั่น มีอีเมล์ของเราในลิสต์ เอมเอสเอน ไหนๆ ก็ไหนๆ เราก็เลยถามไปว่า วันนี้มีนัดกินเลี้ยงกันหรือเปล่า (ไม่ได้อยากรู้อยากเห็นอะไรมาก แค่อยากรู้ว่าไม่มีการโกหกกันเกิดขึ้นเท่านั้น)

คุณคนนั้นก็บอกว่า ใช่ๆ เค้าเลี้ยงเนื่องในโอกาสปีใหม่ เค้าจัดเลี้ยงต่างหากนอกจากงานเลี้ยงปีใหม่ที่ออฟฟิตจัดให้ (โอวว ที่นี่เค้าเลี้ยงปีใหม่กันไม่จบไม่สิ้น) แล้วก็มีแต่สาวๆ มีหนุ่มคนเดียวคือ อิคุณแฟนของอิชั้นนี่แหละ เค้าก็คงกลัวจะเสียมารยาท เลยชวนเราไปด้วย ซึ่งเราก็รู้ว่าเป็นมารยาท เราก็ปฏิเสธและพูดไปตรงๆ ตามประสาคนมันตรงๆ ว่า "เราคงไม่ไป เพราะเราไม่รู้จักใคร ไม่ได้ทำงานที่นั่น ไม่ได้สนิทกับเจ้าของงาน และที่ถามแค่ให้รู้ว่า อิคุณแฟนไม่ได้โกหกเรา ว่ามีงานเลี้ยงที่เค้าจำเป็นมากๆ ที่ต้องไป ขนาดที่ปล่อยให้เรากินข้าวที่บ้านได้คนเดียว" อ่ะนะ จบการสนทนา

ไม่รู้ว่าช่วงปีใหม่ของปีที่จะมาถึงนี้จะมีอะไร ให้ได้อารมณ์พรุ่งปรี๊ดอีกไม๊ เพราะแต่ละครั้งมันจะสูงขึ้นๆ เรื่อยๆ จนบางครั้งรู้สึกว่าตัวเองจะรับไม่ไหวกับสิ่งที่ร่างกายมันแสดงปฎิกิริยาออกมา

สำหรับเรื่องแพล่มๆ ของวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากมาย ชีวิตเรื่อยเปื่อยเช่นเคย พอดีว่านั่งทำงานยันเช้า (อีกแล้ว) แล้วก็ต้องทนนั่งทำงานเงียบๆ แบบไม่เงียบทั้งคืน ด้วยว่าอาคารถัดจากอาคารที่เราอยู่อีกแล้ว นั่งคุยกันยันสว่าง จนรถเก็บขยะมา ทีแรกก็นึกว่าพวกหนุ่มสาว พอส่องจากหน้าต่างห้องลงไป จึงได้เห็นว่าเป็นพวกคนมีอายุซะมากกว่า คราวคุณยายแล้วก็มี น่าเศร้าใจที่ไม่มีใครทำอะไรได้เลย เพราะคุณยามไม่ยอมมาเหลียวแล ตอนเย็นก็จะเป็นเด็กๆ มาร้องตะโกนโวยวาย เล่นกัน แกล้งกัน ด่ากัน สายๆ หรือเย็นๆ ของบางวันก็เสียง ผัว-เมีย ทะเลาะกัน หัวค่ำ ประมาณ 18.00 - 20.00 ของในแต่ละวันก็เสียงหอกระจายข่าวหมู่บ้าน ประกาศได้ทุกวันไม่มีเบื่อ แต่เราฟังแล้วเบื่อ เรื่องเดิมๆ หนวกหูจะแย่ แค่กลางวัน เสียงต่อเติมเอย เสียงรถราเอย เสียงเด็กน้อยๆ ร้องกระจองอแงเอย เสียงคนกินเหล้าเมาเฮฮาเอย เสียงคนอารมณ์ดีฟังเพลง ห้องนั้นเพลงฝรั่ง ห้องนั้นเพลงลูกทุ่ง ห้องนั้นเพลงสตริง ห้องนั้นธรรมะ....ฟังจนรู้สึกหูมันจะทะลุถึงกัน นึกว่าผนังห้องฉาบด้วยโทรโข่ง เสียงชัดดีซะเหลือเกิน ขนาดเมื่อคืนเราใช้หูฟังเปิดกับโน๊ตบุ๊คแบบสุดเสียง แต่ก็ยังได้ยินเสียงคุยกัน อยู่ตั้งชั้น 4 แล้วชั้น 1 2 3 จะได้ยินขนาดไหนหนอ (หรือว่าอาจจะไม่มีคนอยู่ก็ได้เนอะ)

ไอ้เรามันก็พวกจิตอ่อน เวลามีอะไรกระทบจิตใจหน่อยร่างกายมันก็สำออย พลอยเก็บไปฝัน แล้วก็ฝันร้ายๆ อยู่เรื่อย เป็นคนที่นอนหลับยาก ไม่เหมือนอิคุณแฟนที่บอกว่าเกิดมาไม่เคยฝัน นึกแล้วอยากจะเบิ้ดกะโหลกให้แบะ รู้ว่าเราชอบฝันร้ายแต่ตัวเองไม่ค่อยฝันก็ชอบเอาเรื่องไม่ดีเข้ามาในชีวิตเรา ...

เห้อ...แพล่มซะแยะเหนื่อยละต้องหาไรกิน ซะหน่อย

ปอลิง วันนี้ที่แพล่มก็แค่แพล่ม ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายผู้ใดแต่อย่างใด สาธุ อย่าได้จองเวรกันเน้อ ผู้ใดก็ตาม


Create Date : 02 ธันวาคม 2553
Last Update : 2 ธันวาคม 2553 6:23:25 น. 3 comments
Counter : 177 Pageviews.

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
ทักทายวันทำงานค่ะ


โดย: Junenaka1 วันที่: 2 ธันวาคม 2553 เวลา:14:00:40 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: TREE AND LOVE วันที่: 2 ธันวาคม 2553 เวลา:14:12:16 น.  

 
อิอิ ใจเย็นๆนะจ๊ะ หาอะไรหม่ำให้อร่อยก็ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้น๊าา

พักผ่อนเยอะๆด้วยนะจ๊ะกระติ๊บ เป็นห่วงเสมอจ๊ะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 3 ธันวาคม 2553 เวลา:0:46:33 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
2 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.