เลือกบ้าน....เครียดได้อีกน๊อะ







วันหยุดที่ผ่านมาได้กลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดอยู่ไม่กี่วัน กลับไปวันศุกร์ ลางานคุณบอสไว้ แต่ออฟฟิตก็หยุดถึงวันจันทร์แหละนะ รอบนี้เดินทางไปคนเดียว คุณแฟนบอกจะตามไปวันเสาร์ตอนเย็น แล้วชวนเรากลับวันอาทิตย์ ....


ไปรอบนี้ก็ไม่มีอุปสรรคอะไรมาก ไปถึงพ่อกับแม่ก็มารับ กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัดแล้วรู้สึกดีมากมาย ถึงบ้านจะไม่ใช่หลังที่เราเคยได้โตมา เพราะที่บ้านมีแผนจะสร้างใหม่ เลยรื้อหลังเก่าออกแล้วเทดิน รอสร้าง


อากาศที่บ้านดีมากๆ ตื่นเช้าทุกวันโดยไม่มีอาการอ่อนเพลีย ข้างบ้านมีกระต๊อบเล็กๆ อันนึง ที่พ่อสร้างไว้รับแขก ก็เป็นกระต๊อบไม้มุงหญ้าทั่วๆ ไป แต่เราชอบนะ เลยขอนอนที่กระต๊อบ อากาศเย็นสบายทั้งคืน ....


เหมือนได้กลับไปในอดีตอีกครั้ง ต่างกันแต่ที่อดีตตัวเราเล็กกว่านี้เยอะเลย แต่เวลาผ่านไปหลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไปล่ะเนอะ


วันศุกร์ทีแรกเราก็คิดๆ อยู่ว่าจะมีอะไรแปลกๆ ขึ้นมาอีกหรือเปล่านะ เพราะพอเราบอกคุณแฟนว่าจะกลับบ้านวันศุกร์ที่ 29 เมษา วันต่อมาคุณแฟนก็มาบอกว่าลางานวันศุกร์ครึ่งวัน (ไอ้เราก็ดีใจนึกว่าจะไปพร้อมกัน)


แล้วก็บอกว่าที่ลาคือจะไปขอเอกสารการส่งเงินประกันสังคม ที่สำนักงานประกันสังคม แต่เราก็มีข้อกังขาหน่อยๆ เพราะตอนบอกให้เราไปยื่นขอเสตทเม้นแบงค์ ให้ยื่นขอถึงสิ้นเดือนเมษา แต่ไหงคุณแฟนไปขอเอกสารประกันสังคมทั้งๆ ที่ยังไม่สิ้นเดือน เราคิดว่ามันคงยังไม่เข้าระบบดีล่ะมั้งนะ


แต่คุณแฟนก็บอกว่า ไปขอแค่เอกสารที่บอกว่าเราส่งเงินเข้าประกันสังคมจริง .... เอ ....เราก็คิดว่า... จริงเหรอ.....แต่ก็ไม่ได้แย้งอะไร ในเมื่อเค้าบอกว่าจะไปก็เลยปล่อยให้ไป.....แต่ใจนึงเี่ราก็คิดไม่ค่อยดี


เหตุเพราะเมื่อครั้งก่อนนานมาแล้ว คุณแฟนก็เคยมาพูดอะไรกับเราแบบนี้ ในวันที่เราบอกว่าจะกลับบ้าน แต่ตอนนั้นผลปรากฎว่าไปโผล่อยู่กับผู้หญิงคนอื่น ลักษณะคล้ายๆ กันเราก็เลยระแวง ครั้งนั้นเราก็กลับบ้านอย่างนี้ แล้วคุณแฟนบอกว่าจะไปหาเพื่อน แต่คงไม่ได้เอาโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย (ประมาณว่าเราโทรหาไม่ติดหรอกไม่ต้องโทรเข้ามาก็ได้นะอะไรประมาณนี้)


สุุดท้ายครั้งนั้นเรากลับก่อนกำหนด ปรากฎว่ามารู้ภายหลัง ที่ว่าไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปนั้นมันโกหกทั้งเพ ที่ไหนได้ไปอยู่กับผู้หญิงอีกคน รอบนี้เราเลยไม่แน่ใจว่า จะไปอย่างที่พูดจริงเหรอ..?...


แต่เรื่องนั้นมันก็ผ่านมาได้ 5 ปี ก็แอบหวังในใจที่ลึกมากๆ ว่าจะไม่เป็นเหมือนเดิม สุดท้ายเราก็ปล่อยวาง แล้วเดินทางตามกำหนด....


เมื่อถึงเวลาที่คุณแฟนบอกว่าลางานไว้ คุณแฟนก็โทรมาเมื่อออกจากออฟฟิต ตลอดเวลาการเดินทางไปสำนักงานประกันสังคมก็คุยกันตลอด ... ค่อยยังชั่วที่มันไม่เป็นอย่างที่เรากลัวนะ....เอ๊!!....หรือมันยังไม่ถึงเวลาก็ไม่รู้..?...


แต่เรื่องสำนักงานประกันสังคมมันกลับตาลปัตร เพราะทีแรกที่เราท้วงคุณแฟนไปว่าทำไมไม่รอให้สิ้นเดือนเมษายนไปก่อนค่อยไปขอจะได้คลุมถึงเดือนเมษา แต่เธอก็ตอบกลับเรามาว่า ไปขอแค่ใบรับรองว่ามีการส่งเงินสมทบจริงเฉยๆ แต่เรากลับคิดว่ามันคงจะคล้ายขอเสตทเม้นแบงค์ หรือเปล่าหนอ ที่เป็นเดือนๆ ไป....


และพอไปถึงทำเรื่องอะไรเสร็จก็กลับมีปัญหาอีกนิดหน่อย เพราะเอกสารที่ต้องการออกได้ถึงแค่สิ้นปี ไม่ได้ถึงเดือนเมษายน....เอ่อ...เราว่ามันคล้ายๆ ที่เราคิดเลยเนอะ ว่ามันน่าจะต้องมีกำหนดเดือนด้วยอะไรด้วย....ไม่ใช่แค่ใบรับรอง.....แต่ก็ไม่ได้ท้วงอะไรไป พยายามเป็นผู้ฟังที่ดีต่อไป......


และเหตุที่ออกได้ไม่ถึงเมษายน ก็เพราะข้อมูลยังไม่เข้าระบบ เหมือนๆ กับว่าปกติแมสเซนเจอร์ เค้าเอาเอกสารไปส่งที่ประกันสังคมที่เค้าสะดวก แล้วเอกสารยังไปไม่ถึงประกันสังคมที่ชื่อเราอยู่ เลยยังไม่มีในระบบ ....อ่ะหนอ.....ชีวิต....สุดท้ายเราก็ได้ยินแต่เสียงบ่นของคุณแฟนว่า...มาเสียเวลามากมาย เพราะไกลและร้อนสุดๆ....อ่ะนะ เราคิดในใจ....ตรูบอกแล้ว!!!!......


ออกจากประกันสังคมมาสักพัก คุณแฟนก็โทรมาอีก บอกว่ากำลังเข้ามาดูบ้านตัวอย่างที่โครงการนึง....ชื่อโครงการนี้เราก็ได้ยินจากปากคุณแฟนเรื่อยมาจนเราเข้าไปหาข้อมูล ดูรายละเอียดมาได้สักพัก ก็เป็นบริษัทในใจใครหลายๆ คน ที่ได้ยินจากคุณเธอเพราะคุณเธอได้ยินได้ฟังจากคนที่ออฟฟิตมา....เอ้า....ปากต่อปาก...เน้อ....


แล้วก็ออกมากลับบ้าน ดึกๆ ก็โทรมาก่อนจะนอนรอบนึง หลังจากนั้นก็คุยกันอีกทีเช้า....หวังว่าคุณแฟนจะไม่พยายามเกินไปหรอกนะ ในช่วงเวลาที่ใช้ในการนอนหลับพักผ่อน ก็หวังว่ามันจะพักผ่อนนอนหลับจริงๆ (ยังไม่เลิกระแวง).....


วันต่อมาคุณแฟนก็ไปถึงบ้านเราที่ต่างจังหวัด แล้วก็กลับมากันวันอาทิตย์...เห้อ...ในใจยังไม่อยากกลับเท่าไหร่เลย....แต่คุณแฟนแกบอกว่าอยากจะชวนไปดูบ้าน....ร้อนรนอีกละ .....


เมื่อวานตอนเช้าเราก็เลยโดนลากให้ออกไปตระเวนดูบ้าน....แต่การนอนหลับที่นี่ตื่นมาไม่ได้เช้ามากมายแต่มันค่อนข้างจะเพลียกว่าต่างจังหวัดเยอะเลยน่ะ กว่าเราจะลุกไปอาบน้ำได้ก็ 10 โมงแล้ว.....


อาบน้ำอาบท่าเสร็จก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ที่แรก....แต่เราก็อดหงุดหงิดไม่ได้ เพราะมันร้อนมากมาย สุดๆ .... แถมพาเราเดินเป็นกิโลๆ ไม่มีการวางแผนที่ดี....แถมไปถึงโครงการที่คุณแฟนบอกว่าโทรไปเช็ควันศุกร์เค้าบอกว่ามีห้องมุมเหลือ 2 แปลง แต่พอไปถึง....คือ...หมดแล้ว..... แล้วอิคุณแฟนก็ไม่รู้จักจดเบอร์ จดรายละเอียดอะไรไป....พอไปถึงมันไม่มีสำนักงานขายแล้วง่ะ โครงการนี้....เลยต้องโทรไปถาม.....ลำบากเดินหาเบอร์โทรติดต่อโครงการตามป้ายที่ติดข้างทางอีก......อนาถ.....


ขากลับออกมาเราเริ่มหงุดหงิดมากขึ้น....เพราะอุตส่าห์เข้าไปดู แต่มันหมด...แทนที่คุณแฟนจะโทรเช็คก่อนจะมาอีกรอบ...ทำให้ไปร้อนเสียเที่ยว.....ดีที่นั่งมอไซค์เข้าไปไม่กี่บาท แต่ขากลับก็ขอเบอร์พี่คนขับไว้ให้มารับออกไปด้วย เพราะแถวนั้นดูท่าจะหารถยากอยู่ เนื่องจากอยู่ในซอยอีกที


หลังกลับออกมาที่ถนนใหญ่แล้ว ก็รอรถ....จะไปโครงการต่อไป....รถติดพอสมควร ณ ระยะเวลานั้น....ไม่นานสองแถวมา...คุณแฟนก็ดึงขึ้นสองแถวไป......เริ่มหงุดหงิดในใจมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่พานั่งแท๊กซี่อย่างน้อยก็ให้นั่งรถเมล์ก็ยังดี นี่พานั่งสองแถว ไม่ใช่อะไร เพราะสองแถวรถมันไม่ได้สุงมาก นั่งแล้วรับควันเต็มๆ อีกทั้งมันก็ไกลอยู่กว่าจะถึงที่ แถมควันมันเยอะ....ดีมาก พาคนเป็นภูมิแพ้อากาศ ไปนั่งสูดควันพิษ......


แต่สุดท้ายก็ถึงที่....ข้ามสะพานลอยไปหนึ่งเสต็ป...แล้วเราก็ถามว่าจะพาไปดูที่ไหนนี่.....คุณเธอก็ชี้ป้ายที่ติดอยู่ข้างทาง....แล้วหันมาบอกเราว่าเดินไปเนอะ....ณ ตอนนี้เหงื่อเราท่วมตัวแล้ว.....แต่ก็ถามไปว่า แล้วมันไกลไม๊ล่ะ....เธอดันตอบมาว่า...ไม่รู้สิ เห็นเพื่อนที่ทำงานที่เค้าบอกมา บอกว่าประมาณ โลนึง....ป๊าดดดดด!!!! โลนึงจะชวนอิชั้นเดิน...........เห็นตรูเป็นน้องอูฐหราไง.......


เราก็เลยถามต่อไปว่า...แล้วมันมีว่างอยู่แน่ไม๊...โครงการอยู่ช่วงไหน อยู่ฝั่งซ้ายหรือขวา....คำตอบที่ได้คือ...ไม่รู้....เห้อ..........


เราก็เลยบอกไปว่า เอางี้ เธอโทรเข้าไปถามเค้าก่อนไปว่ามีว่างหรือเปล่า...แล้วเข้าไปถึงไหนยังไง....หล่อนถึงได้ยกโทรศัพท์โทรเข้าไป...เอ้อ...มันจะยากเย็นสักแค่ไหน ก็แค่เช็คข้อมูลให้ชัวร์่ก่อนจะทำอะไรไป....พอวางสายก็ค่อยได้ทราบว่า อยู่เข้าไปในซอยประมาณ กิโลครึ่ง......ยังมีหน้าหันมาถามอิชั้นอีกว่า...เราเดินไปดีไม๊...?....


แต่เราก็เลือกที่จะเรียกแท๊กซี่ดีกว่า เพราะมันคงเดินไม่ไหวหรอก กว่าจะถึง ไม่ได้ไปที่นี่ที่สุดท้ายด้วย ต้องไปที่อื่นต่ออีก มืดค่ำพอดี......หลังจากไปถึงที่ที่สอง....มันก็เหลือโซนหลังๆ ก็ดีเงียบๆ ดี แต่หลังบ้านเห็นรอยร้าวๆ เป็นทางยาวเบื๊อยยยย แต่คุณเซลล์บอกว่า....มันเป็นแค่รอยสีร้าวเฉยๆ ....แล้วดูพื้นดินหลังบ้าน ก็เห็นปูนของตัวบ้านมันดูเหมือนว่าดินส่วนนั้นมันทรุดลงไป...คุณเซลล์ก็บอกว่ามันจะไม่ทรุดไปมากกว่านี้แล้วค่ะ...อ่ะนะ....


ดูเสร็จเราก็บอกคุณเซลล์ไปว่าคิดดูก่อนนะ ถ้าเราตัดสินใจเอาแล้วจะเข้ามาใหม่....แล้วก็เดินทางไปที่ที่สาม ซึ่งเป็นที่ที่คุณแฟนเข้าไปดูมาเมื่อวันศุกร์....รอบนี้เราไม่รอให้ชวนเราเดิน เราเรียกแท๊กซี่ก่อนเลย.... ไม่งั้นมีหวังพาเราเดินออกมา กิโลครึ่ง ข้ามสะพานลอย 12 เลน นั่งสองแถว แล้วไปข้ามสะพานลอย 12 เลนอีกครั้ง แล้วเดินต่อไปโครงการที่สามแน่ๆ


...ถึงโครงการที่สามแล้ว....น่าอยู่มาก.....กำลังก่อสร้าง เข้าอยู่บางส่วน บางส่วนก็กำลังต่อเติม โครงการรายล้อมด้วยสวน และหมู่บ้านอื่น แต่ใกล้วัด....อันนี้ที่เราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่...คือยืนอยู่ในโครงการก็มองเห็น...แต่มันมีห้องมุมเหลือนี่สิที่เราชอบสุดๆ ....ไปดูบ้านตัวอย่างก็โอ....จากปากทางเข้าไปเป็นบ้านคนออกจะดูเป็นชุมชนที่อยู่กันมาช้านาน มีอนามัย มีวัด 2 วัด ใกล้ๆ กัน ระหว่างทางดูจะหาของกินยากอยู่เหมือนกัน แต่พออยู่ในอาณาบริเวณบ้านแล้ว เงียบ สงบ เป็นอีกอย่างที่เราชอบ....


เซลล์ก็โอเค แนะนำดี...พาไปดูบ้านหลังที่เราชอบ...สร้างเสร็จพร้อมโอน...เป็นห้องมุม หลังบ้านติดคนอื่น และด้านขวาติดคนอื่น ส่วนด้านซ้ายเป็นพื้นที่ และติดรั้ว ซึ่งอยู่ติดถนน...อันนี้ก็น่ากลัวนะรั้วมันไม่สูงเท่าไหร่ หวั่นๆ ถ้าเราไม่อยู่ใครจะมาจอดรถขนกันไม๊หนอ.....


แต่รวมๆ ชอบนะ เซลล์ก็บอกว่าจองวันนี้จะได้ราคานี้ พรุ่งนี้ราคาขึ้นอีกสองหมื่นค่ะ....อ๊าาาาา....กดดันเราอีกนะเนี่ย.....คุณแฟนก็ท่าทางอยากจะจองแล้ว....พูดถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ นี่คุณแฟนไม่ต้องคิดมากอันไหนจ่ายน้อยก็อยากได้อันนั้น แต่เราก็ชอบแบบบ้านและมุมที่เราอยู่ด้วย...ก็เลยตัดสินใจจอง.....


ขากลับออกมา ก็เรียกแท๊กซี่จากแท๊กซี่เรดิโอเข้าไป เพราะในซอยมันมีแต่วินมอเตอร์ไซค์ มันค่อนข้างจะไม่ค่อยมีแท๊กซี่ผ่าน ถ้ามีคือเค้ามาส่งคน ซึ่งก็นานๆ จะมีอยู่ดี เลยให้คุณแฟนโทรเรียก.......


ใกล้ๆ จะถึงบ้านหลังจากนั่งคุยกัน คุณแฟนก็คุยๆ เรื่องอีกโครงการนึงที่เป็นเจ้าของเดียวกับโครงการที่เราจอง บอกว่ามันสะดวกดีนะอย่างนั้นอย่างนี้ เราจะหาของกินง่ายขึ้นนะ จะแวะเข้าไปดูก่อนมั้ยเผื่อเปลี่ยนใจนะ.......อยู่ตรงนั้นน้องจะหาของกินยากนะ อย่างนู้นอย่างนี้....เป่าหูอีกละ


อ่ะ...สุดท้ายเราก็....เออ...ไปดูก็ได้.....คุณแฟนก็โทรไปหาเซลล์ ก็บอกว่าจะเข้าไปดู แต่เซลล์บอกว่า มันดูได้แต่ภายนอกเพราะโฟร์แมนเลิกงานแล้ว...เราก็ว่าไม่เป็นเรา อยากเห็นว่ามันอยู่ตรงไหน และพื้นที่มันเป็นอย่างไร ติดกับอะไรบ้างแค่นั้นเอง เราเห็นจากแปลนโครงการแล้ว แต่ด้านหลังที่มันติดรั้วเราไม่รู้ว่าอะไรอยู่หลังรั้วนั่น ก็เผื่อเราจะเปลี่ยนใจอย่างคุณแฟนว่า......


แต่ที่นี่ค่าที่จะถูกกว่า ค่าบ้านก็ถูกกว่า ระยะทางจากถนนใหญ่เข้าไปก็พอๆ กัน แต่ที่นี่ไม่ใกล้วัด อันนี้เราชอบ ตลอดทางเป็นตลาดและบ้านจัดสรร แล้วที่นี่ก็ไม่ใช่ห้องมุมนะ แต่พื้นที่เท่ากันกับห้องมุมที่เราจองไว้ ....ก่อนจะไป คุณแฟนก็ถามมาอีกว่า...เอางี้ไม๊ไปดูของ xxx ป่าว (xxx นี่คือชื่อคนคนนึงที่อยู่ที่ทำงานเดียวกับคุณแฟน) xxx เนี่ยเค้าอยู่โครงการนี้ เราก็บอกว่า มันจะรบกวนเค้าอ่ะ เราไม่อยากรบกวนใคร...


คุณแฟนก็บอกไม่เป็นไรหรอกน้องมันไม่ว่าหรอก...(รู้ได้ไงฟระแก..?..)...เนี่ยน้องมันกำลังต่อเติม ไม่เป็นไรหรอกขอเค้าเข้าไปดูได้นะ ....แล้วคุณแฟนก็โทรไปหาน้องคนทีี่ว่า แล้วก็นัดแนะ เราก็นั่งรถไปรับน้องเค้า เข้าไปในโครงการที่จะไปดู


หลังจากไปดูบ้านของ xxx ซึ่งกำลังต่อเติม เราก็เลยเข้าไปดูที่แปลงที่ว่าง ที่คุยกับเซลล์ไว้ ซึ่งเป็นหลังที่ติดกับห้องอื่น แต่พื้นที่ด้านหลังเยอะมาก พื้นที่ด้านหน้าก็ยาวกว่าโซนอื่นๆ ถึงว่าพื้นที่มันเยอะกว่าอันอื่นนี่เองนะ แต่ราคาหลังนี้ต่างจากหลังที่เราจองไปประมาณ 7 แสนกว่าๆ


แปลงนี้พื้นที่ด้านหน้า ส่วนของที่จอดรถ หากจอดรถต่อตูดกันน่าจะจอดได้ 2 คัน ส่วนด้านหลังพื้นที่หัลงตัวบ้านน่าจะประมาณ 3 เมตร แต่ติดตรงที่รั้วด้านหลังมันติดกับคลอง แล้วเรากลัวว่า นานๆ ไปน้ำมันจะเซาะหรือเปล่าหว่า ดินจะทรุดหรือเปล่าหว่า..แบบว่ามันรู้สึกว่ามันติดคลองมากๆ ผนังด้านหลังส่วนที่ติดกับอีกบ้าน มันร้าวยาวลงมา น้อง xxx เค้าบอกว่าเป็นรอยสี แต่เราว่ามันเป็นโครงสร้างนะ เพราะมันร้าวแบบเห็นเป็นร่องเชียว เหมือนดินแตกแห้งอย่างนั้นเลย


โดยรวมๆ เราชอบพื้นที่ด้านหน้าและหลังมันไม่ชิดตัวบ้านเกินไป และหลังบ้านรั้วติดคลอง ไม่ค่อยกลัวคนปีนมาหลังบ้านเท่าที่แรกที่จอง เสียอย่างเดียว คือเราไม่ได้ห้องมุม พื้นที่ที่เป็นดิน มันมีแค่ด้านหลัง กับด้านหน้า ไม่ต่อเนื่องกัน


หลังจากดูบ้านเสร็จกลับมาถึงบ้านก็มานั่งคิดกันว่าจะเปลี่ยนมาจองที่ใหม่นี่หรือ ที่เดิมดีแล้วซึ่งข้อแตกต่างกันก็ประมาณนี้

บ้านที่จอง
- ราคา สองล้าน
- ใกล้วัด
- หาของกินยาก
- ที่ดินตารางวาละสี่หมื่นกว่า
- ก่อนถึงโครงการระหว่างทางเข้าไปเป็นชุมชน
- ส่วนลด สามหมื่น
- น่าจะเงียบ สงบ
- ได้ห้องมุม มีพื้นที่ด้านข้าง อยู่หลังสุดท้ายของซอย แต่รั้วติดถนนหน้าโครงการ

บ้านที่อาจจะเปลี่ยน
- ราคาล้านสามเกือบๆ ล้านสี่ (เมื่อวานล้านสอง)
- ไม่ใกล้วัด
- ที่ดินตารางวาละ สองหมื่นหก
- ก่อนถึงโครงการเป็นตลาดใหญ่ และบ้านจัดสรร ก็ดูเป็นชุมชนได้เหมือนกัน แต่ลักษณะเหมือนจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่สะดวกกว่า
- โครงการรายล้อมด้วย เอื้ออาทร และโครงการบ้านเดี่ยว
- หลังบ้านติดคลอง ถัดจากคลองเป็นโครงการบ้านเดี่ยว
- หน้าถนนใหญ่ เป็นรถไฟฟ้า
- ส่วนลดหนึ่งแสน


ทั้งสองที่ค่าจองเท่ากัน ระยะทางจากปากซอยเข้าหมู่บ้านเท่ากัน จำนวนหลังคาเรือนเท่ากัน รถติดพอๆ กัน โดยส่วนตัวเราชอบที่จองเพราะเงียบสงบ แต่ที่ที่อาจจะเปลี่ยนคือมันใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก การเดินทาง การซื้อของกินของใช้ จะสะดวกกว่า แล้วคุณแฟนก็ดูจะชอบที่นี่ เพราะ

1. ถูกกว่าที่แรกมาก
2. ใกล้รถไฟฟ้า
3. ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก รถไฟฟ้า ห้าง โรงพยาบาล
4. ส่วนลดเยอะกว่า

สรุปแล้ว...คุยกันไปคุยกันมา เราก็เลยโอเค...ตกลงงั้นอนุมัติให้มาจองที่ใกล้รถไฟฟ้าแล้วกัน.....ต่อไปก็รอเรื่องยื่นกู้แบงค์ล่ะ ...... ทีแรกก็กะจะปรึกษาพ่อกับแม่อยู่เหมือนกัน แต่ดูเค้าไม่ค่อยว่าง....แถมพอได้ยินว่าเราทำเรื่องจองไปกลับบ่นเรามาอีก ต้องวางสายไปในที่สุด...เลยต้องตัดสินใจเอาเองคนเดียวอีกเหมือนเดิม


.....หลังจากนี้ก็ต้องรอเซลล์โทรมาให้ไปเปลี่ยนสัญญาจอง......



Create Date : 03 พฤษภาคม 2554
Last Update : 3 พฤษภาคม 2554 10:25:38 น. 5 comments
Counter : 152 Pageviews.

 
มาเจิมมมมม


โดย: คนเคยผ่านมหาสมุทร วันที่: 3 พฤษภาคม 2554 เวลา:10:32:38 น.  

 



.....เตรียมตัวเป็นลูกหนี้ชั้นดีของแบงค์อีกคนแล้วเหรอ...



.....ตอนไม่มีก็ไม่รู้สึกอะไร... พอเป็นแล้ว ให้หักบัญชีธนาคารก็ยังเฉย ๆ ... แต่พอนึกได้ ก็อยากปิด ๆ ซะ... แต่ไม่รู้จะหาที่ไหนมาโปะ... ท้ายสุด... ก็เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ แหละ... มีทางเลือกอยู่ 3 อย่าง... คือ 1 มีเงินมากพอมาโปะ... 2 รอให้ชำระไปเรื่อย ๆ จนครบถ้วนไปเอง... 3 ขายบ้าน เปลี่ยนตัวลูกหนี้...



.....ส่วนผมอ่ะ... ตอนนี้ ยังไม่มีโอกาสทำแบบที่ 1 ก็เลยปล่อยให้เป็นแบบที่ 2 ไปเรื่อย ๆ และกำลังจะทำแบบที่ 3 เร็ว ๆ นี้... คาดว่าไม่เกินปลายปีน่าจะปล่อยได้... แต่ท้ายสุดก็ไปเล็งไปอีกที่หนึ่งอยู่ดี... พอดีว่ามาอยู่ต่างจังหวัดแล้วอ่ะ... เลยจำต้องขาย...



.....งั้นก็เอาใจช่วยกับว่าที่บ้านหลังใหม่นะครับ...



...^-^...


โดย: saraburitrebor วันที่: 3 พฤษภาคม 2554 เวลา:13:31:56 น.  

 
สวัสดีค่ะ อ่านคร่าวๆค่ะ หุหุ เป็นหนี้แล้วเหนื่อยจิงๆค่ะ อิอิ หายใจไม่ทันเลยค่ะ วันนี้อยากขายทิ้งรุย คิ๊กๆๆๆ


โดย: สัญญาลมปาก วันที่: 3 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:22:10 น.  

 
เราชอบโรส ศิรินทิพย์ อิอิ


โดย: ตะวันเจ้าเอย วันที่: 3 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:43:12 น.  

 
กระติ๊บจ๊ะสวัสดีบ่ายวันพุธค่ะ ^^



ปล.ร้อนๆๆแต่ใจร่มๆๆน๊า

บ้านที่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกก็ดีนะ อย่างบ้านที่นู๋แอนอยู่มันไกลต้องขับรถออกไป ไม่ดีเลยรู้งี้ไม่เลือกหรอก สงบแต่ถ้าดึกๆแล้วไม่มีรถแต่มีธุระจะออกนอกบ้านล่ะยุ่งเลย


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:13:58:32 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
3 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.